เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits) facebooktwitter
แผ่นดินไหว-มหันตภัยใกล้ตัว
บัวอื่น (67,991 views) first post: Sun 18 May 2008 last update: Tue 20 May 2008
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน ทำให้เราทุกคนควรตระหนักและไม่ควรเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเหล่านี้ ภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราแต่เป็นเรื่องที่อยู่กับเราตลอดเวลา ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวไม่บ่อยและรุนแรงมากนักก็ตาม....

หน้าที่ 1 - แผ่นดินไหวในอดีต

12 พ.ค. 2551  เวลา 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ในมณฑลเสฉวนซึ่งตั้งอยู่ในภาคภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หรือเป็นเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยวัดแรงสั่นสะเทือนวัดได้ 7.8 ริกเตอร์ มีจุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนอยู่ลึกใต้ดิน 29 กม.  ธรณีพิโรธในครั้งนี้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นครั้งใหญ่ ในขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บยังไม่นิ่งแต่มีการคาดการณ์กันว่า จะมีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 50,000 คน ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ในหลักแสน หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวยังได้เกิดอาฟเตอร์ซ๊อกตามมากว่า 3,300 ครั้ง แผ่นดินไหวในครั้งนี้ส่งแรงสั้นสะเทือนไปทั่วทั้งในฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม และแม้แต่ประเทศไทยก็ยังรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ได้



ภาพเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจีน
ที่มา:www.manager.co.th


แผ่นดินไหวในอดีต


ภัยพิบัติจากการเกิดแผ่นดินไหวในโลกของเราเกิดขึ้นและมีอยู่ตลอดเวลาแต่บางครั้งมีแรงสั่นสะเทือนน้อยทำให้มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ต่อการสั่นไหวได้ ในอดีตเคยมีอาณาจักรแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าอารยธรรม Minoan บนเกาะ Crete ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเชื่อกันว่าอาณาจักรแห่งนี้เคยเจริญรุ่งเรื่องอยู่คาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนในช่วง 4,000 ปีที่แล้ว ก่อนจะถูกภัยธรรมชาติถล่มจนล่มสลายลง


นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าภูเขาไฟบนเกาะได้ระเบิดขึ้นโดยการระเบิดครั้งนั้นทำให้มีควันไฟพวยพุ่งสูงถึง1,600 กิโลเมตรและทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจนทำให้อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองต้องถูกฝังกลบลงในใต้พื้นพิภพในที่สุด


เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมสะท้อนให้เห็นความร้ายแรงของภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี ภัยจากแผ่นดินไหวได้รับการรวบรวมจดบันทึกไว้อย่างเป็นทางการโดยเริ่มประมาณตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 เป็นต้นมา


แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดเกิดเมื่อปี พ.ศ.2503 ในประเทศชิลิ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.5 ริคเตอร์ จากปี 1990 จนถึงปัจจุบันมีภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่ได้รับการบันทึกไว้ดังนี้


1. พ.ศ.2503 ในประเทศชิลิ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.5 ริคเตอร์
2. พ.ศ.2507 ในเมืองปรินซ์ วิลเลียม ซาวน์ รัฐอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกาวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.2ริคเตอร์
3. พ.ศ.2500 ในหมู่เกาะแอนเดรียนอฟ รัฐอลาสก้าประเทศสหรัฐอเมริกาวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.1ริคเตอร์
4. พ.ศ.2495 ในคาบสมุทรคัมชัตกาแถบภาคตะวันออกไกลของประเทศรัสเซีย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.0 ริคเตอร์
5. พ.ศ.2547 ในหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.9 ริคเตอร์
6. พ.ศ.2449 ในประเทศเอกวาดอร์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.8 ริคเตอร์
7. พ.ศ.2495 ในรัฐอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมิรกา วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.7 ริคเตอร์
8. พ.ศ.2466 ในคาบสมุทรคัมชัตกา ประเทศรัสเซีย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.5 ริคเตอร์
9. พ.ศ.2481 ประเทศอินโดนีเซีย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.5 ริคเตอร์
10. พ.ศ.2506 หมู่เกาะคูริล ประเทศรัสเชีย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.5 ริคเตอร์


