 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/371" type="text/javascript"></script> |
|
แนะแนวทางเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นอย่างไร มีวิธีการเตรียมตัว และเลือกใช้บริการอย่างไร วิชาการ.คอมได้พูดคุยกับคุณณัฐนิชา สถิตย์จินดาวงศ์ General Manager ของบริษัท Eduworld Overseas Study Center ถึงเรื่องนี้กัน
post ครั้งแรก: Thu 20 December 2007, 4:19 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 26 December 2007, 9:43 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
หน้าที่ 1 - ความเป็นมาของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนและวิธีการเตรียมตัว
หลายคนที่เคยได้ยินเรื่องราวของการเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยน มาแล้ว อาจยังสงสัยว่าการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นอย่างไร ทั้งนี้หัวใจสำคัญของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนก็คือมุ่งให้เยาวชน ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและได้เรียนรู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนชาติอื่น จะนำไปสู่ความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษยชาติ
ถ้าจะพูดถึงหน่วยงานที่เก่าแก่และมีเครือข่ายนักเรียนแลกเปลี่ยนทั่วโลกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ก็คือมูลนิธิ AFS ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศในรูปแบบเครือข่ายงานอาสาสมัคร ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของเอเอฟเอสนั้น คือ แลกเปลี่ยนและเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันอีกทั้งยังแน่วแน่ในการสร้างสรรค์ ความยุติธรรม ให้เกิดขึ้นเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมโลกอย่างสันติสุข
ในเมืองไทยหน่วยงานมากมายที่ทำหน้าที่จัดส่งเยาวชนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในประเทศต่าง ๆ เพียงใช้ Google ค้นหาดูก็มีเว็บต่าง ๆ เกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนในไทยให้อ่านแทบไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งเยาวชนเองก็คงต้องใช้วิจารณญานสักนิดในการเลือกใช้บริการและอาจยังมีคำถามคาใจอยู่มากมาย วันนี้วิชาการดอทคอม ได้พูดคุยกับ
คุณณัฐนิชา สถิตย์จินดาวงศ์ General Manager ของบริษัท Eduworld Overseas Study Center ถึงแนวทางการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างไรถึงจะไม่ให้ถูกหลอก
โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนเกิดขึ้นในสังคมโลกตั้งแต่เมื่อไหร่
โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนถือกำเนิดขึ้นมาจากแนวคิดของรัฐบาลอเมริกาในการแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในหมู่เยาวชนว่า ถึงแม้มนุษย์ในโลกนี้มีความแตกต่างด้านความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ภาษาที่ใช้ อาหารการกิน การแต่งกาย และท่าทาง สีผิวที่ต่างกัน แต่ในความต่างนี้ มนุษย์เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันของมวลมนุษยชาติ อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
แนวคิดนี้ได้นำมาเป็นรูปธรรมโดยเป็นโครงการทำกันอย่างจริงจัง มามากกว่า 50 ปี โดยการนำนักเรียนในประเทศอื่นมาอยู่กับครอบครัวอเมริกันที่อาสาให้ที่พักและอาหารกับนักเรียนโดยต้องการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นด้วย ในระยะแรกๆ มีการประเมินผลและได้ผลเป็นอย่างดี จึงเริ่มมีมูลนิธิต่างๆในอเมริกาทำโครงการนี้ร่วมกับรัฐบาลมากขึ้น และมีการขยายไปยังประเทศอื่นด้วยเช่น ประเทศในทวีปยุโรป และอเมริกาใต้ ออสเตรเลีย
ในปัจจุบันมีความต้องการนักเรียนจากประเทศในทวีปเอเชียมากขึ้น จึงมีการให้โควต้าแก่นักเรียนในประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้นด้วย ในปัจจุบัน จึงมีนักเรียนไทยที่เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน พร้อมกับมีองค์กรที่ประสานงานด้านนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย
ลักษณะของโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนโดยทั่วไปเป็นอย่างไร
โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยทั่วไปจะเป็นการคัดเลือกนักเรียนที่ถือสัญชาติไทยที่มีทัศนคติที่ดี มีใจเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งใหม่ เป็นตัวแทนเด็กไทยที่ดี อายุระหว่าง 14 18 ปี เข้าเรียนร่วมกับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทสต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา (ประมาณ 10 เดือน) โดยพักอยู่ร่วมกับครอบครัวอาสาสมัคร หรือที่เรียกว่าครอบครัวอุปถัมภ์ โดยนักเรียนควรเข้าร่วมกับกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน และกิจกรรมของมูลนิธิเช่น การทำกิจกรรมเพื่อสังคม
เวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะส่งบุตรหลานไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย ทุนสมทบที่ให้กับโครงการซึ่งมีตั้งแต่ 4,900 6,900 เหรียญ ขึ้นอยู่กับความสามรถของนักเรียน โดยเงินจำนวนนี้ ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก 1 ปีการศึกษา Pocket Money นักเรียนเพื่อใช้เป็นค่าอาหารกลางวันและค่าใช้จ่ายจุกจิกอื่นๆในชีวิตประจำวัน โดยเฉลี่ย 100 300 เหรียญ ต่อเดือน ขึ้นกับการใช้จ่ายของนักเรียน ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าธรรมเนียมวีซ่า ราคาตั๋วขึ้นอยู่กับระยะทางและเมืองที่ไปอยู่ โดยสรุป ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประมาณ 250,000 350,000 บาท
การแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างชาติต่าง ๆ มีประโยชน์อย่างไร
นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนคือยุวทูต เป็นตัวแทน ประเทศไทย เป็นทูตทางวัฒนธรรมของชาติ นักเรียนได้นำสิ่งที่ดีในต่างแดนมาพัฒนาตนเอง และประเทศชาติ และได้ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกันของมวลมนุษยชาติให้ผู้คนทั่วโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและสันติสุข
เยาวชนควรเลือกประเทศปลายทางที่ต้องการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างไร
ควรจะมีความสนใจในวัฒนธรรมประเทศนั้นๆ เช่นด้านภาษา หากน้องๆต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ก็ควรเลือกประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ อังกฤษ เป็นต้น
วิธีการเตรียมตัวสำหรับนักเรียนที่สนใจเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
น้อง ๆ ควรเตรียมตัวเรื่องภาษาโดยเฉพาะทักษะการฟังและพูด เพราะเป็นด่านแรกที่จะต้องผ่านในการทดสอบ นอกจากนี้ ควรจะต้องดูหนัง ฟังเพลง ประเทศที่เป็นจุดมุ่งหมายของเราให้มากๆ เพื่อความเข้าใจในวัฒนธรรม และนำไปใช้ในการปรับตัว ให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน ต่างแดนอย่างคุ้มค่า
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของ Eduworld พบว่ามีเรื่องใดบ้างที่พ่อแม่กังวลใจหรือเป็นห่วงเกี่ยวกับการส่งลูกไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
เรื่อง ครอบครัวอาสาสมัคร จะเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงมากที่สุดค่ะ ความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนใหญ่จะกลัวว่าครอบครัวจะมีนิสัยใจคอที่เข้ากับลูกของตนไม่ได้ หรือ ดูแลลูกของตนได้ไม่ดีเท่าที่ควร
พ่อแม่ผู้ปกครองหรือเยาวชน ควรจะใช้กรอบหรือหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชนให้เหมาะสมและน่าไว้วางใจเพื่อไม่ให้ถูกหลอก
พิจารณาประสบการณ์การบริหารโครงการ เช่น เคยดูแลบริหารโครงการนี้มาก่อนหรือไม่ ความมั่นคงและน่าเชื่อถือขององค์กร มีผู้อ้างอิงได้หรือไม่ การให้ข้อมูลอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ เช่น ข้อมูลต่างๆเป็นความจริงหรือไม่ มูลนิธิในเมืองนอกที่องค์กรประสานงานมีตัวตนจริงหรือไม่
