 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/370" type="text/javascript"></script> |
|
ไข้เลือดออก
เพชฌฆาตหน้าฝน
ไข้เลือดออก ความตายใกล้ตัวที่ป้องกันได้ โรคที่ฆ่าคนไทยปีละนับร้อย ทวีความรุนแรงที่วันนี้ไม่ใช่แค่โรคที่เป็นในหมู่เด็กๆเท่านั้น
ผู้เขียน: บัวอื่น ชมแล้ว: 58,942 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 27 June 2006, 2:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 27 June 2006, 2:20 pm
|
หน้าที่ 1 - วิกฤติของโรคร้าย ไข้เลือดออก
 เรียกได้ว่าเมื่อถึงหน้าฝน ยิ่งมีน้ำท่วมขังด้วยแล้ว สารพัดโรคมีมาให้เลือกเป็นกันได้มากมาย ใครอยากเป็นเป็นได้ไม่ต้องแย่งกัน บางโรคนั้นเป็นแล้วยังสบายๆ บางโรคอาจถึงตาย ยังมีบางโรคกลัวตายเดี่ยว เลยแพร่กระจายชวนกันตายหมู่
เมื่อมีโอกาสเป็นกันได้หลากโรคขนาดนี้ เห็นทีวิชาการคงต้องออกมาเตือนเพื่อนๆกันซะหน่อย ไม่ห่วงใย เดี๋ยวหาว่าไม่รักกันจริง อย่างโรค น้ำกัดเท้า ...ขึ้นต้นซะหวาดผวาขนาดนี้ มาเตือนภัยกันด้วยโรคน้ำกัดเท้า กัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า
โรคที่ร้ายแรง เป็นแล้วอาจตายได้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีความรุนแรงชนิดที่กระทรวงสาธารณะสุขยังออกมาประกาศเตือนภัยให้ระวังโดยเฉพาะในหน้าฝนพรำอย่างนี้ก็คือ ไข้เลือดออก อันเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส 2 ชนิดที่สำคัญคือ เชื้อ เดงกี่ (dengue) และชิกุนกุนย่า(chigunkunya) สำหรับในบ้านเราก็จะคุ้นกันกับเจ้าเชื้อตัวแรกมากกว่า เดงกี่นั้นยังแบ่งออกเป็น 4 สายพันธ์ ซึ่งจะติดต่อกันเมื่อ ยุ่งลายไปกัดคนที่มีเชื้อเดงกี่ แล้วแพร่ไปสู่คนปกติ
|
ที่เรียกกันว่า
ไข้เลือดออก ก็เพราะว่า เมื่อเราเป็นโรคนี้แล้วจะมีอาการการรั่วของพลาสมาหรือน้ำเหลืองออกจากเส้นเลือด ซึ่งทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น มีน้ำในช่องปอดและช่องท้อง ส่วนอาการเลือดออก ที่พบกก็จะมีเลือดกำเดาออก เลือดออกใต้ชั้นเยื่อบุตา ตามเหงือก สำหรับอาการเลือดออกที่รุนแรงคือ เลือดออกในกระเพาะและลำไส้ มีการอาเจียนเป็นเลือด
โดยเฉพาะจะมีอาการรุ่นแรงมากเมื่อเกิดจากการติดเชื่อในครั้งที่ 2 สาเหตุก็เพราะ ตามที่ได้บอกไปแล้วว่า เจ้าเชื่อแดงกี่นี้ มี อยู่ 4 สายพันธ์ เมื่อเกิดการติดเชื่อครั้งที่ 2 โดยไวรัสสายพันธ์ที่ไม่เหมือนเดิม ภูมิคุ้มกันจึงไม่เพียงพอในการป้องกันโรค แล้วยังจะกระตุ้นร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของโรคไข้เลือดออกที่รุนแรง มากกว่าการติดเชื้อในครั้งแรก
แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่าที่จริงแล้วการติดเชื้อแดงกี่ ไม่ใช่ว่าจะเรียกว่าไข้เลือดออกเสมอไป เพราะ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกีส่วนใหญ่นั้นจะไม่ได้แสดงอาการใด ๆ รึบางคนอาจพบแค่เพียงอาการไข้และปวดศีรษะเท่านั้น จะเห็นได้ว่าความหนักเบาของผู้ป่วยจะแตกต่างกัน บางรายก็มีอาการอ่อนเพลียเพียงเล็กน้อย บางรายอาการหนัก ซึ่งในบางบางรายเท่านั้น ที่จะถึงขั้นช็อคและเสียชีวิต เพราะฉะนั้นหากไม่มีอาการของโรคไข้เลือดออก ที่ถูกแล้วจึงเรียกว่าเป็นเพียงการติดเชื้อไวรัสเดงกี่เท่านั้น
ถ้าหากตามข่าวของการระบาดของโรคไข้เลือดออกจะพบว่าการระบาดของโรคนี้จะมีการระบาดในรอบ 2- 3 ปี และแต่เดิมนั้น อายุของผู้ป่วยมักจะอยู่ในช่วง 5-15 ปี แต่ในปัจจุบันกลับพบว่ามีผู้ป่วยอายุมากกว่า 15 ปีเพิ่มมากขึ้น แถมอัตราผู้ป่วยที่เสียชีวิตในผู้ป่วยผู้ใหญ่ก็เพิ่มขึ้นมากอีกด้วย จึงนับว่าเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะจะมองว่าเป็นโรคของเด็กๆหรือผู้ที่อ่อนแออย่างแต่ก่อนไม่ได้เสียแล้ว
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 14 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 มิ.ย. 2549 (17:23) ดีครับช่วงนี้กำลังต้องระวังอยู่พอดี ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 มิ.ย. 2549 (17:24) คุณบัวอื่น เขียนมานานหรือยังครับ
