<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/37063" type="text/javascript"></script> |
|
ปรากฏการณ์เกาะร้อน (Urban Heat island) กับความสับสนของภาวะโลกร้อน
ความร้อนที่หลายคนบ่นถึง โดยเฉพาะคนในเขตชุมชนเมือง ความร้อนที่เราควรเข้าใจเสียใหม่ว่า เป็นปรากฏการณ์เกาะร้อน ที่สร้างปัญหาใหญ่ใกล้ตัวเรา เพื่อไม่ให้ โลกร้อน ตกเป็นจำเลยทุกข้อกล่าวหา
post ครั้งแรก: Fri 30 May 2008, 6:23 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 30 May 2008, 9:22 pm
|
สภาวะที่อากาศร้อนสูงขึ้นจนรู้สึกได้
การรณรงค์หรือชักจูงให้ร่วมกิจกรรมอะไรสักหลายๆอย่างตอนนี้ โหนกระแสอยู่เพียงประเด็นของ ทำดีเพื่อพ่อ และ โลกร้อน อะไรที่แรงเพราะตามกระแส ความคมความชัด ของต้นฉบับจึงมักบิดเบือนไป
โดยเฉพาะ โลกร้อน หลายคนได้ยิน น้อยคนได้ยินแล้วนำมากลั่นกรอง
อะไรคือสภาวะโลกร้อน สาเหตุ แง่มุมของแนวคิดทฤษฎีที่นำมากล่าวถึง รวมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่อ้างว่าช่วยบรรเทาสภาวะแห่งหายนะของโลกนี้ มาอย่างถูกทาง มีประสิทธิภาพดีหรือไม่ เรากำลังถูกยัดเยียดให้เชื่อไปทุกเรื่องหรือเปล่า ทั้งความจริง ความเท็จ หรือแม้แต่การโกหกสีขาว
อย่างประเด็นง่ายๆ ที่หลายคนมักเข้าใจผิด บ่อยที่เดียวที่มีคนบ่นว่าอากาศทุกวันนี้มันช่างร้อนขึ้นจริงๆ และแน่นอน ภาวะโลกร้อน เป็นแพะรับบาปตามเคย ซึ่งมาคิดให้ดีแล้ว เราต้องไม่ลืมว่าตามรายงานของ IPCC สภาวะโลกร้อนนี้ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 0.6 0.7 องศาเซลเซียส อย่าบอกนะว่าอุณหภูมิไม่ถึง 1 องศาเซลเซียส มนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะรู้สึกได้
แล้วอย่างนั้นที่มันร้อนขึ้นล่ะจะอธิบายอย่างไร ก็แหม อากาศมันร้อนขึ้นจริงๆนี่นะ
อันที่จริงแล้ว ความร้อนที่เรารับรู้ได้นั้น แท้จริงต้องเรียกมันว่าปรากฏการณ์เกาะร้อน (Urban Heat island)

ที่มา www.weatherquestions.com
ซึ่งมันก็คือ การที่อุณหภูมิที่ชั้นอากาศใกล้พื้นดิน ในเขตชุมชนเมืองสูงกว่าพื้นที่โดยรอบที่เป็นเขตกสิกรรมและพื้นที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส

ที่มา http://eetd.lbl.gov/HeatIsland/HighTemps/UrbanProfile.gif
และหากเราดูแผนที่แสดงภูมิอากาศแล้ว จะที่ชี้ให้เห็นว่าบริเวณชุมชนเมืองจะมีความร้อนสูงกว่าบริเวณรอบๆ ซึ่งก็จะทำให้สังเกตเห็นเป็นหย่อมๆ ทำให้ดูเหมือนเป็นเกาะในแผนที่นั้นเอง และนี่จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า เกาะร้อน
แล้วอะไรเล่าที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เกาะร้อนอย่างที่ว่านี้ ?
เมื่อนิเวศวิทยาทางธรรมชาติ ถูกปรับมาเป็นแหล่งกสิกรรม และถูกแทนที่ด้วยชุมชนเมืองที่มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน และใช้ทรัพยากรพลังงานต่างๆ ที่ปล่อยทั้งพลังงานความร้อนและมลพิษออกมา นี่ล่ะคือสาเหตุ

