เข้าค่าย วิทยาศาสตร์

ค่ายวิทยาศาสตร์

โดยปกติแล้วค่ายวิทยาศาสตร์นั้นจะมีการจัดในแทบทุกภูมิภาค ของไทย ไม่ว่าจะเหนือ กลาง ออก ตก อีสาน โดย ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าหากไม่เป็นโครงการของจังหวัด ก็จะเป็นของมหาวิทยาลัยทีอยู่ในภาคนั้นๆ จัดขึ้น สำหรับใน กรุงเทพมหานครเอง สสวท. ก็มีการจัดค่ายวิทยาศาสตร์อยู่เป็นประจำ ฉะนั้น นักเรียนที่สนใจ ก็ควรจะ สอบถาม ข้อมูลจากทางโรงเรียนอยู่ตลอด ดิฉันมีโอกาสได้เข้าค่ายวิทยาศาสตร์อยู่หลายครั้งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ที่จัดโดย กลุ่มโรงเรียนมัธยม มหาวิทยาลัย หรือ ค่ายวิทยาศาสตร์นานาชาติ ที่มีนักเรียนในประเทศต่างๆเข้าร่วม นับว่าได้ประสบการณ์ที่ดีติดตัวมามากทีเดียวค่ะ

สมัยมัธยม: ค่ายวิทยาศาสตร์นานาชาติ

ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างค่ายวิทยาศาตร์กันนะคะว่า เขาทำอะไรกันบ้าง อย่างไร อีกล่ะค่ะ ดิฉันเรียนอยู่ทาง ภาคเหนือมาห้าปีห้าโรงเรียน มีภาคกลางแซมบ้างเล็กน้อย ก็คงต้องขอยกตัวอย่างค่ายที่จัดขึ้นในเชียงใหม่ นะคะ

โครงการค่ายฝึกวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ภาคฤดูร้อน สำหรับเยาวชนภาคเหนือ

1. หลักการและเหตุผล ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นวิชาความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา สังคม อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เป็นต้น จะเห็นได้จากประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น มีการส่งเสริม กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ดังนั้นชมรมวิชาการ สโมสรนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ใน พระบรมราชูปถัมภ์ สาขาภาคเหนือ จึงจัดให้มีกิจกรรมฝึกเยาวชนในเขตพัฒนาภาคเหนือ ให้รู้จักเสาะแสวงหา ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีวิจัยตามแบบอย่างของนักวิทยาศาสตร์ ทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนไทย ได้รู้จักติดตามแนวความคิดทางวิทยาศาสตร์ และนำไปประยุกต์ปฏิบัติให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน ของตนและสังคมต่อไป

2. วัตถุประสงค์

2.1. กระจายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ออกสู่ชุมชน

2.2.ปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

2.3.เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้การทำงานร่วมกัน มีระเบียบวินัย สามัคคี แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และโต้แย้ง ด้วยเหตุ และผล

2.4. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และแสดงความสามารถที่มีอยู่ต่อสาธารณชน

2.5.เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้ ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาของชุมชน โดยวิธีทางวิทยาศาสตร์

3. ระยะเวลาในการดำเนินงาน

3.1 ระยะเวลาฝึกอบรม 10 วัน ระหว่างปิดภาคฤดูร้อน

3.2 เริ่มการฝึกอบรมและวิจัยตั้งแต่ มีนาคม (หมายเหตุ หากช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับการสอบปลายภาคเรียน และนักเรียนจากโรงเรียนของท่านได้รับการคัดเลือก ทางชมรมใครขอความอนุเคราะห์ เลื่อนสอบให้กับนักเรียน ของท่านด้วย)

4. ผู้เข้าร่วมโครงการฯ

4.1 เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ 5 สายวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนในเขต พัฒนาภาคเหนือ เท่านั้น

4.2 มีความประพฤติเรียบร้อย มีความรู้ ความสนใจและความสามารถทางวิทยาศาสตร์

4.3 รับจำนวน 50 คน โดยผ่านการพิจารณาคัดเลือกของคณะกรรมการดำเนินการ (เป็นนักศึกษาของชมรม วิชาการ) และนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะมีจำนวนไม่เกิน 1 คน ต่อ 1 โรงเรียน