เขียนได้น่าอ่านมากครับ ง่ายต่อความเข้าใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 มิ.ย. 2549 (10:42) เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าไข้เลือดออกมันมีหลายสายพันธุ์ ขอบคุณคับป๋ม ห้องพักผมอยู่ใกล้คลองแสนแสบอ่ะ ยุงโคตะระเยอะเลยคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 มิ.ย. 2549 (10:50) อืม เข้าท่าทีเดียว ตอนนี้หลานที่บ้านก็กำลังเป็นไข้เดี๋ยวต้องพาไปให้หมอดูอาการซะแล้ว
ขอบคุณเจ้าของบทความมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ก.ค. 2549 (20:59) เข้ากับเหตุการณ์ดีมาก มีสาระเกิดคุณประโยชน์ ต่อชีวิต ทรัพยสิน ชุมชน ก็ขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการกำจัดแหล่งเพราะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย โดยถือเป็นหน้าที่ของคนทุกคนในชุมชน เป็นการป้องกันไว้ดีกว่ารักษาผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออก รักษาทันเวลาดีกว่าเกิดการสูญเสียทั้งด้านทรัพย์สินและชีวิต ก็ขอขอบคุณเจ้าของบทความและวิชาการ.คอม ที่ให้รู้เท่าทันไข้เลือดออก ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 ก.ค. 2549 (23:30) น่ากลัวเหมือนกานนะครับ ดีนะห้องผมมะมียุง
แต่มีเพื่อนร่วมห้องคนนึง เค้าเป็นไข้เลือดออกอะ เค้าก็หยุด ร.ร ไป 2 อาทิตย์
พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 อะ ผมก็สงสัยไมนานจัง แล้วก็รู้ว่า เค้าดันแพ้ยา
ทำให้อาการหนักมากๆ เลย เป็นไข้เลือดออก + ได้อาการผื่นแดงทั้งตัว
โหย ผมไปเยี่ยมกับอาจารย์ น่ากลัวมากๆ เลยแต่ดีนะ ที่ตอนนี้ เค้าเริ่มอาการดีแล้ว คงจะได้มา ร.ร แล้วแหละ
ณัฐิ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 24 ส.ค. 2549 (12:42) เป็นกับเด็กทารกยิ่งน่าสงสาร พูดก็ไม่ได้ร้องไห้อย่างเดียว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 16 พ.ย. 2549 (11:13) แถวบ้านผมยุงชุมเสียด้วยสิครับ ตอนนี้มีรถมาฉีดยาตอนเช้าๆครับมีใบปลิวกับผลิตภัณที่ใช้กำจัดลูกน้ำยุงลายมาแจก แล้วก็มีตการตรวจโรคด้วยครับ พอจะเบาใจได้บ้าง ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 ม.ค. 2550 (23:19) เราผ่านวิกฤตินี้มาแล้ว น่ากลัวมั่ก ๆ แต่ก้อไม่ม่ายถึงกับเลวร้ายอะไร ไม่อยากหวนกลับไปอีกอ่ะ ขอให้ทุกคนป้องกานว้ายนะจาบอกห้าย
จิ๊ก จิ๊ก (IP:124.157.186.95)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 5 ก.พ. 2550 (15:48) ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกเลย อยากลองเหมือนกันว่า จะขาวขึ้นไหม?
อีดำ/นาใน (IP:203.172.207.221)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 7 มิ.ย. 2550 (16:38) ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ โรคนี้อันตรายจริงๆ มาร่วมกันกำจัดลูกน้ำ ยุงลายกันเถอะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 มิ.ย. 2550 (19:25) อะไรจาน่ากลัวขนาดนั้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 14 ก.ค. 2550 (23:21) เราก็เคยเป็นโรคไข้เลือดออกนะ ไข้ขึ้นสูง เบื่ออาหาร (ไม่แตะเลย) แล้วก็อาเจียนบ่อยมาก
กินยาลดไข้แล้วไม่ลด สัก1 -2 วันก็ไปตรวจเลือดเถอะคะ โชคดีตรงที่มีพ่แม่เป็นเภสัชนะค่ะ เค้าเลยเห็นว่ามันผิดปกติ เพราะว่าไข้ไม่ลดเลย แต่ตอนไปตรวจ เจอคุณหมอเพิ่งจบใหม่ เค้าบอกว่า เพสเลต ปกติ เขียนไว้ว่าเป็นไข้ธรรมดา แต่แม่จะให้admit ให้ได้ สรุปคือได้นอนโรงพยาบาล สุดท้ายก็เป็นจริง ๆ -*- นอน ตั้ง 2 สัปดาห์แน่ะ
ระวังตัวดี ๆ นะค่ะ โรคนี้น่ากลัว ถ้าเป็นไข้แล้วกินยาไม่ลด ก็รีบไปพบแพทย์เถอะคะ เพราะช่วงที่อันตรายที่สุด คือตอนที่ไข้ลดคะ ไม่ใช่ตอนที่ไข้สูง
Sword
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 23 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว