ทำอย่างไรจึงจะใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ได้?

Flexible Fuel Vehicle (FFV)

ขอขอบคุณข้อมูลใหม่ๆ จาก คุณอาชว์ ฟูศรีบุญ
บริษัท เพโทรกรีน (ผู้ผลิตเอทานอล)
ในการ updateข้อมูลเรื่อง E85


จากเดิมบทความที่ปรากฎในหน้าต่อไป ผู้เขียนได้เขียนบทความดังกล่าวเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้เนื้อหาในบทความบางส่วนนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ในย่อหน้าแรก รถรุ่นไหนชนิดใดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในประเทศไทยสามารถใช้กับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล E85 ได้ คำตอบ คือ ไม่มีรถรุ่นไหนเลย  ซึ่งในปัจจุบันมีรถ FFV อยู่ 3 รุ่น จาก 3 ค่ายรถ คือ รถ Volvo s80 2.5FT, Mitsubishi Lancer Ex 1.8, และ Chevrolet Captiva Benzine 2.4 และนอกจากนั้น ในย่อหน้าที่สาม “หลักการทำงานของรถยนต์ FFV เป็นดังนี้ รถยนต์จะมีระบบเชื้อเพลิงสองระบบ” ซึ่งในความเป็นจริงนั้น “ระบบการทำงานของรถยนต์ FFV คือ รถยนต์จะมีระบบเชื้อเพลิงระบบเดียว”

ทีมงานวิชาการดอทคอมจึงขออนุญาตลงข้อมูลใหม่ๆ จากคุณอาชว์ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่ให้ท่านผู้อ่านทราบในสถานการณ์ปัจจุบันค่ะ แต่ยังคงบทความเดิมไว้เพื่อข้อมูลพื้นฐานค่ะ

 ------------------------------

               Flexible Fuel Vehicle (FFV) คือรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 หรือเชื้อเพลิงที่มีเอทานอลในสัดส่วนได้ตั้งแต่ 0 ถึงร้อยละ 85 (รถยนต์บางค่ายอาจได้ถึงร้อยละ 100) โดย FFV นั้นจะมีกล่องสมองกล (Electronic Control Unit : ECU) ที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป ซึ่งสามารถที่จะทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen sensor) ในการคำนวณปริมาณเอทานอลในเชื้อเพลิงได้สูงถึงร้อยละ 85 และสั่งการหัวฉีด (Injector) ให้ปรับการจ่ายเชื้อเพลิงและค่าการจุดระเบิดที่เหมาะสมต่อสัดส่วนของเอทานอ ลในขณะนั้นๆ ในขณะที่กล่องสมองกล (ECU) ในรถยนต์ทั่วไปสามารถคำนวณปริมาณเอทานอลได้เพียงร้อยละ 10 – 20 เท่านั้น นอกจากนี้ ชิ้นส่วนอื่นๆในระบบเชื้อเพลิง เช่น ถังน้ำมัน หัวฉีด ท่อน้ำมัน ท่อยางและแหวนยางต่างๆ ก็จะถูกออกแบบและใช้วัสดุที่สามารถทนทานและใช้งานได้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ด้วยเช่นกัน สำหรับรถยนต์ FFV ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 นั้น มีบริษัทรถยนต์ชั้นนำต่างๆมากมายได้ผลิตออกมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น Ford  Volvo  SAAB  Volkswagen  Honda เป็นต้น ที่สำคัญรถยนต์เหล่านี้มีราคาที่แทบจะไม่แตกต่างจากรถยนต์รุ่นเดียวกันที่ ใช้เครื่องยนต์ปกติทั่วไป 

สถานีบริการน้ำมัน E85

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 และรถยนต์ FFV ในประเทศไทย
               ประเทศไทยมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 บริษัท วอลโว่คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเข้ารถยนต์ FFV VOLVO รุ่น C30 ขนาดความจุกระบอกสูบ 1,800 ซีซี เป็นคันแรกของประเทศไทย และต่อมาในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2551 ก็ได้ออกรถ FFV รุ่น S80 2.5FT ขนาดความจุกระบอกสูบ 2,500 ซีซี บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ผลิตรถ FFV รุ่น Lancer EX 1.8ขนาดความจุกระบอกสูบ 1,800 ซีซี

ทำอย่างไรจึงจะใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ได้?

