วิชาการ.คอม - เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เหรียญทองโอลิมปิก (กว่าที่เด็กไทยคนหนึ่งจะถึงเวทีโอลิมปิกวิชาการ) (ผู้อยู่เบื้อหลังความสำเร็จเจ้าของคะแนะชีวะอันดับหนึ่งของโลก) (พ่อผู้ให้ให้อิสระทางความคิด) วิชาการ.คอม - คลังข้อสอบ บทเรียนออนไลน์ บทความ โครงงาน ข่าววิทย์ ข่าวทุน นิยาย ลงโฆษณา
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/375" type="text/javascript"></script>
เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เหรียญทองโอลิมปิก
ร่วมยินดี กับนักเรียนไทย คว้าเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิก อันดับ 1 ของโลก และพูดคุยกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กไทย วิชาการ.คอม ชวนคุยกับทั้งคุณพ่อและคุณแม่
ผู้เขียน: สินีนาฎ ทาบึงกาฬ ชมแล้ว: 30,291 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 July 2006, 12:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 26 July 2006, 12:28 pm

หน้าที่ 1 - กว่าที่เด็กไทยคนหนึ่งจะถึงเวทีโอลิมปิกวิชาการ
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


สินีนาฎ ทาบึงกาฬ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สสวท.

นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม







เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เหรียญทองโอลิมปิก





กว่าที่เด็กไทยคนหนึ่งจะมุ่งมั่นฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันระดับโลกอย่างเวทีโอลิมปิกวิชาการนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่คนหนึ่งนั้นก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองนั่นเอง วันนี้เรามีคำบอกเล่าจากคุณพ่อคุณแม่ของน้อง ๆ เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการ ถึงวิธีการเลี้ยงดูพวกเขาดังกล่าว







โดยคุณแม่ของนักเรียนเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิก อันดับ 1 ของโลกนั้น ได้ดูแลให้ความอบอุ่นอย่างใกล้ชิด และทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้เห็น พร้อมกับสอนให้จัดระเบียบความคิดด้วยการเจริญพรสวดมนต์และนั่งสมาธิ ส่วนคุณพ่อของนักเรียนเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิก อันดับ 7 ของโลกมุ่งให้อิสระทางความคิด ให้รู้จักดูแลรับผิดชอบด้วยตัวเอง และสนับสนุนให้ลูกทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ตีกรอบให้ลูกเดิน



หน้าที่ 2 - ผู้อยู่เบื้อหลังความสำเร็จเจ้าของคะแนะชีวะอันดับหนึ่งของโลก
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


สินีนาฎ ทาบึงกาฬ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สสวท.

นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม







นางกมลพร จันทรโชติชัชวาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นคุณแม่ของนายชนติ จันทรโชติชัชวาล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กทม. เจ้าของเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิก และทำคะแนนได้อันดับ 1 ของโลก จากการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2549 ณ เมืองริโอคาร์โต ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 9 - 16 กรกฎาคม 2549 ได้เล่าว่าเลี้ยงดูลูกแบบใกล้ชิดมาก ให้เวลากับลูกเสมอ ไม่ว่า ลูกกำลังจะดูการ์ตูนหรือไปไหนมาไหนก็จะไปเป็นเพื่อน ทำตัวเป็นเพื่อนกับลูก และคอยกำลังให้ใจเสมอ











ตนเองสังเกตว่าลูกมีความมานะพากเพียร ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ มีความตั้งใจสูงมาก จะเตือนลูกเสมอว่าเวลาทำอะไรให้มีสติ ให้ลูกตั้งสติเอาไว้ ปกติเขาจะรู้จักการเจริญพรสวดมนต์และนั่งสมาธิอยู่แล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมาก เพราะการศึกษาชีววิทยาต้องอ่านเยอะ การนั่งสมาธิจะเป็นการจัดระเบียบความคิดให้ดีขึ้น การอ่านหนังสือบวกกับการนั่งสมาธิจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกประสบความสำเร็จ


