<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/37611" type="text/javascript"></script> |
|
ปูเจ้าปัญหากับผู้หญิงยุคปัจจุบัน
cancer มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า canker ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า crab หรือ ปู ในภาษาลาติน
post ครั้งแรก: Mon 7 July 2008, 9:53 am ปรับปรุงล่าสุด: Tue 8 July 2008, 7:06 pm
|
คุณรู้จักปูดีแค่ไหน?
ปูที่กำลังจะถูกพาดพิงถึงต่อไปนี้ ไม่ใช่ “ปู” ที่เป็นสัตว์พวกเท้าปล้อง (arthropoda) มี 8 ขา รวม 2 ก้ามเป็น 10 ไม่ไช่ปูที่อาศัยตามพื้นทราย มีขาว่ายน้ำเป็นกรรเชียงคล้ายปูม้า และไม่ใช่แม้กระทั่งปูที่มีวิวัฒนาการไปไกลกว่าพรรคพวกที่เปลี่ยนส่วนท้องให้นิ่มและบิดเบี้ยวเพื่อสอดใส่ตัวเองในเปลือกหอยเสฉวน ลองถามตัวเองว่าคุณรู้จักปูดีแค่ไหน เมื่อกล่าวถึงปูแล้วคุณนึกถึงอะไร?
เรื่องของปูที่ไม่ใช่ “แค่ปู”
เคยได้ยินคำว่า “cancer” หรือไม่ และคิดว่า “cancer” เกี่ยวข้องกับปูอย่างไร “cancer” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “canker” ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า “crab” หรือ “ปู” ในภาษาลาติน นอกจาก “cancer” จะหมายถึงปูแล้ว “cancer” ยังจัดเป็น 1 ใน 12 จักราศี ที่มีลักษณะเฉพาะตัวหลายอย่างที่เปรียบได้กับพฤติกรรมของปู เป็นต้นว่า ปูสามารถเดินหรือวิ่งในแนวด้านข้าง ซึ่งถูกนำมาเปรียบเทียบกับลักษณะของคนในกลุ่มราศี “cancer” หรือ “กรกฎ” ว่าบางครั้งมักจะใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย อารมณ์และเป้าหมายเปลี่ยนแปลงได้ตลอด แต่ในขณะเดียวกันชาวกรกฎจะสามารถปรับตัวได้ดีตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกับปูที่มีการนำฟองน้ำหรือสาหร่ายมาติดตามตัวเพื่อให้สามารถพรางกายได้ดียิ่งขึ้น

คุณรู้จักปูในอีกแง่มุมหรือไม่?
ปูที่ไม่ใช่แค่ปูนา “ปู” ยังถูกนำมาใช้เรียกชื่อโรคชนิดหนึ่ง เช่นเดิมโดยผ่านคำว่า “cancer” ใช่แล้วมันคือโรคที่ชาวบ้านร้านตลาดเรียกว่า “มะเร็ง” แม้ว่าจะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าใครกันที่เป็นผู้ตั้งชื่อโรคนี้ว่า “cancer” ทำไมจึงเป็น “cancer” หรือโรคนี้มีลักษณะอะไรที่เหมือนปู แต่หลักฐานส่วนใหญ่ชี้ว่าในช่วงศตวรรษที่ 2 แพทย์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า “ Claudius Galen” กล่าวว่า “เนื้องอกที่มีเส้นเลือดอยู่รอบๆ มีลักษณะคล้ายปู” มะเร็ง (cancer or malignant tumor) แตกต่างจากเนื้องอกธรรมดา (benign tumor) ตรงที่มีศักยภาพในการลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อและอวัยวะข้างเคียงหรือแม้แต่อวัยวะห่างไกลแล้วแต่ระบบเลือดและน้ำเหลืองจะพาไปถึง จากลักษณะเช่นนี้ทำให้ผู้เขียนนึกไปถึงพฤติกรรมของปูเสฉวนซึ่งเวลาเดียวที่ปูจะทิ้งเปลือกหอยก็ต่อเมื่อตัวใหญ่เกินไปต้องเสาะหาบ้านใหม่ มะเร็งก็เช่นกันเมื่อพื้นที่เดิมมีจำกัดมะเร็งก็จะแสวงหาที่อยู่ใหม่โดยการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น มาถึงตอนนี้ผู้อ่านคงพอจะนึกภาพออกแล้วว่าปูกับมะเร็งมีความคล้ายคลึงกันอย่างไร? ถึงมะเร็งจะเหมือนปูแต่ก็คงจะไม่ใช่ “ปูธรรมดา” หากแต่เป็น “ปูเจ้าปัญหา” เพราะเรายังต้องหาทางป้องกันและรักษากันต่อไป
มะเร็งอะไรน่ากลัวที่สุด?
มะเร็งสามารถเกิดได้ทั้งในพืชและสัตว์ หลักฐานการค้นพบมะเร็งที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดพบในคนอียิปต์ เมื่อประมาณ 3000-1500 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งพบว่าเป็น “มะเร็งเต้านม” มะเร็งสามารถเกิดได้กับเนื้อเยื่อและอวัยวะทุกประเภท เกิดที่หลอดอาหารก็เรียก “มะเร็งหลอดอาหาร” เกิดที่ตับก็เรียก “มะเร็งตับ” ในบรรดามะเร็งที่มีอยู่อย่างมากมายหลายชนิดแล้วมะเร็งอะไรล่ะที่น่ากลัวที่สุด ถ้าสำหรับผู้หญิงเราแล้ว “มะเร็งปากมดลูก” น่าจะเป็นมะเร็งที่น่ากลัวที่สุดเนื่องจากมีแนวโน้มเป็นกันมากขึ้นจนน่าเป็นห่วงในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งอยากจะให้ผู้หญิงทุกวัยหันมาสนใจและตระหนักถึงอันตรายของ “มะเร็งปากมดลูก” เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวมากและสาเหตุการเกิดยิ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะผู้หญิงยุคใหม่ ผู้หญิงวัยรุ่น (วัยเดียวกันกับผู้เขียน) ต้องหันมาทางนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเราสามารถรู้เท่าทันมะเร็งชนิดนี้ได้ ส่วนผู้ชายเองก็อย่าเพิ่งเสียใจที่ไม่มีโอกาสจะได้เป็น เอาข้อมูลจากนี้ไปบอกต่อผู้หญิงที่คุณรักก็คงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย
รู้เท่าทันมะเร็งปากมดลูกเป็นอย่างไร?
มะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุหลักๆ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า “Human papillomavirus (HPV)” เชื้อนี้ผู้หญิงจะได้รับมาจากการมีเพศสัมพันธ์ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงจึงเกิดแก่ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะถือเป็นผู้ที่ให้เชื้อได้มีเวลาพักพิงอิงอาศัยจนก่อมะเร็งในระยะลุกลามซึ่งจะใช้เวลา 5-15 ปี ขึ้นกับชนิดของเชื้อและภูมิต้านทานของแต่ละบุคคล เนื่องจากระยะเวลาในการฟักตัวของเชื้อขึ้นกับชนิดของเชื้อที่ได้รับ เข้าไป ทำให้ผู้ที่มีคู่นอนหลายคนเป็นผู้ที่เพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสกับเชื้อที่มากหลายและถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ชีวิตได้สัมผัสกับมะเร็งปากมดลูก แต่อย่างไรก็ตามทุกคนที่ติดเชื้อก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูกแต่ถือเป็นผู้ที่มีโอกาสมากกว่าในการเป็น ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่จะช่วยให้มะเร็งเกิดขึ้นได้และเกิดได้เร็วขึ้นคือ การสูบบุหรี่, การติดเชื้อไวรัส HIV, การกินยาคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานกว่า 5-10 ปี และล่าสุดนายแพทย์ Henry Jabbour และคณะนักวิจัยจากสภาวิจัยการแพทย์ของอังกฤษพบว่าสาร prostaglandin ที่มีจำนวนมากในน้ำอสุจิสามารถ เร่งการเจริญของเนื้องอกบริเวณปากมดลูกได้ ฉะนั้นแม้ว่าจะมีคู่นอนเพียงคนเดียวก็ยังไม่ได้ช่วยลดโอกาสเสี่ยงลงมากนัก ถุงยางอนามัยน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ ทางเลือกสำหรับการป้องกันมะเร็งปากมดลูกอีกทางคือการฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งวัคซีนนี้ทำมาจากเปลือกที่ห่อหุ้มไวรัส HPV หลายชนิด (HPV 6, HPV 11, HPV 16 และ HPV 18) วัคซีนนี้จะสามารถป้องกันระยะก่อนการติดเชื้อและป้องกันโรคหูดหงอนไก่หรือเนื้องอกบริเวณช่องคลอด, มดลูกและทวารหนักได้ด้วย เพื่อให้ได้ผลดีควรฉีดในช่วงอายุ 11-12 ปี หรือในอายุก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง เพราะถ้าหากได้รับเชื้อมาแล้ววัคซีนก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ จากสาเหตุทั้งหลายที่ได้กล่าวมาจะเห็นว่าบางปัจจัยเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราเลี่ยงได้ยาก มะเร็งปากมดลูกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด แต่เรายังพอจะมีทางออก
ทางซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรู้เท่าทันมะเร็งปากมดลูกอย่างที่สุดคือการเฝ้าระวังโดยการตรวจคัดกรองหรือก็คือการตรวจหาเชื้อและการตรวจเซลล์ที่ผิดปกติซึ่งอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งตามมาเพื่อหาทางรักษาได้ทัน เหมือนในประเทศฟินแลนด์ สแกนดิเนเวีย และสวีเดน ที่จะพบโรคนี้น้อยมาก เนื่องจากมีการตรวจคัดกรองโรคเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ การตรวจควรเริ่มเมื่ออายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป แต่อย่าลืมว่าเมื่อมีเพศสัมพันธ์ก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทันที ฉะนั้นหากรู้ตัวว่ามีเพศสัมพันธ์แล้วอย่ารีรอที่จะไปตรวจคัดกรอง
เมื่อรู้เท่าทันอย่างนี้แล้วก็คงต้องเสียใจจริงๆที่ต้องกล่าวคำว่า“ปูจ๋าลาก่อน”.… >>>>

น่ากลัวค่ะ อย่างนี้ต้องไปตรวจร่างกายโดยด่วน
เป็นเรื่องที่ควรรู้และหาทางป้องกัน
น่ากลัวจัง
อยากไปตรวจอยู่เหมือนกัน
เห็นด้วยสุดๆ ไปตรวจเลยค่ะ (ผู้เขียนเองค่ะ)


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |