การพัฒนากระบวนการการขึ้นรูปโลหะผงและผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนโลหะไทย

การพัฒนากระบวนการการขึ้นรูปโลหะผง

วิรุฬหกกลับ


 

 

“การพัฒนากระบวนการการขึ้นรูปโลหะผงและผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนโลหะไทย” เป็นงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ ดร.อัญชลี มโนนุกุล นักวิจัยประจำศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ(ศ.ว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กำลังศึกษาค้นคว้าอยู่ งานวิจัยชิ้นนี้เพิ่งจะได้รับทุนสนับสนุนจากลอรีอัล ประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ ในสาขาวัสดุศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 โดยการสนับสนุนของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และ วัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ

 

 

 

ดร.อัญชลี มโนนุกุล

 

                ดร.อัญชลี มโนนุกุล ได้รับทุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามความต้องการของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(ศว.) เพื่อศึกษาต่อเนื่องในระดับปริญญาตรี-โท-เอกที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ในปี พ.ศ. 2538 สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) สาขาวิศวกรรมการผลิต จาก University of Mancheter Institute of Science and Technology (UMIST) ได้รับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์แล้วได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด

 

                การขึ้นรูปโลหะมีอยู่หลายวิธีซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของชิ้นงาน ว่าควรจะเลือกใช้วิธีการไหน ดร.อัญชลี มโนนุกุลได้อธิบายถึงการขึ้นรูปโลหะแบบผงให้เราฟัง

 

                “ชิ้นส่วนโลหะวิธีการที่ทำให้ได้รูปร่างนี้ทำได้หลายแบบเขาจะแบ่งโดยขึ้นอยู่กับว่าตั้งต้นแล้วมันเป็นอะไร ที่ประเทศไทยคุ้นเคยกันน่าจะเป็นโลหะแผ่นหรือโลหะก้อน อย่างพวกโลหะในรถยนต์พวกนี้จะเป็นโลหะแข็งแล้วก็มาปรับให้ได้รูปร่าง หรือถ้าเป็นพวกชิ้นๆ อย่างพวกเกียร์พวกเฟือง ไม่ได้เป็นแผ่นพวกนี้จะขึ้นรูปมาจากโลหะก้อน ก็จะนำมาคลึงไสเจาะเจียร หรือว่าใช้วิธีล้ออย่างพวกล้อแม็กซ์ แต่มันจะมีวิธีการขึ้นรูปอีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่แบบเป็นโลหะแผ่นหรือโลหะก้อน แต่เป็นกลุ่มของการขึ้นรูปของโลหะผง

ตัวผงโลหะ ถ้าเอามาเกาะรวมกันเช่นเอามาอัดรวมกันในแม่พิมพ์แข็ง หรือมาฉีด ก็จะทำให้เราได้รูปร่างขึ้นมา นึกภาพของปราสาททรายเหมือนเราไปทะเลเราก่อปราสาททราย เราอัดทรายอัดลงไปในแบบจนแน่นก็จะเกิดเป็นรูปร่าง นี้ก็เป็นวิธีขึ้นรูปวิธีหนึ่งคือการอัดเข้าแบบ พออัดเสร็จแล้วนี้ ทำยังไงจะให้มันแข็งแรงก็คือต้องนำไปเผาที่อุณหภูมิที่สูงมากวิธีการขึ้นรูปโลหะแบบผงนี้ มันจะทำได้ทั้งโลหะและเซรามิค หรืออย่างการปั้นหม้อนี้ก็เป็นการขึ้นรูปเหมือนกันเป็นการขึ้นรูปแบบโดยการใช้มือเปล่า พอได้รูปร่างปุ๊ปเขาจะนำไปเผาเพื่อให้ผงมันเชื่อมกัน คือมันจะต่างกันที่ตัวตั้งต้นของวัสดุมันจะเริ่มจากผง พอมันเป็นผงแล้วสามารถขึ้นรูปได้หลายวิธี วิธีที่ประเทศไทยคุ้นเคยคือการอัดขึ้นรูปในแม่พิมพ์แข็ง

