วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/36920" type="text/javascript"></script>
การศึกษาการควบคุมการสังเคราะห์กรดไขมันในรามิวคอร์ รูซิไอ
กรดแกรมมาลิโนเลนิก หรือ GLA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งทางด้านระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนเลือด ใช้ประโยชน์ในการบรรเทาอาการของโรคเบาหวานเป็นต้น
ผู้เขียน: วิรุฬหกกลับ ชมแล้ว: 57,011 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 20 May 2008, 4:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 29 May 2008, 9:49 am

หน้าที่ 1 - กรดแกรมมาลิโนเลนิก

 ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง
นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  วิทยาเขตบางขุนเทียน

 





(ด้านหน้า) GLA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ในกลุ่มโอเมก้า 6  มีประโยชน์หลายด้าน น้ำมัน GLAผลิตมาจากเมล็ดจากพืชอิฟนิ่งพิมโรส (evening primrose) และบอราจ (borage) ประเทศไทยนำเข้ามา 100 % ดังนั้นการผลิต GLA จากราจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการมี GLA ที่มีคุณภาพสูงแต่ราคาต่ำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทยโดยสามารถลดการนำเข้าได้



 
หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมี และโรงงานต้นแบบ
ศูนย์พันธุวิศวกกรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน



               กรดแกรมม่าลิโนเลนิก  หรือ GLA  เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ในกลุ่มโอเมก้า 6 ประโยชน์ของ กรดแกรมม่าลิโนเลนิก  ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกาย ระบบหายใจ จึงมีประโยชน์ในด้านการแพทย์โดยสามารถนำไปใช้บรรเทาอาการโรคหลายชนิด   เช่น บรรเทาอาการที่เกี่ยวกับภาวะข้างเคียงของโรคเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบ  โรคหัวใจและก็รักษาคนที่เป็นโรคแอลกอฮอล์ลิซึม และโรคผิวหนัง หรือแม้กระทั่งลดอาการปวดประจำเดือนในสตรี กรดแกรมม่าลิโนเลนิก เป็นกรดที่ไม่มีพิษต่อร่างกาย จึงสามารถนำมาใช้ในอาหารเสริมได้  ถึงสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลายๆด้าน แต่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้เองต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น

                 ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ผู้เป็นเจ้าของผลงานวิจัย “การศึกษาการควบคุมการสังเคราะห์กรดไขมันในรามิวคอร์ รูซิไอ ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัล รางวัลทุนวิจัยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2551 ในสาขาชีวภาพจากบริษัทลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประเทศไทย จากผลงานวิจัยชิ้นดังกล่าวได้อธิบายถึงประโยชน์ของกรดแกรมม่าลิโนเลนิก หรือ GLA ให้เราได้ทราบ



 



ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง


                 “กรดแกรมม่าลิโนเลนิก  หรือ GLA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งทางด้านระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนเลือด นอกจากใช้ประโยชน์ในการบรรเทาอาการของโรคเบาหวานเป็นต้นแล้ว กรดแกรมม่าลิโนเลนิก ยังมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ คือ แอนไท-อินแฟรมมาทอรี เอฟเฟค ซึ่งจริงๆแล้วร่างกายคนสามารถสังเคราะห์ GLA เองได้ แต่ในหลายๆสภาวะทำให้สร้างได้น้อยลงหรือสร้างไม่ได้ เช่น สภาวะความเครียดและแก่ชรา ความเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังต่างๆ




                 แล้วยังมีการนำน้ำมัน GLAมาใช้ในเครื่องสำอางด้วยนะคะ ก็คือใช้รักษาโรคผิวหนังและก็ในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังคะ นอกจากนี้ยังพบว่าเอามาใช้ เป็นสรรพคุณด้านแอนติริงเกอร์  หรือลดริ้วรอยเหี่ยวย่นนะคะ นอกจากอุตสาหกรรมแพทย์ เครื่องสำอาง ก็ยังมีอุตสาหกรรมอาหารสัตว์  อันนี้เป็นรายงานจากต่างประเทศว่าเอามาใช้ในไก่ ก็จะทำให้ไก่มีไข่ดกขึ้นและได้ไข่ฟองใหญ่ขึ้น และ ในวัวนมก็จะพบว่าจะให้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น ดังนั้นกลุ่มวิจัยเราก็สนใจที่จะศึกษาการผลิตกรดแกรมม่าลิโนเลนิก จากจุลินทรีย์





