ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
หนีไม่พ้น... ต้องรู้ภาษาต่างประเทศ
ดร.นลินี ทวีสิน (43,530 views) first post: Wed 2 July 2008 last update: Wed 2 July 2008
แนวทางพัฒนาเด็กและเยาวชนให้สามารถพูด อ่าน และเขียนได้ตั้งแต่ 2 ภาษา (Bilingual) 3 ภาษา (Trilingual) หรือมากกว่า ในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากลับพบว่า ไม่ก้าวหน้ามากนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะมี ความสนใจที่มีต่อประเทศต่าง ๆ มีน้อยมาก

หน้าที่ 1 - ภาษาต่างประเทศ

นิตยสาร การศึกษาอัพเกรด
ปีที่ 2 ฉบับที่ 008 กรกฏาคม 2551

ดร.
นลินี ทวีสิน
ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (ไอเอฟดี)




 หนีไม่พ้น...ต้องรู้ภาษาต่างประเทศ



 


              หลายประเทศทั่วโลก ต่างวางแนวทางพัฒนาเด็กและเยาวชนให้สามารถพูด อ่าน และเขียนได้ตั้งแต่ 2 ภาษา (Bilingual) 3 ภาษา (Trilingual) หรือมากกว่า



         แต่น่าแปลกที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากลับพบว่ามีการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศน้อยมาก กล่าวกันว่า มีเด็กอเมริกันน้อยกว่าร้อยละ 40 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาษาต่าง-ประเ
ทศ
สาเหตุที่ทำให้การพัฒนาภาษาต่างประเทศในสหรัฐฯ ไม่ก้าวหน้ามากนักในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือ อคติที่มีต่อชาวต่างชาติ จึงทำให้ความสนใจพัฒนาภาษาต่างประเทศมีน้อยตามไปด้วย อีกทั้ง ความสนใจที่มีต่อประเทศต่าง ๆ มีน้อยมาก เมื่อ ค.ศ. 2002 นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic-Roper) ได้สำรวจความสนใจของนักเรียนมัธยมในสหรัฐฯ พบว่า มีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้น ที่สามารถระบุว่า ประเทศอัฟกานิสถานอยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก และการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อ ค.ศ. 2006 พบว่า เด็กอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี เกือบครึ่งคิดว่า ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าประเทศใดอยู่ตรงไหน และมากกว่า 1 ใน 3 คิดว่าไม่จำเป็นเลยที่ต้องเรียนภาษาต่างประเทศ มีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น ที่คิดว่าจำเป็นอย่างมาก



        อย่างไรก็ตาม
ปัจจัยที่มีส่วนผลักดันให้สหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนาภาษาต่างประเทศคือ ความมั่น-คงระหว่างประเทศ และผลประโยชน์ทางธุรกิจ แอนน์ ซี เลวิส (Anne C. Lewis) ผู้มีส่วนสำคัญในการเขียนนโยบายการศึกษา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า เป็นเรื่องน่าอายที่สหรัฐฯ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่กลับถูกแยกจากโลกภายนอก เพราะการไม่รู้ภาษาและวัฒนธรรมของประเทศอื่น และเร็ว ๆ นี้ สหรัฐฯ อาจประสบกับปัญหาด้านการป้องกันประเทศและผลประโยชน์ธุรกิจ สอดคล้องกับตัวแทนจากภาคธุรกิจและการอุดมศึกษาของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (Committee for Economic Development) กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่แสดงความเห็นว่า ความเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศเป็นพื้น-ฐานสำคัญในการเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ทั้งในด้านการทหารและธุรกิจ




 



 


ข้อเสนอและโครงการพัฒนาภาษาต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา


 