การขึ้นรูปแบบอัดจะมีข้อจำกัดในเรื่องความซับซ้อนของชิ้นงาน คือจะมีเอวไม่ได้เพราะมันจะเอาออกจากแม่พิมพ์อัดไม่ได้ ดังนั้นรูปร่างจะไม่ซับซ้อนมาก คือตัวที่ Labเราทำนี้เราเน้นการขึ้นรูปที่ไม่ใช่วิธีอัดก็คือการขึ้นรูปแบบเช่นการขึ้นรูปแบบวิธีการฉีดขึ้นรูปโลหะผง วิธีการฉีดเราไม่ได้เป็นคนคิด แต่คิดมาจากต่างประเทศคืออเมริกา แล้วมาขยายที่ยุโรปแล้วก็ประเทศญี่ปุ่น ”

 

 

 
ดร.อัญชลี มโนนุกุลขณะทำการวิจัย 

 

สำหรับจุดเริ่มของงานวิจัย“การพัฒนากระบวนการการขึ้นรูปโลหะผงและผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนโลหะไทย” เริ่มจากการที่ได้รับทุนวิจัยจาก New Energy and Industrial Technology Development Organization (NEDO) จากประเทศญี่ปุ่นในการตั้งห้องปฎิบัติการเฉพาะทางของการฉีดขึ้นรูปโลหะผง ซึ่งเหมาะสำหรับงานขึ้นรูปที่ต้องการผลิตชิ้นส่วนโลหะที่มีขนาดเล็กและต้องการรายละเอียดของงานมาก

 

 

 “เมื่อปี 47 เราได้ ทุนวิจัยมาจากองค์กรเนโด (New Energy and Industrial Technology Development Organization (NEDO)) จากประเทศญี่ปุ่นองค์กรนี้เป็นองค์กรของรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งเขาถ่ายทอด เทคโนโลยี MIM (Metal Injection Molding)ให้เรา แล้วให้อุปกรณ์ทั้งหมดมาด้วยเขาสอนให้เรา รู้พื้นฐานของการขึ้นรูปผงเหล็ก เหล็กกล้า หรือว่าสแตนเลส หลังจากนั้นก็อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงต่อ”

 

จากองค์ความรู้ที่ได้รับมาประกอบกับได้ทำการตกลงกับบริษัทแคสเต็ม(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนโลหะด้วยวิธีฉีดขึ้นรูปโลหะผงอยู่แล้ว แต่ยังประสบปัญหาทางด้านการผลิตอยู่ดังนั้นจึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทแคสเต็ม(ประเทศไทย)จำกัด และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(ศว.) เพื่อร่วมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปผงไททาเนียมบริสุทธิ์และไททาเนียมผสม Ti-6A1-4V

“ต้องเล่าก่อนว่าเทคโนโลยีนี้จัดว่าใหม่มากสำหรับประเทศไทย คือเราไม่ได้เป็นคนคิดเทคโนโลยีนี้ เรารับมาเลยจากญี่ปุ่น ในประเทศไทยมีการผลิตแบบผงประมาณ 10 กว่าบริษัท แต่คือใช้แบบอัดหมดเลย แต่ใช้วิธีฉีดนี้มีแค่บริษัทเดียว เป็นโรงงานของญี่ปุ่น ตอนที่เราได้ Lab มาตั้งมีคำถามตามมาว่าเราจะทำไรกับมันส่วนแรกเลยก็คือเราก็คุยกับบริษัทแคสเต็มไทยแลนด์ เราก็คุยกับบริษัทว่าสนใจให้เราวิจัยให้ไหม เขามีอะไรให้เราช่วยวิจัยไหม ซึ่งปรากฏว่าปัจจุบันเขาผลิตแล้วขายได้จริง แต่กลุ่มตลาดของเขาอยู่ในกลุ่มเหล็ก เขายังทำไททาเนียมไม่ได้ เราก็เลยบอกว่าให้ลองทำไททาเนียมให้ไหมเริ่มจากไททาเนียมบริสุทธิ์ก่อนก็ได้ คือเรามีโครงการกับบริษัทนี้มาสองโครงการแล้วกำลังจะมีโครงการที่ 3  Lab เราจะไม่เหมือนที่อื่น เราจะทำงานที่จ้างโดยบริษัท แล้วแต่ใครอยากได้อะไรก็จะทำให้

 

 

 

บริษัทนี้จ้างเราทำไททาเนียม เขาเคยจ้างมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นทำวิธีวิจัยแบบ MIM ไททาเนียมแล้วแต่ว่าเขาทำเสร็จ ไม่สามารถถ่ายทอดให้บริษัทและผลิตจริงเพื่อนำออกมาขายได้ เพราะว่าคุณสมบัติเชิงกลไม่ดีเท่าทีควร เขามาจ้างเราใหม่มาทำวิจัยให้เขา 

