วิชาการ.คอม - “เกลียวทอง” สำคัญไฉน? เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพอย่างไร? (สไปรูไลนา …เกลียวทอง …ชื่อนี้มีที่มา) วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36821" type="text/javascript"></script>
“เกลียวทอง” สำคัญไฉน? เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพอย่างไร?
คำว่า “สาหร่ายเกลียวทอง” ค่อนข้างจะคุ้นหูผู้คนพอประมาณ เพราะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร โดยเฉพาะเว็บบอร์ด ที่เซลล์ขายตรงมักเข้ามาโฆษณาผลิตภัณฑ์สาหร่ายเกลียวทอง...บางรายขนานนามเจ้าสาหร่ายเกลียวทองนี้ว่า เป็นย
ผู้เขียน: มาลินี อัศวดิษฐเลิศ ชมแล้ว: 18,863 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 13 May 2008, 4:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 22 July 2008, 9:55 am

หน้าที่ 1 - สไปรูไลนา …เกลียวทอง …ชื่อนี้มีที่มา

 
มาลินี  อัศวดิษฐเลิศ
หน่วยบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/







 :: สไปรูไลนา …เกลียวทอง …ชื่อนี้มีที่มา 


            สาหร่ายเกลียวทอง หรือ สไปรูไลนา จัดเป็น ไซยาโนแบคทีเรีย ในสกุล สไปรูไลนา (Spirulina) คำว่า “สไปรูไลนา” นั้นมาจากคำว่า Spiral ซึ่งหมายถึงมีลักษณะเป็นเกลียว ซึ่งตรงกับรูปร่างของสาหร่ายชนิดนี้ ที่มีลักษณะเป็นสายเกลียว มีสีเขียวแกมน้ำเงิน ขนาดเล็กมากจนตาเปล่ามองไม่เห็น ต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หากอาศัยในบ่อหรือสระขนาดใหญ่และอยู่ติดกัน จะเห็นเป็นแพรสีเขียว (ที่เห็นเป็นแพรสีเขียวได้เพราะมีจำนวนมากเป็นล้านล้านเซลล์) ชอบอาศัยอยู่ในน้ำกร่อย โดยเฉพาะน้ำที่มีสภาพเป็นด่าง โดยเกลียวของสาหร่ายจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ ค่า pH (ค่าความเป็นกรด-ด่าง) และสารอาหารที่ได้รับ



     
ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)  เป็นจุลินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่สามารถสังเคราะห์แสงได้  มีคลอโรฟิลล์อยู่ภายในเซลล์ เดิมเข้าใจว่าเป็นพืชน้ำ แต่เมื่อศึกษาในระดับเซลล์แล้วมีลักษณะบางประการคล้ายพืช แต่ลักษณะส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับแบคทีเรียมากกว่า จึงจัดจำพวกไว้ในกลุ่มแบคทีเรียคือ ไซยาโนแบคทีเรีย  ซึ่งมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน 
 
แบคทีเรียในกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ เนื่องจากในการสังเคราะห์แสงปล่อยออกซิเจนออกมาให้กับระบบนิเวศ  จากการขุดค้นซากฟอสซิลไซยาโนแบคทีเรียพบว่ามีอายุมากที่สุดราว 2.5 ล้านปี  โดยทั่วไป พบแบคทีเรียชนิดนี้ในน้ำและในดิน บางสายพันธุ์สามารถเปลี่ยนไนโตรเจนไปเป็นสารประกอบไนโตรเจนตัวอื่นที่พืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้
 




             คำว่า “สาหร่ายเกลียวทอง” ค่อนข้างจะคุ้นหูผู้คนพอประมาณ เพราะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร โดยเฉพาะเว็บบอร์ด ที่เซลล์ขายตรงมักเข้ามาโฆษณาผลิตภัณฑ์สาหร่ายเกลียวทอง...บางรายขนานนามเจ้าสาหร่ายเกลียวทองนี้ว่า เป็นยาวิเศษ บ้างก็ว่าเป็นยามหัศจรรย์ และชื่ออื่นๆ อีกสารพัด
 
            อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้จัดให้สาหร่ายเกลียวทองเป็นยา แต่จัดให้อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร  ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สาหร่ายหลายแห่งที่ยึดถือจรรยาบรรณ และความถูกต้องของข้อมูล ก็มักชี้ให้ประชาชนหรือผู้บริโภคเห็นว่า สาหร่ายเกลียวทองไม่ได้เป็นยาที่สามารถรักษาโรคนั้นโรคนี้ให้ "หายขาด" หรือเป็นยาวิเศษครอบจักรวาล แต่เป็นอาหาร"เสริม" เติมเต็มสารอาหารส่วนขาดให้กับร่างกาย โดยมีประโยชน์ต่อร่างกายในระดับหนึ่งเป็นที่น่าพอใจ
 
            สาหร่ายชนิดนี้เพิ่งมีชื่อภาษาไทยว่า “เกลียวทอง” ประมาณ 10 ปีมานี้เอง โดยผู้ตั้งชื่อคือนางเจียมจิตต์ บุญสม ซึ่งในขณะนั้นรับราชการอยู่ที่สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปัจจุบัน เป็นผู้อำนวยการด้านการวิจัยในบริษัทเอกชน) ต่อมาจึงมีการใช้ชื่อนี้กันอย่างแพร่หลายในวงการวิจัยและวิชาการ 
 
           สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ จดทะเบียนคำว่า "สาหร่ายเกลียวทอง" เป็นชื่อผลิตภัณฑ์อาหาร ต่อมา บริษัท เอกชนได้นำไปจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา


:: คุณค่าทางโภชนาการสูง ...คือแรงจูงใจในการเพาะเลี้ยง


           ว่ากันตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว สาหร่ายเกลียวทองได้ถูกนำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงประชากรมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลมาแล้ว  ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของสาหร่ายชนิดนี้อยู่ในทวีปอเมริกากลาง บริเวณประเทศกัวเตมาลาและประเทศเม็กซิโก โดยชนเผ่าพื้นเมืองของเม็กซิโกพวกแอซเท็ค (Aztec) และชนเผ่ามายัน (Mayan)  ของกัวเตมาลาใช้สาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารมาเป็นเวลามากกว่า 1,000 ปี



          ชนเผ่าต่างๆ ในอัฟริกาก็บริโภคสาหร่ายเกลียวทองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพิ่งจะประมาณ 20 ปีที่ผ่านมานี้เองที่คนในแถบอื่นๆ เริ่มรู้จักสาหร่ายเกลียวทองในฐานะเป็นอาหารเสริมที่เป็นแหล่งของโปรตีนสูง  สำหรับในเอเชีย ชาติที่นิยมรับประทานสาหร่ายก็หนีไม่พ้นชาวญี่ปุ่น และชาวญี่ปุ่นนี่เองที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตสาหร่ายเกลียวทองเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
 
           คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลว่าสาหร่ายเกลียวทองเป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 60-70 เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง และยังพบว่าโปรตีนของสาหร่ายเกลียวทองมีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ 
 
           นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ในสาหร่ายเกลียวทองมีวิตามินหลายชนิดเช่น วิตามินบี 1,2,3 และ 12 วิตามินซี  วิตามินอี และเบตาแคโรทีน และยังประกอบไปด้วยกรดแกมมาลิโนเลนิก (GLA) แหล่งของโอเมกา 3 (Omega 3) ซึ่งกรดนี้จัดเป็นกรดไขมันที่มีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ในการเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างของเซลและปฏิกิริยาเคมีสำคัญในร่างกาย
 
ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีอยู่มากกว่าสาหร่ายและพืชอื่นอีกหลายชนิดนี้เอง ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ วงการเภสัชกรรม และวงการแพทย์ ให้ความสนใจในการนำสาหร่ายเกลียวทองมาเป็นแหล่งอาหารเสริมอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโภชนาการเหล่านี้ จึงเป็นเหตุให้บริษัทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศทำการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทองเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์สาหร่ายเกลียวทองทั้งในรูปของแคปซูล  อัดเม็ด จำหน่ายในราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับต้นทุนในการผลิตของแต่ละแห่ง
 