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของ JGSEE กับวิชาการ.คอม 
URL : www.jgsee.kmutt.ac.th

ผศ. ดร. จำนง สรพิพัฒน์
ประธานสายวิชาพลังงาน
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


            เมื่อไม่กี่วันมานี้รัฐบาลได้มีมติอย่างชัดเจนว่าจะส่งเสริมให้มีการใช้เอธานอลสูงขึ้นจากเดิม โดยการเติมเอธานอลลงในน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 85% หรือที่เรียกว่าแก๊สโซฮอล E85 คำถามแรกที่ประชาชนอาจสงสัยคือ รถรุ่นไหนชนิดใดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในประเทศไทยสามารถใช้กับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล E85ได้ คำตอบคือไม่มีรถรุ่นไหนเลย สาเหตุเพราะการใช้เอธานอลหรือแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นระดับนี้นั้น ชิ้นส่วนต่างๆของระบบเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่มีการสัมผัสกับเชื้อเพลิงโดยตรง ตั้งแต่ถังเชื้อเพลิงไปจนถึงท่อไอเสียล้วนแล้วแต่ไม่สามารถทนการกัดกร่อนของเอธานอลได้ทั้งสิ้น นอกจากจะมีการผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ด้วยวัสดุพิเศษที่สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนของเชื้อเพลิงชนิดนี้ได้ ฉะนั้น เมื่อมีการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล E85 ก็จำเป็นต้องมีการออกแบบและผลิตรถยนต์ชนิดพิเศษที่สามารถใช้กับเชื้อเพลิงชนิดนี้ได้ด้วย รถชนิดนี้เรียกว่ารถFlex Fuel Vehicle หรือเรียกกันสั้นๆว่ารถ FFV

           รถยนต์ FFV คือรถที่สามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 (เอทานอล 85% ผสมกับน้ำมันเบนซิน 15%) หรือ M85 (เมทานอล 85% ผสมกับน้ำมันเบนซิน 15%) และยังสามารถใช้ได้กับน้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ได้อีกด้วยจึงเรียกว่า Flexible Fuel Vehicle ปัจจุบันมีรถยนต์ระบบ FFVกว่า 22 รุ่น จำนวนมากกว่า 4 ล้านคันทั่วสหรัฐอเมริกาและกว่า 3 ล้านคันในบราซิล

           หลักการทำงานของรถ ยนต์FFV เป็นดังนี้ รถยนต์จะมีระบบเชื้อเพลิงสองระบบ พูดง่ายๆคือมีถังเชื้อเพลิงสองถัง ถังแรกเป็นถังบรรจุเชื้อเพลิงเอธานอลบริสุทธิ์ ส่วนอีกถังหนึ่งบรรจุน้ำมันเบนซินล้วนๆ ถังเชื้อเพลิงทั้งสองชนิดจะมีท่อส่งเชื้อเพลิงแยกจากกัน เชื้อเพลิงทั้งสองชนิดจะนำมาผสมกันก่อนที่จะส่งเข้าหัวฉีด ซึ่งจะผสมกับอากาศเป็นไอดีก่อนจุดระเบิดเหมือนเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป สัดส่วนของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิดที่ผสมกัน จะถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ใช้สามารถจะกำหนดให้เป็นสัดส่วนเท่าใดก็ได้ตามความประสงค์ ตั้งแต่เอธานอล 0% นั่นคือใช้น้ำมันเบนซินล้วนๆ ไปจนกระทั่งใช้เอธานอล 85% ซึ่งเป็นอัตราผสมสูงสุดของเอธานอลที่สามารถตั้งค่าได้ การที่รถยนต์FFV สามารถปรับเปลี่ยนอัตราผสมได้ทำให้เครื่องยนต์ของรถยนต์ประเภทนี้มีความคล่องตัวอยู่ เนื่องจากผู้ใช้รถยนต์สามารถจะเลือกใช้เชื้อเพลิงชนิดไหนมากน้อยเท่าใดก็ได้ ตามใจชอบขึ้นกับว่าราคาของเชื้อเพลิงชนิดไหน ช่วงไหนหรือถูกแพงกว่ากัน โดยภาพรวมรถยนต์ FFV มีข้อดีดังต่อไปนี้

           1.สามารถลดการใช้น้ำมันปิโตรเลียมในภาพรวมลงได้ โดยการหันมาใช้เอธานอล หรือเมธานอลแทน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่ง

           2. หากต้องการดัดแปลงเครื่องยนต์ธรรมดาให้เป็นเครื่องยนต์ FFV ต้องลงทุเพิ่มแต่ไม่สูงมากจนเกินไป

           3.  มลพิษที่เกิดขึ้นมีค่าต่ำมาก

           4. มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานโดยรวมต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเบนซินล้วนๆ

           5. มีความยืดหยุ่นในการใช้เชื้อเพลิงสูง คือยังสามารถใช้กับน้ำมันเบนซินได้ โดยติดตั้งอุปกรณ์ ซึงมีราคาไม่แพงจนเกินไป

           6.เชื้อเพลิงน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 มีราคาต่ำกว่าน้ำมันเบนซินหลายบาท

           แม้ว่าการส่งเสริมเชื้อเพลิงแกสโซฮอล์ E85 และรถยนต์ FFV จะมีข้อดีหลายประการ แต่การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง E85 ให้ประสบผลสำเร็จ ยังมีอุปสรรคหลายประการที่ภาครัฐจะต้องคำนึงถึงและแก้ไขเพื่อเอาชนะได้แก่

           ประการแรก รัฐบาลต้องมั่นใจว่าหากมีการใช้เชื่อเพลิงเอธานอลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามลำดับในระยะยาว จะต้องแน่ใจว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะผลิตเอธานอลจากอ้อยและสำปะหลังได้อย่างเพียงพอ โดยไม่กระทบต่อการแย่งชิงวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตเป็นอาหารจากประสบการณ์ในอดีตของประเทศบราซิล รัฐบาลบราซิลเคยประสบปัญหาถึงขนาดไม่มีเอธานอลพอจำหน่ายเมื่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงมาก ในทางกลับกันราคาเอธานอลกลับเหลือมากมายเกินกว่าผู้ผลิตจะรับซื้อเก็บไว้ได้ เมื่อน้ำมันเบนซินในตลาดโลกมีราคาถูกกว่าราคาเอธานอลเป็นอย่างมาก

           ประการทีสอง รัฐบาลจะต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการตั้งสถานีจำหน่ายเอ ธานอลบริสุทธิ์อย่างเพียงพอสำหรับรถ FFV เพราะหากมีการนำเข้ารถFFV แต่ไม่มีปั้มเติมเอธานอลในระยะยาวคงไม่มีผู้บริโภคคนไหนยอมจ่ายเงินเพื่อ ซื้อรถยนต์ชนิดนี้แน่ เพราะต้องจ่ายเงินซื้อรถที่ราคาสูงขึ้นกว่าเดิม แต่กลับไม่มีเอธานอลให้เติมทำให้ต้องไปเติมน้ำมันเบนซินเหมือนเดิมตลอดเวลา ซึ่งเป็นการลงทุนโดยไร้ประโยชน์

           ประการสุดท้าย รัฐบาลจะต้องมีการร่วมมือกับบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์FFV เพื่อให้แน่ใจว่ามีช่างเทคนิคบริการที่มีความชำนาญเพียงพอในการให้การดูแล บำรุงรักษา และแก้ไขปัญหารถยนต์FFVได้ เมื่อเครื่องยนต์มีปัญหา

หมายเหตุ
           บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานบทความนี้ เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

tags :

บทความอื่นๆ