รายละเอียดของข้อสอบ “GMAT & SAT”

“GMAT & SAT”

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร การศึกษาอัพเกรด กับ วิชาการดอทคอม

ปีที่ 2 ฉบับที่ 093 เดือนสิงหาคม 2551


รายละเอียดของข้อสอบ “GMAT  & SAT”


            อาทิตย์นี้ Study Abroad Guide ขอแนะนำข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องการสอบทดสอบต่างๆเพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือข้อสอบที่สำคัญเป็นอย่างมากในการใช้ยื่นสมัครเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ วันนี้จะเล่าสั้นๆว่าอะไรคือ GMAT และ SAT ขอเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่าอะไรคือ GMAT ก่อนจะเข้าถึงเรื่องการสอบข้อสอบ SAT นะคะ   GMAT หรือ Graduate Management Admission Test หรือข้อสอบ GMAT เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาบริหารธุรกิจซึ่งรวมทั้ง MBA, M.S. Marketing, M.S. Finance, MIS (สำหรับสาขา MIS ของบางมหาวิทยาลัยอาจต้องใช้คะแนน GRE แทน), DBA, และ Ph.D. ด้านบริหารธุรกิจส่วนใหญ่ต้องใช้คะแนน GMAT ในการพิจารณารับนักศึกษา

ภาพรวมของข้อสอบ 

            เป็นการวัดความรู้ในการสื่อสารซึ่งรวมทั้งการอ่านและการเขียน, ทักษะการวิเคราะห์, และ ทักษะในการคำนวณ ที่จะสามารถใช้เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จในการเรียนต่อทางด้านบริหารธุรกิจ จาก website ของผู้ออกข้อสอบ
www.mba.com ระบุไว้ชัดเจนว่าข้อสอบ GMAT ไม่สามารถใช้วัดความสามารถในเรื่องต่อไปนี้

• ความรู้เฉพาะทางของธุรกิจเช่น มาตรฐานของบัญชี หรือ กฎหมายธุรกิจ
• ทักษะเฉพาะด้านของงาน (specific job skill) หรือเนื้อหาจากบทเรียนระดับปริญญาตรีด้านบัญชีและบริหาร
• คุณสมบัติอื่นของการเป็นนักธุรกิจที่ดีเช่นความมุ่งมั่น, ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์, และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

รูปแบบของข้อสอบและเวลา

            ข้อสอบ GMAT ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วนคือ 1. การเขียน (Analytical Writing Assessment) 2. คณิตศาสตร์ (Quantitative) และ 3. ภาษาอังกฤษ (Verbal)

            ข้อสอบการเขียน (AWA) ข้อสอบ GMATเริ่มจากการทำข้อสอบเขียนก่อนเสมอ โดยจะมีรูปแบบของข้อสอบ 2 ลักษณะได้แก่ 1.การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น (Issue) และ 2.การเขียนเพื่อแสดงวิจารณ์บทความ (Argument) ผู้เข้าสอบจะมีเวลา 30 นาทีต่อหนึ่ง essay 

            ข้อสอบคณิตศาสตร์ (Quantitative) หลังจากการพักจากข้อสอบการเขียน 10 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องทำโจทย์เลขแบบ multiple-choice จำนวน 37 ข้อโดยมีรูปแบบของข้อสอบสองลักษณะนั้นคือ 1. Problem Solving ~24 ข้อ และ 2. Data Sufficiency ~13 ข้อ  โดยมีเวลาทำข้อสอบทั้งสิ้น 75 นาที คอมพิวเตอร์จะหยุดการทำงานทันทีเมื่อเวลาหมด


                                              
 
            ข้อสอบภาษาอังกฤษ (Verbal) หลังจากการพักจากข้อสอบคณิตศาสตร์แล้ว ผู้เข้าสอบสามารถพักหรือทำข้อสอบภาษาอังกฤษ (Verbal) ต่อเนื่องเลยได้ โดยข้อสอบส่วนนี้จะเป็นโจทย์แบบ multiple-choice จำนวน 41 ข้อโดยมีรูปแบบของข้อสอบสามลักษณะนั้นคือ 1. การอ่าน (Reading Comprehension) ~14 ข้อ 2. การวิเคราะห์ (Critical Reasoning) ~14 ข้อและ 3. ไวยกรณ์และการเขียน (Sentence Correction) ~13 ข้อ โดยมีเวลาทำข้อสอบทั้งสิ้น 75 นาที คอมพิวเตอร์จะหยุดการทำงานทันทีเมื่อเวลาหมด 
 
สมัครสอบ GMAT อ่าน
http://www.mba.com/mba/TaketheGMAT
จะสอบ GMAT ต้องอ่าน http://www.toeflthailand.com

รายละเอียดของข้อสอบ SAT

ตามที่ข้อสอบ SAT ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อสอบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2005 นั้นรูปแบบของข้อสอบใหม่ประกอบโดยข้อสอบ 7 ประเภทดังนี้

1. Math: Multiple Choice
            - เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยมีตัวเลือกให้ 5 ข้อ
            - เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้ (GMAT ยากกว่า SAT)

2. Math: Grid-Ins
            - เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยไม่มีตัวเลือกให้
            - เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้

3. Identifying Sentence Errors
            - เป็นข้อสอบ Grammar เหมือน TOEFL CBT แต่มีตัวเลือก 5 ข้อ
            - เรียนวิชา Error Identification ของ TOEFL ได้ (TOEFL ง่ายกว่า SAT)
 
4. Improving Sentences
            - เป็นข้อสอบ Grammar และ Style โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
            - เรียนวิชา Sentence Correction ของ GMAT ได้ (GMAT ยากกว่า SAT)

5. Identifying Paragraph Errors
            - เป็นข้อสอบ Writing โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
            - เรียนวิชา Paragraph ของ TOEFL iBT ได้

6. Essay
            - เป็นข้อสอบ Writing
            - เรียนวิชา Writing ของ GMAT ได้

7. Sentence Completion
            - เป็นข้อสอบ Vocabulary และ Reading โดยผู้สอบต้องเลือกคำศัพท์เติมในช่องว่าง
            - สามารถทดแทนด้วยการเรียน Vocabulary และ Reading ของ GMAT ได้
            - ผู้เรียนควรท่องศัพท์เพิ่มเติม

8. Reading Comprehension
            - เป็นข้อสอบ Reading โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
            - เรียนวิชา Reading ของ GMAT ได้

            โดยรวมแล้วข้อสอบ SAT “ใหม่” มีความใกล้เคียงกับข้อสอบ GMAT มากกว่าข้อสอบเดิมอย่างเด่นชัด (ในขณะที่ข้อสอบเดิมจะมีความใกล้เคียงกับข้อสอบ GRE ที่เน้นการท่องศัพท์แต่ในขณะที่ข้อสอบใหม่จะเน้นการวิเคราะห์) ดังนั้นผู้เตรียมตัวสอบ SAT สามารถฝึกฝนและเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานและเทคนิคการทำข้อสอบโดยการเข้าเรียนหลักสูตร GMAT ได้ โดยรวมแล้วเนื้อหาของหลักสูตร GMAT จะยากกว่าข้อสอบ SAT ดังนั้นทางสถาบัน Kendall น่าจะแนะนำหลักสูตรดังกล่าวให้กับนักเรียนที่สามารถทำคะแนน TOEFL ได้มากกว่า 550 เท่านั้น*

***เนื่องจากนักเรียน SAT ส่วนใหญ่จะมีอายุน้อยดังนั้นจึงจำเป็นยิ่ง (กว่านักเรียน GMAT) ที่จะต้องตรวจสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนเพราะหากให้เข้าเรียนโดยคะแนน TOEFL ยังไม่ถึงเกณฑ์อาจทำให้น้องมัธยมปลายท้อแท้กับการเรียน

==========================================

Q & A: QUESTION & ANSWER

คำถาม: ข้อสอบเพื่อการเรียนต่อมีอะไรบ้าง? ขอความกรุณาช่วย post link กับ internet ให้ด้วยคะ ขอบพระคุณอย่างยิ่งคะอาจารย์สิระ
คำตอบ: ข้อสอบมีทั้งหมดกี่ชนิดผมคงบอกไม่ได้นะครับแต่เอาเป็นข้อสอบที่นักเรียนพูดถึงกันบ่อยๆ คงมีดังนี้นะคะ
 
• TOEFL: ข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อต่างประเทศ (USA, UK, Australia, และ New Zealand) รวมทั้ง Program Inter ของ จุฬา, ธรรมศาสตร์, มหิดล, ABAC, ศศิน, AIT, และ อื่นๆ รวมทั้งใช้ในการสอบทุน หากต้องการเตรียมตัวให้ดีที่สุดแนะนำให้เตรียมตัวสอบข้อสอบนี้เป็นอันดับแรก
http://www.ets.org/portal/site/ets/menuitem.435c0b5cc7bd0ae7015d9510c3921509/?vgnextoid=69c0197a484f4010VgnVCM10000022f95190RCRD

• GMAT: ข้อสอบคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษชั้นสูงซึ่งรวมทั้ง การอ่าน, ทักษะการวิเคราะห์(logic) และทักษะการเขียนเพื่อใช้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้านบริหารธุรกิจ
http://www.mba.com/mba/TaketheGMAT

• LSAT: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อด้านกฎหมาย
https://os.lsac.org/Release/logon/logon.aspx

• Usmle: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อด้านการแพทย์
http://www.usmle.org/

• GRE: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อในสาขาอื่นที่ไม่ใช่ ธุรกิจ, กฎหมาย, และ การแพทย์
http://www.ets.org/portal/site/ets/menuitem.435c0b5cc7bd0ae7015d9510c3921509/?vgnextoid=b195e3b5f64f4010VgnVCM10000022f95190RCRD 

• IELTS: ข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อต่างประเทศ
http://www.ielts.org/

• CU-TEP: ข้อสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ Program Inter ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางสถาบัน Kendall แนะนำให้นักเรียนของสถาบันไปลองสอบข้อสอบดังกล่าวเพื่อเป็นการ “ซ้อมมือ” ก่อนสอบข้อสอบ TOEFL จริงเพราะ CU-TEP ค่าสอบไม่สูงนัก
http://www.atc.chula.ac.th/

• TU-GET: ข้อสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ Program Inter ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทางสถาบัน Kendall แนะนำให้นักเรียนของสถาบันไปลองสอบข้อสอบดังกล่าวเพื่อเป็นการ “ซ้อมมือ” ก่อนสอบข้อสอบ TOEFL จริงเพราะ TU-GET ค่าสอบไม่สูงนัก

• CU-BEST: ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
http://www.mbachula.info/news_detail.asp?nid=53

• SAT: ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกาและ Program Inter ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและธรรมศาสตร์
http://www.collegeboard.com/splash

• ACT: ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกาและ Program Inter ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและธรรมศาสตร์
http://www.act.org/
ทางผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลอย่างต้นจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่จะสอบทุกคนและขอให้ทุกคน “โชคดีในการสอบค่ะ”

                                         

tags :

บทความอื่นๆ