            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีการรายงานใดๆ ยืนยันว่าสาหร่ายชนิดนี้มีโทษต่อร่างกายของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม นักวิจัย นักวิชาการต่างก็ออกมาแนะนำรวมๆ ให้ผู้บริโภคเดินทางสายกลางไม่บริโภคเกินความพอดี เพราะการบริโภคอาหารอะไรก็ตามหากมากหรือน้อยไป มักมีโทษต่อร่างกายอยู่แล้ว 


:: วิจัยสาหร่ายเกลียวทอง เพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน


           ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานในประเทศที่ได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสาหร่ายเกลียวทอง และพยายามคัดเลือกเอาส่วนดีของสาหร่ายชนิดนี้มาใช้ประโยชน์



           ดร. อภิรดี หงส์ทอง และ ดร.กัลยาณี ไพฑูรรังสฤษฎ์ นักวิจัยของไบโอเทค จากหน่วยปฏิบัติการพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมีและโรงงานต้นแบบ ที่ทำการวิจัยสาหร่ายเกลียวทอง สไปรูไลนา พลาเทนสิส (Spirulina platensis) กำลังใช้ความรู้ด้านชีววิทยาโมเลกุลศึกษาการผลิตสารมูลค่าสูงจากสาหร่าย  ศึกษาแม้กระทั่งรูปร่างของสาหร่าย...ซึ่ง ณ สิ่งแวดล้อมหนึ่งสาหร่ายเกลียวทองมีรูปร่างโค้งเป็นเกลียว ในขณะที่อีกสิ่งแวดล้อมหนึ่งคลายเกลียวเป็นสายยาว ซึ่งรูปร่างที่ต่างกันนี้มีผลต่อการผลิตโปรตีนในปริมาณที่ต่างกันด้วย  (ในบางสภาวะรูปร่างเกลียว และเป็นสายยาวปนกัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าใจผิดว่ามีการปนเปื้อนด้วย)






รูปร่างโค้งเป็นเกลียว


รูปร่างเป็นสายยาว


           นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาจีโนมของสาหร่ายเกลียวทองร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพของการสร้างสารเคมีมูลค่าสูง และเพื่อพัฒนากระบวนการสกัดสารเคมีจากสาหร่ายชนิดนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบในการศึกษาจีโนมในสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย
 
           จากที่กล่าวมา  จะเห็นได้ว่า มนุษย์เรารู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตรอบตัวมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล  ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนำสิ่งมีชีวิตและผลผลิตมาใช้ประโยชน์นี่เองคือเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพด้านสาหร่าย เราเรียกว่า “Algal Biotechnology”





อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสไปรูไลนาได้ที่
 
-  http://en.wikipedia.org/wiki/Spirulina_(dietary_supplement)
-  http://www.spirulina.com/
-  http://www.zju.edu.cn/jzus/2005/B0503/B050304.pdf
-  http://www.scisoc.or.th/stt/31/sec_f/paper/stt31_F0017.pdf
 
 
ตัวอย่างหน่วยงานวิจัยเกี่ยวกับสไปรูไลนา
 
-  หน่วยปฏิบัติการพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมีและโรงงานต้นแบบ ที่
   http://www.biotec.or.th/bec/
 
-  หน่วยวิจัยความหลากหลายของสาหร่ายและแพลงค์ตอน ที่
   http://www.ist.cmu.ac.th/researchunit/AARL/algal%20collection.htm



  ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
     เอกสารนี้เผยแพร่ใน     http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=2132



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 ก.ค. 2551 (20:17)

แบคทีเรียนี่อายุยาวจังเลยนะคะ

ว่าแต่สไปรูไลน่านี่เหมือนกับสไปรูลีน่ามั้ยคะ

{#emotions_dlg.s1}


U-Know_t'rak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทคโนโลยีชีวภาพปริทรรศน์
(www.biotec.or.th)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 6,038 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 9 เดือน
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 74 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.