เริ่มตั้งแต่อนุบาล ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสอนภาษาต่างประเทศ ออกมาเสนอแนะว่า การพัฒนาภาษาต่างประเทศควรเริ่มต้นอย่างจริงจังตั้งแต่ระดับอนุบาล Rita Oleksak อดีตประธาน American Council on the Teaching of Foreign Languages (ACTFL) เสนอว่า ทางเดียวที่จะปิดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ คือ ทักษะภาษาต่างประเทศ ซึ่งควรเริ่มต้นพัฒนาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงอุดม-ศึกษา เพราะหากไปเริ่มต้นที่วัยทำงานจะไม่ประสบความสำเร็จ


 


ประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Department of Defense: DOD) กำลังตัดสินใจดำเนินโครงการพัฒนาภาษาจีนระดับมหาวิทยาลัยในมลรัฐออริกอน และโรงเรียนต่าง ๆ ในเมืองพอร์ตแลนด์ และปัจจุบันหลายมลรัฐเข้าร่วมโครงการ “Foreign Language Assistance Program” ของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ (U.S. Department of Education) และ National Security Language Initiative (NSLI) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนกว่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาภาษาจีน อารบิก ฮินดี เกาหลี และรัสเซีย


 


ผลักดันร่วมกันทั่วประเทศ มลรัฐต่าง ๆ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาภาษาต่างประเทศ เช่น มลรัฐ-มินนิโซตา ร่วมมือกับสภามหาวิทยาลัยมินนิโซตา (University of Minnesota) พัฒนาหลักสูตรพัฒนาการออกเสียงภาษาจีนให้ผู้เรียนเกรด 12 และสร้างเครือข่ายครูสอนภาษาจีน เพื่อช่วยพัฒนาการสอน การประเมินผลและการฝึกอบรม มลรัฐลุยเซียนา บังคับโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกโรงเรียนมีโปรแกรมการฝึกออกเสียงภาษาต่างประเทศวันละ 30 นาที สำหรับผู้เรียนเกรด 4 และ 6 สัปดาห์ละ 150 นาที สำหรับผู้เรียนเกรด 7 และ 8 มลรัฐแมสซาชูเซตส์ คณะกรรมการการศึกษาบังคับให้ทุกโรงเรียนต้องสอนภาษาจีนแมนดา-รินให้ผู้เรียนเกรด 8 มลรัฐเคนทักกี หน่วยงานด้านการศึกษาของมลรัฐเคนทักกี ได้บูรณาการภาษาต่างประเทศเข้ากับหลักสูตรพื้นฐานของโรงเรียน 1 ภาษาเป็นอย่างน้อย มลรัฐอิลลินอยส์ บังคับให้ภาษาต่างประเทศเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียน มลรัฐยูทาห์ จัดโปรแกรมนำร่องที่เรียกว่า “Critical language” สอนการวิเคราะห์องค์ประกอบภาษา เช่น ภาษาจีน อารบิก รัสเซีย ฟาร์ซีหรือเปอร์เซีย ฮินดี และเกาหลี ฯลฯ


 


ปัจจุบัน นานาประเทศตระหนักถึงความสำคัญของการมีทักษะภาษาต่างประเทศมากกว่ายุคก่อน ๆ เนื่องมาจากการค้าระหว่างประเทศและความมั่นคงระหว่างประเทศ คนทั่วโลกต้องติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น ทักษะภาษาต่างประเทศจึงถือเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งไม่เพียงทักษะภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้คนต่างสนใจพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศที่ 3 หรือ 4 ภาษา ขึ้นอยู่กับความจำเป็น อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อารบิก เยอรมัน รัสเซีย ฯลฯ


 


การพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศในไทย


 


ประเทศได้พัฒนาการเรียนการสอนทักษะภาษาต่างประเทศอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ก่อนหน้านี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ปรับหลักสูตรภาษาอังกฤษใหม่ และรัฐบาลได้จัดตั้งสถาบันภาษาอังกฤษ เพื่อติดตามปรับปรุงหลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และฝึกอบรมครูภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางยุทธศาสตร์ให้ผู้เรียนสังกัด สพฐ. เรียนภาษาต่างประเทศนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาจีน มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และฝรั่งเศส อีกทั้ง ตามสถาบันสอนภาษาของเอกชนหลายแห่ง ต่างตื่นตัวรับความต้องการพัฒนาภาษาต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเปิดสอนภาษาต่างประเทศที่ได้รับความนิยม เช่น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น