                     กรด ชนิดนี้มีอยู่ในธรรมชาติส่วนใหญ่จะมาจากน้ำมันจากเมล็ดพืช ได้แก่พืชอิฟนิ่งพิมโรส และพืชบอราจ ซึ่งเป็นพืชเมืองหนาวปลูกบ้านเราไม่ได้นะคะ  GLA ไม่พบได้ในอาหารทั่วๆไป และแหล่งที่พบได้ของ GLA ก็คือในน้ำนมแม่  ดังนั้นเด็กที่บริโภคน้ำนมแม่จะมีภูมิต้านทานนอกจากจะได้รับจากสารเพิ่มภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆแล้ว และยังได้มาจาก GLA ด้วย นอกจากในน้ำนมแม่แล้ว ก็พบในอวัยวะสัตว์บางชนิด แต่มีปริมาณเล็กน้อย นอกจากนั้นก็ไม่พบแล้วในอาหารทั่วไป”




 




ดร.กอบกุล เหล่าเท้งในขณะทำการวิจัย



                    ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ปฏิบัติงาน ณ หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมีและโรงงานต้นแบบ (BEC) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  วิทยาเขตบางขุนเทียน ได้รับทุนวิจัย จาก บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์  ปีที่ 6 ใน สาขาชีวภาพจากผลงานวิจัยเรื่อง  “การศึกษาการควบคุมการสังเคราะห์กรดไขมันในรามิวคอร์ รูซิไอ” 

                   ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต (วท.บ.) เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาพยาบาลและผดุงครรภ์ และจบการศึกษาขั้นสูงสุดระดับปริญญาเอกในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของกรดแกรมม่าลิโนเลนิก  หรือ GLA ให้เราได้ทราบว่า

                   “ในเรื่องของ GLA นี้ผลิตจากน้ำมันพืชบางชนิด ก็คือมาจากน้ำมันอิฟนิ่งพิมโรส และบอราจ เรานำเข้ามา 100 % ในรูปของอาหารเสริม เพราะเราผลิตเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นพืชเมืองหนาวเราปลูกพืชชนิดนี้ไม่ได้หรือถ้าได้ก็อาจมีผลผลิตไม่ดี ดังนั้นการศึกษาของกลุ่มวิจัยเราเนี่ยก็สนใจที่จะผลิต GLA จาก จุลินทรีย์นะคะและเราก็พบว่ารามิวคอร์ รูซิไอ   มีความสามารถที่จะผลิต GLA ได้ แต่การผลิตจากจุลินทรีย์ก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีการหมัก ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ประกอบกับเพื่อที่จะต้องการใช้เป็นแหล่งทางเลือกในการผลิตหรือแข่งขันกับน้ำมันจากพืชพวกอิฟนิ่งพิมโรสได้ เราก็จะต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้มากที่สุดและก็ลดต้นทุนในการผลิตนะคะ

                   แต่ถ้าถามว่าความแตกต่างระหว่างน้ำมันพืชที่มี GLA กับจากจุลินทรีย์แตกต่างกันอย่างไร น้ำมันจากพืชสัดส่วนของ GLA ต่อกรดไขมันทั้งหมดจะไม่สูง คือประมาณ 8 -10 % ต่อกรดไขมันทั้งหมด แต่ รามิวคอร์ มีสัดส่วนของ GLA สูงกว่าคือ สามารถเลี้ยงได้ให้อยู่ระหว่าง 15 -40 % ต่อกรดไขมันทั้งหมดคะ ข้อได้เปรียบของจุลินทรีย์อีกอันหนึ่งคือว่าในจุลินทรีย์ เราสามารถควบคุมให้ได้ปริมาณกรดไขมันคงที่ได้เพราะเราเลี้ยงในถังหมัก แต่ในพืช นั้นขึ้นกับฤดูกาลและพื้นที่ในการเพาะปลูก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อด้อยของพืชก็คือว่าปริมาณน้ำมันและสัดส่วนของ GLA จะไม่คงที่ เพราะฉะนั้นคุณภาพของน้ำมันที่ผลิตได้แต่ละล๊อตจะไม่คงที่

                   ดังนั้นเวลาการเลือกซื้อน้ำมันที่มี GLA จากพืช เราจะเห็นว่ามีหลายยี่ห้อตั้งแต่ราคาถูกยันราคาแพงเลย อันนั้นที่จริงแล้วมันขึ้นกับแหล่งที่เอามาซึ่งแน่นอนว่าปริมาณ GLA จะไม่เท่ากันนะคะ เพราะมันขึ้นกับฤดูกาลและพื้นที่ในการปลูกด้วย” 



(การวิเคราะห์กรดไขมันด้วยวิธีแก๊ซโครมาโตกราฟฟี่)




                    การที่จะผลิต GLA จากจุลินทรีย์เป็นการผลิตที่ต้องอาศัยการควบคุมและดูแลจากนักวิจัยเป็นอย่างดี ในงานวิจัยชิ้นนี้ก็เช่นกัน ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าและทดลองเพื่อที่จะเข้าใจการควบคุมการสังเคราะห์กรดไขมันและลิปิด เพื่อจะนำไปสู่การผลิต GLA ที่มีคุณภาพและสิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง ซึ่ง