บริษัท Eduworld ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนมากี่ปีแล้ว
โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน EduWorld จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 โดยมีนักเรียนจนถึงปัจจุบันกว่าร้อยคน ก่อนเริ่มทำโครงการนี้ EduWorld ดำเนินงานเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาศึกษาต่อมากว่า 20 ปี ( ก่อตั้งปี 1987) ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าความเป็นมาโครงการและประวัติมูลนิธิต่างๆพร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยมชมมูลนิธิที่ประเทศอเมริกา ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ และครอบครัวอาสาสมัครก่อนเริ่มประกาศรับสมัครโครงการ
จากการให้บริการเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนนักเรียนที่ผ่านมาของ Eduworld พบปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างและมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
อุปสรรคของโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกโครงการ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดหา และ Match Host Family ให้แก่นักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและอาศัยเวลาพอสมควร ในการหาครอบครัวที่เหมาะสม ทั้งด้านฐานะ ความเป็นอยู่ บุคลิก อุปนิสัยและความชอบที่เข้ากันได้กับนักเรียน นอกจากนี้ การ Matching ยังยากและซับซ้อนขึ้นไปอีก ในเงื่อนไขที่ว่า ครอบครัวอาสาสมัครและโรงเรียนต้องอยู่ในระยะที่กำหนดไว้ด้วย
นอกจากนี้ การปรับตัวของนักเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ดำเนินโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนควรจะต้องมีวิธีการต่าง ๆ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้น้องๆ ทั้งก่อนการเดินทาง ในส่วนของ EduWorld ได้จัดให้มีการประชุมอย่างน้อย 3 ครั้ง และให้หลักสูตรเตรียมความพร้อมด้านภาษาแก่นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือก สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การติดตามดูแลน้องๆในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกที่ไปถึงซึ่งเป็นช่วงแห่งการปรับตัว
Eduworld มีวิธีดูนักเรียนในปกครองอย่างไร และผลตอบรับจากการดำเนินงานเป็นอย่างไร
การดูแลนักเรียนของEduworld เรามีการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับมูลนิธิที่อเมริกา นักเรียนทุกคนจะอยู่ภายใต้การดูแลของ CR หรือ ที่ปรึกษา ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือนักเรียนในทันทีที่เกิดปัญหา นอกจากนี้ Counsellor ของ Eduworld ยังติดต่อกับนักเรียน ทั้งทาง Email และโทรศัพท์ ตลอด ในกรณีที่นักเรียนเกิดปัญหา ทางเจ้าหน้าที่ของเรา จะป็นผู้ดำเนินการ ประสานงานกับมูลนิธิาต่างประเทศและให้คำปรึกษาแก่นักเรียนโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด
Feedback จากการดำเนินการของ Eduworld ผู้ปกครองและนักเรียนส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจกับการดูแลนักเรียนด้วยความเอาใจใส่ อย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 1 ปีของการเข้าร่วมโครงการ และการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว ตลอดจนการจัดปัจฉิมนิเทศ เพื่อแนะแนวทางการปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมไทย หลังจากจบโครงการ
ยกตัวอย่างกรณีของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประทับใจ
ขอยกตัวอย่างของน้องท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ Eduworld ก่อนไป ผู้ปกครองจะไม่ค่อยมั่นใจในน้องท่านนี้มากนัก เพราะ เป็นเด็กกิจกรรม การเรียนปานกลาง เมื่อน้องๆได้เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถปรับตัวเข้ากับสังคม ครอบครัว และวัฒนธรรมอเมริกันได้เป็นอย่างดี โดยใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมป์ และ เพื่อนๆที่โรงเรียนอย่างราบรื่น และมีความสุข สามารถปรับตัวเข้ากับการเรียน High School ในโรงเรียนอเมริกัน และยังสอบได้ Diploma (เป็นประกาศนียบัตรเทียบเท่ามัธยมปลาย) นอกจากนี้ ยังได้รับ Award เรียนดี และ รางวัลการเข้าร่วมกิจกรรมจากทางโรงเรียนอีกมากด้วยค่ะ
เมื่อกลับมา น้องคนนี้ มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก รู้จักขวนขวายหาทุนและงานเสริมต่างๆทำ เพื่อเป็นภาระกับทางบ้านให้น้อยลง เนื่องจากเห็นว่า เด็กอเมริกันในวัยเดียวกันก็ยังทำ นอกจากนี้ ยังมีความมั่นใจในการเรียนมากขึ้น จึงมาขอสอบชิงทุนต่างประเทศไปประเทศอื่นต่อ และก็ได้รับด้วยเนื่องจาก มี Profile ที่ดี ผ่านเมืองนอกมา
ทาง EduWorld เองก็ได้รับคำชมเชยมาจากทางมูลนิธิในการคัดเลือกเด็ก ทำให้พี่ๆที่ดูแลน้องๆมาตลอดปี ก็รู้สึกปลื้มและหายเหนือยด้วยค่ะ เด็กไทยที่ทำให้ชุมชนประทับใจในความเป็นนักเรียนไทย ทำให้ โอกาสที่ครอบครัวอาสาสมัครชาวอเมริกัน จะคัดเลือกเด็กไทยต่อก็มีสูงค่ะ
อื่น ๆ ที่อยากทิ้งท้าย
เนื่องจากในปัจจุบัน มีการให้โควต้าแก่เด็กเอเชียเพิ่มมากขึ้นในการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรุ่นพี่ไปทำชื่อไว้ดีค่ะ จึงมีบริษัทเอกชนเกิดขึ้นมากในเมืองไทย ซึ่งผู้ปกครองควรพิจารณาในหลายๆปัจจัย ประสบการณ์การดำเนินงานโครงการ ความน่าเชื่อถือ ขององค์กร และที่สำคัญต้องมีผู้ที่อ้างอิงได้ เช่น มีนักเรียนรุ่นพี่ที่ไปมาแล้ว และสามารถสอบถามข้อมูลได้ทั้งจากนักเรียนและผู้ปกครอง และสุดท้ายที่สำคัญมากคือความจริงใจในการให้บริการ เพราะโครงการนี้ เกี่ยวเนื่องกับเด็กในวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องการผู้แนะนำที่ดี ดูแลต่อเนื่องจนจบโครงการค่ะ
การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งในการเปิดประตูสู่โลกกว้าง เพื่อเป็นการเรียนรู้โลก เรียนรู้สังคมใหม่ ๆ และเรียนรู้ตัวเองในที่สุด เพราะการเรียนรู้ทำให้เราเข้าใจสิ่งรอบข้างเราได้ดีขึ้น และการเรียนรู้นี้เองจะค่อย ๆ เผยคำตอบของชีวิตที่เราอาจมองหาอยู่ให้กับเรา สำคัญที่ว่าเราเองต้องเปิดใจ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ธ.ค. 2550 (20:05) สวัสดีค่ะคุณสินีนาฎ
เข้ามาอ่านอยู่บ่อย ๆ นะคะ แต่ไม่ได้โพส ตอนนี้ครูคิมกำลังฝึกทำเว็ปค่ะ ยังไม่ดีมากนัก ต้องพัฒนาไปอีกมาก
http://www.krukimPbmimd.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ธ.ค. 2550 (08:21) ครูคิมขา เข้าเว็บครูคิมที่ลิงค์ไว้ให้ไม่ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะคลิกเข้าไปเยี่ยมใหม่
แล้วเมื่อไหร่จะมาเล่าเรื่องสนุก ๆในห้องเรียน ในโรงเรียน ให้ฟังในvcharkarnอีกล่ะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 ธ.ค. 2550 (11:54) พอดีว่ารร.ของหนู
มีโครงการยุวทูตไปออสเตรเลียหนูก็ไปด้สยแต่ไม่ค่อยเก่ง
อังกฤษ ยังไม่รุเลยว่าจะกินข้าว
เนี่นมันพูดว่าอะไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 ธ.ค. 2550 (15:22) สัวสดีค่ะ นี่อุ๊น่ะค่ะ คือสงสัยว่าถ้าเราสอบชิงทุนได้เนี่ย เช่นไปเรียนตั้งแต่ม4-6เนี่ย ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยเหรอค่ะ ประมาณเท่าไหร่อะค่ะถ้ามีอ่ะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 25 ธ.ค. 2550 (13:35) ในฐานะที่ลูกสาวคนโตเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนของมูลนิธิหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยดิฉันเป็นนักเรียน นับว่าเป็นสิ่งที่วิเศษสุดสำหรับเด็กที่รับได้คัดเลือก จะต้องเลือกให้ดี และจะไม่เจอปัญหา ผู้ปกครองสบายใจได้ โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนนี้ได้สร้างให้เด็กไทยเราหลายคนประสบความสำเร็จ รวมทั้งลูกดิฉันด้วย ต้องขอบคุณมากAFS