เราทำทั้งไททาเนียมบริสุทธิ์และไททาเนียมผสม แล้วถ่ายทอดเทคนิควิธีการผลิตให้แก่เขา คือเราจะทำการทดลองตามปรกติ เปลี่ยนตัวแปรต่างๆ จนสามารถหาว่าทำแบบนี้ดีที่สุดมีคุณสมบัติเชิงกลดีที่สุด เอาล่ะคุณไปทำตามเราแล้วกัน ”

 

จากโครงการดังกล่าวทำให้ปัจจุบันบริษัทแคสเต็ม(ประเทศไทย)จำกัดกลายเป็นโรงงานแห่งที่สองในเอเชียที่สามารถผลิตชิ้นงานไททาเนียมบริสุทธิ์และไททาเนียมผสมด้วยวิธีการฉีดขึ้นรูปผงโลหะที่สามารถผลิตออกมาขายในเชิงพาณิชย์ได้โดยบริษัทบริษัทแคสเต็ม(ประเทศไทย)คาดการณ์ว่าจะสามารถทำกำไรได้ปีละประมาณ 200 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

 

 

“ไททาเนียมนี้ไม่ใช่ไม่มีคนทำได้ มีคนทำได้แต่จำนวนไม่มากนัก ในการขายเชิงพาณิชย์ มีแค่ประมาณ 10-20 บริษัททั่วทั้งโลก ในเอเชียมีแค่บริษัทไซโก-แอปสัน คือเขารวมกันเป็นบริษัทเดียวกัน บริษัทนี้เป็นบริษัทเดียวที่ทำ MIM ไททาเนียมได้และหลังจากที่เราถ่ายทอดความรู้ให้บริษัทแคสเต็ม(ประเทศไทย)จำกัดไปแล้ว เขาเป็นบริษัทที่สองในเอเชียที่ทำได้ อันนี้จดสิทธิบัตรไม่ได้เพราะเคยมีคนทำมาแล้วแต่ทุกคนเก็บเป็นความลับทางการค้า

 

อย่างเครื่องดื่มโค้กนี้ไม่จดสิทธิบัตรเพราะถ้าจดจะต้องเปิดเผยว่ามีอะไรบ้างเขาเลยเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความลับ ทำให้คนสามารถผลิตแป๊ปซี่ ผลิตโค้กเทสโก้ออกมาได้แต่ว่าไม่สามารถทำให้เหมือนโค้กจริงได้ มันก็จะเป็นแนวนั้น  ตอนนี้ไททาเนียมก็มีคนทำได้จำนวนหนึ่ง แต่ที่เราทำนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี อย่างที่ญี่ปุ่นที่เราทำให้เขาก็ยังสนใจนะว่าทำไมเราถึงทำได้ดีขนาดนี้”

 

สำหรับเทคโนโลยีต่างๆที่คิดค้นขึ้น ดร.อัญชลี มโนนุกุล ยืนยันว่าคนไทยมีสิทธิได้ใช้แต่ต้องขึ้นอยู่กับคู่สัญญาว่าตกลงกันไว้อย่างไร ส่วนหนึ่งงานวิจัยต่างๆที่เกิดขึ้นต่างคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและคุณภาพชีวิตของคนไทยเป็นหลัก

 

 

 

ตัวอย่างชิ้นงานที่ได้จากการผลิต 

 

“คือมันอยู่ที่สัญญา อย่างโครงการผลิตไททาเนียมด้วยวิธี MIM  เป็นสัญญาระหว่าง สวทช. เอ็มเทค กับ บริษัทเอกชน แต่ละสัญญาไม่เหมือนกันแต่อย่างกับบริษัทไททาเนียมกลุ่มนี้นี้มีการคุยกันแล้วตอนเซ็นสัญญาว่า เทคโนโลยีจะเป็นประโยชน์กับบริษัทในประเทศไทยด้วย

 

มีความพยามของสำนักงานของผู้วิจัยเองและสำนักงานที่เอ็มเทคนี้อยากจะให้ถ่ายทอดให้บริษัทอื่นในประเทศไทยได้ด้วย ในที่สุดก็ตกลงกันว่า เราจะเก็บความลับให้เขา 5 ปีโดยที่ไม่ถ่ายทอดให้ใครเลย เขามีเวลาเดินก่อน 5 ปี ในที่สุดเราควรจะถ่ายทอดให้ใครได้ด้วยเพราะจะทำให้มีโรงงาน MIM มากกว่า 1 โรงงานในไทย  อย่างบริษัทใหญ่ๆเวลาสั่งของก็อยากสั่งที่เดียว บางทีบริษัทเดียวไม่สามารถรับออเดอร์ได้ทั้งหมดมันก็ต้องมารวมกันอยู่ดี