              “พอเรามาลองเลี้ยง ปัญหาก็คือว่าพอเราเลี้ยงให้ได้ปริมาณน้ำมันเยอะหรือ ลิปิดเยอะเนี่ย สัดส่วน GLA จะต่ำ แต่ถ้าเราต้องการให้ได้ GLA เยอะ สมมติ 40 % ของกรดไขมันทั้งหมด ปริมาณลิปิดจะต่ำ และการเจริญเติบโตของเซลล์จะต่ำ ซึ่งทำให้ได้ชีวมวลน้อย ก็เลยเป็นที่มาว่า  เราน่าจะศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสังเคราะห์ GLA ในราชนิดนี้ให้ได้ก่อน ถ้าเราเข้าใจเราจะได้องค์ความรู้ตรงนั้นและจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงราเพื่อผลิต GLA  เพราะฉะนั้นงานวิจัยของกลุ่ม ได้ทำการศึกษาตั้งแต่ในเชิงลึกเลย ตั้งแต่ในระดับโมเลกุล ในด้านการควบคุมการทำงานของยีน การแสดงออกของยีน  การทำงานเอนไซค์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง GLA จนกระทั่งไปถึงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงราในถังหมัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมหัวเชื้อ การเลี้ยงในระดับห้องปฏิบัติการจนถึงในระดับโรงงานต้นแบบ นะคะ ซึ่งในโครงการที่ทำให้เราได้รับทุนสนับสนุนจากลอรีอัล เป็นการวิจัยในเชิงพื้นฐานในการเพิ่มองค์ความรู้  เพื่อที่จะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในการผลิต GLA

               จากการทำงานในโครงการนี้ประมาณปีกว่า จริงๆแล้วโครงการนี้ เป็นโครงการต่อเนื่อง ในการศึกษาช่วงต้นๆอย่างที่บอก 2 โครงการแรก 3-4 ปีแรกเป็นการศึกษาในเชิงลึกในเชิงอณูชีววิทยา เรื่องการโคลนยีนที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ GLA และการศึกษาคุณลักษณะของเอ็นไซม์เดลตา 6 ดีแซททูเรส ที่เกี่ยวข้องกับการเติมพันธะคู่ให้กรดไขมัน เพื่อที่จะเข้าใจการทำงานของเอนไซค์คะและนี่เป็นโครงการที่ 3 ของเราซึ่งทำได้สักประมาณปีครึ่งล่ะ และปรากฏว่าเราสามารถเพิ่มผลผลิตของ GLA ได้เท่าตัว จาก 2 % ต่อน้ำหนักเซลล์แห้ง (Cell dry weight) เป็นถึง 5 % ของน้ำหนักเซลล์แห้ง โดยเราเอาผลที่ได้จากการศึกษามาออกแบบการทดลองการเลี้ยงราในถ้งหมักนะคะ ก็เลยคิดว่าตรงนี้น่าจะนำไปสู่การพัฒนา แต่เราก็ยังศึกษาเเพื่อจะเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้นนะคะ สิ่งหนึ่งที่เราศึกษาก็คือในเรื่องความสัมพันธ์ของการพัฒนารูปร่างของรากับการสังเคราะห์กรดไขมัน พอเราเลี้ยงราในถังหมักเราต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ด้วย ทั้งในด้านการถ่ายเทสารอาหารและอากาศ ซึ่งรามิวคอร์ มีข้อดีก็คือสามารถเจริญในรูปเซลล์เดี่ยวคล้ายยีสต์และก็เส้นใย เราก็เลยต้องการศึกษาให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตและก็รูปร่างของเขากับการสร้าง  GLA  ”





(รูปแบบโครมาโตแกรมของกรดไขมันของรามิวคอร์ รูซิไอ
ที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคแก๊ซโครมาโตกราฟฟี่)




                  ในขั้นตอนของการทดลองงานวิจัย ดร.กอบกุล เหล่าเท้งได้พยายามพิถีพิถันเกี่ยวกับทดลองในทุกขั้นตอนเพื่อต้องการให้ผลการผลิต GLA จากจุลินทรีย์มีผลที่น่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเลี้ยงในถังหมัก  การเตรียมหัวเชื้อจุลินทรีย์ หรือการตรวจสารปนเปื้อนจำพวกสารแอฟฟ่าท็อกซิน เพื่อที่จะให้สามารถนำไปใช้ในระบบอุตสาหกรรมได้จริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการลดการนำเข้า GLA ได้ต่อไป 
 