ภัยธรรมชาติที่เกิดจากแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่สร้างความเสียหายให้กับมนุษยชาติอย่างมาก



หน้าที่ 2 - การเกิดแผ่นดินไหวและสาเหตุของการเกิด

การเกิดแผ่นดินไหว
ในสมัยที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้าอย่างเช่นในปัจจุบัน เมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้นแต่ละครั้งมนุษย์มักจะคิดว่าพระเจ้า เทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา สิ่งศักดิ์สิทธิต่างๆได้บันดาลให้เป็นไปเพราะมนุษย์ไม่เป็นที่รักใคร่ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติเหล่านั้นแล้ว จึงต้องทำการบูชาบรวงสรวงให้สิ่งที่มองไม่เห็นให้ความเมตตาและสร้างความสงบสุขกลับมาอีกครา สำหรับความเชื่อเรื่องแผ่นดินไหวก็เช่นกันในแต่ละเผ่าพันธุ์ก็จะมีความเชื่อถึงสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวที่แตกต่างกัน



ญี่ปุ่น ประเทศที่ต้องเจอกับแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติอย่างอื่นมากมายเชื่อว่า แผ่นดินไหวเกิดจากปลาดุกยักษ์นามาสุ นอนหนุนแผ่นดินตัวอยู่เมื่อพลิกตัวคราวใดก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น ความเชื่อในภูมิภาคต่างๆของโลกก็ล้วนแล้วแต่เชื่อว่ามีสัตว์ที่ทรงอิทธิฤทธิ์นอนหนุนโลกอยู่ด้วยเช่นกัน อย่างความเชื่อของชนชาวอเมริกาใต้เชื่อว่าปลาวาฬนอนหนุนโลกอยู่ ทิเบตเชื่อว่า พระเจ้าสร้างโลกขึ้นแล้วเอามาวางไว้บนหลังกบยักษ์เมื่อกบขยับตัวก็จะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น  ชาวฮินดูเชื่อว่า มีช้างแปดเชือกหนุนแผ่นดินอยู่ ความเชื่อของชาวมองโกลเหมือนกับชาวทิเบตคือเชื่อว่ากบยักษ์นอนหนุนโลกอยู่


มหากวี Homer ผู้จรนามหากาพย์ Iliad ที่เนื้อหาภายในได้กล่าวถึงการล่มสลายของกรุงทอร์ยมีความเชื่อว่า เหตุที่แผ่นดินไหวเพราะเทพ  Poseidon ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งมาสมุทรเกิดพิโรธขึ้น


ส่วนในคติความเชื่อของไทยนั้น บางเชื่อว่าเมื่อพญานาคในลุ่มแม่น้ำโขงขยับกายก็จะเกิดแผ่นดินไหว แต่ในบางความเชื่อ  เล่าขานกันว่าเมื่อปลาอานนท์ซึ่งเป็นปลาขนาดใหญ่ที่มีชื่อปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกขยับครีบหรือสะบัดหางก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว


เมื่อวิทยาการเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สามารถทำให้อธิบายเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดินเพื่อปรับสมดุลย์ของพื้นโลกให้กลับเข้าสู่สภาวะปรกติ


สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ
          1.  เกิดจากการกระทำของมนุษย์  เช่น การทดลองระเบิดปรมาณู แรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้น
          2.  เกิดจากธรรมชาติ


ในแง่ของแผ่นดินไหวที่เกิดจากธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดขึ้นมาธรรมชาติอยู่แล้ว โลกเรามีลักษณะเป็นทรงกลม ผิวด้านนอกจะมีลักษณะขรุขระมีความหนาไม่สม่ำเสมอ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "เปลือกโลก" (Crust) ส่วนชั้นด้านในโลกจะมีลักษณะเป็นหินเหลวและแก่นโลกจะมีลักษณะเป็นเหล็กหลอมซึ่งมีความร้อนอย่างมาก


นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งเปลือกโลกออกเป็น 12 แผ่น โดยมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค คือ ยูเรเซียน (Eurasian) ซึ่งไทยก็อยู่ในแผ่นนี้ แผ่นออสเตรเลียน(Australian) แผ่นฟิลิปปิน (Philippine) แผ่นแปซิฟิก (Pacific) แผ่นยวน เดอ ฟูกา (Juan de Fuca) นอร์ธ อเมริกา (North America) แคริบเบียน (Caribbean) เซาธ์ อเมริกัน (South American) สก็อตเทีย (Scotia) แอฟริกา (Africa) อราเบียน(Arbian) และ อินเดียน (Indian)



แผ่นเปลือกโลก


แผ่นเปลือกโลกเหล่านี้จะมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดซึ่งอัตราโดยเฉลี่ยแล้วจะมีการเคลื่อนตัวประมาณ 10 เซนติเมตรต่อปี โดยจะมีทิศทางการเคลื่อนตัวตาม หินเหลวของโลกนั้นเอง เมื่อของเหลวที่มีความร้อนจัดในโลกเรามีการเคลื่อนที่ก็จะทำให้เกิดแรงดันที่จะทำให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ตามไปด้วย  บางแผ่นยกตัวขึ้นบางแผ่นถูกแรงกดให้จมลงจึงเกิดการสั่นสะเทือนเป็นคลื่นขึ้น


ทฤษฎีที่ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งได้รับการยอมแล้วและถูกนำมากล่าวถึงมากคือทฤษฎี "ทฤษฎีทวีปเลื่อน" (Continental Drift Theorly) ของ alfred Wegener นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ที่ได้เสนอสมมติฐานขึ้นในปี ในปี ค.ศ.1915 และได้รับการยอมรับในปี ค.ศ.1940 ทฤษฎีดังกล่ากล่าวไว้ว่า เมื่อราว 250 ล้านปีก่อน ทวีปต่าง ๆ ของโลกยังคงมีพื้นที่ติดต่อกันเป็นทวีปขนาดใหญ่เรียกว่า แพนเจีย (Pangea) ต่อมามีการเคลื่อนตัวแยกออกจากกัน จนมาอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน alfred Wegener ได้อาศัยหลักฐานจากหินในทวีปต่างๆที่อยู่ห่างไกลกันแต่มีลักษณะและอายุเหมือนกัน ซึ่งจากทฤษฎีดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า บริเวณเทือกเขาหิมาลัยซึ่งเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดในโลกครั้งหนี่งเคยเป็นมหาสมุทรเหตุที่เกิดเป็นภูเขาที่สูงจนถูกขนานนามว่าหลังคาโลกเพราะเกิดจากการซ้อนตัวกันระหว่างแผ่นเปลือกโลกอินเดียและยูเรเซียนั้นเอง โดยแผ่นอินเดียเคลื่อนตัวขึ้นด้านเหนือเข้าหาแผ่นยูเรเซีย และในปัจจุบันแผ่นเปลือกโลกดังกล่าวก็ยังเคลื่อนที่อยู่ทำให้ เทือกเขาหิมาลัย มีอัตราสูงขึ้น 1 เมตรต่อ 5,000 ปี


จากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกดังกล่าวนั้นองที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนและปล่อยคลื่นออกมาโดยนักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งคลื่นดังกล่าวออกเป็นสองชนิดคือสองชนิดได้แก่ คลื่น P( primary -ปฐมภูมิ) และ คลื่น S (secondary -ทุติยภูมิ)  คลื่นทั้งสองนี้จะเคลื่อนที่ผ่านชั้นหินใต้ผิวโลกโดยคลื่น P เคลื่อนที่ไปตามแนวราบทำส่วนคลื่น S จะเคลื่อนที่ขึ้นลงเป็นทิศตั้งฉาก ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถหาจุดโฟกัสของการเกิดแผ่นดินไหวได้นั้นเอง