 

บริษัทนี้เขาก็โอเค ถ้ามองกันจริงบริษัทไทยตอนนี้ยังไม่มีโรงงานเลยนะ คือถ้าหากบริษัทไทยตั้งโรงงานขึ้นมาก็ไปผลิตสแตนเลสก่อนแล้วค่อยมาเริ่มไททาเนียมคือมันต้องใช้เวลาอีกนานเขาเองก็ได้ใช้ประโยชนืจากงานวิจัยนี้อีกนาน แต่ถ้าถามว่าเรามีสิทธิในการถ่ายทอดไม่ ก็มีแต่ต้องหลังหมดสัญญา

 

 

 คู่สัญญาพวกนี้ที่สวทช.ก็จะมีฝ่ายนิติกรดูแลอยู่  เป้าหมายของสวทช ตั้งขึ้นมาเพื่อทำประโยชน์ให้อุตสาหกรรมและประชาชนไทยจริง เพราะฉะนั้นหลายๆอย่าง ที่เราทำนี้เราก็ต้องมองพื้นฐานของประชาชน เป็นหลัก

แรกๆที่ตั้งนี้สวทช ใช้งบประมาณของรัฐบาลไทยเท่านั้นซึ่งก็มีคนมองว่าเป็นหน่วยงานที่ใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ คือเป็นกรมที่ใหญ่ในกระทรวงวิทย์ฯและเป็นหน่วยงานที่ค่อนข้างจะใช้งบประมาณของกระทรวงวิทย์เยอะมาก 

นโยบายของสวทช.ก็ต้องการให้เรามีรายได้ของเราเอง  อย่างของเมืองนอกที่ศูนย์วิจัยแห่งชาติมีคนมาออกเงินให้ช่วยวิจัย แล้วรัฐบาลจะลงน้อยลงเรื่อยๆ ยกเว้น อย่างพวกที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญจริงๆอย่างพวกพลังงานทางเลือกรัฐบาลก็คงต้องลงแต่ถ้าเป็นอย่างอื่นก็จะมีหน่วยงานอื่นมาสนับสนุนมันก็ดี อย่างถ้ามีบริษัทมาลงก็แสดงว่าเขารอรับเทคโนโลยีไปใช้มันก็ดีด้วยกันทุกฝ่าย ก่อนจะเซ็นสัญญาก็มีการคุยกันก่อนบางสัญญาที่เราทำให้ก็จะมีว่าเราจะไม่ทำให้กับคู่แข่งของเขา เช่น สมมติว่าเขาทำนาฬิกาเราจะไม่ทำให้กับบริษัทนาฬิกาแต่ว่าถ้าเป็นบริษัทอื่นที่ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงของเขานี้ ก็ควรจะอนุญาตให้เราทำ”

 

 

 

ดร.อัญชลี มโนนุกุล ยอมรับว่าการได้รวมงานกับ  บริษัทชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องดีทั้งในส่วนขององค์ความรู้ที่เกิดขึ้นและเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีในการสร้างงานชิ้นต่อไป  ปัจจุบันมีบริษัทสัญชาติไทยก็ต้องการให้พัฒนาอุปกรณ์ปลูกฝังที่ใช้ในทางการแพทย์ หากสามารถดำเนินการจนเป็นสำเร็จดร.อัญชลี มโนนุกุลเชื่อว่าจะมีผลทั้งในแง่ของคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยที่ดีขึ้นและผลดีในเชิงพาณิชย์ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นสินค้าส่งออกได้ด้วย

 

 

 

ชุดโลหะด้ามกระดูกสันหลัง 

 

“การทำพวกโปรเจคกับบริษัทเอกชนมักจะใช้เวลาสั้นๆแต่ต้องนำไปใช้งานได้จริง รอบแรกที่ทำให้เขานี้ก็มีปัญหาเยอะ เพราะความสนใจในรายละเอียดเขาน้อยกว่าเรา  มันจะมีปัญหาการปนเปือนตามมา พอเขาผลิตเสร็จก็เอากลับมาให้เราดู คุณสมบัติเชิงกล มันก็ไม่ได้