                   “จากการได้ทดลองเลี้ยงราในถังหมักขนาดใหญ่เราพบว่าการเลี้ยงแบบเส้นใยทั่วๆไปนั้นไม่เอื้ออำนวยในเรื่องของการถ่ายเทสารอาหารและอากาศ ให้กับเขา ซึ่งปัจจัยพวกนี้ไม่ว่าเป็นปัจจัยในเรื่องสารอาหาร การให้อากาศต่างๆมีผลต่อเติบโตของราและการสร้าง GLA  ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราจะสามารถออกแบบทดลองได้สำหรับการหมักในระดับขนาดใหญ่ คือตอนนี้ที่เราทำการทดลองจะไม่ได้มองแค่ว่าทำการทดลองในถังหมักขนาดเล็ก  เนื่องจากเราทำงานมาระยะหนึ่งแล้วเราก็จะรู้ปัญหาในการเลี้ยงในถังหมักเป็นอย่างไร และที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตรงนี้นะคะเขาเรียกว่าสวนอุตสาหกรรม ก็มีโรงงานต้นแบบของถังหมักอยู่แล้ว


                    เพราะฉะนั้นคือเราจะได้คุยแลกเปลี่ยนความรู้กับ นักวิศวกรที่เรารู้อยู่แล้วว่าปัญหามีอะไร ประกอบกับที่เราได้ลงมือทำไปบ้างแล้ว เราก็จะรู้ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เพราะเราก็จะศึกษาเพื่อที่จะรองรับการผลิตขนาดใหญ่ แม้กระทั่งการเตรียมหัวเชื้อเราก็จะไม่ได้มองแค่การเตรียมหัวเชื้อเลี้ยงในระดับห้องแลป เราจะมองไปถึงเลี้ยงในการหมักระดับขนาดใหญ่ว่า ถ้าอีกหน่อยเราทำได้ในระดับโรงงานต้นแบบ  ในระดับหนึ่งเราก็อยากจะถ่ายทอดเทคโนโลยีซึ่งแน่นอนถ้าเข้าสู่ระดับอุตสาหกรรม ปัญหาก็จะเกิดขึ้นได้คล้ายกัน เพราะฉะนั้นเราจะศึกษาไปพร้อมๆกันทีเดียวนะคะ ทั้งในระดับห้องแลปและโรงงานต้นแบบ


                    นอกจากราตัวนี้ มีความสามารถในพัฒนาการเจริญเติบโตในเรื่องการพัฒนารูปร่าง เขายังมีความสามารถในการเจริญเติบโตได้หลากหลายเพราะอาหารหลายชนิดทั้งอาหารแข็งและอาหารเหลว อันนี้เราก็มามองว่าอุตสาหกรรมบ้านเราพอจะมีอะไรใช้ได้บ้างทั้งทางด้านการแพทย์ เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อาหารเสริม แน่นอน การนำไปใช้อุตสาหกรรมอาหารเสริม  ทางการแพทย์ ยังต้องผ่านกระบวนการสกัดและทำน้ำมันให้บริสุทธ์ที่เรียกว่า ดาวน์สตรีมโปรเสทซ์ คือกระบวนการที่จะต้องสกัดน้ำมันออกมาจากเซลล์และก็ต้องทดสอบในเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นมาตรฐานปกติซึ่งตรงนั้นก็จะทำให้ค่าต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นใช่ไหมค่ะ


                     ตอนนี้เราก็เลยคิดว่าในช่วงแรกเราอยากลองอะไรที่มันเบื้องต้นก่อนเราก็เล็งไปที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ก่อนได้ไหม  แต่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ก็มีโจทย์ให้เราก็คือว่าต้องไม่แพง เพราะถ้าแพงก็คือต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์ซึ่งโปรดักส์ที่ได้ออกมาก็จะแพงตามด้วย เราก็มาดูว่าในเมื่อเขาสามารถเจริญเติบโตได้บนอาหารหลายอย่างดังนั้นอาหารที่นำมาใช้ในการผลิตก็ต้องมีราคาถูกด้วย ก็เลยนำวัสดุทางการเกษตรที่เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น กากถั่วเหลือง หรือ กากมัน หรือรำข้าว เป็นต้น มาใช้ในการหมัก ของเหลือทิ้งพวกเนี่ย โดยปกติก็ไม่ใช่ของ ที่นำไปทิ้งซะทีเดียวแต่เป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจริงๆแล้วของพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ในบ้านเราอยู่แล้ว เพราะมันเป็นแหล่งของโปรตีน แหล่งของคาร์โบไฮเดรท สัตว์บริโภคอยู่แล้ว เราก็มาเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของกากเหล่านี้ให้มี GLA  และสัตว์ก็จะได้บริโภคอาหารที่เสริมด้วย GLA 
                    ในเบื้องต้นเราลองหมักแล้วและก็นำไปตรวจสอบและเราก็พบว่า ไปตรวจว่ามีสารแอฟฟ่าทอกซินไหม  อันนี้เราค่อนข้างจะห่วง ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วก็ไม่มี   และในรายงานจากต่างประเทศก็บอกว่าเขาก็ไม่พบสารแอฟฟ่าทอกซินในราชนิดนี้
 จริงๆคือเราไม่ไช่ทำคนเดียวต่างประเทศก็ทำ ตอนนี้เรามองไปเรื่องอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ แต่ถ้าเราสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากกว่านี้แล้วเราต้องคำนวณต้นทุนเราจะมีนักวิศวกรที่ช่วยเราคำนวณต้นทุนด้วยถ้าต้นทุนเราสามารถแข่งขันได้เราก็อาจจะมองไปตลาดอื่น เช่น ตลาดอาหารเสริม ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง เป็นต้น