ที่มา http://equitygreen.typepad.com/photos/uncategorized/reit_ii.jpg
วัสดุที่ใช้ในสิ่งก่อสร้างต่างๆ มีคุณสมบัติเป็นตัวดูดซับความร้อนโดยตรงจากดวงอาทิตย์ ไหนจะไอเสียจากรถยนต์ กิจกรรมการใช้พลังงานต่างๆ ของมนุษย์ในครัวเรือน และโรงงาน ที่ปล่อยพลังงานความร้อนและสร้างมลภาวะออกมา เหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มระดับความร้อนและความเลวร้ายของสภาพอากาศได้อีกเช่นกัน
ตัวอาคารสูงๆ นอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับความร้อนแล้ว ยังเป็นตัวขวางกั้นลมที่จะคอยช่วยพัดระบายความร้อนออกจากชุมชนเมืองอีกด้วย
ต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งคอยทำหน้าที่ตามสมดุลธรรมชาติในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คอยเป็นตัวดูดซับรังสีจากดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานศักย์เคมี ก็ลดน้อยลงมาก และเมื่อขาดต้นไม้คอยกำบัง แสงก็จะส่องกระทบกลายเป็นความร้อนอยู่ในวัตถุนั้น แล้วถ่ายเทเข้าสู่อากาศอีกที
แล้วไหนจะความร้อนที่มากับปรากฏการณ์เรือนกระจก เพราะเมื่อเมืองมีมลพิษ มีคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงพอที่จะเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกเฉพาะพื้นที่ ฝุ่นละอองที่แขวนลอยในอากาศก็จะคอยดูดซับความร้อน ก็เป็นการเพิ่มอุณหภูมิความร้อนให้หนักหนาสาหัสเข้าอีก
และเมื่ออากาศร้อน คนก็หาทางออกด้วยการใช้พลังงานเพื่อสร้างความเย็น จึงทำให้ปัญหาถูกแก้ ด้วยวิธีที่มีย่ำแย่ลง

จากภาพ เราจะเห็นว่านอกจากความแตกต่างของอุณหภูมิของเขตชุมชนเมืองและพื้นที่โดยรอบจะต่างกันแล้ว เรายังพบว่าความต่างของอุณหภูมิ ที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนจะมีความต่างสูงกว่าในเวลากลางวัน และในแต่ละฤดูยังมีความต่างของอุณหภูมิไม่เหมือนกัน คือในฤดูหนาวจะมีความต่างของอุณหภูมิสูงกว่าในฤดูร้อนอีกด้วย
การขยายเขตชุมชนเมือง รวมทั้งการที่เขตกสิกรรมที่เข้าไปแทนที่พื้นที่ป่า ถึงแม้การทำการเกษตรจะไม่ทำให้อุณหภูมิในพื้นที่สูงอย่างเขตการใช้พลังงานมากมายอย่างในชุมชนเมือง แต่เขตกสิกรรมก็ยังอุ่นกว่าเขตพื้นที่ ที่เป็นป่าอยู่ดี การเพิ่มขึ้นเหล่านี้ทำให้พื้นที่ของ ปรากฏการณ์เกาะร้อนขยายตัว และเชื่อมต่อกันจนครอบคลุมพื้นที่กว้างขว้างขึ้น

Atlanta in 1972 and 1993. The growing urban heat island corresponds to the replacement
of trees and other vegetation with concrete, asphalt and other surfaces. The centers of the heat islands in 1993 are up to 12 degrees hotter than the surrounding countryside.
ปัญหาที่ตามมา และทางแห่งการบรรเทา
อิทธิพลของปรากฏการณ์เกาะร้อนนี้ จะสามารถแพร่ออกไปยังนอกเมืองได้ โดยจะไปได้ไกลขนาดไหน นั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของกระแสลม และขนาดพื้นที่ของเกาะร้อนนั้นๆว่ากว้างใหญ่เพียงใด บางเมืองใหญ่สามารถแพร่ออกไปได้มากถึง 30 กิโลเมตร อีกทั้งพบว่ายังส่งผลให้พื้นที่ใต้ลมของตัวเมืองในระยะ 25 45 กิโลเมตรมีปริมาณฝนมากกว่าพื้นที่ทางเหนือ
อุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชนเมือง เห็นได้ชัด เช่นตัวอย่างของชุมชนเมืองที่เกิดปัญหาเกาะร้อนชนิดสาหัสอย่างกรุงเทพฯ พบว่าพลังงานงานไฟฟ้าประมาณร้อยละ 50 ถูกนำไปใช้ในการสร้างความเย็น นั้นคือการติดตั้งเครื่องปรับอากาศนั้นเอง
อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี จนก่อให้เกิด หมอกพิษ ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศในเมืองเลวร้ายขึ้นไปอีก ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพและคุณภาพชีวิต รวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานของคนกลางแจ้ง
อากาศร้อนขึ้น มลพิษสูงขึ้น คนก็หันมาใช้เครื่องปรับอากาศทั้งในรถยนต์และตัวอาคาร ก็จะสร้างมลภาวะทางอากาศ และ Greenhouse gas ดังนั้นยิ่งเราใช้พลังงานมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และมลภาวะเป็นพิษสูงขึ้นตาม
ปัญหาเกาะความร้อนที่รุนแรงได้เกิดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ ทั้งกรุงเทพฯ โตเกียว หรือย่างที่ชิคาโก้ในปี คศ. 1995 ได้คร่าชีวิตผู้คนราว 700 ราย และในกรุงปารีสในปี คศ. 2003 ครั้งนั้นมีการสูญเสียถึง 10,000 ราย จึงได้เกิดการรณรงค์ที่ Toronto ขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมดังกล่าว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่มา http://earthobservatory.nasa.gov/Study/GreenRoof/
Images/atlanta_thermal.jpg
จะเห็นได้ว่ามีหลายองค์กร และโปรแกรมต่างๆ ที่สนับสนุน โลกสีเขียว โดยการใช้ต้นไม้เพื่อป้องกันรังสีไวโอเลต รวมทั้งลดความร้อน
ที่มา http://equitygreen.typepad.com/photos/
uncategorized/greenroof.jpg
การปลูกต้นไม้ใหญ่ และไม้พุ่มเตี้ยรอบอาคาสิ่งก่อสร้าง และดาดฟ้าจะช่วยลดการใช้พลังงานในการทำความเย็นลดลง เมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้ยังสามารถช่วยแก้ปัญหา เกาะร้อน ได้ดี แถวที่ทะเลสาปใน Miami ได้มีการปลูกต้นไม้ 88 ต้นกระจายไปตามบ้านเรือนจำนวน 14 หลัง พบว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำความเย็นลงได้ และช่วยลดการเกิดCO2

