| |
||
|
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)lเว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น
2549 (กระทรวงวิทย์)|เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด2549,2550,2551
(TrueHits) |
||
|
27 สค.นี้ปรากฎการณ์พระจันทร์ 2 ดวง จริงหรือหลอก?
โลกและดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบที่แตกต่างกัน เราเรียกจังหวะเวลาที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคารโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลางว่าดาวอังคารมาอยู่ ณ ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
|
e-mail เป็นสิ่งที่มีผลกับชีวิตในยุคปัจจุบันมากขึ้น เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงรายบุคคล และมีอิทธิพลมากเป็นอันดับต้นๆ forward mail จึงเป็นสิ่งที่นิยมส่งต่อให้กัน ในโลกไซเบอร์ ทำให้ข่าวสามารถกระจายถึงกันได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

ที่มา : http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/img/mars/0308sky.png
ตำแหน่งดาวอังคารบนท้องฟ้า เวลา 23.00 น.
ของวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ดาวอังคารจะอยู่สูงบนท้องฟ้าในเวลาใกล้เที่ยงคืน
และมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ตลอดช่วงต้นเดือนสิงหาคม-ปลาย
เดือนกันยายน ไม่จำเป็นว่าจะต้องดูดาวอังคารในคืนวันที่ใกล้ที่สุดเพียงวันเดียว
แต่ความน่าเชื่อถือของสิ่งเหล่านี้กลับลดลงทุกวัน เช่น forward mail ฉบับหนึ่งมีเนื้อหาเขียนเป็นภาษาอังกฤษในครั้งแรก ว่า "The Red Planet is about to be spectacular! This month and next, Earth is catching up with Mars in an encounter that will culminate in the closest approach between the two planets in recorded history. The next time Mars may come this close is in 2287. Due to the way Jupiter's gravity tugs on Mars and perturbs its orbit, astronomers can only be certain that Mars has not come this close to Earth in the Last 5,000 years, but it may be as long as 60,000 years before it happens again. The encounter will culminate on August 27th when Mars comes to within 34,649,589 miles of Earth and will be (next to the moon) the brightest object in the night sky. It will attain a magnitude of -2.9 and will appear 25.11 arc seconds wide. At a modest 75-power magnification Mars will look as large as the full moon to the naked eye. Mars will be easy to spot. At the beginning of August it will rise in the east at 10p.m. and reach its azimuth at about 3 a.m. By the end of August when the two planets are closest, Mars will rise at nightfall and reach its highest point in the sky at 12:30 a.m. That's pretty convenient to see something that no human being has seen in recorded history. So, mark your calendar at the beginning of August to see Mars grow progressively brighter and brighter throughout the month. Share this with your children and grandchildren. NO ONE ALIVE TODAY WILL EVER SEE THIS AGAIN "
โดยเนื้อหาโดยรวมสรุปว่า "วันที่ 27 สิงหาคม ดาวอังคารจะใกล้โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จะเห็นดาวอังคารมีขนาดเท่าดวงจันทร์เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายเพียง 75 เท่า ในขณะนั้นเนื้อหาของข้อความล้วนเป็นข้อเท็จจริง มิได้มีส่วนใดกล่าวเกินจริง แต่การส่งต่อข้อความโดยอาจมีการตัดทอนบางส่วนออก การตัดข้อความบรรทัดเดียวกันแยกเป็นสองส่วน ผู้อ่านอาจไม่มีความรู้ในศัพท์เทคนิคทางดาราศาสตร์มากพอ การสื่อสารผิดพลาด หรือด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ทำให้ข้อความเหล่านั้นถูกบิดเบือน กลายเป็นว่าดาวอังคารจะใกล้โลกมากจนดูเหมือนเห็นดวงจันทร์สองดวง "
ใน email ไม่ได้ระบุปีที่จะเกิด ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ประกอบกับมีการตัดทอนเนื้อหาในการส่ง ทำให้ความหมายเปลี่ยน ในตำราดาราศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่า ดาวอังคารมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6,792 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,476 กิโลเมตร ห่างจากโลกเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร อาศัยความรู้ตรีโกณมิติระดับมัธยมก็คำนวณได้ไม่ยากว่ามันจะมีขนาดปรากฏบนท้องฟ้าใหญ่เท่าดวงจันทร์ก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจากโลกเพียง 780,000 กิโลเมตร หรือไกลกว่าดวงจันทร์ประมาณ 2 เท่า ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย และหากเป็นจริงแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารจะทำให้ระดับน้ำในโลกสูงขึ้นอย่างมาก
เรื่องจริงของดาวอังคารใกล้โลก โลกและดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรเกือบเป็นวงกลม โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวอังคารจึงเคลื่อนที่เร็วกว่า เมื่อถึงจังหวะเวลาที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคาร มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลาง เราเรียกช่วงเวลานั้นว่าดาวอังคารกำลังอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (ใช้โลกเป็นจุดอ้างอิง) และมักจะเป็นช่วงที่ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุดด้วย โดยเฉลี่ยดาวอังคารจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ทุกๆ ประมาณ 2 ปีเศษ ดาวอังคารไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงกลมสมบูรณ์แต่เป็นวงรีที่มีความรีเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างดาวอังคารกับดวงอาทิตย์แปรผันอยู่ระหว่าง 207-249 ล้านกิโลเมตร แต่ละครั้งที่มันเข้าใกล้โลกจึงมีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน

ดาวอังคารมีวงโคจรเป็นรูปวงรีรอบดวงอาทิตย์
ทำให้ระยะห่างระหว่างโลกกับดาวอังคารขณะเข้าใกล้กันมากที่สุดแต่ละครั้งมีค่าแตกต่างกัน
ดาวอังคารเคยเข้าใกล้โลกมากเป็นพิเศษเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ขณะนั้นอยู่ห่าง 56 ล้านกิโลเมตร ครั้งล่าสุดที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลกเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2548 ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นอีกในเดือนธันวาคม 2550 และ มกราคม 2553
อาศัยความรู้ตรีโกณมิติระดับมัธยมก็คำนวณได้ไม่ยากว่ามันจะมีขนาดปรากฏบนท้องฟ้าใหญ่เท่าดวงจันทร์ก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจากโลกเพียง 780,000 กิโลเมตรหรือไกลกว่าดวงจันทร์ประมาณ 2 เท่า ทำให้ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้ ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้ระดับน้ำในโลกสูงขึ้นในปริมาณมาก
นักดาราศาสตร์เตือนอย่าหลงเชื่อปรากฏการณ์พระจันทร์ 2 ดวง
ข้อมูลจาก : ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.
จากกรณีฟอร์เวิร์ดเมลที่ระบุว่าวันที่ 27 สิงหาคม 2551 นี้ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนจะเห็นดาวอังคารส่องแสงชัดเจนที่สุดด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวง เนื่องจากดาวอังคารจะอยู่ห่างจากโลกแค่ 34.65 ล้านไมล์เท่านั้น ส่งผลให้ประชาชนที่สนใจโทรเข้ามาสอบถามว่าจะมีปรากฏการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ รศ.ดร.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตรแห่งชาติ(สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้ชี้แจงว่า ปรากฎการณ์ที่ดาวอังคารจะส่องสว่างเท่าดวงจันทร์ไม่มีทางเป็นไปได้ โดยจากการคำนวณระยะทางของดาวอังคารจากวิถีโคจรในวันที่ 27 สิงหาคม พบว่า ดาวอังคารจะมีระยะห่างจากโลกถึง 224.375 ล้านไมล์ หรือ 359 ล้านกิโลเมตร ซึ่งนับว่าไกลมาก
“ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าโลกประมาณ 1 เท่า และใหญ่กว่าดวงจันทร์ประมาณ 1 เท่า เพราะฉะนั้นที่ระยะทาง 359 ล้านกิโลเมตร จะมีความสว่างน้อยมาก อีกทั้งแม้ว่าดาวอังคารจะมีโอกาสเข้าใกล้โลกได้มากที่สุดตามที่ระบุไว้คือ 34.65 ล้านไมล์จริงแต่ก็ไม่มีทางสว่างเท่าดวงจันทร์ได้ เพราะดวงจันทร์มีระยะห่างจากโลกเฉลี่ยเพียง 380,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ดาวอังคารที่เดินทางเข้าใกล้โลกมากที่สุดจะสว่างได้เทียบเท่ากับดาวพฤหัสเท่านั้น”
อย่างไรก็ดีในช่วงนี้มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เกิดขึ้นติดต่อกันอยู่บ่อยครั้ง จึงอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและเกิดความเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ก็ขอยืนยันว่าไม่มีปรากฏการณ์ดังกล่าวแน่นอน โดยปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้และน่าติดตามชมคือ จันทรุปราคา ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม โดยดวงจันทร์จะค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก กระทั่งถูกบดบังมากสุดที่เวลา 04.10 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โทรศัพท์ 0-2564-7000 ต่อ 1461 ,1462 โทรสาร 0-2564-7000 ต่อ 1482 e-mail : thaismc@nstda.or.th
ข้อมูลเพิ่มเติม :
ดาวอังคาร (โชติมาตร +0.6)
อยู่ในกลุ่มดาวแกะเกือบตลอดเดือนกรกฎาคมและจะย้ายเข้าสู่กลุ่มดาววัวในวันที่ 29 กรกฎาคม 2550 โดยจะเข้าใกล้กระจุกดาวลูกไก่ในต้นเดือนสิงหาคม เดือนนี้ดาวอังคารขึ้นเหนือขอบฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณตี 1 ครึ่งหลายชั่วโมงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น แต่สังเกตได้ดีที่สุดในเวลาเช้ามืดก่อนแสงทองจะจับขอบฟ้า คนในภาคกลางจะเห็นดาวอังคารอยู่สูงเป็นมุมเงยไม่เกิน 60 องศาในเวลาตี 5
ซึ่งเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างเดือนนี้ดาวอังคารสว่างมากขึ้นจากโชติมาตร +0.7 ไปที่ +0.5 ใกล้เคียงกับดาวเบเทลจุสตรงหัวไหล่ของกลุ่มดาวนายพรานและเข้าใกล้โลกมากขึ้นทุกขณะ ปลายปีเมื่อดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุดจะเห็นดาวอังคารสว่างกว่านี้อีก 7-8 เท่า ก่อนรุ่งสางของวันจันทร์และอังคารที่ 9-10 กรกฎาคม จะเห็นดวงจันทร์เสี้ยวข้างแรมอยู่ใกล้ดาวอังคาร ห่างกันประมาณ 9 องศา