                    โครงการวิจัยของเรา ขณะเดียวกันเราก็ศึกษาความรู้พื้นฐานควบคู่ไปด้วย  อาจจะเรียกว่าใช้เป็นโมเดลในการศึกษาการสังเคราะห์กรดไขมันไม่อิ่มตัวจำเป็น อันที่จริงกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำเป็นนอกจาก GLA ก็มีหลายตัวที่เราเห็นผสมในนมผง เช่น กรดอะแลคซิโดนิก หรือที่เรียกว่า  ARA หรือจะเรียก AA ก็ได้คะที่ผสมในนมเด็ก เพื่อพัฒนาสายตาและสมองนะค่ะ อันนั้นก็ผลิตได้จากจุลินทรีย์ หรือ DHA ที่ได้มาจากน้ำมันตับปลาทะเล ที่ขายเป็นอาหารเสริมและเสริมในนม  คือ  ได้มาจากน้ำมันตับปลาก็จริงอนาคตปลาก็น้อยลง และก็ยังมีเรื่องกังวลในการปนเปื้อนของโลหะหนักในปลา ซึ่งจุลินทรีย์ก็สามารถผลิตได้เช่นกัน ดังนั้นเราก็คิดว่าถ้าเราสามารถผลิต GLA จากราได้สำเร็จ เราก็น่าจะทำการผลิตกรดไขมันตัวข้างเคียงเหล่านี้ได้”



การหมักราบนอาหารแข็งในถังหมักแบบหมุนขนาดใหญ่




                    โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำมันGLA จะได้จากการสกัดจากเมล็ดพืชบางชนิด ซึ่งจะมีค่า GLA ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นความพยามอีกอย่างหนึ่งของดร.กอบกุล เหล่าเท้ง ต่องานวิจัยชิ้นนี้คือสามารถเพิ่มปริมาณของ GLA.ในรามิวคอร์ให้มีมากขึ้น



                    “ น้ำมัน GLAในปัจจุบันที่มีขายในท้องตลาด ได้มาจากของพืชอย่างเดียวเลย ส่วนใหญ่พืชที่ได้ได้มาจากส่วนที่เป็นเมล็ดและการสกัดเหมือนพวกน้ำมันพืชทั่วๆ ไปเพียงแต่อาจมีเพียวลิตี้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับเกรดว่าใช้ในระดับไหนใช้ในทางอาหารเสริมหรือใช้ในทางการแพทย์ ถ้าใช้ในทางการแพทย์เขาต้องการความเข้มข้นของ GLAที่สูงกว่าใช่ไหมคะ ก็มีคนที่นำวิธีทางเคมีที่อาศัยปฏิกริยาทางเอ็นไซม์มาใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้น เพื่อที่ว่าแทนที่เราจะต้องบริโภควันหนึ่ง สมมติว่าอาหารเสริมต้องบริโภคสัก 1000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าเป็นการรักษาในทางการแพทย์ต้องทานเยอะกว่าเพราะว่าป่วยแล้วต้องทานเยอะกว่าคนที่ไม่ป่วย อาจจะถึง 3000 มิลลิกรัม คุณต้องทานตั้งหลายเม็ดในวันหนึ่ง ซึ่งเม็ดหนึ่งค่อนข้างใหญ่อยู่เหมือนกันซึ่งเป็นแคปซูลเจลที่เห็นตามท้องตลาด ซึ่งก็คงไม่มีใครอยากจะทานวันละตั้งหลายเม็ด ตอนนี้งานวิจัยในกลุ่มนี้ก็พยายามที่จะเพิ่มปริมาณและสัดส่วนของ GLA ซึ่งถ้าเพิ่มปริมาณนี้ได้เราก็สามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์ได้ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณจำนวนเม็ดลงในการกินต่อวัน ซึ่งนี้ก็เป็นจุดเด่นของรา