นอกจากนี้ ผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานเก่งภาษาที่ 2 หรือ 3 จะส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนนานา-ชาติ หรือโรงเรียนที่เปิดสอน 2 ภาษา ซึ่ง ศธ.อนุญาตให้โรงเรียนที่มีความพร้อมเปิดสอนได้ แต่ให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ ศธ. โดยผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าหลักสูตรทั่วไป เพราะโรงเรียนต้องจ้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศมาสอน และต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนการสอน



         ผลที่เกิดขึ้นยังพบว่า การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของเด็กและเยาวชนไทย ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ คือ ปัญหาการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ แนวทางแก้ไปขอเสนอ ดังนี้


 



 


การแก้ปัญหาขาดแคลนครูและพัฒนาครูภาษาต่างประเทศ ปัญหาการขาดแคลนครูภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และโรงเรียนขนาดเล็ก ศธ.อาจจัดทำสื่อการสอนในรูปแบบซีดี วีซีดี วิดีโอ เพื่อจัดส่งให้โรงเรียน หรือการสอนทางไกล ในส่วนโรงเรียนที่มีครูภาษาต่างประเทศเพียงพออยู่แล้ว แต่ขาดการสอนที่มีคุณภาพ ศธ.ควรฝึกอบรมทักษะการสอนรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ อาจทำในรูปแบบการอบรมโดยตรง หรือการอบรมทางไกลตามความเหมาะสม


 


การพัฒนาหลักสูตรภาษาต่างประเทศ ศธ.ควรสนับสนุนงบประมาณศึกษาวิจัย เพื่อจัดทำหลัก-สูตรภาษาต่างประเทศที่เหมาะสมในแต่ละช่วงชั้น เช่น รูปแบบกิจกรรมและเนื้อหาในหลักสูตร ภาษาต่าง-ประเทศที่ควรสอนในแต่ละช่วงชั้น เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศได้รับการสอนผ่านหลักสูตรที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน


 


เพิ่มจำนวนครูสอนภาษาต่างประเทศหลายภาษา การที่รัฐบาลมีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนสังกัด สพฐ. เรียนภาษาต่างประเทศนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาจีน มาเลเซีย พม่า เวียดนาม ฝรั่งเศส ฯลฯ คงไม่สามารถเป็นไปได้หากยังไม่มีครูเชี่ยวชาญในภาษาเหล่านั้นอย่างเพียงพอ ดังนั้น ศธ.ควรวางเป้า-หมายอย่างเจาะจงลงไปอีกว่า จะเพิ่มจำนวนครูที่สอนภาษาต่างประเทศแต่ละภาษาปีละกี่คน เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศ อาจกำหนดให้มหาวิทยาลัยที่มีคณะศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์เปิดหลักสูตรภาษาต่างประเทศหลายภาษา เพื่อผลิตครูสอนภาษาต่างประเทศให้เพียงพอ


 


สภาพยุคโลกาภิวัตน์ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันในทุกด้าน ทั้งด้านการค้า การลงทุน การศึกษา การบันเทิง การเมือง ฯลฯ ส่งผลให้ภาษาต่างประเทศที่เป็นภาษาสากล จะมีความสำคัญมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลไทยควรเร่งพัฒนาคนไทย ให้มีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ โดยเริ่มวางรากฐานตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนถึงช่วงวัยแรงงาน



 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 6 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ก.ค. 2551 (20:34)

     ภาษานี้จำเป็นต้องเรียนนะครับเพราะเป็นภาษาสากลทั่วโลกแต่ผมว่าการที่อเมริกาไม่ค่อยสนใจภาษาต่างประเทศเพราะอเมริกาใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว



 


Totle เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 48 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ก.ค. 2551 (09:19)

ถ้าอเมริกาต้องการเป็นผู้นำโลกคนอเมริกันต้องสนใจเรียนภาษาต้างประเทศเพื่อให้ประเทศอเมริกามีบุคคลากรที่จะไปทำงานเกี่ยวข้องกับประเทศต่าง ๆ อย่างเพียงพอ


unity sun power เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 299 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 123 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 19 ก.ค. 2551 (13:45)

แนะนำที่เรียนภาษา
อิงลิช อะคาเดมี่ เชียงใหม่
ค่าเรียนไม่แพงค่ะ
เดือน ละ 1200 บาทเรียนแบบธรรมชาติเป็นไวค่ะ
เข้าเน้นการ ฟังและการพูด
เป็นกันเองมากค่ะ ไม่เครียดด้วย
แวะมานะค่ะ www.geeenglish.spaces.live.com
โทร ได้ค่ะที่ 083-200-0084 089433-7834


talukdee@hotmail.com เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 ก.ค. 2551 (13:55)

ในปัจจุบันภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาสากล เนื่องจากมีผู้ใช้ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก  สำคัญในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นเพื่อการอ่านตำราต่างประเทศอันเป็นต้นฉบับของวิชานั้นๆ  และภาษาอื่นๆ เช่น เยอรมัน รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียตนาม ฯลฯ  ล้วนมีความสำคัญในการศึกษาและการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฑูต การค้าระหว่างประเทศ ล้วนต้องอาศัยภาษาเป็นสื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกัน  ดังนั้นภาษาต่างประเทศจึงมีความสำคัญมาก ควรที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจัง


tonkaew เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ก.ค. 2551 (12:29)

ใช่ๆ ๆ ๆ เราเห็นด้วย เพราะเท่าที่เรียนในห้องเรียนมันยังไม่พอ
ต้องหาที่เรียนพิเศษเสริมเพิ่มเติมข้างนอกด้วย อีกอย่างตอนนี้เราเพิ่งเรียนจบเรายังจะต้องหาที่เรียนพิเศษเสริมอีก

     แต่ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่
EXCEL-ENGLISH เพราะว่าเพื่อนของเราแนะนำให้มาเรียนที่นี้แทนที่เก่า



ตอนนี้เราเรียนอยู่อ่ะ เราว่าโอเคน่ะ เพราะทางสถาบันจะเน้นให้เราพูดแร่ะเพิ่มเติมในจุดที่เราควรจะปรับปรุง



แร่ะในแต่ละคาสเรียนจะจำกัดจำนวนผู้เรียนอ่ะ ทำให้เราได้รับความรู้มากขึ้นกว่าที่เดิม.......(เราไม่ขอเอ่ย)



ตอนนี้เราอยู่ Level 3 แร้ว ถ้าไปก็ลองเข้าไปสอบ TEST ระดับดูน่ะ

http://www.excel-english.com/



{#emotions_dlg.d6}


J - Jane เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 21 ส.ค. 2551 (18:47)

ตอนนี้ภาษาต่างประเทศถือว่าสำคัญมากๆ ค่ะ
ยิ่งภาษาอังกฤษยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องรู้และฝึกฝน
เพระขนาดตอนนี้เรียนปริญญาตรีในประเทศ
ยังต้องใช้ textbook ทุกวันเลยค่ะ


Patang_ka เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 21 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


มีดี อัพเกรด
(นิตยสาร การศึกษาอัพเกรด)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 24,277 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 162 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
สำนักงานวิชาการดอทคอม:  โทรศัพท์ : 02-5832802 , 02-5820595
Fax : 02-5832802
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

086-4907600 , 089-8613727, 084-7619653 , 0864452683
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
99/29 ชั้น 6 ยูนิต เอ หมู่ 4 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด
จ.นนทบุรี 11120
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.
Page generated in0.7452 seconds !