|
พายุ เพราะความกดอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
บัวอื่น (82,485 views) first post: Sun 25 May 2008 last update: Mon 18 October 2010
พายุฝนฟ้าคะนองในฤดูร้อน รวมทั้งพายุหมุนเขตร้อน ที่มีความรุ่นแรงหลายระดับชั้น วาตภัยทั้งหลาย ที่เข้ามากร่ำกรายชีวิตมนุษยชาติ ทางแห่งการเยียวยาหรือหาทางแก้ คุณรู้จักเนื้อแท้มันดีแค่ไหนในการรับมือ...
|
หน้าที่ 1 - อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ
นาร์กีสที่กวาดเรียบทั้งลุ่มแม่น้ำอิรวดี และแผ่นดินไหวในจีน กระตุ้นต่อมความกลัว ให้ตระหนัก ถึงความอหังการ์ของภัยธรรมชาติได้มากทีเดียว
เฮอร์ริเคน ไฟป่า พายุฤดูร้อน ภาวะฝนทิ้งช่วง พายุหิมะ ไหนจะแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดที่ไม่อาจคาดเดาการมาเยี่ยมเยือนได้ดีนัก ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์โลก เหล่านี้เอง ที่รวมเรียกว่า ภัยธรรมชาติ
วันนี้ จะมาว่ากันถึง ภัยธรรมชาติ ในรูปแบบของ วาตภัย (Storm) อันหมายถึงภัยจากพายุ คือ สภาพที่บรรยากาศถูกรบกวนแบบใดๆก็ตาม ความผิดปกติของบรรยากาศ ซึ่งแสดงถึงสภาวะของอากาศที่ไม่ดี มีลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อพื้นผิวโลก เช่น พายุฟ้าคะนอง พายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น พายุหิมะ ฯลฯ

ที่มา http://www.surfersvillage.com/gal/pictures/StormCloud1.jpg
สำหรับความรุนแรงของพายุนั้น ว่าจะสร้างความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ และมีความรุนแรงเพียงใด เราจะสนใจในประเด็นของ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนที่ของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของพายุนั้น
ภัยธรรมชาติที่เป็นามเร็วที่ศูนย์กลาง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนที่ของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของพายุ จะแยกอธิบายออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ
1. พายุฝนฟ้าคะนอง และพายุฤดูร้อน
2. พายุหมุนเขตร้อน
หน้าที่ 2 - ฝนฟ้าคะนอง และพายุฤดูร้อน (Thunderstorms)
พายุฝนฟ้าคะนอง มีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดไปในทางเดียวกัน เกิดอากาศปั่นป่วนมีลมแรง ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และอาจมีลูกเห็บ รวมทั้งสามารถก่อให้เกิด ทอร์นาโด ที่มีลักษณะเป็นลำคล้ายงวงช้างยื่นลงมาจากฐานเมฆ หมุนวนบิดเป็นเกลียวพุ่งลงมาใกล้พื้นดิน โดยการก่อตัวในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและปัจจัยสภาพอากาศที่ส่งเสริม ในบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จะเกิดได้ตลอดปีเพราะมีอากาศร้อน ชื้น อบอ้าว เอื้อต่อการก่อตัวของพายุ ส่วนในบริเวณที่อยู่สูงขึ้นไปจะเกิดในหน้าร้อน สำหรับประเทศไทยนั้นพายุฝนฟ้าคะนอง สามารถเกิดได้บ่อยในหลายช่วงเวลา และหลายสถานที่ แต่ในหน้าร้อนจะมีความรุนแรงมากกว่า อย่างที่เราเรียกว่า พายุฤดูร้อน
สำหรับพายุฤดูร้อนนั้น เป็นพายุฝนฟ้าคะนองทีเกิดขึ้นในฤดูร้อน อันเป็นผลมาจากกระแสอากาศร้อนยกขึ้นเบื้องบนอย่างรุนแรง และรวดเร็ว ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ปกติจะมีระยะการเกิดสั้นๆ ในบริเวณเล็กๆ ระดับความเสียหายอยู่ที่ความเร็วลมประมาณ 50 กม./ชม. แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องรุนแรง ยาวนาน ก็จะเป็นพายุที่สร้างความเสียหายได้มากขึ้น
ถ้าจะให้เห็นภาพ ให้ลองนึกถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในหน้าร้อน ที่อากาศกำลังร้อนอบอ้าว เพราะตำแหน่งเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ แล้วรายงานข่าวพยากรณ์อากาศคุ้นๆ แบบนี้ก็จะตามมา
โปรดทราบ ขณะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้เสร็จธุระกับการเยือนเวียดนาม กำลังจะลงมาเยือนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะที่บริเวณประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงและอากาศร้อนอบอ้าว ลักษณะเช่นนี้จะทำให้เกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ เรือเล็กจะงดออกจากฝั่งหรือไม่ ไม่เกี่ยวกัน...
