“ต้นหญ้า” มหัศจรรย์

Written by on . Posted in ธรณีวิทยา, วิทยาศาสตร์, วิทย์ทั่วไป




หน้าที่ 1 - ต้นหญ้ามหัศจรรย์

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของ สสวท. กับ วิชาการดอทคอม

ปีที่ 35 ฉบับที่ 146 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2550
มลุลี พรโชคชัย
เจ้าหน้าที่เทคนิคอาวุโส โครงการ GLOBE สสวท.
http://www.ipst.ac.th 


“ต้นหญ้า” มหัศจรรย์


          “หญ้านั้น มีทั้งหญ้าที่เป็นวัชพืชซึ่งเป็นโทษและหญ้าที่มีคุณอย่าง “หญ้าแฝก” ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้ำ   เพราะมีรากที่หยั่งลชึกแผ่กระจายลงไปตรง ๆ ทำให้อุ้มน้ำและยึดเหนี่ยวดินได้มั่นคง และมีลำต้นติกันหนาแน่นทำให้ดักตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี...”
 
พระบรมราโชวาท 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ในพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มาจาก : http//www.doh.go.th/dohweb/king_project/kingproject_4html

          “ต้นหญ้ามหัศจรรย์” หรือ “หญ้าแฝก” เป็นต้นหญ้าต้นเล็ก ๆ ที่สามารถฟื้นฟูให้ความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ผืนแผ่นดินได้อย่างอัศจรรย์ หญ้าต้นเล็ก ๆ ชนิดนี้มีสมบัติที่มีรากหยั่งลึกลงไปในดินตามแนวดิ่งและสานต่อกันอย่างแน่นหนา สามารถยึดเกาะหน้าดินไว้ไม่ให้ดินพังทลาย ช่วยดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ในดิน ชะลอการไหลของน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่านหน้าดินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินมีความชุ่มชื้น พืชพันธุ์เจริญเติบโตกลับกลายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ คืนต้นน้ำลำธาร และคืนธรรมชาติให้กับผืนแผ่นดิน”

                                                    

          การชะล้างพังทลายของดิน (soil erosion) ทำให้หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ที่อยู่ด้านบนถูกชะล้างหมดไป เมื่อวันเวลาผ่านไป ดินบริเวณนั้นจะเสื่อมโทรมลง ถึงแม้สามารถปลูกพืชได้แต่ให้ผลผลิตต่ำ ปัญหาดังกล่าวนี้นับเป็นปัญหาที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจากการประเมินของกรมพัฒนาที่ดินในปี พ.ศ. 2523 พบว่าพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมดได้รับผลกระทบจากการชะล้างพังทลายของดิน ที่จัดว่ารุนแรงถึงรุนแรงมากกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้และความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกั้นและแก้ไขปัญหาดังกล่าว พระองค์ท่านฯ ได้ทรงศึกษาศักยภาพของ “หญ้าแฝก” ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและช่วยอนุรักษ์ความชุ่มชื้นให้ดิน และทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาทดลองเกี่ยวกับหญ้าแฝกและนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนใช้ประโยชน์ในกิจกรรมอื่น ๆ

          หญ้าแฝก (Vetiver grass) เป็นพืชตระกูลหญ้า อยู่ในสกุล Vetiveria เป็นหญ้าเขตร้อนที่ขึ้นเป็นกอหนาแน่นตามธรรมชาติ ปลูกง่ายขึ้นได้ในทุกสภาพพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Vetiveria zizanioides” สันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในประเทศอินเดียปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 12 ชนิดทั่วโลก หญ้าแฝกที่พบในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ หญ้าแฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash) และหญ้าแฝกดอน (Vetiveria nemordlis A. Comus) ซึ่งขึ้นกระจัดกระจายอยู่ตามธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศไทย

          หญ้าแฝกชอบขึ้นเป็นกอเจริญเติบโตในแนวดิ่งมากกว่าแนวด้านข้าง เส้นผ่านศูนย์กลางกอยาวประมาณ 30 เซนติเมตร สูงจากพื้นถึงยอดประมาณ 0.5 – 1.5 เมตร ต้นมีลักษณะแบน ขยายพันธุ์โดยการแตกกอ ใบปรกดิน ใบมีลักษณะแคบยาวประมาณ 75 เซนติเมตร กว้างประมาณ 8 มิลลิเมตร ปลายใบเรียวยาว ใบค่อนข้างแข็งและแตกออกจากโคนกอเรียงซ้อนกันอย่างแน่นหนา ดอกมีลักษณะคล้ายกระสวย ช่อดอกสูงประมาณ 20 -40 เซนติเมตร เมล็ดมีขอบขนาน โคนมน ปลายแหลม มีหนามแหลมสั้นที่บริเวณผิวของเมล็ด รากเป็นรากฝอย มีจำนวนมาก รากแข็งแรกและสานกันแน่นหยั่งลึกลงไปในดินตรง ๆ ได้ถึง 3 เมตร จึงเสมือนเป็นม่านหรือกำแพงใต้ดิน สามารถยึดเหนี่ยวดินและกักเก็บน้ำและความชื้นไว้ได้ ระบบรากแผ่ขยายกว้างรอบกอได้เพียง 50 เซนติเมตร จึงไม่เป็นอุปสรรถต่อพืชที่อยู่ใกล้เคียง

                                                     

          ด้วยคุณลักษณะที่พิเศษของหญ้าแฝกนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงมีพระราชดำริให้นำการปลูกหญ้าแฝกมาเป็นมาตรการในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งจะช่วยรักษาหน้าดินป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยาอย่างยั่งยืน ตัวอย่างของการนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำมีดังนี้
 
          1.การปลูกหญ้าแฝกเพื่อชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลบ่าและดักเก็บตะกอนดิน หากนำหญ้าแฝกมาปลูกติดต่อกันเป็นแนวยาวขวางแนวทางลาดเทของพื้นที่ หญ้าแฝกจะแตกกอติดต่อเหมือนรั้ว ซึ่งเมื่อน้ำไหลบ่าลงมา แนวหญ้าแฝกจะช่วยชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลบ่าและทำหน้าที่ดักเก็บตะกอนดินและเศษพืชที่ถูกน้ำพัดพามาตกทับถมกันอยู่บริเวณกอหญ้า เกิดเป็นคันดินตามธรรมชาติ และการที่น้ำชะลอความเร็วจะทำให้น้ำสามารถซึมลงสู่ใต้ดินได้มากขึ้น จึงเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินในบริเวณนั้นด้วย
 
          2.การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีระบบรากลึกเจริญเติบโตในแนวดิ่ง มีรากเป็นจำนวนมากที่ประสานต่อกันอย่างแน่นหนา เหมือนเป็นกำแพงใต้ดินที่ยึดเกาะดินไว้ได้เป็นอย่างดี หากนำหญ้าแฝกมาปลูกเป็นแนวยาวขวางทางลาดเทของพื้นที่จะช่วยลดการพังทลายของดินได้
 
          3.การปลูกหญ้าแฝกเพื่อแก้ปัญหาการพังทลายของดินที่เป็นร่องลึก ในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงและไม่มีระบบการจัดการอนุรักษ์ดินและน้ำ มักเกิดปัญหาการพังทลายของดินจนเป็นร่องน้ำลึก (gully erosion) การปลูกหญ้าแฝกขวางเหนือบริเวณร่องลึก แล้วใช้ถุงทรายหรือหินเรียงเป็นแนวเพื่อชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลบ่าในระยะที่หญ้าแฝกเริ่มตั้งตัว และปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขวางในบริเวณร่องลึกเป็นระยะ ๆ จะช่วยทำให้ดินค่อย ๆ ทับถมกันจนเต็มขึ้นมาเสมอผิวดินเดิมในไม่ช้า
 
          4.การปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวตามคลองส่งน้ำ หรือริมแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง เพื่อป้องกันการพังทลายของดินริมตลิ่ง ช่วยดักตะกอนดินกรองสารเคมีจากการเกษตรและขยะมูลฝอยจากชุมชนที่น้ำพัดพามาไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลำน้ำตื้นเขินและน้ำเน่าเสีย
 การปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ความชุ่มชื้นของดิน ด้วยรากจำนวนมากของหญ้าแฝกทำให้สามารถดูดซับน้ำไว้ในดินได้มาก ดินบริเวณนั้นจึงชุ่มชื้น และใบของหญ้าแฝกยังสามารถตัดใช้ประโยชน์เป็นวัสดุคลุมดินเพื่อลดแรงกระแทกจากเม็ดฝนที่ตกปะทะกับผิวดินและรักษาความชุ่มชื้นของดินไว้ได้ดีอีกด้วย
 
          5.การปลุกหญ้าแฝกเพื่อฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรม การปลูกหญ้าแฝกในดินที่เสื่อมโทรมจากการที่ผิวหน้าดินถูกชะล้างจนเกิดความแห้งแล้งและผิวหน้าดินแข็ง หรือนำปลูกในบริเวณที่เป็นดินดานที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ รากของหญ้าแฝกจะหยั่งลึกลงไปในเนื้อดินดานหรือเนื้อดินที่แข็งทำให้ดินแตกร่วน หญ้าแฝกยังให้ความชุ่มชื้นแก่ดินทำให้ดินได้รับการฟื้นฟู และต้นไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้
 
          6.การปลูกหญ้าแฝกร่วมกับพืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ด้วยระบบรากของหญ้าที่หยั่งลึกลงสู่ดินในแนวดิ่งไม่แผ่ขยายออกด้านข้าง ทำให้ไม่รบกวนและแย่งอาหารของพืชข้างเคียง และยังยึดเกาะหน้าดินได้ดีอีกด้วย จึงมีผู้นำหญ้าแฝกมาปลูกร่วมกับพืชเศรษฐกิจ เพื่อลดการสูญเสียหน้าดินซึ่งมีสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการเพิ่มผลผลิตของพืชเศรษฐกิจ และเพิ่มความชุ่มชื้นของดินให้แก่พืชเศรษฐกิจข้างเคียงด้วย
 
          7.การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดินไหล่ถนน มีการปลูกหญ้าแฝกขวางแนวทางลาดเทเพื่อป้องกันการพังทลายและเลื่อนไหลของดินในพื้นที่ดินตัดและดินถมข้างทาง กันการพังทลายของดินในส่วนของไหล่ทางเปิดและไหล่ทางด้านข้าง
 
          8.การใช้หญ้าแฝกในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การทำไม้อัด การทำกระดาษ การทำตับหญ้ามุงหลังคา การสกัดน้ำมันจากรากมาทำยาสมุนไพรน้ำมันหอม และผลิตเครื่องสำอาง การทำผลิตภัณฑ์ของใช้ การนำมาเป็นอาหารสัตว์ การใช้เป็นวัสดุคลุมดินและใช้รองคอกสัตว์ การทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น
 
          จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น คงจะเห็นแล้วว่า หญ้าแฝกแม้จะเป็นต้นหญ้าเล็ก ๆ แต่ก็มีคุณอนันต์ สมกับเป็น “ต้นหญ้ามหัศจรรย์” จริง ๆ ใช่มั้ยคะ และก่อนจากกัน ขอฝากแง่คิดที่ได้จาก พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อีกนิดหนึ่งว่า คนเราควรที่จะสนใจ สังเกต และ ศึกษาเรื่องราว บุคคล และสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อมตัวเราอยู่ให้มาก อย่าละเลยหรือมองข้ามแม้แต่สิ่งเล็กน้อยเช่นต้นหญ้า ซึ่งถ้านำมาศึกษาพิจารณาให้ดีแล้ว ก็จะเกิดปัญญาได้ แล้วพบกันใหม่สวัสดีค่ะ



แสดงความคิดเห็น