 
ภาพคลื่น P,S
ที่มา: ww2.lafayette.edu


จากภาพคลื่น P, S อธิบายได้ว่า เหตุที่คลื่น S เดินทางเป็นเส้นโค้งและเป็นเส้นหยักที่รอยต่อระหว่างเปลือกโลกชั้นต่างๆ ก็เพราะความหนาแน่นของสารแต่ละชั้นไม่เท่ากัน และความหนาแน่นยังแปรผันกับความลึกในชั้นเดียวทำให้คลื่นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เท่ากันเกิดการหักเหเป็นเส้นโค้งในชั้นเดียวกันและเป็นเส้นหยักที่บริเวณรอยต่อดังกล่าว



หน้าที่ 3 - มาตราวัดความรุนแรงของแผ่นดินไหว

มาตราวัดความรุนแรงของแผ่นดินไหว
ความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมีการสั่นสะเทือนที่ไม่เท่ากันดังนั้นนักวิทยาสตร์จึงพยายามสร้างมาตราวัดความรุนแรงการสั่นสะเทือนในแต่ละครั้งว่ามีค่าเท่าไหร่ ในบรรดามาตราวัดความรุนแรงของแผ่นดินไหว มาตราวัดที่ได้รับการยอมรับคือ "มาตราริคเตอร์"


มาตราริคเตอร์ คือมาตราที่ใช้วัดขนาดแผ่นดินไหวที่คิดขึ้นโดย Charles F.Richter แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในปี คศ.1935 ต่อมาจึงใช้คำว่า "ริเตอร์" ใช้เรียกแทนหน่วยการวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ Charles F.Richter นั้นเอง การวัดความสั่นสะเทือนแบบนี้จะอาศัยวัดจากความคสุงของคลื่นที่ตรวจวัดได้หรือที่เรียกว่าแอมพลิจูดนั้นเอง โดยกำหนดให้ความสูงของคลื่นที่ระยะทาง100 กิโลเมตรจากจุดศุนย์กลางแผ่นดินไหว ในระดับศูนย์ มีค่าความสุงคลื่นเป็น 0.001 มม.


ซึ่งสามารถหาค่าความสั่นสะเทือนได้จากสูตร



M = log A- log Ao


M      เป็นขนาดแผ่นดินไหว
A      เป็นความสูงของคลื่นสูงสุด
Ao    เป็นความสูงของคลื่นที่ระดับศูนย์



โดยหลักสามารถแบ่งระดับความรุนแรงตามมาตราวัดแบบริคเตอร์ได้ดังนี้



1 - 2.9 เล็กน้อย ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงการมาของคลื่น มีอาการวิงเวียนเพียงเล็กน้อยในบางคน
3 - 3.9 เล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเขย่าอาคารให้สั่นสะเทือน
4 - 4.9 ปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว
5 - 5.9 รุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่
6 - 6.9 รุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย
7.0 ขึ้นไป รุนแรงมาก เกิดการสั่นสะเทือนอย่างมากมาย ส่งผลทำให้อาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เสียหายอย่างรุนแรง แผ่นดินแยก วัตถุบนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น



รอยเลื่อนของเปลือกโลก
ที่มา:กรมทรัพยากรธรณี

   



หน้าที่ 4 - แผ่นดินไหวในประเทศไทย

แผ่นดินไหวในประเทศไทย
สำหรับเมืองไทยของเรานั้น มีสภาพทางภูมิศาสตร์อยู่ทางส่วนล่างของแผ่นเปลือกโลก ยูเรเซียน(Eurasian) ในประเทศไทยไม่พบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อยนักส่วนใหญ่จะเป็นการเกิดแผ่นดินไหวในที่อื่นแต่ส่งคลื่นแผ่นดินไหวเข้ามาในเมืองไทยจนทำให้เรารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 ริกเตอร์ ที่จังหวัดน่าน แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก มีเพียงตึกร้าวไม่ถึงกับพังทลาย


ส่วนในเดือนกันยายน ปี 2537 ยังเคยเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย วัดความสั่นสะเทือนได้ 5.1 ริเตอร์ หรืออย่างในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2518 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในบริเวณภาคกลางของประเทศไทยหลายครั้งจนสร้างความตื่นตระหนกในแก่คนไทยเป็นอันมากจนมีข่าวแพร่กระจายออกมาว่าโลกจะพังทลายลงภายในระยะเวลา 5 ปี



แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่แยกตัวออกจากกันและเข้าหากัน
ที่มา:กรมทรัพยากรธรณี


จริงๆ แล้วปรากฏการณการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมีอยู่เกือบทุกวันเพียงแต่ไม่มีระดับความรุนแรงมากนักจนมนุษย์ไม่สามารถรู้สึกได้ อย่างข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาจะมีรายงานเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในรอบ 15 วัน


รายงานแผ่นดินไหวในรอบ 15 วัน




วันที่


เวลา


จุดศูนย์กลาง


ละติจูด


ลองจิจูด


ขนาด


ลึกจากพื้นดิน


หมายเหตุ


14 พ.ค. 51


04:48


LUZON, PHILIPPINES


16° 33' 00'' N


122° 18' 00'' E


5.3 


60 


 


13 พ.ค. 51


21:14


LUZON, PHILIPPINES


16° 36' 00'' N


122° 20' 24'' E


5.3 


60 


 


13 พ.ค. 51


17:29


NORTHERN SUMATRA, INDONESIA


4° 32' 24'' N


95° 11' 24'' E


5.6 


60 


 


13 พ.ค. 51


05:57


TAIWAN REGION


24° 02' 24'' N


122° 38' 24'' E


5.0 


12 


 


12 พ.ค. 51


13:27


มณฑลเสฉวน ประเทศจีน


31° 54' 00'' N


102° 42' 00'' E


7.6 


 


 


04 พ.ค. 51


14:55


อ. ปลายพระยา จ. กระบี่ ประเทศไทย


8° 38' 20'' N


98° 44' 10'' E


2.7 


 


 


04 พ.ค. 51


13:59


ประเทศพม่า


21° 34' 10'' N


98° 04' 49'' E


3.6 


 


จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างจาก อ.เมืองเชียงราย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 256 กิโลเมตร 


 


เวลาไทย


 


 


 


ริกเตอร์


กิโลเมตร


 


 

การเกิดแผ่นดินไหวในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พยายามทำความเข้าใจเพื่อสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนมีคำกล่าวว่าภัยชนิดนี้เป็นภัยที่ไม่อาจจะพยากรณ์การเกิดได้ล่วงหน้า แต่ในสัตว์ซึ่งมีประสาทสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์นั้นสามารถรู้ตัวก่อนล่วงหน้า ว่าจะเกิดแผ่นดินไหว

เช่น นักวิทยาศาสตร์พบว่าก่อนเกิดแผ่นดินไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ 3 ริกเตอร์ขึ้นไปนกพิราบป่าในรัศมี 50 กม.จากจุดศูนย์กลางที่เกิดแผ่นดินไหวจะพากันอพยพออกจากพื้นที่เกิดเหตุภายใน 24 ชั่วโมง


ในสัตว์น้ำ พบว่าก่อนเกิดแผ่นดินไหวปลาจากทะเลน้ำลึกจะว่ายเข้ามาในเขตน้ำตื้น  ส่วนในปลาน้ำจืด ที่มีความรู้สึกไวต่อการเกิดแผ่นดินไหวจะพากันแตกตื่นกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำ    


ในสัตว์เลื้อยคลาน งูจะหนีจากการจำศีลเพราะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบก็จะพากันอพยพด้วยเช่นกัน หนูจะพากันวิ่งพล่าน หรือสัตว์ใกล้ตัวของมนุษย์เราอย่างแมวก็มีประสาทสัมผัสเกี่ยวกับแผ่นดินไหวเช่นกันโดยที่ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวมันจะพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้
  
แม้การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่บ่อยหนักและการทำนายทายทักต่อการเกิดแผ่นดินไหวในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าทีควรก็ตาม แต่เราเองก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเหล่านี้ ภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราแต่เป็นเรื่องที่อยู่กับเราตลอดเวลา



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




บัวอื่น
(บัวอื่น)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 37,360 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 953 ครั้ง
ได้รับดาว 388 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in60.4575 seconds !