แล้วอากาศร้อน คือมวลอากาศเบาของเจ้าบ้านมันจะยกตัวสูงขึ้น ส่วนอากาศของผู้มาเยือนจากจีนโพ้นทะเล จะกลับกันเป็นมวลอากาศเย็น ความกดอากาศก็จะสูง นั้นคือหนักกว่าอากาศร้อนนั้นเอง ในจุดที่เกิดการปะทะกัน จึงทำให้อากาศของทีมเยือนจมลงต่ำ แล้วผลักมวลอากาศร้อนของทีมเหย้าที่เบากว่ายกขึ้นเบื้องบนทําให้การหมุนเวียนของอากาศมีความแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และฉับพลัน

ที่มา http://blog.weatherbug.com/images/Blogs/Backyard/SouthCentral/wxwhy(SevereThunderstorms)(385X289X96).jpg
ไอความชื้นที่พุ่งสูงขึ้นไปก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และเมื่อหยดน้ำรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการก่อตัวของเมฆคิวมูลัส และขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดอิ่มตัว กระแสอากาศบางส่วนก็จะเริ่มเคลื่อนที่ลง เป็นช่วงที่เกิดเมื่อพัฒนาจนเป็น เมฆฝนฟ้าคะนอง หรือ เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดลักษณะอากาศเลวร้ายแบบต่างๆ มี ฟ้าร้อง (Thunder) ฟ้าแลบ (Lightning)ที่เกิดจากประจุไฟฟ้าวิ่งวิ่งจากเมฆก้อนหนึ่งไปยังเมฆอีกก้อนหนึ่ง และฟ้าผ่า จากการที่ประจุไฟฟ้าวิ่งจากก้อนเมฆลงมาที่พื้นดิน (หรือกลับกันก็ได้)
กระแสอากาศจะมีทั้งไหลขึ้นและไหลลง จนอัตราของกระแสอากาศที่เคลื่อนที่ลงมีมากกว่า จนแผ่ขยายออกไปด้านข้าง ก่อให้เกิดลมกรรโชกรุนแรง

ที่มา http://www.bom.gov.au/info/thunder/images/thunder_diag.jpg
จนกระทั่งกระแสอากาศเคลื่อนที่ลงอย่างเดียว และน้ำฟ้า (ทั้งฝน ลูกเห็น หิมะ เหล่านี้รวมเรียกว่าน้ำฟ้า ซึ่งจะเกิดต่างกันก็ด้วยอุณหภูมิที่เป็นปัจจัยในการเกิดนั้นๆ) ตกลงมา และเริ่มหมดไป พร้อมกับกระแสอากาศที่ไหลลงเบาบางลง
การเตรียมรับมือ
พายุนั้นไม่เหมือนแผ่นดินไหว ระยะเตือนภัยจะส่งสัญณาณให้เตรียมรับมือได้นานกว่า อีกทั้งก่อนเกิดวาตภัยนั้น ยังสังเกตได้ว่า อากาศจะร้อนอบอ้าว มีความชื้นสูง จนรู้สึกเหนียวตามร่างกาย ลมสงบ ใบไม้สงบนิ่งไม่ไหวติง แหงนมองท้องฟ้าพบเมฆมากขึ้น มืดครึ้ม การมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเจน
ส่วนขณะเกิดลมพายุนั้น จะใช้เวลาไม่นานนัก (เหมือนผู้หญิง โกรธง่ายหายเร็ว) มีเมฆมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมกระโชกแรง ฝนตก บางครั้งอาจมีลูกเห็บ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง หากเราเห็นฟ้าแลบแล้วทิ้งระยะสักอึดใจ แล้วเสียงฟ้าร้องตามมา แสดงว่าพายุอยู่ห่างไปประมาณ 1 กม. แต่ถ้าเมื่อใด ฟ้าแลบฟ้าร้องมาพร้อมกัน ยิ่งมาใกล้กันเท่าไหร่ พายุจะอยู่ใกล้มากเท่านั้น สภาวะช่วงนี้จะกินเวลาราว 1 ชม.
