คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/376" type="text/javascript"></script>
การเมืองกับคณิตศาสตร์: ดรรชนีแห่งอำนาจ (index of power)
การค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันทำให้คณิตศาตร์ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายๆเรื่อง แม้แต่ในเรื่องการเมือง สิ่งที่เรากำลังจะทำความรู้จักกันนี้ มีชื่อว่า ดรรชนีแห่งอำนาจ
ผู้เขียน: วิทวัชร์ โฆษิตวัฒนฤกษ์ ชมแล้ว: 34,899 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 7 January 2008, 9:56 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 7 January 2008, 9:56 pm

หน้าที่ 2 - index of power
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

แล้วทำไมอำนาจนี่จะวัดกันไม่ได้?


ใช่แล้วครับ ดรรชนีแห่งอำนาจ เป็นตัวชี้วัดอำนาจ หรือระดับอิทธิพล ถึงขั้นที่คำนวณออกมาดูกันชัด ๆได้เลยว่า ใครมีอำนาจมากน้อยเพียงไร นำคู่แข่งอยู่เท่าไหร่หรือตามคู่แข่งอยู่เท่าไหร่



เสียอยู่อย่างเดียว การที่จะคำนวณเลขดรรชนีตัวนี้ออกมานั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย วิธีการคำนวณนั้นก็ยังมีหลายแบบแตกต่างกันออกไป แล้วแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ฟังอย่างนี้แล้วอย่าพึ่งท้อใจ หนทางหมื่นลี้เริ่มต้นด้วยก้าวแรก เรามาดูวิธีคำนวณดรรชนีแห่งอำนาจเบื้องต้นกันเลยดีกว่า! หากไม่พิสมัยกับการคำนวณก็ข้ามตัวอย่างไปได้เลยครับ



ตัวอย่างที่ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรของประเทศประเทศหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองสามพรรคคือ


พรรคสุจริตดี มี ส.ส. อยู่ 50 คน

พรรคสุจริตชอบ มี ส.ส. อยู่ 30 คน

และพรรคที่สาม พรรคสุจริตนิยม มี ส.ส. อยู่ 20 คน

ในการผ่านร่างกฎหมายแต่ละฉบับ ต้องใช้เสียงสองในสามของสภาหรือ 67 คน ดังนี้แล้วแต่ละพรรคมีอำนาจต่อรองมากน้อยเพียงไร?



วิธีการก็คือ เราจะเขียนทุกรูปแบบการร่วมโหวตที่จะทำให้ร่างกฎหมายผ่านสภาไปได้ ในกรณีนี้มีทั้งสิ้นสามแบบคือ

แบบที่ 1 ทั้งสามพรรคยกมือให้ผ่าน (รวมได้ 100 คะแนนเสียง)

แบบที่ 2 พรรคสุจริตดี และ พรรคสุจริตชอบ ยกมือให้ผ่าน (รวมได้ 80 คะแนนเสียง)

แบบที่ 3 พรรคสุจริตดี และ พรรคสุจริตนิยม ยกมือให้ผ่าน (รวมได้ 70 คะแนนเสียง)

สังเกตว่า พรรคสุจริตชอบ และ พรรคสุจริตนิยม มี ส.ส. รวมได้ 50 คน ไม่พอที่จะทำให้ร่างกฎหมายผ่าน ในขณะที่ พรรคสุจริตดี ที่เป็นพรรคใหญ่ จะต้องเห็นชอบเสมอในการผ่านร่าง แต่ก็ใช่ว่าพรรคสุจริตดีจะคุมเกมได้ทั้งหมด เพราะลำพังพรรคสุจริตดีพรรคเดียวมี ส.ส 50 คน ไม่พอที่จะผ่านร่างอยู่ดี ลองพิจารณาดูได้จากตารางนี้











ในลำดับต่อมา เราจะพิจารณา “พรรคที่ไม่จำเป็นในแต่ละรูปแบบการโหวต” นั่นคือ พรรคที่ต่อให้ไม่ยกมือ ร่างกฎหมายก็ผ่านไปได้อยู่ดี

