เกม - การละเล่นของเด็กไทยในอดีต

ยุคแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

  วิรุฬหกกลับ


                   เด็กไทยในปัจจุบัน มักจะเลือกใช้เวลาว่างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเล่นเกมที่ตนโปรดปราน นอกจากเกมคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเกมในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้

เกมคอมโซล (game console) คือ เกมที่เล่นผ่านเครื่องเล่นเกมโดยต่อผ่านจอโทรทัศน์
เกมคอมพิวเตอร์(game software) เป็นเกมที่พัฒนาผ่านซอฟแวร์ต่างๆโดยเล่นผ่านทางคอมพิวเตอร์
เกมออนไลน์( game online) เป็นเกมที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากเกมคอมพิวเตอร์โดยเล่นผ่านระบบอินเตอร์เนต ทั้งยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ในขณะที่เล่นเกม

เกมพกพา เป็นเครื่องเล่นเกมที่สามารถนำติดตัวไปไหนมาไหนได้ มีอยู่หลายแบบเช่นเกมบอย , PSP (Play Station Portable)   หรือเกมในโทรทัพท์มือถือก็สามารถจัดเข้ากลุ่มของเกมพกพาได้เช่นกัน

แนวเกมต่างๆที่มีออกมากระตุ้นความตื่นเต้นของนักเล่นก็มีครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้ง ทั้งบู๊ล้างผลาญ การวางแผน บริหาร-จัดการ เกมทำอาหาร-เกมแต่งตัวที่เหมาะกับเด็กผู้หญิง ไม่เว้นแม้ระทั้งเกมที่มีลักษณะเนื้อหาส่อไปทางเพศ

 
เกมแนวยิงระห่ำ
ภาพจาก www.shop.gameplay.co.uk

และเนื่องจากการเติบโตของอินเตอร์เนตอย่างต่อเนื่อง การเล่นเกมผ่านอินเตอร์เนตจึงเป็นความบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่ง ปัจจุบันพบว่ามีเว็บไซต์เกี่ยวกับเกมประเภทต่างๆลงทะเบียนกับ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐหรือ ทรูฮิต มากถึง 241 เว็บไซต์โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ได้ดังนี้ 

- เกมส์ออนไลน์  จำนวน 41 เว็บไซต์
- เกมส์คอมพิวเตอร์ จำนวน 34 เว็บไซต์
- สูตรและเทคนิคเกมส์ จำนวน 3 เว็บไซต์
- เขียนโปรแกรม สร้างเกมส์ จำนวน 3 เว็บไซต์
- เกี่ยวกับเกมส์ออนไลน์ จำนวน 53 เว็บไซต์
- เกมส์คอนโซล จำนวน 21 เว็บไซต์
- ดาวน์โหลด อีมูเลเตอร์ รอม จำนวน 5 เว็บไซต์
- เกมส์บนเว็บ แฟลชเกมส์ จำนวน 22 เว็บไซต์
- เว็บท่าเกมส์ แนะนำ พรีวิว วาไรตี้ จำนวน 22 เว็บไซต์
- บริษัทเกมส์ ร้านเกมส์ สิ่งพิมพ์เกมส์ จำนวน 14 เว็บไซต์
- เกมส์แร็คนาร็อคออนไลน์ จำนวน 3 เว็บไซต์
-  อื่นๆ จำนวน 20 เว็บไซต์

สถิติของทรูฮิตระบุว่าหมวดเว็บไซต์ในประเภทเกมได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากหมวดบันเทิงนี้ย่อมสะท้อนให้เห็นความสนอกสนใจของเยาวชนไทยต่อเกมประเภทต่างๆได้เป็นอย่างดี

การเล่นเกมมีประโยชน์ในแง่ของการได้ผ่อนคลายแต่หากมากไปจนกระทั่งถึงขั้นติดเกมก็จะมีผลเสียต่างๆมากมายเชื่อแน่ว่าหลายๆท่านคงคาดเดากันได้ ในขณะที่เกมกำลังการเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเยาวชนยุคปัจจุบันที่ใช้ไปเพื่อฆ่าเวลาในยามที่ไม่มีอะไรทำหรือเล่นเพื่อผ่อนคลายหรือเล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งทำให้การเรียนตกต่ำ สุขภาพที่เสื่อมโทรม สายตาสั้นก่อนวัยอันควร และถ้าหมกหมุ่นเกินไปก็มีโทษภัยอย่างอื่นตามมาอีก

 
เยาวชนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของร้านเกมทั่วไป
ภาพจากกรุงเทพธุรกิจ

                หากยังจำกันได้ในยุคที่เกมส์ออนไลน์อย่างแร๊คนาร๊อค ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเทมกันจนต่อมาได้เกิดเป็นเหตุการณ์ชิงทรัพย์  หรืออย่างกรณีของหนุ่มเกาหลีใต้ที่เล่นเกมหามรุ่งหามค่ำยาวนานต่อเนื่องกันถึง 86 ชั่วโมงจนต้องขาดใจตายคาหน้าจอคอม

และในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ก.ค. 2551 บริเวณปากซอยรามคำแหง 54 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พบเด็กหนุ่มวัย 15-18 ปีนั่งเสียชีวิตอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในร้านเกม โดยหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดเกมหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดเกมออดิชั่นทิ้งไว้ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนของการเสียชีวิตของหนุ่มนิรนามรายนี้แต่บรรดาหนังสือพิมพ์ต่างพากันพาดหัวไปในทางว่าเด็กหนุ่มเสียชีวิตเพราะติดเกม

                ในขณะที่เกมประเภทต่างๆของยุคอิเล็กทรอนิกส์กำลังรุกคืบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเยาวชนไทย เกมหรือการละเล่นแบบเก่าของไทยกลายเป็นสิ่งล้าสมัยที่ไร้คนสนใจ การละเล่นแบบไทยๆที่ครั้งหนึ่งเครื่องเป็นเครื่องผ่อนคลายของคนรุ่นปู่รุ่นย่ากำลังจะกลายเป็นเพียงตำนานกำลังถูกหลงลืมและเลือนหายไปจากวิถีชีวิตของคนไทย ในอนาคตเราอาจจะเห็นการละเล่นแบบเก่าอยู่แค่ไหนตำราที่มีไว้เพื่อสืบค้นสำหรับทำรายงานส่งอาจารย์ของเยาวชนเท่านั้น


  เกมหรือการละเล่นของไทยในอดีตเริ่มมีขึ้นแต่แต่เมื่อไหร่ ใครเป็นคนคิดขึ้น ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด  แต่สันนิฐานกันว่าเกิดจากการหากิจกรรมทำร่วมกันของเยาวชนในสมัยนั้น ตามหลักฐานที่มี พอจะยกขึ้นมากล่าวอ้างได้ว่าการละเล่นแบบไทยๆเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่คิดขึ้นเพื่อเป็นกิจกรรมยามว่างของเยาวชนในหมู่บ้าน มีหลักฐานปรากฏว่าการละเล่นต่างๆมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีมีข้อความปรากฏอยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง ความว่า
 
“..ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื่อน เลื่อน...”

                 แม้จะเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถบ่งชี้อะไรได้มากมายนักแต่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการละเล่นของไทยก็เชื่อว่าการละเล่นของไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ยิ่งหลักฐานในยุคของแผ่นดินกรุงศรีอยุธยายิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความมีอยู่ของการละเล่นต่างๆของไทยในยุคสมัยนั้นได้อย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยในบทละครเมื่อครั้งกรุงเก่า มีการกล่าวถึงการละเล่นที่เรียกว่า ลิงชิงเสา และ ปลาลงอวน ดังนี้

                 “เมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา ว่าเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นกระไรดี เล่นให้สบายคลายทุกข์ เล่นให้สนุกในวันนี้ จะเล่นให้ขันกันสักทีเล่นให้สนุกกันจริงจริง มาเราจะวิ่งลิงชิงเสา ช้างโน้นนะเจ้าเป็นแดนพี่ ช้างนี้เป็นแดนเจ้านี้ เล่นลิงชิงเสาเหมือนกัน ถ้าใครวิ่งเร็วไปข้างหน้า ถ้าใครวิ่งช้าอยู่ข้างหลัง เอาบัวเป็นเสาเข้าชิงกัน ขยิกไล่ผายผันกันไปมา
เมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา บอกเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นปลาลงอวน บัวผุดสุดท้องน้องเป็นปลา ลอยล่องท่องมาเจ้าหน้านวลจะขึงมือกันไว้เป็นสายอวน ดักท่าหน้านวลเจ้าล่องมา ออกหน้าที่ใครจับตัวได้ คุมตัวเอาไว้ว่าได้ปลา”

 
การละเล่นแบบไทยๆ
ภาพจาก www.sm7dusit.th.gs

เกมหรือการละเล่นของเยาวชนไทยในอดีต มีหลากหลายรูปแบบซึ่งมักจะแตกต่างไปตามถิ่นกำเนิดหรือภูมิลำเนา บางอย่างก็คล้ายคลึงกันมากจะแตกต่างกันก็เฉพาะในรายละเอียดปลีกย่อย กรมพละศึกษาได้ทำการรวบรวมการละเล่นแบบต่างของไทยไว้ได้มากกว่า 1,200 การละเล่น  ซึ่งกรมพละศึกษา แบ่งการละเล่นแบบต่างๆไว้เป็นสองประเภทใหญ่ คือการละเล่นกลางแจ้งและการละเล่นในร่ม และในการละเล่นประเภทต่างๆมักจะมีคำร้องประกอบเป็นการฝึกใช้ภาษาของเด็ก และเยาวชนด้วย

                 การละเล่นแบบไทยๆมักมีรายละเอียดไม่สลับซับซ้อนมากนัก อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบก็มักจะใช้สิ่งของที่หาได้ง่ายจากใกล้ตัว มีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่น หรือในบางเกมอาจจะไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างอื่นเลยแต่ใช้ส่วนต่างๆของร่างกายประกอบในการละเล่นนั้นๆแทน ทั้งการละเล่นแบบไทยๆ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง ทัศนคติ วิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่น เช่น  ในเด็กภาคเหนือ จะมีการละเล่นที่เรียกว่า ลูกโป่งยางละหุ่ง  ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีอยู่อย่างชุกชุมในเขตภาคเหนือ โดยจะใช้หญ้ามาม้วนเป็นวงแล้วจุ่มลงในน้ำยางละหุ่ง เมื่อน้ำยางติดห่วงหญ้าก็จะนำมาเป่า ได้เป็นลูกโป่งเล็กๆ ซึ่งสามารถสร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี

                ในเด็กภาคใต้มักจะมีวิธีการเล่นกับส่วนต่างๆของต้นมะพร้าวเช่น  การเล่นถีบลูกพร้าว การเล่นร่อนใบพร้าว หรือของเล่นจากต้นยาง การเล่นลูกโพเล โดยนำผลของต้นโพทะเลใช้ไม้เล็กๆมาปักกลาง แล้วใช้ปั่น คล้ายๆกับการเล่นลูกข่างในยุคปัจจุบัน

ในบทร้องประกอบการละเล่นก็มักจะใช้การบอกเล่าเรื่องราวใกล้ๆตัว แต่เมื่อนำมามองในยุคสมัยนี้ก็ทำให้เราสามารถมองเห็นวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในบทร้องของการละเล่นต่างๆได้เป็นอย่างดี

เช่น
“ผมแกละ กระแดะใส่เกือก ตกน้ำตาเหลือก ใส่เกือกข้างเดียว”
ที่สะท้อนให้เห็นภาพของการไว้ผมแกละ

 บางบทก็สอดแทรกไปด้วยทัศนคติของคนในท้องถิ่น เช่น
 
“ซักส้าวเอย มะนาวโตงเตง
ขุนนางมาเอง มาเล่นซักส้าว
มือใครยาว สาวได้สาวเอา
มือใครสั้น เอาเถาวัลย์ต่อเข้า”

มองถึงข้าราชการมีอภิสิทธ์มากกว่าคนทั่วไป

การละเล่นแบบดั้งเดิมของไทยยังส่งเสริมให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย ให้ได้ใช้ความคิดไหวพริบ ฝึกวินัยและการเคารพต่อกติกา  และสิ่งที่เด่นกว่าในเกมในยุคปัจจุบันคือการได้ปฎิสัมพันธ์กันจริงๆ ไม่เหมือนกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่มักจะต้องนั่งเล่น คนเดียวหรือถ้าจะพูดคุยสื่อสารกัน ก็ต้องผ่านการสนทนาในหน้าจอคอมพิวเตอร์

แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาที่สิ่งล้าสมัยจะต้องถูกหลงลืมไป ถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่มอบความเร้าใจให้ได้มากกว่า ของใหม่มาแทนของเก่า เฉกเช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆของชาติ การที่จะเรียกร้องให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาเล่นการละเล่นแบบเก่าของไทยดูประหนึ่งเหมือนการบังคับขู่เข็ญที่เกินพอดี แต่การได้ศึกษาถึงความมีอยู่ของการละเล่นแบบเก่าที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษและจะดีแค่ไหน หากเยาวชนไทยลดการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ลงสักหนึ่งชั่วโมงรวมกลุ่มกับเพื่อนๆในละแวกบ้านมาลองเล่นการละเล่นแบบเก่าเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็คงจะสร้างอรรถรสที่แปลกใหม่ได้ดีพอสมควร กลไกสำคัญอย่างหนึ่งคือผู้ปกครอง ถึงแม้เราจะรู้กันอยู่ในทีว่าสักวันสิ่งเหล่านี้จะเหลือร่องรอยอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์และตำราวัฒนธรรมไทย




หมายเหตุ

เกม ตามความหมายที่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 บัญญัติไว้คือ
เกม   น. การแข่งขันที่มีกติกากำหนด เช่น เกมกีฬา, การเล่นเพื่อ
 ความสนุก เช่น เกมคอมพิวเตอร์, การแสดงเพื่อสาธิตกิจกรรม
 เช่น เกมการบริหาร, โดยปริยายหมายถึงการแสดงที่ใช้กลวิธี
 หรือเล่ห์เหลี่ยมเพื่อหักล้างกัน เช่น เกมการเมือง, ลักษณนาม
 เรียกการแข่งขันหรือการเล่นที่จบลงด้วยการแพ้ชนะกันครั้งหนึ่ง ๆ
 เช่น เล่นแบดมินตัน ๓ เกม. (อ. game).

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?