เมื่อพายุสงบลงแล้ว ก็เหมือนกับฟ้าหลังฝนอันสดใส อากาศจะเย็นลง รู้สึกสดชื่นขึ้น ท้องฟ้าแจ่ม ทัศนวิสัยชัดเจน สำหรับการป้องกันและรับมือกับพายุฤดูร้อนนั้น ดีที่สุดคือการเตรียมรับมือ ประชาชนอย่างเราควรติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่าได้นอนใจ
ยิ่งไปเกิดเป็นคนในพม่าด้วยแล้วยิ่งสำคัญ เพราะหวังการเตือนจากรัฐบาล และความคุ้มครองคงต้องฝันเอา ตอนนี้ฝันร้ายไปก่อน ไม่ใช่แค่ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า (early warningmsystem) ที่ทั้งโลกยอมรับว่าสำคัญต่อการลดความสูญเสียอย่างที่สุด ที่พม่าสุดจะด้อยประสิทธิภาพอย่างสาหัสแล้ว แผนแห่งการรับมือหลังพายุผ่านพ้น ของกลุ่มที่มีหน้าที่ คอยส่งไปสำรวจความเสียหาย และคอยให้ความช่วยเหลือ(Disaster Area Survey Team) ก็น่าถอนหายใจไม่แพ้กัน แล้วยิ่งรัฐบาลออกอาการไม่ต้องการให้มีต่างชาติเข้าไปเพ่นพ่านในพม่าอีกด้วยนั้น ด้วยจะเป็นเรื่องของการเมือง หรือจะเหตุอันใดก็ตามแต่ ประชาชนนับแสนคือผู้รับกรรม
ต่อค่ะต่อ...การติดตั้งสายล่อฟ้าสำหรับอาคารสูงๆ ช่วยป้องกันฟ้าผ่า ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดขณะมีฟ้าคะนอง และอย่าทำตัวเป็นเป้าล้อฟ้าเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้งด้วยการใช้ของโลหะที่จะเป็นสื่อ เราไม่ควรไปอยู่ในที่โดดเดี่ยวหรืออยู่สูงกว่าสภาพแวดล้อม และออกห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้า
อาคารบ้านเรือนที่แข็งแรงคุ้มภัยได้ดี ควรหลบอยู่สักพักจนพายุฝนฟ้าคะนองจะสลายตัว เพราะปกติก็จะกินเวลาไม่นานนัก หรือการอยู่ในรถยนต์ก็เป็นการปลอดภัย แต่อย่าเผลอจอดในที่ที่น้ำท่วมได้ง่ายก็แล้วกัน ควรอยู่ห่างจากบริเวณน้ำ เพราะความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันก็มีไม่น้อย สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตรก็หาทางปกป้องเสียแต่เนิ่นๆเมื่อได้ข่าวพายุจะมา
หน้าที่ 3 - พายุหมุนเขตร้อน(Tropical cyclone)
พายุหมุน (Cyclonic Storm) เป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ เริ่มก่อตัวและมีกำลังแรงขึ้นจากบริเวณศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ ลมพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลาง บริเวณใกล้ศูนย์กลางลมจะหมุนเกือบเป็นวงกลมและมีความเร็วสูงสุด
หากเกิดขึ้นเหนือเส้นศูนย์สูตร ลักษณะการหมุนจะพัดทวนเข็มนาฬิกา และพัดตามเข็มนาฬิกาเมื่อเกิดใต้เส้นศูนย์สูตร ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นเพราะแรงที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก
ประเภทของพายุหมุนตามลักษณะและแหล่งกำเนิด
- พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) เป็นพายุที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณน่านน้ำ ในเขตละติจูดต่ำ
- พายุหมุนนอกเขตร้อน (Extratropical Cyclone) เป็นพายุที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณละติจูดสูง
- พายุหมุนทอร์นาโด (Tornado) เป็นพายุหมุนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อย แต่มีความเร็วที่จุดศูนย์กลางมากกว่าพายุหมุนอื่นๆ เกิดได้ทั้งบนบกและในทะเล ถ้าเกิดในทะเลเรียก นาคเล่นน้ำ (Waterspout) แต่ถ้าเกิดจากกลุ่มเมฆยื่นลงมาจากท้องฟ้าจะเรียกว่า ลมงวง
พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุที่ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงซึ่งอยู่เหนือผิวน้ำทะเล ในบริเวณ ขึ้นเหนือทะเลหรือมหาสมุทรในเขตร้อน ซึ่งอยู่ระหว่าง เส้นศูนย์สูตรระหว่าง 23.5 องศาเหนือ และ 23.5 องศาใต้ ที่อุณหภูมิน้ำทะเลไม่น้อยกว่า 26 องศาเซลเซียส มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 300 - 1,500 กิโลเมตร

ที่มา http://media-2.web.britannica.com/eb-media/44/76744-004.jpg
พายุหมุนในแต่ละช่วง ความเร็วของลมที่หมุนจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นลำดับ
ต่างจากพายุฝนฟ้าคะนอง อย่างพายุฤดูร้อน ด้วยบริเวณการทำลายล้างที่กว้างขวางมาก อีกทั้งมีลักษณะเด่นคือ ส่วนของตาพายุเป็นบริเวณที่มีลมสงบ อากาศโปร่งใส อาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อย เป็นพื้นที่หลายกิโลเมตร
โดยมีชื่อต่างกันตามสถานที่เกิด เช่น เฮอร์ริเคน ไต้ฝุ่นไซโคลน วิลลี่-วิลลี่ บาเกียว แต่คือพายุชนิดเดียวกัน ชื่อกลางก็คือพายุหมุนเขตร้อนนั้นเอง
และชื่อของพายุนั้น ก่อนอื่น จะตั้งชื่อก็ต่อเมื่อพายุนั้นมีความเร็วใกล้จุดศูนย์กลางมากกว่า 62 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และชื่อที่ใช้เรียกก็ตามที่ประเทศต่างๆสมาชิกในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนและแถบทะเลจีนใต้ ได้ร่วมกันเสนอบัญชีรายชื่อไว้ โดยเรียงลำดับตามชื่อแต่ไล่มาตั้งแต่ชื่อแรกจนถึงหมดรายชื่อที่ 28 ก็จะไปเรียกตามชื่อของบัญชีถัดไป จนหมด 5 ชุด ก็จะวนมายังชื่อแรกอีกครั้ง
หน้าที่ 4 - การวัดระดับพายุที่รุนแรง
พายุหมุนเขตร้อน ทางอุตุนิยมวิทยาได้ใช้อัตราเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุเพื่อแบ่งประเภทพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งเกิดเหนือทะเลหรือมหาสมุทรในเขตร้อน ได้ดังนี้
ประเภท |
ชื่อย่อ |
ความเร็วลม |
ความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลาง |
ดีเปรสชั่น(Depression) |
TD |
D |
61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
โซนร้อน(Tropical Storm) |
TS |
S |
70-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
ไต้ฝุ่น (Typhoon) |
TY |
|
ตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป |
และการจัดระดับ เฮอร์ริเคน ตามความรุนแรงของแรงลมที่ก่อให้เกิดพายุ แบ่งเป็น 5 ระดับตามมาตรวัดของแซฟไฟร์-ซิมป์สัน(Saffir-Simpson Hurricane Scale) โดยเฮอร์เบิร์ตแซฟไฟร์ วิศวกรโยธา และบ็อบ ซิมป์สัน ผู้อำนวยการศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ
ใช้ในการประเมินความเสียหายและอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นจากพายุเฮอร์ริเคนเมื่อพัดขึ้นสู่ชายฝั่ง โดยการจัดระดับนี้จะใช้กับเฮอร์ริเคนที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกและทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น
สำหรับประเทศไทยมีการพยากรณ์และคำนวณพายุหมุนเขตร้อนตาม ระดับมาตรวัดพายุหมุนเขตร้อนตามมาตรฐานสากล (International Standard) ตามข้อกำหนดจากต่างประเทศบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากไต้ฝุ่นซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับใช้กัน ดังนั้นข้อมูล ค่าความกดอากาศ ความเร็วลม ฯลฯ จะแตกต่างกัน