“ตั้งแต่ชนติเป็นเด็กเล็ก ๆ จนโตจะมีคุณยายซึ่งเคยเป็นครูคอยอบรมสั่งสอน และดูแลเวลาทำการบ้าน ความที่เราใกล้ชิดกัน ลูกจะเห็นแบบอย่างในสิ่งที่เราทำ แล้วเขาก็จะขยันตามที่เขาเห็น”



คุณแม่กมลพรบอกว่าการเคี่ยวเข็ญที่ในสิ่งที่ลูกไม่ได้ชอบจริง ๆ จะทำให้ลูกเบื่อ พ่อแม่ต้องรู้ว่า ลูกชอบอะไร แล้วให้เดินไปในสิ่งที่ชอบ เพราะแต่ละคนมีความถนัดต่างกัน พ่อแม่ต้องเข้าใจและให้การสนับสนุน อย่างชนตินั้นมีความสามารถด้านวาดรูปมาก ไม่ใช่เพียงด้านวิชาการอย่างเดียว พ่อแม่ก็จะสนับสนุนเขาทุกด้านที่สนใจ



“หลังจากประกาศผลชีววิทยาโอลิมปิก ชนติส่ง SMS ตรงมาจากอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นเวลาตีห้าของประเทศไทย ตอนแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า เมื่อได้คุยกับผู้ปกครองของกนกวรรณซึ่งได้แสดงความยินดีกับตนเอง จึงแน่ใจว่าลูกได้เหรียญทองจริง ๆ และยังได้อันดับ 1 ของโลกด้วยก็ดีใจมาก ร้องไห้ตรงนั้นเลย”



เมื่อถามว่าจะให้รางวัลอะไรกับลูกชายคนเก่งเป็นพิเศษหรือเปล่า คุณแม่บอกว่า ปกติก็ให้รางวัลสม่ำเสมออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บเงินออม หรือถ้าลูกอยากได้อะไรที่ไม่เกินขอบเขตมากนักก็จะให้เขาได้






หน้าที่ 3 - พ่อผู้ให้ให้อิสระทางความคิด
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่


สินีนาฎ ทาบึงกาฬ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สสวท.

นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม













พ.ต.ท. วิชิต อุปะละ ข้าราชการตำรวจ เป็นคุณพ่อของนายสิขริณญ์ อุปะละ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เจ้าของเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิกอันดับ 7 ของโลก บอกว่า วิธีเลี้ยงดูลูกของตนนั้นจะมุ่งให้อิสระทางความคิด ให้ลูกเรียนแบบไม่เครียด ให้รับผิดชอบด้วยตัวเอง อยู่ด้วยกันแบบเพื่อน ถ้าลูกมีปัญหาด้านการเรียนพ่อแม่ก็จะคอยให้คำแนะนำ



“ตั้งแต่อนุบาลแล้วลูกมีความจำดีมาก บอกเส้นทางไปไหนได้หมด เรียนอนุบาลอยู่แค่ 2 ปี ครูเห็นว่าเก่ง ฉลาดทุกด้าน เลยให้เข้าชั้นประถมเลย พอเรียนชั้นประถมมัธยมก็ได้ที่ 1 ของชั้นมาตลอด และยังเป็นเด็กกิจกรรม ชอบทำกิจกรรมวิชาการ เช่น ไปติวให้น้อง ๆ โรงเรียนต่างจังหวัดช่วงก่อนเอ็นทรานซ์ในค่ายต่าง ๆ เป็นหัวหน้าค่ายบำเพ็ญประโยชน์ด้วย ลูกจะไม่ชอบการเรียนพิเศษ เขาบอกว่าถ้าจะเรียนพิเศษขอให้ตั้งใจเรียนในชั้นเรียนก็จะเข้าใจเอง ตอนลูกไปแข่งลูกจะกังวล ก็บอกว่าทำให้ดีที่สุด ได้หรือไม่ได้รางวัลก็ไม่เป็นไร”



สุดท้ายได้ฝากไปถึงพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเรียนเก่งว่า อย่าไปบีบบังคับให้เรียนมากนัก อย่าไปตีกรอบให้ลูกเดิน อยากให้ยอมรับ สนับสนุนและให้อิสระแก่ลูกได้ทำในสิ่งที่ชอบจะดีกว่า


