คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/376" type="text/javascript"></script>
การเมืองกับคณิตศาสตร์: ดรรชนีแห่งอำนาจ (index of power)
การค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันทำให้คณิตศาตร์ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายๆเรื่อง แม้แต่ในเรื่องการเมือง สิ่งที่เรากำลังจะทำความรู้จักกันนี้ มีชื่อว่า ดรรชนีแห่งอำนาจ
ผู้เขียน: วิทวัชร์ โฆษิตวัฒนฤกษ์ ชมแล้ว: 34,898 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 7 January 2008, 9:56 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 7 January 2008, 9:56 pm

หน้าที่ 1 - “ประโยชน์ของตัวเลข”
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
การเมืองกับคณิตศาสตร์? แค่อ่านหัวข้อนี้ก็คงสร้างความประหลาดใจให้กับหลาย ๆ คนได้แล้ว
คณิตศาสตร์ เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก เหมือนจะเป็นเรื่องของการบวกลบคูณหาร สูตรคำนวณต่าง ๆ
การเมือง ไกลตัวขึ้นไปอีกหน่อย แต่ก็ว่าด้วยเรื่องของการบริหารและปกครองประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและประชาชน











การเมืองกับคณิตศาสตร์? แค่อ่านหัวข้อนี้ก็คงสร้างความประหลาดใจให้กับหลาย ๆ คนได้แล้ว
คณิตศาสตร์ เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก เหมือนจะเป็นเรื่องของการบวกลบคูณหาร สูตรคำนวณต่าง ๆ
การเมือง ไกลตัวขึ้นไปอีกหน่อย แต่ก็ว่าด้วยเรื่องของการบริหารและปกครองประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและประชาชน

ดูอย่างไรก็ไม่เห็นว่า คณิตศาสตร์ กับ การเมือง มันจะเกี่ยวข้องกันตรงไหนเลย



ในช่วงที่การเมืองในประเทศไทยกำลังเข้มข้นร้อนระอุนี้ ผู้เขียนจะขอนำเสนอหนึ่งในเรื่องราวของคณิตศาสตร์ประยุกต์ เมื่อการค้นคว้าวิจัยทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบันได้ทำให้คณิตศาสตร์ก้าวเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในเกือบทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสังคมการเมือง สิ่งที่เรากำลังจะทำความรู้จักกันนี้ มีชื่อว่า ดรรชนีแห่งอำนาจ หรือ Index of Power



แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงตัวดรรชนีนี้ เราลองมานึกถึง “ประโยชน์ของตัวเลข” กันดูก่อนดีกว่า เลขหนึ่งสองสาม ที่พวกเราทุกคนรู้จักกันดีนี่แหละ มันมีอะไรดีถึงขนาดที่ว่า เราต้องนั่งท่องนั่งจำกันมาตั้งแต่อนุบาล



เป็นเรื่องปกติที่เราจะลืมนึกกันไป แต่ความสำคัญหลัก ๆ ของตัวเลขก็คือ มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบอกปริมาณมากน้อย ลองนึกถึงบทสนทนาง่าย ๆ กันดู



“ถ้าจะไปคาราโอเกะต่อเราตังไม่พอวะ วันนี้เอาตังมานิดเดียว”


“เดี๋ยวยืมเราไปก่อนก็ได้ จะว่าไปเรายังติดนายจากคราวก่อนอยู่เลยนิ”



หรือ

“พักนี้ไม่รู้เป็นไง เราว่ากินน้อยแล้วนะแต่สงสัยน้ำหนักขึ้นแน่เลย”


“อะไร ดูไม่เห็นจะอ้วนขึ้นเลย ยังไงชั้นว่า ชั้นก็ยังหนักกว่าเธออยู่ดีแหละ”



หากบทสนทนาจะยังดำเนินต่อไป คงนึกออกว่าอีกไม่นาน จะต้องมีการหยิบยกจำนวนตัวเลขขึ้นมาคุยกันแน่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงต้องคุยกันอีกยาว ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ตัวเลขมีความสำคัญในการบอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปริมาณ ความมากความน้อยของสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะถูกแปรสภาพด้วยตัวบ่งปริมาณให้เฉพาะเจาะจง เข้าใจง่ายและสื่อสารกันได้รู้เรื่อง












ขอนอกเรื่องแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์อีกสักหน่อย เมื่อครั้ง เจงกีสข่าน จอมทัพแห่งมองโกล รวบรวมไพร่พลหวังที่จะออกศึกไล่ล่าดินแดน เจงกีสข่านได้ริเริ่มการจัดกองทัพเป็นกองสิบกองร้อยกองพัน แทนที่จะใช้การยกทัพตะลุมบอนแบบในยุคก่อน ผลก็คือ กองทัพมองโกลภายใต้การนำของเจงกีสข่าน ได้เปรียบคู่ต่อสู้เป็นอย่างมากในเรื่องของการนำทัพจัดรูปขบวน ในการประมาณไพร่พล และการวัดประเมินค่าความเสียหายหลังทำศึก ทัพมองโกลที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ ได้รับชัยชนะในสงครามเรื่อยมา



กลับมาเข้าเรื่องคณิตศาสตร์กันต่อดีกว่า ในเมื่อจำนวนมีประโยชน์ในการแจกแจงความมากน้อยของสิ่งต่าง ๆ มนุษย์จึงนำจำนวนตัวเลขมาเป็นเครื่องมือในการบอกปริมาณ ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนัก ส่วนสูง ความยาว ความเร็ว ปริมาตร ราคา หรือที่ฟังดูเข้าใจยากขึ้นมาหน่อยก็เห็นจะเป็น ความคล่องตัวของตลาดหุ้น การกระจายตัวของรายได้ IQ EQ ความเผ็ดของพริก ความงามของท่ากระโดดน้ำในการแข่งขัน ยอดขายในไตรมาสที่หนึ่ง ความแรงของเครื่องยนต์ หรือแม้แต่ความขาวดูดีของผิดหน้าก็ยังวัดกันออกมาเป็นตัวเลขได้แล้วในสมัยนี้





หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ส.ค. 2549 (17:00)
น่าสนใจนะครับ แต่ก็อย่างที่อาจารย์บอกไว้อ่ะครับ "อำนาจ"มันมีสิ่งชี้วัดมากกว่านี้ แต่น่าสนใจมากครับ
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 ก.ย. 2549 (15:49)
ถ้าอย่างการเลือกพรรคร่วมรัฐบาล พรรคที่ชนะการเลือกตั้งควรเลือกพรรคที่มาร่วมเปนพรรคที่มีอำนาจต่อรองรองลงมา หรือเลือกที่มีอำราจต่อรองน้อยๆ ล่ะคับ แบบเอาแค่รวมเปอร์เซนแล้วมากกว่าครึ่งหรือว่าแบบไหนอ่ะคับ(ถ้าไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้)
แล้วที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้คือเค้ากุมอำนาจเตม 100 เลยใช่มั้ยคับผม
Artemis เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 ม.ค. 2551 (00:25)
ชอบครับอ่านสนุกดี
suratat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 17 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 33,224 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 237 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเมืองกับคณิตศาสตร์: ดรรชนีแห่งอำนาจ (index of power) [34,899]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,396]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,654]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,892]
Global Warming { English } [117,031]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.