วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/37502" type="text/javascript"></script>
กรากะตัว (Krakatau) พลุลูกใหญ่ในตำนาน
ภูเขาไฟ กรากะตัว (Krakatau or Krakatao) ตำนานแห่งยักษ์ใหญ่ที่เคยคำรามกึกก้องโลก วันที่ดวงอาทิตย์ถูกความอหังการ์แห่งเถ้าธุลีภูเขาไฟบดบัง สภาวะน่าหวาดกลัวที่คล้ายจะเป็นวันสิ้นโลก แต่ทว่าธรรมชาติก็ได้มอบของขวัญแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศน์วิทยาตอบแทนกลับมา
ผู้เขียน: บัวอื่น ชมแล้ว: 38,591 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 27 June 2008, 3:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 1 July 2008, 11:43 am
อยู่ในส่วน: ธรณีวิทยา

หน้าที่ 1 - ดินแดนวงแหวนไฟ (Ring of Fire)

ดินแดนวงแหวนไฟ (Ring of Fire)


              ภายใต้แผ่นเปลือกโลก (plates)  ความร้อนที่พร้อมระบายออกมาทุกทิศทุกทางจากแก่นโลก ผลักดันให้ธารหินหนืดหลอมละลายซุกตัวอยู่เปลือกโลกชั้นใน แทรกตัวออกมาตามรอยแยกบนแผ่นดิน ในรูปของ แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด 


 ในจำนวนภูเขาไฟที่ยังมีชีวิตรอการปะทุในโลกนี้ ราว 129 ลูก อยู่ใน ดินแดนที่ต้องมนต์ของภูเขาไฟอย่าง อินโดนีเซีย


               อินโดนีเซียตั้งอยู่บนเกาะน้อยใหญ่ราว 17,500 เกาะ เรียงตัวเป็นวงรอบอยู่ตามริมขอบ มหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific basin)  ซึ่งเป็นแนวตะวันตกของ วงแหวนไฟ (Ring of Fire)  มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า ความยาวราว 40,000 กิโลเมตร 


 


 
รูปจาก http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/09/Pacific_Ring_of_Fire.png


                     จากรูปจะเห็นว่า วงแหวนไฟ เริ่มต้นที่ ชิลีแล้วค่อยขึ้นไปทางเหนือ ทอดยาวจากตามแนวชายฝั่˜งของทวีปอเมริกาใต้ ผ่านอเมริกากลาง เม็กซิโก พื้นที่ภาคตะวันตกตามแนวชายฝั่˜งสหรัฐฯ ผ่านขึ้นไปถึงภาคใต้รัฐอลาสกา ข้ามหมู่เกาะเอลูเชียน (Aleutian) ลงมาสู่ประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปินส์ อินโดนีเชีย วกกลับไปปาปัวนิวกินี และข้ามลงมายังประเทศนิวซีแลนด์


ภูเขาไฟที่ยังปะทุ อีกทั้งแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลก เกือบทั้งหมดอยู่ในแนวของวงแหวนไฟมรณะนี้


                     ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ พื้นผิวเปลือกโลกบริเวณที่รองรับประเทศอินโดนีเซีย เรียกว่า อินโดนีเซียนเพลตหรือเอเชียนเพลต ถูกเปลือกโลกอีกแผ่นซึ่งเรียกว่า ออสเตรเลียนเพลต  เคลื่อนที่เข้ากระแทกแล้วมุดเข้าไปใต้เปลือกโลกเอเชียนเพลต เมื่อมีที่ตั้งอยู่บนจุดที่เป็นทั้งรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนที่ในอัตราที่สูง และเป็นส่วนของแผ่นเปลือกโลกที่มีความบางมากด้วยแล้ว เมื่อแรงกดและความตึงเครียดสะสม ได้ระดับที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมา จึงทำให้เป็นจุดเปราะบางทีจะเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้บ่อยครั้ง


 



 
รูปจาก http://media-2.web.britannica.com/eb-media/53/4953-004-9D51CA25.jpg


                     ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกการเกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิดครั้งน้อยครั้งใหญ่ในอินโดนีเซียไว้มากมาย และครั้งที่รุนแรงจนโลกสั่นสะเทือน คือครั้งที่ “ภูเขาไฟกรากะตัว” คำราม เมื่อราวร้อยกว่าปีที่ผ่านมา


 


กรากะตัวคำราม


                      กรากะตัว(Krakatau or Krakatao) เป็นชื่อหมู่เกาะอยู่ในช่องแคบชุนดา (Sunda Strait) ช่องแคบสำคัญใช้เป็นทางผ่านของเรือที่เดินทางจากจากทวีปยุโรปเข้าสู่ทะเลจีนใต้และอ่าวไทย  อยู่ระหว่างเกาะชวา กับเกาะสุมาตรา


                     หมู่เกาะ กรากะตัว ประกอบไปด้วย 3 เกาะ คือ  Lang ,Verladen และ Rakata  ซึ่ง Rakata นี่เองที่เป็นจุดกำเนิดของการระเบิดที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า กรากะตัว 


                     บนเกาะ Rakata มีภูเขาไฟอยู่ 3 ลูกด้วยกันคือ Perbuatan (122 m)  เมตรอยู่ด้านเหนือสุด  ถัดมาเป็นภูเขาไฟฝาแฝด ชื่อ Danan (445 m) ส่วนภูเขาไฟที่สูงที่สุดบนเกาะอยู่ทางใต้สุด   มีชื่อเดียวกับชื่อเกาะ คือ Rakata (823 m) และนี่คือนางเอกของเรื่องราว


 
รูปจาก http://vulcan.wr.usgs.gov/Imgs/Gif/Indonesia/Maps/map_krakatau.gif


 


                     กรากะตัวมีการระเบิดครั้งเล็กครั้งใหญ่มาเรื่อยๆ และการระเบิดของกรากะตัว ครั้งรุนแรงได้ถูกบันทึกไว้เมื่อปีพ.ศ. 2224 (ค.ศ.1681) จากนั้น ภูเขาไฟ กรากระตัวก็หลับสนิท ยาวนานนับร้อยปี มิเคยส่งเสียงคำรามบอกกลางร้าย ผู้คนเข้าไปอาศัยความอุดมของผืนป่าทำเกษตรกรรม และเข้าไปเก็บผลไม้และพืชพันธุ์ตามเนินเขาอยู่เป็นประจำ


กระทั่ง วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2426 (ค.ศ.1883) ราวกับมีกบน้อยไปจุมพิตปลุกเจ้าหญิงนิทราให้สะดุ้งตื่นขึ้นมา เปล่งเสียงกึกก้อง เถ้าถ่านควันไฟ เศษหินปลิวว่อน ผู้คนอพยพหนีตาย เมื่อมันสงบลง การระเบิดครั้งเล็กๆ มีตามมาอย่างถี่ๆ นับเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า อีกไม่นาน การระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ท่าที่มีการจดบันทึกไว้ในโลก กำลังจะอุบัติขึ้นอีกครา


                  และเมื่อเวลานั้นมาถึง วันที่ 26 สิงหาคม ในปีเดียวกัน การระเบิดครั้งใหญ่ก็ได้เริ่มขึ้น ชาวเรือที่อยู่ห่างออกไปกว่าสิบกิโลเมตร สามารถเห็นการระเบิดได้ชัดเจนน้ำบริเวณรอบเกาะร้อนขึ้นจนสัมผัสได้ ตามด้วยการระเบิดขนาดกลางตามมาอย่างต่อเนื่อง จวบจนถึงรุ่งสางของวันที่ 27 การระเบิดครั้งใหญ่ที่สุด อวสานแห่งกรากะตัวก็เกิดขึ้น เถ้าภูเขาไฟถูกพ่นขึ้นสู่ฟากฟ้าสูงถึง  80 กิโลเมตร แผ่นดินไหวรุนแรง บนฟากฟ้ามีฟ้าแลบฟ้าร้อง เศษของการระเบิดกระจัดกระจายทักทายไปถึงแดนห่างไกล ขึ้นไปทางเหนือถึงสิงคโปร์ และที่ห่างออกไปพันกว่ากิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ ที่เกาะ Kelling รวมแล้วแผ่ปกคลุมพื้น ที่โดยรอบในรัศมีถึง 750,000 ตารางกิโลเมตร


                 เงยหน้ามองดูท้องฟ้า พระอาทิตย์อันแรงกล้าถูกม่านหมอกของเถ้าภูเขาไฟบดบังจนแลดูเปลี่ยนสี ในฤดูใบไม้ร่วงของทางยุโรปมองเห็นดวงอาทิตย์ตกเป็นสีแดงแปลกตาดังรูปวาดของจิตกรชาวอังกฤษ 



รูปจาก http://www.wilsonsalmanac.com/images2/scream_munch_sm.jpg


 


                     เสียงระเบิดคำรามไกลออกไป  ไม่เพียงชาวปัตตาเวีย (Batavia)ที่อยู่ห่าง 150 กิเลเมตร แต่เสียงยังได้ยินไปไกลถึงออสเตรเลีย และผู้คนบนเกาะโรดริเกซ (Rogriguez) ซึ่งอยู่ไกลจาก Krakatau ถึง4,653 กิโลเมตร กล่าวกันว่านี่คือเสียงที่กึกก้องกัมปนาทมากที่สุดในโลก


เพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยย่อมหนีไม่พ้น  การระเบิดในครั้งนั้นตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีบันทึกของพระองค์เจ้าดิศวรกุมารที่ต่อมาทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า


“เมื่อข้าพเจ้าบวชอยู่วัดนิเวศน์ฯประจวบกับมีเหตุสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งควรจะเล่า เพราะคนภายหลังยังไม่มีใครได้เคยพบเหตุเช่นนั้น เมื่อเดือนสิงหาคมจะเป็นวันใดข้าพเจ้าไม่ได้จดไว้ แต่อยู่ในระหว่างวันที่ ๒๗ จนถึงวันที่ ๓๐ เวลาบ่าย ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่ตำหนักได้ยินเสียงดังเหมือนยิงปืนใหญ่ไกลหลายนัด นึกในใจว่าคงยิงสลุตรับแขกเมืองที่เข้ามากรุงเทพฯ ครั้นเวลาเย็นลงไปนั่งเล่นที่สะพายท่าน้ำตามเคย ไปพูดขึ้นกับพระที่อยู่มาก่อน ท่านบอกว่าที่วัดนิเวศน์ฯไม่เคยได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงในกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าไม่เห็นเป็นการสำคัญก็ไม่ค้นหาเหตุผลต่อไป


                     ครั้นรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง เห็นแสงแดดเป็นสีเขียวตลอดวัน คนทั้งหลายพากันพิศวงทั่วไปในท้องถิ่น ที่ตื่นตกใจก็มี แต่ในวันต่อมาก็กลับเป็นปกติตามเดิม เป็นหลายวันจึงทราบข่าวว่าภูเขาไฟระเบิดที่เกาะกระกะเตา ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา คนตายหลายหมื่น เสียงภูเขาไฟระเบิดและไอที่ออกบังแสงแดด ทั้งละลอกน้ำในท้องทะเลแผ่ไปถึงนานาประเทศไกลกว่าที่เคยปรากฏมาแต่ก่อน เรื่องที่ข้าพเจ้าเล่านี้ถ้าใครจะใคร่รู้โดยพิศดาร จงไปดูในหนังสือเอนไซโคลปีเดีย บริแตนนิคะ ตรงอธิบายเรื่องเกาะกระกะเตาก็จะรู้ชัดเจน”


                     อีกทั้งยามนั้นไทยตกอยู่ในยามศึกกับฝรั่งเศส จึงอดไม่ได้ที่จะให้มีการระแวงว่าเป็นเสียงปืนใหญ่ที่จะบุกมาทำการสงคราม จนสถานการณ์คลี่คลายจึงได้ชี้แจงกันให้สิ้นสงสัย ในครานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  แลสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาราชเทวี  ได้โปรดเกล้าพระราชทานเงิน เป็นเงินหลวง 100 ชั่ง  ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาราชเทวีทรงสมทบอีก 50 ชั่งรวมเป็นเงิน 150 ชั่ง ให้แก่คนที่ได้ความทุกข์ยากด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้
การเสียชีวิตในเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดนี้ นอกจากลาวาร้อนแล้ว ต้องไม่ลืม Pyroclastic flows อันเป็นหมอกควันพิษ และเศษหินร้อน พุ่งขึ้นบนอากาศ ปกคลุมพื้นที่ทำให้คนขาดอากาศ และมาทับผู้คนเสียจนชีวิตและบ้านเรือนพังเสียหาย


                     และที่ร้ายที่สุดคือภายหลังการระเบิดของภูเขาไฟ ได้เกิด คลื่นน้ำสึนามิ บางลูกสูงกว่า 40 เมตร พัดเข้าถล่ม ในบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย,  มหาสมุทรแปซิฟิก, ชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา, อเมริกาใต้, ตลอดจนไปถึงช่องแคบอังกฤษ  ส่วนเกาะชวาและสุมาตรานั้น คลื่นยักษ์ได้ทะลักเข้าลึกไปถึงพื้นแผ่นดินภายใน เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ทำให้ผู้เสียชีวิตโดยรวมจากเหตุการณ์นี้รวมสูงกว่า 36,000  คน  และนับจากนั้นไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปลงหลักปักฐานในดินแดนกรากะตัวอีกเลย 


                    ควันหลงของฝุ่นภูเขาไฟจากการระเบิด ไม่ได้หายไปไวเหมือนยามที่มา หากแต่ใช้เวลาถึง 3 ปี จึงจะตกลงมาบนพื้นโลกหมด และฝุ่นเหล่านี้ยังบดบังแสงอาทิตย์ จนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในครานั้นลดลงราว 0.5 องศาเซลเซียส แม้พื้นแผ่นดินก็ยังสั่นไหวส่งท้ายจนถึงเดือนตุลาคมจึงได้อำลาไป


                     ระยะแรกพื้นที่การเกษตรถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านจากการระเบิดจนมิอาจปลูกพืชทำมาหากินได้ แต่ไม่นานนัก ธรรมชาติก็ได้ตอบแทนความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ด้วยแร่ธาตุจากธุลีการระเบิดในครานั้นผืนป่าฟื้นตัว การเพิ่มของสายพันธ์สิ่งมีชีวิตขึ้นมากมาย จนส่งผลให้กลายเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอูจังกูลอน (Ujung Kulon nature reserve)


บัดนี้ตำนานได้จมลงใต้ทะเลลึก กรากะตัวเหลือเพียงหนึ่งในสามของพื้นที่เดิม ไม่มี Perbuatan และ Danan อีกต่อไป แต่ดูเหมือนว่าธรรมชาติได้เตรียมสร้างตำนานครั้งใหม่ขึ้นมาแทนที่


 


ภูเขาไฟที่รอวันสะดุ้งตื่น


                   ภายหลังการระเบิดครั้งใหญ่ราว 50 ปีต่อมา ณ ที่เดิมได้เกิดภูเขาไฟลูกเล็กๆขึ้นมาแทนที่ เรียกขานกันว่า Anak Krakatau ซึ่งแปลว่า "Child Krakatau" หรือมันคือลูกน้อยของ Perbuatan และ Danan


เจ้า Krakatau น้อยลูกแรก โผล่พ้นน้ำให้เห็นเมื่อเดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2470 ตามต่อมาด้วย Anak  Krakatau ลูกต่อๆมา และแน่นอน มันเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเป็นเด็กน้อยที่โตไวเสียด้วย กับความสูงปีละ6 เมตร แถมยังซุกซนพ่นฝุ่นควันและหินร้อนออกมาเรื่อยๆ ทับถมลงท้องทะเลเบื้องล่างให้ Anak Krakatau เติบใหญ่เป็นเกาะกลางทะเลที่ดูน่าเกรงขามขึ้น
Anak Krakatau, Indonesia (7 Nov 2007)



 
รูปจาก http://www.crisp.nus.edu.sg/coverages/Anak_Krakatau/images/map.jpg


 



            ปัจจุบัน ความความหลากหลายทางพันธุศาสตร์ที่เกิดตามมา และรูปแบบการก่อตัวของป่าเขตร้อนที่เกิดขึ้น ดึงดูดเหล่านักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกในให้เข้าไปศึกษาทางชีววิทยาและ พฤษศาสตร์ในดินแดนภูเขาไฟนี้


            และมันยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เชื้อชวนนักผจยภัยที่หลงไหลความท้ายทายให้ข้ามน้ำข้ามทะเลฝ่าคลื่นลม เข้าไปชมเสน่ห์อันเย้ายวนของภูเขาไฟอีกด้วย


 


Volcanoes of Indonesia : Anak Krakatoa (August 2004 and 2005)

 
On the way up to Anak krakatoa          Blocks and bread-crust bombs on the rim of  Krakatoa
vlcano                                                                           



Block-sand beach and dense    The interior of Anak Kratau's   Rakata island in the              
vegetation on parts of Anak                     crater.                   backbground, seen from



Verlaten Island, part of the     Anak Krakatau island    Large bomb on the slopes of
caldera rim of Krakatau,        seen from   the boat.            Anak Krakatau.
seen from  the crater                                                                       
           of Anak Krakatau                                                                                    


รูปจาก www.decadevolcano.net


 ในอินโดนีเซีย ยังมีภูเขาไฟที่ต้องจับตามองอยู่อีกมาก รวมถึงรัฐบาลที่พยายามหาทางป้องกันและแจ้งเตือนเหตุร้ายหลายมาตรการ


                   แต่ประชาชนของประเทศก็ยังสมัครใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับผู้เขาไฟที่รอการปะทุเหล่านั้น เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินเป็นสำคัญ ภูเขาไฟจึงเป็นที่มาของคติความเชื่ออันลี้ลับอีกหลายอย่าง ที่หล่อหลอมความหลากหลายของคนอินโดนีเซีย จนมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต การเมือง และเหตุการณ์ต่างๆ จนยากที่จะแยกออกได้


 




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ก.ค. 2551 (15:35)

สุดยอดเลย


คิดว่าเกิดมาเป็นคนไทยก็โชคดีที่สุดแล้ว


ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว


ainz เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 46 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 4 ก.ค. 2551 (15:04)
อยากไปเที่ยวภูเขาไฟจังเลยค่ะ ท่าทางจะhot
mautan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 ก.ค. 2551 (21:30)
103080

ดีครับ


ประเทศไทยเราดี{#emotions_dlg.q7}



ไม่มีภูเขาไฟ



ohmsaga เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ก.ย. 2551 (15:47)

ainz ช่ายเลย ในนามีข้าว และในรัฐสภามีตัวเงินตัวทอง เอ้า ของมันมีจริงๆ อย่าคิดลึกล่ะ

ohmsaga  ของเราที่มี มันดับเเล้วฮะ แต่อย่าวางใจฮะ ภัยอื่นๆมีมาท้าทายเสมอจ้า


บัวอื่น เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 945 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 251 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


บัวอื่น
(บัวอื่น)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 24,387 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 945 ครั้ง
ได้รับดาว 251 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.