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ก.ค. 2549 (15:01)
ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ทุกคนจริงทั้งที่ได้รางวัลและไม่ได้ เพราะน้อง ๆ คือผู้ที่มีความสามารถ เรื่องรางวัลเป็นตอบแทน ตามระดับความสำเร็จเท่านั้น (แต่น้อง ๆ ได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่แล้ว คือการเป็นตัวแทนประเทศไทย ในการแข่งขัน)

ขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้อง ๆ ทั้งครู อาจารย์ ผู้สนับสนุนต่าง ๆ ที่นำมาซึ่งเกียรติและชื่อเสียงของน้อง และประเทศชาติ เป็นลำดับ

และขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ทั้งผู้ปกครองของน้อง ๆ ที่ท่านดูแลน้อง ๆ ได้ดีเยี่ยมขนาดนี้ และยังแบ่งปันประสบการณ์ในการเลี้ยงดูน้อง ๆ ด้วย

ที่ผมอยากเห็นตอนนี้ เช่นเดียวกับได้เห็นความสำเร็จของน้อง เหล่านี้คือ เด็กไทยรักการเรียน เด็กไทยรักการอ่าน เด็กไทยรักการเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน และที่สำคัญคือ"เด็กไทยอ่านหนังสือออกและเขียนหนังสือ" ได้

วอนขอให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ มองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะ "เด็กเหล่านี้จะต้องเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต" ครับ (แค่คิดก็หนาวแล้วว่าจะเป็นยังไง)

ขอแสดงความยินดีกับน้องด้วยนะครับ
ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่นะครับ ที่มีบุตรธิดาที่เก่งและดีที่สุดในโลก

ขอบคุณครับ
namtafa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 25 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ก.ค. 2549 (13:28)
อยากได้บ้างจางงงงง เเค่คงจะต้องฝันไปก่อนน เหอะๆๆๆ
พญายม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 266 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ส.ค. 2549 (20:32)
ซักวันผมจะต้องทำให้ได้บ้าง...
สักครั้งในชีวิตครับ
ลมเย็น ^-^ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 20 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ส.ค. 2549 (22:21)
น่าจะเชิญมาออกรายการ อัจฉริยะข้ามคืน..
Nuychan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 ก.ย. 2549 (02:11)
สุดบอดจริงๆๆๆครับ เอาใจช่วยสู้ต่อไปคับ
Aob_Econ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 มี.ค. 2550 (14:04)
Congratulation!
กับพี่ๆทุกคน

เราจะพยายามนะแม้มันจะริบรี่ก็ตาม สู้สู้
Tat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 13 พ.ค. 2550 (11:03)
8839



- แล้วคุณครูไทย จะช่วยกันสอน ช่วยกันมองหา ช่วยกันพัฒนนาการสอนให้เด็กที่ท่านสอนได้เข้าทีมสักคนไหมนะ

- แล้วรัฐบาล กระทรวงทั้งหลายจะดูแลปูมบำเน็จรางวัลให้ ครูผู้สอน หรือรร ที่นักเรียนที่ชนะการแบ่งขันกันบ้างไหม?
ครูท่านอื่นๆได้มีกำลังใจ ที่จะทำให้นักเรียนในความดูแลมาเข้าแข่งขันบ้าง ช่วยกันขุดเพชรในตมกันมากๆ
เมือนขุดทองให้ชาติเลย เหมือนในบางประเทศเขาไม่มีทรัพยากรจากธรรมชาติ แต่มีทรัพยากรมนุษย์ ก็ใช้ได้ดีพอกัน

