ความเห็น 43 3 ส.ค. 2554 (16:18) ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มที่เอามาตั้งกระทู้นะคับ เพราะไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ
แต่อยากแสดงความเห็นบางอย่างสำหรับคห.ที่ ๓๐ กับ ๔๒ ดังนี้คับ
ผิดพลาดประการใด กรุณาแนะนำด้วย
พระพุทธเจ้ากับนักวิยาศาสตร์เหมือนกันตรงที่เป็นเพียงผู้ค้นพบไม่ใช่ผู้สร้าง
- - ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้สร้าง แต่คุณไม่รู้เหรอว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายที่คนทั้งโลก ทุกศาสนาต้องใช้กันอยู่ทุกวันนี้
นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้สร้างหรือให้กำเนิดทั้งนั้นครับ เช่น สิ่งก่อสร้าง ยานพาหนะ รถไฟฟ้า เครื่องบิน เรือ เตรื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือสื่อสาร เตาแก๊ส ไมโครเวฟ ฯลฯ
หรือว่าที่บ้านคุณไม่มีของใช้อะไรเลย เอะแล้วอยู่ได้ไง? สงสัยบำเพ็ญทุกข์กิริยากันทั้งบ้านเลยมั้ง
โดยทั่วไปนะ นักวิทยาศาสตร์เขาจะศึกษาวัตถุเท่านั้น ถึงแม้บางครั้งวัตถุนั้นจะเล็กมากจนมองไม่เห็นก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นวัตถุเหมือนเดิม
- - นักวิทยาศาสตร์เขาศึกษาทุกอย่างที่ขวางหน้านะครับ ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น สัมผัสได้ สัมผัสไม่ได้ เช่น คลื่นเสียง สี แสง ไฟฟ้า ฯลฯ แต่พระพุทธเจ้าศึกษาเฉพาะเรื่องจิตและวิญญาณเท่านั้น
ภายใต้ปัจจัยแห่งเวลา ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแห่งสรรพสิ่ง นักวิทยาศาสตร์จีงต้องมีข้อยกเว้นบาอย่าง สำหรับบางทฤษฎี นักวิทย์จึงยังไม่มีการประกาศสัจธรรมที่ค้นพบ
- - นักวิทยาศาสตร์ประกาศกฏทางวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ประกาศสูตรคำนวณเป็นพัน เป็นหมื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัจจธรรม(อาจใช้คำไม่ถูก)ที่พิสูจน์ได้ และไม่มีใครโต้แย้งได้ จะเรียกว่าสัจจ...อะไรสักอย่างหรือเปล่าครับ นักวิทยาศาสตร์เขากล้าท้าให้คุณพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ต้องบอกว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" อย่างที่สาวกพระพุทธเจ้าชอบพูดกันนะคับ
ด้านฟิสิกส์ที่มีข้อยกเว้น เพราะสภาพแวดล้อมที่ต่างกันมีผลต่อคุณสมบัติทางฟิสิกส์บางอย่าง
แต่พระพุทธเจ้า สอนทางเรื่องนรก สวรรค์ ชาติปางก่อน เรื่องพวกนี้เป็นสัจจธรรมที่พิสูจน์ได้เหรอคับ?
พิสูจน์ให้ดูหน่อยเถอะว่า
๑. สวรรค์มี ๗ ชั้น มีเทวดาชื่อนั้น ชื่อนี้
๒. นรกมี ๑๘ ขุม มีเครื่องมือทรมานต่างๆ นานา อย่างั้นอย่างงี้
๓. คนยากจนเป็นเพราะกรรมจากชาติปางก่อน
๔. คนรวยเพราะชาติก่อนทำบุญไว้มาก
ถ้าคนชั่วตายแล้วต้องชดใช้กรรมในนรก ทำไมต้องเกิดมาชดใช้กรรมอีกหละ? แล้วคนดีตายได้ขึ้นสวรรค์แล้วทำไมยังต้องเกิดมาแบบสบายอีก?