ที่มา http://static.flickr.com/72/203595453_c849973c16_o.jpg
ทางออกด้วยวิธีการแก้ปัญหาทางภูมิสถาปัตย์ ที่สามารถทำได้อีกนั้นคือ การใช้กระเบื้องมุงหลังคาที่สะท้อนแสง การใช้วัสดุและสีที่มีสีอ่อน ฉากกั้นและร่มเงาของต้นไม้ที่ติดตั้งอยู่นอกตัวอาคาร จะมีส่วนช่วยลดการรับความร้อนโดยตรงจากดวงอาทิตย์เข้าสู่ตัวอาคารซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานเพื่อสร้างความเย็น รวมถึงการสร้างแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะให้มากขึ้น
การช่วยกันประหยัดการใช้พลังงาน และรอบคอบในการทิ้งพลังงานทุกประเภทที่จะกลายสภาพเป็นความร้อน สู่บรรยากาศนับเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักอย่างเร่งด่วน
ทางออกต่างๆ ที่เราสามารถให้ความร่วมมือแก้ไขได้ เป็นสิ่งที่เราควรเร่งรีบ เพราะปัญหาเกาะร้อนนับว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถรับรู้ได้ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตอย่างชัดเจน รู้ถึงสาเหตุและทางแก้ ต่างจากปรากฏการณ์โลกร้อน ที่ยังมีความคลุมเครือในแนวคิดของต้นเหตุจากธรรมชาติและมนุษย์ที่ต่างกัน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ยังมีแนวคิดที่แปลกแยก
แต่สิ่งหนึ่งที่ควรจะเข้าใจตรงกัน คือ ปรกกฎการณ์ต่างๆ หากในส่วนที่ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดเองนั้น เราอาจมีข้อจำกัดในการฝืนชะตาฟ้าอยู่มาก แต่ในสิ่งที่เป็นผลจากน้ำมือของมนุษย์เองแล้ว เรากำหนดให้มันดีได้ทำไมเราต้องเลือกหนทางแห่งการทำลายล้างที่สุดท้ายมันจะย้อนมาให้ภัยแก่เราเองด้วยเล่า
คนทีเกิดความตระหนัก และอยากช่วยให้โลกดีขึ้น แต่ไม่ลงมือ ขออย่าเป็นคนดีไม่มีประโยชน์นะคะ
เป็นเรื่องที่น่าวิตกมากเลยครับ ยิ่งอณาเขตเมืองขยายไปกว้างเท่าไหร่ เขตความร้อนก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
มานต้องทำ ควบคู่กันไป ทั้งเรื่องพัฒนาการเมืองและรักษาสิ่งแวดล้อม
สู้ๆๆทุกคน
FIGHTING ! คงต้องสู้ๆช่วยกันมั้งค๊า ^^
YOhunS นักวิชาการ รึสถาปนิกเก่งๆบ้านเรามีแน่ถ้าจะแก้ไข แต่คนคุมนโยบายนี่สิ เอ้า ตอนนี้เลือกผู้ว่าด้วย ลองดูสิว่า ใครมีนโยบายโดนใจเอ๋ย
jameskrab อย่าใช้คำว่าวิตกเลยค่ะ มาขนาดนี้เเล้ว เรียกว่า สยองดีกว่า 555
bukpao29 ค่ะ แต่ตอนนี้คือ เศรษฐกิจก็ใช่ว่าจะพัฒนาอย่างมั่นคง สิ่งเเวดล้อมก็แย่ควบคู่กันไป โอ้ว์
kirara YINGZII คนละไม้คนละมือจ๊ะ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |