ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
ปอดบวม...ก่อกวน
ชุติมา (47,428 views) first post: Tue 1 July 2008 last update: Wed 2 July 2008
โรคปอดบวมเป็นโรคเกี่ยวกับการอักเสบในปอด อันเกิดจากการติดเชื้อในปอด โรคนี้มักเกิดกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่โดยเฉพาะเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เพราะมีภูมิต้านโรคยังไม่แข็งแรงพอ

หน้าที่ 1 - โรคปอดบวม

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร Modern Mom กับวิชาการ.คอม


นิตยสาร Modern Mom
ปีที่ 13 ฉบับที่ 153 กรกฏาคม 2551
URL : www.raklukefamilygroup.com

โดย ชุติมา เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ นพ.กัลย์ กาลวันตวานิช




ปอดบวม...ก่อกวน


 


 


 


        ฤดูฝนย่างกรายเข้ามา เจ้าตัวเล็กมักจะเจ็บป่วยกันถี่ขึ้นใช่ไหมล่ะ ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีเชื้อโรคหลายๆ ตัวที่มากับฝน โดยเฉพาะเชื้อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ ไปจนถึงโรคปอดบวม

ปอดบวม VS ปอดอักเสบ


คุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า “ปอดบวม” กับ “ปอดอักเสบ” และสงสัยว่าเป็นคำเดียวกันหรือไม่ จริงๆ แล้วปอดบวมและปอดอักเสบนี่เป็นคำคล้ายๆ กันค่ะ แต่โรคปอดบวมเป็นโรคเกี่ยวกับการอักเสบในปอด อันเกิดจากการติดเชื้อในปอด ซึ่งเชื้อส่วนใหญ่คล้ายๆ กับเชื้อหวัดคือ เกิดจากเชื้อไวรัส บางครั้งบางคราวอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อที่อยู่ระหว่างไวรัสกับแบคทีเรียได้เหมือนกัน แต่ปอดอักเสบอาจจะมีสาเหตุอื่นที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อเท่านั้น

เสี่ยงเพราะภูมิคุ้มกันต่ำ
 
โรคปอดบวม เป็นโรคที่เกิดกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ค่ะ โดยเฉพาะเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เพราะภูมิต้านโรคของลูกยังไม่แข็งแรงพอ ขณะเดียวกันเด็กวัยอนุบาลก็พบว่าเป็นโรคปอดบวมมาก เพราะปอดบวมเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่ติดต่อผ่านทางเดินหายใจเป็นหลัก คล้ายๆ กับหวัด พอมีใครในห้องเป็นหวัด และมีอาการไอ จาม หรือมีสารคัดหลั่งอย่างเช่นน้ำมูกหรือเสมหะ เมื่อเด็กๆ เล่นด้วยกันก็สัมผัสสารคัดหลั่งเหล่านั้น ทำให้ติดโรคกันได้
นอกจากนั้นยังมีเด็กที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดบวมได้อีก คือเด็กมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเป็นโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ หรือโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางเดินหายใจอย่างอื่น เด็กที่เป็นหวัดบ่อย หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดบวมได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่น

 

อาการแบบนี้ใช่เลย


อย่างที่บอกค่ะว่า ปอดบวมเกิดจากการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นปอดบวมจึงเป็นหนึ่งในผลแทรกซ้อนจากการที่ลูกเป็นหวัด คออักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ แล้วลามลงมาที่ปอดจนกลายเป็นปอดบวม
อาการส่วนใหญ่ของเด็กที่เป็นปอดบวมจึงมักเป็นหวัดนำมาก่อน มีน้ำมูก ไอ และเป็นไข้อยู่นานพอสมควร รักษาอย่างไรก็ยังไม่หายสักที จนกระทั่งเชื้อลามจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนลงไปที่ปอด ลูกก็จะมีอาการหลักๆ คือมีไข้ ไอมากตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน หายใจแรง หอบ แม้จะไม่ได้เพิ่งร้องไห้เสร็จหรือเพิ่งวิ่งมา คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกยังหายใจเร็วกว่าปกติได้จากหน้าอกที่บุ๋มลง ใช้แรงหายใจมากกว่าปกติ ถ้ามีอาการหายใจแบบนี้ก็ควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอด่วนแล้วล่ะค่ะ

สิ่งสำคัญคือรักษาตามอาการ
 
เมื่อไปถึงมือคุณหมอแล้ว คุณแม่เองต้องบอกเล่าอาการต่างๆ ของลูกให้คุณหมอฟังอย่างละเอียด แล้วคุณหมอจะตรวจร่างกายเจ้าตัวเล็ก ตั้งแต่วัดไข้ เสียงหายใจ อัตราการหายใจ และถ้าวินิจฉัยแล้วพบว่าลูกของคุณแม่เป็นปอดบวมก็ต้องรักษาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ
+ รักษาตามอาการ ถ้าลูกมีไข้คุณหมอก็จะให้ยาลดไข้ แล้วก็ให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อที่จะให้เสมหะไม่เหนียวข้น จะได้มีการไอและขับออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าอาการหนักก็ต้องนอนที่โรงพยาบาล และให้น้ำเกลือ หรือบางรายอาจต้องให้ออกซิเจนเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
+ รักษาเฉพาะทาง คือการให้ยาแก้อักเสบ ในกรณีที่ปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย เพราะยาปฏิชีวนะจะมีส่วนช่วยในการรักษา หรืออาจจะรักษาด้วยวิธีอื่นควบคู่ด้วย เช่น การพ่นยาขยายหลอดลม การให้ยาละลายเสมหะ เมื่อมีเสมหะเหนียวไปปิดกั้นทางเดินหายใจ เพราะถ้าไม่รักษาอาจจะทำให้ปอดส่วนไม่มีอากาศเข้าไปอาจจะทำให้ปอดแฟบจนต้องเคาะปอดหรือกายภาพปอด เพื่อให้ลูกสามารถหายใจได้สะดวก เพราะถ้าปอดเสียไปทั้ง 2 ข้าง อาจมีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว จนต้องมีการใส่ท่อช่วยทางเดินหายใจ เป็นต้น

หน้าฝนปีนี้ ถ้าเจ้าตัวเล็กเป็นหวัดบ่อย และเป็นแต่ละทีก็นานจนน่าห่วง และมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคปอดบวมแล้วล่ะก็ คุณแม่ต้องรีบพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อที่จะได้รักษาทันท่วงที และถ้าลูกเป็นปอดบวมแล้ว คุณแม่ต้องให้ยาตามที่คุณหมอแนะนำ และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการไม่ดีขึ้นต้องพาลูกกลับไปให้คุณหมอตรวจอีกครั้งหนึ่งค่ะ
 
Modern Mom Tips :
ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นปอดบวมคุณแม่ควร...
        + ถ้าคนใกล้ชิดไม่สบาย หรือมีการระบาดเกี่ยวกับเชื้อโรคบางอย่างที่สามารถทำให้เกิดปอดบวมได้ คุณแม่ต้องพยายามไม่ให้เจ้าตัวเล็กเข้าใกล้ หรือถ้าเป็นไปได้ควรให้ผู้ป่วยใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
        + หลีกเลี่ยงที่จะไปในที่ชุมชนแออัด เพราะเป็นสิ่งแวดล้อมที่แพร่กระจายเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี
        + วัคซีนทางเลือกบางตัว สามารถลดความเสี่ยงในการเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปอดบวมได้
        + ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ต้องดูแลและรักษาสุขภาพของลูกให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาร่างกายให้อบอุ่น



 





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


นิตยสาร modern mom
(www.momypedia.com)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,727 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 71 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
สำนักงานวิชาการดอทคอม:  โทรศัพท์ : 02-5832802 , 02-5820595
Fax : 02-5832802
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

086-4907600 , 089-8613727, 084-7619653 , 0864452683
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
99/29 ชั้น 6 ยูนิต เอ หมู่ 4 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด
จ.นนทบุรี 11120
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.
Page generated in0.9 seconds !