- ผู้อุปถัมภ์รายการทั้งหลายสนใจแต่จะให้เงินให้ทองแก่นักกีฬาโอลิิมปิกเท่านั้นหรือ เก่งแค่ 5ปี 10ปี ก็หมดสภาพแล้ว
กับให้คนที่จะใช้สิ่งที่มีติดตัว ไปทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง และถ่ายทอดไปยังคนอีกเป็นพันเป็นหมื่น ไปยันอายุ70-80ปี
- มันไม่น่าสนับสนุนเลยหรือไร ที่จะให้เครื่องมือหรือห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส เคมี ชีวะ์ แก่รร สักห้อง
แล้วท่านจะปะตรา-ปะยี่ห้อสินค้าของท่านทุกชิ้นบนเครื่องมือ ที่ให้มาก็มีสิทธิที่จะทำได้
ก็โฆษณาฟรีๆ ไปอีก 10-20 ปี ก็คงไม่มีใครว่ากัน น่าจะดีกว่าเป็นไหนๆ(นักการตลาดว่าไง จะเถียงว่าไม่คุ้มไหม)
แล้วหากมีนักเรียน ที่รร ที่ใช้เครื่องมือดังกล่าวได้กลับมาชนะอีกสักรอบโดยใช้เครื่องมือของท่าน ก็เหมือนถูกหวยเลย




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 10 พ.ค. 2551 (11:46)
รัฐบาลควรให้ความดูแลนักเรียนที่มีความสามรถทางด้านวิชาการให้มากเหมือนดูแลนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันบ้างเพราะเขาคืออนาคตของชาติซึ่งเป็นทรัยากรบุคคลที่อาจทำคุณประโยชน์ให้ประเทศได้มากถ้ารู้จักใช้ความสามารถไปในทางที่ชาติต้องการโดยรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลและให้โอกาสพวกเขาควรเฟ้นหาและพัฒนาพวกเขาอย่างจริงจังและจริงใจ
อรดา ปานวาศ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 49 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 พ.ค. 2551 (11:04)

ระบบการศึกษาของไทยนั้นเจริญแล้วก็เสื่อม แต่เสื่อมแล้วจะเจริญอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับครูอาจารย์และนโยบายการศึกษาของรัฐ เป็นสำคัญ  นอกจากนี้พ่อแม่ควรกลับไปเรียนรู้วิธีการสอนลูกแบบโบราณ ที่ใช้ไม้เรียวก้านมะยมกำราบลูกดื้อๆ (โปรดอ่านประวัติท่านพุทธทาสในวัยเด็ก)


สมัยก่อนครูจะให้โจทย์ณิตศาสตร์เป็นการบ้านทุกวัน วันละอย่างน้อย 5 ข้อ การฝึกฝนแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เป็นการฝึกความอดทน อดกลั้น การคิด การวิเคราะห์ ความพยายามแก้ปัญหา การสู้ปัญหา เมื่อคิดไม่ออก เด็กก็จะได้บทเรียนที่ไม่มีสอนในห้องเรียน ความทุกข์ที่เกิดขึ้นจะสร้างความแข็งแกร่งให้จิตใจ มีภูมิคุ้มกัน มีความหนักแน่น  เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ได้เอง มีความหนักแน่น ไม่อ่อนไหวตามอารมณ์ ไม่น้อยใจง่าย ไม่ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังเรื่องต่างๆ


อย่างไรก็ตาม บรรดาครูอาจารย์ควรจะวางแผนการสั่งงานและการบ้านร่วมกัน เพื่อมิให้นักเรียนต้องมีการบ้านมากเกินไป จนเป็นภาระของผู้ปกครอง หรือ ทำการบ้านจนอดหลับอดนอน 


หมอยาไท เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 มิ.ย. 2551 (10:16)
ดิฉันได้ลองหาข้อมูลที่สถาบันสอนเสริมการเรียนให้ลูก ดิฉันถูกใจที่ที่นึงมากค่ะ และลูกของดิฉันก็ชอบมากค่ะ เพียงแค่ระยะเวลาไม่นาน ดิฉันเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นมากของลูก ปัจุบันนี้ลูกของดิฉันเรียนเก่ง อารมณ์ดี และเพื่อนเยอะ ดิฉันเลยอยากแนะนำที่ๆแห่งนี้ให้หลายๆคนได้รู้จัก ลองเข้าไปดูกันก่อนนะคะ มีประโยชน์มากๆค่ะ
beautier เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 3 มิ.ย. 2551 (10:17)
www.mindlabthailand.com
beautier เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


sineenart
(สินีนาฏ ทาบึงกาฬ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,706 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 172 ครั้ง
ได้รับดาว 164 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.