การหมักราบนอาหารแข็งในถังหมักแบบหมุนขนาดเล็ก


                    สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเพาะเลี้ยงราในถังหมัก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งได้ทำการทดลองในโรงงานต้นแบบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผลที่ออกมา ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง เปิดเผยว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และมองไปถึงการพัฒนาในการใช้ในอุตสาหกรรมอย่างอื่นด้วย


                    “ตอนนี้เป็นการนำความรู้ที่ได้ต่อยอดจากการหมักในระดับห้องปฏิบัติ ในถังหมักขนาด 1.5 ลิตร นี่คือในอาหารเหลวนะคะ และลองเลี้ยงในระดับ 60 ลิตร  คือโรงงานต้นแบบก็พบว่า พอเราขยายขนาดจาก 1.5 ลิตร เป็น 60 ลิตรไม่ได้ทำให้ขนาดผลผลิตลดลงมากนัก แต่ตอนนี้เรามีความรู้สึกว่าเราอยากเพิ่มผลผลิตตรงนี้อีก เราเลยกลับมาเลี้ยงที่ 1.5 ลิตรอีกเพื่อเพิ่มผมผลิตให้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันในเรื่องของความรู้พื้นฐานเราก็ศึกษาควบคู่กันไปก็อย่างที่บอกว่าเราต้องการให้ได้ทั้งปริมาณลิปิดสูงและสัดส่วน GLA สูง ตอนนี้เราได้ปริมาณลิปิดหรือน้ำมันสูง แต่สัดส่วน GLA ยังไม่มาก  ยังอยู่ที่ประมาณ 17 – 20 % ต่อกรดไขมันทั้งหมด อันที่จริงเราสามารถเลี้ยงให้สัดส่วน GLA สูงกว่านี้ก็ได้ แต่ลิปิดเราจะน้อย เราเลยความรู้สึกว่าเราอยากได้ลิปิดสูงก่อน ส่วนในอนาคตเราอยากได้คือได้ทั้งลิปิดที่มี GLA สูง แต่ขณะเดียวกันถ้ามีคนจะมารับเทคโนโลยีตรงนี้ไปทดลองใช้ในสัตว์เราก็ยินดี ที่จะทำงานวิจัยร่วมด้วย


                    แล้วก็เรายังมีโครงการอีกอันหนึ่งที่เราได้รับทุนสนับสนุนจาก ไบโอเทคคะก็คือทดลองเอาเข้าไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสุนัข เพิ่งได้รับทุนมาสองสามเดือนเอง


                   ตอนนี้ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่งนะคะ แต่เราจะพอใจมากกว่านี้ถ้าได้นำความรู้ไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต GLA เพื่อที่จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นมากกว่าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพราะเราคงไม่มองแค่อาหารสุนัขอย่างเดียว ที่เราเริ่มต้นจากอาหารสุนัข เนื่องจากว่าว่าอย่างที่บอกว่าต้นทุนการผลิตพอคำนวณแล้วมันก็ยังแพงอยู่ แต่อาหารสุนัขเป็นอะไรที่ขายได้ราคากว่าอาหารสัตว์ทางการเกษตร ซึ่งคนที่จะมาซื้ออาหารสุนัขที่ต่างจากอาหารสุนัขทั่วไปแน่นอนว่ามันต้องราคาแพงกว่า ถ้าเขาซื้อเขาต้องหวังว่าสุนัขเขาจะแข็งแรงและก็มี ขนสวยงามและก็รักษาโรคผิวหนัง ป้องกันโรคผิวหนังได้แล้วก็เขายินดีที่จะจ่ายสำหรับคนที่รักสุนัข เราก็เลยเริ่มตลาดตรงนี้ก่อนและถ้าเราสามารถลดต้นทุนได้อีกเราก็อยากจะเอาไปใช้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์อย่างอื่นด้วย”



(การหมักราในอาหารเหลวในถังหมักขนาดใหญ่)


                    การทำงานในส่วนของการปฏิบัติงานวิจัย จำต้องอาศัยความรู้ในหลายศาตร์ ทางด้านสรีรวิทยา ชีววิทยา ชีวเคมี และวิศวกรรม ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันของสามองค์กรคือจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อที่จะดันให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งตอนนี้ก็รอการทดสอบซึ่งจริงๆแล้ว ก็มีผลจากต่างประเทศแล้ว แต่จะเป็นผลจากน้ำมันของพืชบอราจ แต่เราอยากรู้ว่าถ้าเป็นจากรานี่จะให้ผลเช่นเดียวกันไหม”


                    “สำหรับการทำงานวิจัยชิ้นนี้อุปสรรค ก็คือว่าเนื่องจากเราเป็นนักวิจัย ขายไม่เก่ง เราก็ไม่รู้ว่าทำเสร็จแล้วเราจะไปขายใครได้บ้าง หรือจะมีใครที่สนใจงานวิจัยชิ้นนี้ไหม  ลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยีจะทำให้เกิดขึ้นจริงๆได้อย่างไร เนื่องจากเราทำงานวิจัยในโจทย์ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ แต่ต้องยอมรับว่าในบ้านเราเนี่ยบริษัทที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมต่างๆทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพมีไม่มากนัก แล้วจะทำยังไงให้เขาสนใจและให้การสนับสนุนงานวิจัย ประเด็นที่สอง อันที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นอุปสรรคการทำงานจริงๆอย่างที่เล่าให้ฟังว่ามีหลายขั้นตอนในการทำวิจัยมากเลยใช่ไหมค่ะ จนถึงโรงงานต้นแบบเพราะฉะนั้นมันจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมันต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ซึ่งตรงนี้อาจารย์จะต้องเป็นตัวกลางในการไปทำความเข้าใจกับทุกคนว่าให้มาช่วยงานหน่อย มาสนใจงานหน่อย ซึ่งมันก็เกิดขึ้น ซึ่งอาจารย์ทางฝ่ายวิศวกรรมก็เข้ามาสนใจทำงานร่วมกับเรา อย่างที่บอกว่าเราทำวิจัยในระดับโรงงานต้นแบบคนเดียวไม่ได้ต้องอาศัยวิศวกรในการออกแบบระบบ ตอนนี้ก็คือเกิดแล้ว


                    นอกจากการมุ่งมั่นการผลิต GLA จากจุลินทรีย์แล้ว ดร.กอบกุล เหล่าเท้งยังเปิดเผยว่างานวิจัยในพวกสารแอนไทออกซิเดนท์ (antioxidant)และพวกสารให้สี (pigment)ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจเช่นกัน


                     “พวก สารแอนไทออกซิเดนท์ กับเรื่องพวกสารให้สี (pigment)เป็นอีกเรื่องที่ให้ความสนใจ เพราะจริงๆนอกจาก GLA ก็ยังมีกรดไขมันตัวอื่นที่สนใจอยู่ไม่ว่าจะเป็น DHA ARA EPA หรืออะไรต่างๆ กรดไขมันที่มีคุณค่าทุกตัว การผลิตลิปิดในเรื่องของการมองในแง่พลังงานทดแทนอันนั้นก็จะเป็นเรื่องยากสักทีเดียว ทุกวันนี้จึงพยายามจะเข้าใจกลไกในการสังเคราะห์ลิปิดให้มากที่สุด ไม่ใช่เฉพาะในกรดไขมันอย่างเดียว ลิปิดหลายชนิดได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมสีก็ได้ หรือเป็น สารหล่อลื่นเครื่องยนต์ หรือโพลีเมอร์อะไรอย่างเนี่ย ใช้ได้ใน หลายอุตสาหกรรมเลย ถ้าเราเข้าใจในการสังเคราะห์ลิปิด นอกจากกรดไขมันแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ผลิตลิปิดอื่นๆที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมได้มากมาย ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่ต้องพยายามเข้าใจแล้วเราจะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆด้าน”
 



ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง


                     ในฐานะที่เป็นนักวิจัยหญิงเก่งเราอดถามไม่ได้เกี่ยวกับสถาณการณ์งานวิจัยในเมืองไทยต่อการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนทั้งยังได้เน้นย้ำว่างานวิจัยที่เป็นความรู้พื้นฐานหรืองานวิจัยมุ่งเป้าต่างก็มีความสำคัญที่พอๆกัน
                     “ ก็ถือว่าใช้ได้นะคะ แต่ตอนนี้ก็คือว่าเริ่มมีการแบ่งหมวดหมู่ล่ะว่าเป็นงานวิจัยพื้นฐาน การวิจัยที่มุ่งเป้า การวิจัยพื้นฐานก็เป็นองค์ความรู้ แต่เท่าที่เห็นในช่วงนี้คือส่วนใหญ่ การวิจัยจะให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยที่มุ่งเป้า หรือมีประโยชน์ที่ชัดเจนซึ่งอันนั้นก็เห็นด้วยนะคะ แต่ว่ามีความรู้สึกว่าการวิจัยองค์ความรู้พื้นฐานก็มีความสำคัญที่เราจะสร้างความเข้มแข็งของวิทยาศาสตร์ ความเข้มแข็งของบุคลากรนะคะซึ่งจริงๆมันไปด้วยกันได้ แต่เนื่องจากช่วงนี้จะเห็นว่าจะเป็นงานวิจัยมุ่งเป้าซะเยอะ ทั้งๆที่ คิดว่ามีนักวิจัยส่วนหนึ่งที่ทำงานวิจัยพื้นฐานเช่นเดียวกัน ก็อาจจะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะมีปัญหาหรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะเป็นว่าทำงานวิจัยแล้วก็สุดท้ายก็คงจะต้องมุ่งเป้าซักอะไรอย่างหนึ่ง แต่มันอาจจะต้องเป็นทฤษฎีสนับสนุนเบื้องต้น เพื่อจะสร้างองค์ความรู้อันเข้มแข็งซึ่งพอได้องค์ความรู้ตรงนั้นก็จะนำไปสู่การใช้งานจริง อย่างที่บอกว่าของอาจารย์เองก็เริ่มมาจากการสร้างองค์ความรู้เหมือนกัน แต่โอเคว่าอาจจะมีโจทย์ที่ชัดเจนว่าประโยชน์ของกรดไขมัน  GLA ตรงนี้ นอกจากในเรื่องนี้ก็คือผลพลอยได้จากองค์ความรู้พื้นฐาน คือในงานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราได้พัฒนายีน ที่ถอดรหัสให้เป็นเอ็นไซม์ที่มีศักยภาพในการที่จะเพิ่มผลผลิต GLA ให้มากขึ้น คือสามารถนำไปใส่จุลินทรีย์ชนิดอื่นทำให้จุลินทรย์ที่ไม่สร้าง GLA สามารถสร้างได้ ในปริมาณที่ไม่ได้น้อยกว่ารามิวคอร์ หรืออาจจะนำไปใส่ในพืช อันนั้นก็มาจากความรู้พื้นฐานทั้งนั้น”



                     หากงานวิจัยชิ้นนี้สามารถนำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมในวงกว้างเชื่อแน่ว่าจะทำให้ประเทศของเราลดการนำเข้าของ GLA ได้มาก ซึ่งทำให้เราสามารถผลิต GLA ที่มีคุณภาพสูงและต้นทุนต่ำได้ ก่อนจากกัน ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง ยังเน้นย้ำว่าการทำงานวิจัยของเมืองไทยจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือกับในทุกภาคส่วนเพื่อที่จะทำให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

                     “ก็จริงๆแล้ว อย่างที่บอกว่าก็อยากให้คนที่เป็นนักวิจัย เข้าใจงานของตัวเอง เข้าใจลักษณะงานของตัวเอง เพราะงานวิจัยต้องบอกว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยความทุ่มเทพอสมควร และก็สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือจะต้องมีการเรียนรู้ด้วยตัวเอง การเรียนรู้มีได้หลายแบบใช่ไหมคะ การที่จะประสบความสำเร็จของงานวิจัยต้องมาจากปัจจัยหลายอย่าง ว่าต้องมีวินัยและมีความรับผิดชอบ ทุ่มเท อดทนและเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตรงนี้จะเป็นกลไกทำให้การทำงานวิจัยประสบความสำเร็จ

                       ความสำคัญอันดับหนึ่งก็คือการที่บอกว่าเราต้องมีโจทย์การวิจัยก็จริง แต่การที่จะไปถึงโจทย์ตรงนั้นได้   เกิดการเอาไปใช้ได้จริงต้องมีการทำงานเป็นทีม เพราะทำคนเดียวมันจะไปได้ช้าๆ มาก ซึ่งถามว่าไปได้ไหม ไปได้แต่มันไม่สามารถที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้ เพราะ อย่างที่รู้กันดีว่าต่างประเทศเขา โครงสร้างเขาแข็งแรง เงินทุนเขาก็เยอะ เขาสามารถที่จะพาคนเก่งเข้ามาทำงานได้ แล้วเราก็จะทำงานช้ากว่าเขา ถ้าเราทำงานเป็นทีมแล้วเอาองค์ความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอด ก็จะทำงานได้เร็วขึ้น ประสบความสำเร็จและก็สามารถแข่งขันได้ เป็นหัวใจสำคัญ  ห่วงเรื่อง การทำงานเป็นทีมมาก เพราะอยากให้การทำงานป็นทีมวิจัยเข้มเข็ง อย่างแท้จริง ซึ่งตอนนี้ก็มีการทำงานเป็นทีมของหลายๆกลุ่มวิจัย ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญอีกอันหนึ่ง”



วิชาการดอทคอมขอขอบพระคุณ ดร. กอบกุล เหล่าเท้ง  ที่สละเวลาในการให้สัมภาษณ์




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 พ.ค. 2551 (13:25)

อยากทราบว่า GLA คือ กรดแกมมาลิโนเลนิก หรือ แกรมมาอย่างที่กล่าวไว้ อะไรคือชื่อที่ถูกแน่คะโปรดเฉลยด้ยวค่ะ


สายสนม


saisanom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 50 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


วิรุฬหกกลับ
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,752 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 เดือน
แบ่งปันความรู้ 3 ครั้ง
ได้รับดาว 72 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.