เราจะเห็นว่า ในการโหวตแบบที่ 1 ต่อให้ พรรคสุจริตชอบ หรือ พรรคสุจริตนิยม ไม่ยกมือ ร่างกฎหมายก็ผ่านไปได้อยู่ดี เราจะลบเครื่องหมาย X ในช่องเหล่านั้นออก ส่วนในการโหวตแบบที่ 2 และ 3 ถ้ามีพรรคในพรรคหนึ่งไม่ยกมือละก็ ผลการโหวตจะเปลี่ยนไปทันที เราแก้ไขตารางได้เป็น











เอาละครับ มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว มีเครื่องหมาย X เหลือรอดอยู่ 5 อัน อยู่ในช่อง พรรคสุจริตดี 3 อัน คิดเป็น 60% อยู่ในช่อง พรรคสุจริตชอบ 1 อัน คิดเป็น 20% อยู่ในช่อง พรรคสุจริตนิยม 1 อัน คิดเป็น 20% และนี่แหละครับ คือดรรชนีแห่งอำนาจของแต่ละพรรคภายในสภา ไม่ยากเกินไปใช่ไหมละครับ



ตัวอย่างที่ 2 ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่ง มีผู้เข้าร่วมประชุมสองคน คือ นายสมชาย และนางสมหญิง

นายสมชาย ถือหุ้นทั้งหมด 51 ล้านหุ้น

นางสมหญิง ถือหุ้นทั้งหมด 49 ล้านหุ้น

แล้วแต่ละคนนี้ มีอำนาจในการบริหารบริษัทอยู่เท่าไหร่?



ขั้นตอนคำนวณของตัวอย่างนี้ไม่ยากเท่าไรนัก ผมขอเฉลยเลยละกันว่า นายสมชายมีอำนาจ 100% นางสมหญิงมีอำนาจ 0% ที่ตัวเลขสุดโต่งไปแบบนี้ก็เพราะว่า นายสมชายเป็นผู้กุมชะตากรรมของบริษัทนี้ไว้ทั้งหมด ลำพังตัวเขาเอง ก็ถือหุ้นเกินครึ่งของบริษัทเข้าไปแล้ว อะไรที่คุณสมชายเห็นชอบ ก็จะเป็นนโยบายของบริษัทไปทันที ในส่วนของคุณสมหญิง เธอไม่มีอำนาจในการต่อรองเลย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่า คุณสมชายมีอำนาจ 100% ในขณะที่ คุณสมหญิงมีอำนาจ 0%



ดรรชนีแห่งอำนาจ เป็นตัวชี้วัดที่ดี ในการประเมินความน่าสนใจของแต่ละพรรคการเมืองในการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมันบ่งบอกถึง อิทธิพลของพรรคนั้น ๆ ที่จะมีต่อสภา หรือถ้าเป็นในภาษาคณิตศาสตร์ก็คือ ความน่าจะเป็นที่พรรคนั้น ๆ จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายในการผ่านร่างกฎหมาย



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ส.ค. 2549 (17:00)
น่าสนใจนะครับ แต่ก็อย่างที่อาจารย์บอกไว้อ่ะครับ "อำนาจ"มันมีสิ่งชี้วัดมากกว่านี้ แต่น่าสนใจมากครับ
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 ก.ย. 2549 (15:49)
ถ้าอย่างการเลือกพรรคร่วมรัฐบาล พรรคที่ชนะการเลือกตั้งควรเลือกพรรคที่มาร่วมเปนพรรคที่มีอำนาจต่อรองรองลงมา หรือเลือกที่มีอำราจต่อรองน้อยๆ ล่ะคับ แบบเอาแค่รวมเปอร์เซนแล้วมากกว่าครึ่งหรือว่าแบบไหนอ่ะคับ(ถ้าไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้)
แล้วที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้คือเค้ากุมอำนาจเตม 100 เลยใช่มั้ยคับผม
Artemis เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 358 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 ม.ค. 2551 (00:25)
ชอบครับอ่านสนุกดี
suratat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 17 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


dummy user
(ผู้ใช้ทดสอบ ที่ไม่มีตัวตน)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 33,241 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 37 ครั้ง
ได้รับดาว 237 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเมืองกับคณิตศาสตร์: ดรรชนีแห่งอำนาจ (index of power) [34,900]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,415]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,668]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [281,187]
Global Warming { English } [117,228]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.