เราก็ต้องแก้ปัญหาให้เขา ทำแบบในที่เคยทำไม่งั้นมันจะผลิตจริงไม่ได้ คือปัญหาของเขาคือผลิตออกมาแล้วมันจะเปราะ โลหะมันต้องเหนียวแข็งแรง ถ้ามีออกซิเจนเยอะมากๆมันก็จะเปราะนำออกขายจริงไม่ได้

 

 

นั้นเป็นโครงการชุดแรกของเราถือเป็นรากฐานที่ดีเพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เรา ในปัจจุบันนี้เราทำวัสดุปลูกฝังทางการแพทย์ซึ่งประเทศจะนำเข้าเยอะมาก หากมีการผลิตขึ้นก็จะเป็นการชื้อวัตถุดิบเข้ามาแล้วผลิตในไทย แล้วมาคลึงไสเจาะเจียร การผลิตแบบนี่จะมีเศษเหลือทิ้งเยอะมาก สำหรับเทคนิคที่เราใช้เป็นการผลิตใกล้รูปร่างจริงเพราะฉะนั้นจะมีเศษเหลือทิ้งน้อยกว่าเยอะมาก

ปัจจุบันเรารวมมือกับบริษัท PPMC จำกัด  บริษัทเขาจะเป็นลักษณะนำเข้าอุปกรณ์ปลูกฝังทางการแพทย์ แต่เป็นบริษัทไทยไม่มีทุนเยอะมากอย่างบริษัทญี่ปุ่นก็เลยไปขอทุนมาจากสถาบันไทย-เยอรมันด้วย สถาบันไทย-เยอรมันเป็นสถาบันหน่วยงานที่ได้รับเงินจากกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ ตอนนี้ก็ทำต้นแบบได้จำนวนหนึ่งแล้ว เรารับรองเรื่องคุณสมบัติเชิงกลที่ดี ตอนนี้บริษัทกำลังเขาไปทดสอบความบกพร่องทางด้านการแพทย์  การขึ้นรูปอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมีคุณสมบัติทางด้านการแพทย์ด้วย

 

 

 

ดังนั้นโครงการนี้อาจจะต้องอาศัยเวลาอีกระยะ บริษัทนี้เขาก็อยากจะทำมาเพื่อขายในประเทศไทย เพื่อให้ต้นทุนมันต่ำลง คนไทยก็จะได้ชื้อถูกลง อย่างสวัสดิการของข้าราชการไทยก็จะมีระบุเลยว่าหากใช้อุปกรณ์พวกนี้ถ้าเป็นไททาเนียมคุณก็จะเบิกไม่ได้ เพราะราคามันสูง แต่ถ้าหากทำสำเร็จราคามันก็จะต่ำลง

องค์กรอย่างสวทช.นี้เราต้องการทำเพื่ออุตสาหกรรมไทยและเพื่อประชาชนไทย เราหวังว่าในที่สุดแล้ว คือถ้าทุกอย่างมันผ่านมันแล้วเขาผลิตออกมาได้มันจะทำให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยได้ คือส่วนนี้เป็นส่วนเพื่อสังคม มันยกระดับการผลิตได้ด้วย หากเขาทำได้ดีจริงก็จะสามารถส่งออกได้ด้วย ”

 

 

ดร.อัญชลี มโนนุกุล 

 

นอกจากการเป็นนักวิจัยเต็มเวลาอยู่ที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติแล้ว ดร.อัญชลี มโนนุกุล ยังใช้เวลาว่างในการสอนหนังสือโดยรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในเรื่องการออกแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสาขาที่ดร.อัญชลี มโนนุกุลเรียนจบมาโดยตรง แล้วยังเป็นอาจารย์พิเศษของปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์หลักสูตรนานาชาติ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมสาสตร์

 

ปัจจุบันดร.อัญชลี มโนนุกุล มีความสุขในฐานะนักวิจัยเต็มเวลา โดยที่มุ่งหวังจะพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับวงการอุตสาหกรรมโลหะไทยและนี้คืองานวิจัยชิ้นสำคัญที่เกิดขึ้นในวงการศึกษาของไทยที่เกิดจากความสามารถของนักวิจัยไทย ซึ่งมีศักยภาพมากพอในการสร้างและยกระดับอุตสาหกรรมโลหะไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

 

 

วิชาการดอทคอมขอขอบพระคุณ ดร.อัญชลี มโนนุกุล ที่สละเวลาในการให้สัมภาษณ์

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?