๕. พระพุทธเจ้าเคยเป็นช้างมาก่อน เคยยกลูกชายให้ชูชกแบบง่ายๆ
พระพุทธเจ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ขอเพิ่มว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกเลยก็ว่าได้
- - พระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์นะคับ ถ้าสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบเป็นวิทยาศาสตร์ ทำไมจึงไม่มีการศึกษาศาสนาพุทธ ในคณะวิทย์ละครับ แต่จะศึกษาในคณะสังคม ปรัชญา อักษรศาสตร์ แล้วพระพุทธเจ้าทำได้อย่างที่นักวิทยาศาสตร์ทำหรือเปล่าคับ?
๑. เขาสามารถคำนวณได้หรือครับว่าดาวหางวิ่งในอวกาศด้วยความเร็วเท่าไหร่ ดาวต่างๆ อยู่ห่างจากโลกเท่าไหร่?
๒. เขาบอกได้ไม๊ว่าทำไมแสงถึงหักเหได้ เมื่อวิ่งผ่าน Prism?
๓. เขารู้วิธีหาค่าแรงเสียดทาน แรงโน้มถ่วง แรงดัน ฯลฯ หรือไม่?
๔. เขาหาโครงสร้างของสารต่างๆ ได้เหรอ?
๕. เขารู้สาเหตุการเกิดโรค และวิธีรักษาเหรอ?
๖. เขารู้วิธีการสร้างโลก หรือ จักรวาลเหรอ?
๗. เขาพิสูจน์เรื่องนรก สวรรค์ได้เหรอ?
๘. เขาอธิบายได้เหรอว่า ระเบิดปรมาณูสร้างอย่างไร?
ยังมีอีกมากมายเป็นพันเรื่อง ที่นักวิทยาศาสตร์รู้ และอธิบายได้ แต่พระพุทธเจ้าไม่รู้และอธิบายไม่ได้
นักเรียนมัธยมปลายสมัยนี้ยังมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากกว่าพระพุทธเจ้าเลยครับ
พระพุทธเจ้าก็ศึกษาด้วยการทดลองทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกัน แต่พระองค์ท่านไม่ทดลองกับวัตถุ พระองค์ทดลองกับชีวิตจริงๆ ของพระองค์เอง ไม่ทดลองกับชีวิตใครทั้งสิ้น
- - พระพุทธเจ้าไม่ใช่นักทดลองนะครับ ท่านเรียนรู้ชีวิตด้วยการสังเกตุ แล้วพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย บางทีท่านก้อนั่งสมาธิเห็นนั้นเห็นนี้ ซึ่งก้อไม่ถือว่าเป็นการทดลอง แต่ท่านเป็นคนช่างสังเกตุแบบนักวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ท่านไม่ได้ทำการทดลองอะไรแบบที่นักวิทยาศาสตร์ทำนะครับ ก้อท่านไม่ได้หาคุณสมบัติของวัตถุ ปฏิกิริยาต่างๆ ระหว่างวัตถุ ฯลฯ และสมัยนั้นไม่มีเครื่องมือ ของใช้เหมือนสมัยนี้ นี่ครับ
และมีหลายเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ทดลองกับวัตถุนะครับ เช่น คณิตศาสตร์ โลจิก ดาราศาสตร์ จักรวาล หลุมดำ พลังนอกพิภพ ธรณีวิทยา ฯลฯ เขาใช้วิธีเก็บข้อมูล แล้วเอามาโต้แย้งหาเหตุผลกันครับ
ใครกล้าบำเพ็ญทุกรกิริยาถึง ๖ ปี อย่างพระพุทธองค์ได้บ้าง ไม่มีเลย และคงไม่มีใครแม้แต่คิดจะทำ
- - ความคิดนี้ผิดอย่างยิ่งครับ พระพุทธเจ้าไม่สามารถแสวงหาทางหลุดพ้นจากการบำเพ็ญทุกรกิริยาถึง ๖ ปี ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ประสบความสำเร็จนะคับ
ลองอ่านประวัติของโยคีนีี้ดู เขาต่างหากที่ไม่มีใครเหนือกว่า
http://thirdeyepower.blogspot.com/2007/10/spheres-of-mind.html
http://thirdeyepower.blogspot.com/2007_10_01_archive.html
พระพุทธเจ้าบำเพ็ญทุกขกิริยาอยู่หลายปี แล้วคิดว่าไม่ใช่หนทางแห่งการหลุดพัน แต่โยคีคนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าคิดผิด
ถ้าหาก นักวิทย์คนใดทำได้จริงตามที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ เขาจะเผาตำราของเขาทุกเล่มทิ้งเลย รับรองได้ เขาจะต้องทิ้งทุกข์ แล้วหันกลับมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่มีแต่ความเย็น แทน
- - ถ้าหากทำได้จริง แล้วต้องมาเผาตำราทิ้ง ผมว่าพวกที่บวชเป็นพระทุกคน คงต้องเอาตำราสมัยอยู่มหาลัย หรือโรงเรียนมาเผากันหมดแล้ว แต่ก้อไม่เห็นมีใครทำกันซักคน ถ้ามีช่วยยกตัวอย่างให้ดูหลายๆ คนด้วย เห็นมีแต่พวกเอาวัตถุมงคลไปกองทิ้งตามที่ต่างๆ เพราะไม่สร้างสิ่งดีให้เขาเลย หลังจากเสียเวลาบูชามาตั้งหลายปี
ที่เห็นบวชกันไม่กี่เดือน ก้อเผ่นออกจากวัดกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอคับ เขาหนีเย็นมาพึ่งร้อนหรือคับ?
ส่วนพวกที่บวชอยู่หลายสิบปี ไม่สึก ไม่ใช่เป็นเพราะเขาต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่มีแต่ความเย็น หรอกคับ เขากลัวว่าสึกออกมาแล้วจะกลายเป็นพวกหัวโล้นตกงาน หรือขอทานต่างหากคับ ไม่เชื่อลองไปท้าให้เขาสึกแล้วหางานเลี้ยงชีพตนเองซิครับ ถ้าหางานทำได้ในภายใน ๓ เดือนหลังสึก และทำได้ตลอดถึง ๓ ปี ผมให้แสนหนึ่งเลย โดยเฉพาะพวกเจ้าอาวาสนี่ ไม่มีทางสึกคับ นอกจากจะโดนจับสึก
ถ้าเขาสึกออกมาแล้วมีทางออกที่ดีกว่าการเป็นพระ เขาสึกออกมากันเกือบหมดวัดแล้วขอรับ ดูอย่างพวกที่ไปเผยแพร่ศาสนาพุทธในยุโรป อเมริกาซิคับ สึกออกมาแต่งงานกับคนยุโรป อเมริกาเป็นี่สิบรายแล้วมั้ง
ในเมืองไทยที่สึกมาแล้วไปอยู่กินกับแม่หม้าย แม่ยก มีเยอะแยะเป็นร้อยนะคับ แต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง เพราะเขาไม่เหมือนพวกดาราหน้าเน่า พวกสื่อต่างๆ จึงไม่ชอบเอามาเป็นข่าว
สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสในขณะสนทนาธรรม ครอบคลุมทุกเรื่องของวิทยาศาสตร์กายภาพ ทั้งระดับใหญ่ที่สุดอย่างจักรวาล ระดับเซลล์ จนถึงระดับเล็กที่สุดขั้นปรมาณู การค้นพบทางฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เป็นการค้นพบในภายหลังการตรัสรู้นับพันปี
- - ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าพูดภาษาอะไร ช่วยยกตัวอย่างเวลาพระพุทธเจ้าสอนเรื่องวิทยาศาสตร์กายภาพหน่อยเถอะ สงสัยจริงๆว่าเวลาพระพุทธเจ้าพูดศัพท์วิทยาศาสตร์ เข่น cell atom particle fiction dynamic electric ribosome mitochondia genetic matrix etc. พระพุทธเจ้า จะใช้ภาษาบาลี สันสกฦต คำไหนมาพูด ทุกวันนี้ยังหาศัพท์บาลี สันสกฤตมาแทนภาษาวิทยาศาสตร์หลายคำไม่ได้เลย
เหตุที่พระพุทธองค์ทรงเก็บการค้นพบความจริงของโลกและจักรวาลไว้เพราะการค้นพบเหล่านั้นไม่ใช่หนทางของการหลุดพ้น แม้ว่าการค้นพบของพระองค์ในเรื่องแสงจะทำให้มีเครื่องเล่นดีวีดีก่อนหน้านี้สักพันปี ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะช่วยให้หลุดพ้นได้
- - ถ้าการค้นพบของพระพุทธเจ้าทำให้มีเครื่องเล่นดีวีิีิีดีได้ ประเทศอินเดียหรือประเทศไทยคงผลิตเล่นดีวีดีเป็นประเทศแรกแล้วละ
ทีทำให้หลุดพ้นได้ มีใครหลุดพ้นได้บ้าง ช่วยยกตัวอย่างให้ดูด้วย
อย่างมากก้อคงประมาณหนึ่งในแสนหรือหนึ่งในล้านคับ เห็นส่วนใหญ่อยากนั่งรถเก๋ง อยากมีมือถือ อยากเล่นคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น
ไม่อยากอยู่แค่สองอย่างคือทำงานหนัก หรือเสียสละให้ผู้อื่น
ความรู้ต่างๆที่ทรงรับรู้มาจากสัพพัญญุตญาณนั้นมากมายเหลือเกิน เหมือนใบไม้ทั้งป่า แต่ความรู้ที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้นประดุจดังใบไม้ 2-3 ใบในกำมือ
- - ช่วยเอาใบไม้ 2-3 ใบนั้นมาแจกจ่ายให้สังคมด้วยนะคับ คนจะได้หลุดพ้นกันหมด จะได้ไม่ต้องทำงาน ดิ้นรนทำมาหากิน หาเงินมาเลี้ยงดูพวกกาฝากสังคม
ไอน์สไตน์ได้ให้ความสุขสบาย แต่เพียงแค่กายเท่านั้น ที่เหนือชั้นขึ้นคือไปจิตใจต่างหากที่เราทั้งหลายควรจะเข้ามาศึกษาให้รู้เท่าทัน เพราะถ้ามนุษย์ยิงศึกษาไปไกลจากตัวเราเองมากเท่าไหร่ ความโง่ความมืดบอด ก็มีเท่านั้น
- - สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาวิจัยส่วนใหญ่แล้วามารถนำมา ประยุกต์เพื่อความสุขทั้งกายและใจของมนุษย์นะคับ
ถ้าร่างกายคุณเจ็บป่วย จิตใจคุณไม่ว้าวุ่นหรือคับ?
แต่ถ้าจิตใจว้าวุ่น ร่างกายยังเป็นปกติได้
คนเราถ้าเจ็บไข้ได้ป่วย เขาไม่ออกไปทำงานหรอก แต่ถ้าจิตใจว้าวุ่น เขายังออกไปทำงานได้
อย่างนี้แสดงว่า จิตหรือกาย สำคัญกว่ากัน?
นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาเรื่องใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใกล้หรือไกลตัว ย่อมจะทำให้คนเรารู้จักและเข้าใจสิ่งต่างๆ ดีขึ้น
แต่วิชาที่หยุดกับที่หรือไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าถึงจุดอับ มืดมน เหมาะสำหรับพวกชอบโลกแคบ โลกมืดนะคับ
ที่ควรจะรู้เท่าทัน คือต้องทันพวกกาฝาก หรือพวกชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นคับ วันๆ ไม่ยอมทำอะไร อาศัยความโง่ของคนอื่น มาเลี้ยงชีพตนเอง