4.4 ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะต้องชำระค่าลงทะเบียนคนละ 150 บาท (โดยนำมาชำระ ในวันแรก ของการเข้าค่าย) และจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป - กลับเอง

5. การสมัครและเกณฑ์การคัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมโครงการ

5.1 การสมัคร

1) สมัครโดยความเห็นชอบของสถานศึกษา (ส่งได้ไม่เกิน 3 คนต่อ 1 โรงเรียน)

2) ผู้สมัครต้องกรอกใบสมัคร ให้สมบูรณ์ และส่งบทความ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ในหัวข้อที่มีการกำหนดในแต่ละปี (คัดด้วยลายมือตนเองเท่านั้น)

5.2 การส่งใบสมัคร ส่งในนามสถานศึกษาถึง หน่วยกิจการนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์ (053) 943320 โทรสาร (053) 222268

5.3 กำหนดการ ประมาณต้นเดือน กุมภาพันธ์ หมดเขตรับสมัคร (โดยถือการประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ) ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ประกาศผลและแจ้งให้สถานศึกษา (จะแจ้งไปยังโรงเรียนนักเรียน ที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น) ประมาณปลายเดือน กุมภาพันธ์ หมดเขตแจ้งยืนยันการเข้าร่วมค่ายฯ ของนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือก

5.4 เกณฑ์การตัดสิน

1. เรียงความให้หัวข้อที่กำหนด

2. คณะกรรมการจะตัดสินเลือกนักเรียนดังนี้

2.1 คัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัดจำนวน 1 คน

2.2 คัดเลือกนักเรียน จากโรงเรียนในเขตนอกอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัดจำนวน 1 คน การคัดเลือกจะใช้ คะแนนข้อ 1 เป็นเกณฑ์ และจำนวนนักเรียนที่เหลือจะเลือกจากนักเรียนทั้งหมดที่เหลือจากข้อ 2 โดยเรียงตามลำดับคะแนน

6. วิธีการฝึกอบรมและการประเมินผล ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับฟังการบรรยายทางวิชาการร่วมกัน และมีการแบ่งกลุ่มๆ ละ 2 คน เพื่อฝึกหัดทำการวิจัยตามหัวข้อการวิจัยและในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีนักศึกษาพี่เลี้ยง 1 คนต่อกลุ่ม และภายใต้การให้คำปรึกษาและควบคุมของอาจารย์ที่ปรึกษาหัวข้อวิจัย ผู้เข้าร่วมฝึกวิจัยทุกกลุ่มจะต้องจัดทำรายงานผลการวิจัย ตามแบบฟอร์มที่ภาควิชากำหนดส่งประธานกรรมการ ดำเนินการจัดค่ายฝึกวิจัย และต้องผ่านการรายงานผลด้วยวาจา โดยการใช้โสตทัศนูปกรณ์ที่จัดให้ ต่อที่ประชุมผู้ร่วมโครงการฯ โดยมีวิทยากร และ / หรือ อาจารย์ที่ปรึกษาหัวข้อวิจัยและผู้สนใจอื่นๆ ร่วมรับฟังด้วย ผู้ที่ผ่านการประเมินผล จะได้รับวุฒิบัตรเพื่อเป็นเกียรติสืบไป

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. ทำให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กระจายออกสู่ทุกจังหวัดในเขตพัฒนาภาคเหนือซึ่งจะเป็นผลดีต่อการ พัฒนา ประเทศ

2. ทำให้ผู้เข้าฝึกวิจัยได้รู้หลักการทำงานวิจัย และเข้าใจในขบวนการทางวิทยาศาสตร์

3. ทำให้ผู้เข้าฝึกวิจัยได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะและรู้จักปรับตัวให้เข้ากับบุคคลอื่นได้

4. ฝึกให้ผู้เข้าวิจัยเป็นผู้มีระเบียบและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่

5. ฝึกให้ผู้เข้าวิจัยมีความอดทน ความเสียสละ และความมีเหตุผล

6. ฝึกให้ผู้เข้าฝึกวิจัยมีความกล้าแสดงออก ทั้งด้านความคิดเห็นและการกระทำ

7. ผู้เข้าฝึกวิจัยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแผ่ต่อผู้อื่น

สำหรับกิจกรรมนั้นเห็นทีว่าดิฉันคงต้องติดเอาไว้ก่อนค่ะ อดใจรอกันก่อนนะคะ

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?