Category 1 ความเร็วลม 119-153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 1.2-1.5 เมตร ความกดอากาศ 980 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้างเล็กน้อยไม่ส่งผลต่อสิ่งก่อสร้าง มีน้ำท่วมบ้างตามชายฝั่ง ท่าเรือเสียหายเล็กน้อย
Category 2 ความเร็วลม 154-177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 1.8-2.4 เมตร ความกดอากาศ 965-979 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง น้อย หลังคา ประตู หน้าต่างบ้านเรือนมีเสียหายบ้าง ก่อให้เกิดน้ำท่วมทำลายท่าเรือ จนถึงอาจทำให้สมอเรือที่ไม่ได้ป้องกันไว้หลุดหรือขาดได้
Category 3 ความเร็วลม 178-209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 2.7-3.7 เมตร ความกดอากาศ 945-964 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้าง ปานกลาง
ทำลายโครงสร้างที่อยู่อาศัยขนาดเล็กได้บ้าง โทรศัพท์บ้านถูกตัดขาด แผงป้องกันพายุตามบ้านเรือนได้รับความเสียหาย อาจเกิดน้ำท่วมขังเข้ามาถึงพื้นดินส่วนใน
Category 4 ความเร็วลม 210-249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสูงของคลื่น 4.0-5.5 เมตร ความกดอากาศ 944-920 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้างสูง แผงป้องกันพายุเสียหายหนักยิ่งขึ้น หลังคาบ้านเรือนบางแห่งถูกทำลาย น้ำท่วมเข้ามาถึงพื้นดินส่วนใน
Category 5 ความเร็วมากว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ความสูงของคลื่นไม่น้อยกว่า 5.5 เมตร ความกดอากาศ น้อยกว่า 920 มิลลิบาร์ อานุภาพในการทำลายล้างสูง หลังคาบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมถูกทำลาย ตึกรามบางแห่งอาจถูกพัดถล่มเกิดน้ำท่วมขังปริมาณมากถึงขั้นทำลายข้าวของในชั้นล่างของบ้านเรือนใกล้ชายฝั่ง และอาจต้องมีการประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ทำการอพยพโดยด่วน
สำหรับเฮอร์ริเคนแคทรีนา ซึ่งเคลื่อนตัวจากอ่าวเม็กซิโกขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของรัฐลุยเซียนาถูกจัดอยู่ใน Category 4 โดยเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ส่วนพายุไซโคลนาร์กีส ที่พัดขึ้นฝั่งตะวันตกของพม่า กวาดเรียบทั้งลุ่มแม่น้ำอิรวดีนั้น มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดเป็น Category 4 ตามระดับมาตรวัด เเต่เมื่อขึ้นฝั่ง ลดความเร็วลงเหลือ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลายเป็น Category 3 จากนั้นเมื่อเคลื่อนเข้าสู่ ย่างกุ้ง พายุลดลงเหลือ Category 2 และพอเข้าไทยนั้นเรามีเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรีเป็นพรมแดนกั้นไว้ ช่วยให้เข้าสู่ไทยด้วยรูปแบบหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้ไม่ได้รับความเสียหายหนัก
หากแต่ความสูญเสียกลับต่างกันลิบลับในขณะที่เหตุการณ์แรกสูญเสียไม่ถึงสองพันราย แต่ในพม่ายอดผู้เสียชีวิตกลับทะลุหลักแสนรายไปแล้ว ตัวเลขที่สูงนี้เพราะต้องไม่ลืมนับประชาชนผู้ถูกลืมจากรัฐบาลพม่า ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง หรือคนที่รัฐบาลพม่าพยายามปราบให้ราบคาบเหล่านั้นด้วย
พายุครั้งสำคัญในประเทศไทย
โด่งดังจนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สำหรับ พายุโซนร้อน แฮเรียต ที่แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 มีผู้เสียชีวิต 870 คน สูญหาย 160 คน บาดเจ็บ 422 คน ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย 16,170 คน ทรัพย์สินสูญเสียราว 9.6 ร้อยล้านบาท
ครั้งรุนแรงที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึก พายุไต้ฝุ่น เกย์ ที่พัดเข้าสู่จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 ความเร็วของลมวัดได้ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ประชาชนเสียชีวิต 602 คน บาดเจ็บ 5,495 คน บ้านเรือนเสียหาย 61,258 หลัง ทรัพย์สินสูญเสียราว 11.7 พันล้านบาท
อ้างอิง
Thunderstorms หรือ พายุฝนฟ้าคะนอง โดย หมอต้วง
METEOROLOGY FOR PILOTS ที่มา http://www.sfat.netfirms.com/meteorology_for_pilots.htm
พายุฟ้าคะนอง หรือพายุฤดูร้อน (Thunderstorms) ข้อมูลจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th
พายุฤดูร้อน (Thunderstorms)ที่มา www.thaisnews.com
พายุหมุนเขตร้อน ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
พายุหมุนเขตร้อน โดย รุจิราพรรณ รุ่งรอด, หนังสือ "ลม ฟ้า อากาศ",สำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
ปรากฏการณ์พายุหมุน ที่มา : http://humannet.chandra.ac.th/article/payumun.htm
พายุหมุนเขตร้อน ที่มา http://www.siamvolunteer.com/index.php
พายุหมุนเขตร้อน ที่มา www.panyathai.or.th/wiki/index.php/พายุหมุนเขตร้อน
พายุฤดูร้อน โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ หนังสือ ลมฟ้าอากาศ Know How Know Why
เตือนภัยพายุฤดูร้อน ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ TODAY
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 29 พ.ค. 2551 (18:35) ธรรมชาติไม่ได้อหังการ์ต่อมนุษย์ ธรรมชาติต้องการเปลี่ยนสภาวะในรูปแบบที่สมดุล ตามทฤษฏี เทอร์โมไดนามิกส์ ของพลังงานที่ไม่สามารถ ถ่ายเทเข้าสู่จักรวาลได้ หรือโลกจะกลายเป็นระบบปิด เมื่อพลังงานเข้าระบบมากแต่ไม่สามาถออกได้จะเกิดจากอัดตัวของพลังงานซึ่งคล้าย กับการเพิ่มความร้อนให้กับนำในหม้อต้มนำที่ไม่สามาถนําไอนําและพลังงานออกจากระบบที่เป็นหม้อต้มนํา
ถ้าหากเปรียบเทียบกับโลกแล้วผมว่า พลังงานจะถูกสะสมขึ้นในบริเวณเปลือกโลก บรรยากาศโลก แล้วยังมีความร้อนภายในโลก ซึ่งความร้อนภายในไม่สามารถถ่ายเทออกมาได้ เปลือกโลกจึงเร่งการถ่ายเทความร้อน โดยการเกิดพายุทอร์นาโด พายุง่วงช้างที่ เกาะเสม็ด แผ่นดินไหว นําแข็งขั้วโลกละลาย ซึ่งปัญหาใหญ่ที่มี การคาดการไว้คือการ เบนของขั้วแม่เหล็กโลก
ซึ่งถ้าหากใครดูภาพยนต์เรื่อง the day after tommorow จะพบว่ามีความเป็นไปได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หากขั้วแม่เหล็กโลก เกิดการเบน อีกทั้งยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆอีกเช่น เอลนินโญ
กระแสนําร้อนนํา เย็นเปลี่ยนทิศทาง วิธีที่ดีที่สุดคือ การช่วยกันลดใช้พลังงาน แต่ผมคิดว่าคงไม่ทันแล้วจากการคำนวณเล่นๆของใครบ้างคน ตามทฤษฏี ควอนตัม ให้ข้อสรุปว่า ไม่พ้น ปีหน้า โลกจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะสาเหตุของการเพิ่มการใช้พลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ของมนุษย์เป็นตัวแปล ร่วมทั้งปัจจัยการทำร้ายโอโซน ซึ่งการคำนวณบอกว่าเป็นไปได้ สอนทิศทาง คือ ดี และ ไม่ดี
แม้ว่าพระเจ้าจะไม่โยนลูกเต๋า แต่พระเจ้าก็มีวิธีการในทางลับ
ความเห็น 2 19 มิ.ย. 2551 (15:13) เห็นรูปแล้วน่ากัวอ่ะ
http://www.happy2health.com