วิชาการ.คอม - ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย กับ การเร่งออกของเอกภพ (Big Bang พลังงานมืด) วิชาการ.คอม - คลังข้อสอบ บทเรียนออนไลน์ บทความ โครงงาน ข่าววิทย์ ข่าวทุน นิยาย ลงโฆษณา
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/38155" type="text/javascript"></script>
ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย กับ การเร่งออกของเอกภพ
เรื่องราวของเอกภพเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลับมืดดำ ในอดีต มนุษย์เราเชื่อกันว่าสุดโค้งขอบฟ้าเป็นที่สิ่งสถิตของบรรดาเทพผู้สร้างโลก ผู้ทรงอำนาจที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย
ผู้เขียน: สร้างโดย: วิรุฬหกกลับ - อนุญาติให้: แก้ไขได้โดยสมาชิกทุกคน ชมแล้ว: 1,979 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 29 August 2008, 11:33 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 30 August 2008, 11:30 am

หน้าที่ 1 - Big Bang พลังงานมืด

 วิรุฬหกกลับ 





 
                   เมื่อวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้นมนุษย์พยามเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เอกภพก็เป็นความลับอีกประการที่มนุษย์ต้องการจะหาความจริงเกี่ยวกับมันทั้งเรื่องการกำเนิดโลกกำเนิดจักรวาล เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในโลกอื่น รวมถึงเรื่องจุดจบของโลกและจักรวาลก็เป็นสิ่งที่สามารถเร้าความต้องการอยากรู้อยากเห็นของเราๆท่านๆได้เป็นอย่างดี


มีทฤษฎีมากมายทั้งทางความเชื่อ ศาสนา และ ทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวอ้างถึงการกำเนิดโลกกำเนิดจักรวาลทฤษฎีหนึ่งที่ได้รับการยอมและถูกนำมากล่าวอ้างถึงอยู่เสมอๆเกี่ยวกับการกำเนิดจักรวาลคือทฤษฎี  Big Bang 



                   ทฤษฎี Big Bang ได้รับการยอมรับจากเหล่านักวิทยาศาสตร์เพราะสอดคล้องกับการสังเกตการณ์รังสีคอสมิคไมโครเวฟพื้นหลังที่มีค่าอุณหภูมิ 2.7 เคลวิน สามารถอธิบายปริมาณการมีอยู่ของนิวเคลียสธาตุเบาในเอกภพ และยังสามารถอธิบายการขยายตัวออกของเอกภพ และทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ก่อนหน้านี้แบบจำลอง CDM ในทฤษฎี Big Bang อธิบายถึงสัดส่วนพลังงานและสสารในเอกภพว่าประกอบด้วยสสารและพลังงานรูปแบบธรรมดาที่เราอธิบายได้อยู่ราว 30 เปอร์เซ็นต์และมีสสารมืด (Dark Matter) (ซึ่งให้แรงโน้มถ่วงแบบดูดและเป็นสสารที่เรายังไม่เข้าใจธรรมชาติของมันได้ดีนัก) อยู่อีกราว 70 เปอร์เซ็นต์



                   แต่หลังจากปี ค.ศ.1998 ความรับรู้ดังกล่าวก็ถูกท้าทายอีกครั้ง เมื่อมีการสังเกตการระเบิดของซูเปอร์โนวาที่อยู่ในกาแลกซีที่ไกลออกไป นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจจะเป็นไปได้ที่เอกภพจะมี มีพลังงานรูปแบบประหลาดอีกอันหนึ่งซึ่งให้แรงโน้มถ่วงประหลาดที่เป็นแบบผลักออก(ไม่ใช่ดูดกันแบบที่เคยมีมา) พลังงานประเภทนี้เรียกกันว่า พลังงานมืด (Dark Energy) โดยถ้าถือตามสมมติฐานนี้แล้วพลังงานมืดจะมีอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสสารมืดมีอยู่ราว 25 เปอร์เซ็นต์และมีสสารธรรมดาอยู่เพียงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การที่มีพลังงานมืดมีกระจายตัวอย่างเข้มข้นในเอกภพเช่นนี้ทำให้เกิดการเร่งออกในการขยายตัวของเอกภพ


                                         
                                                                      เอกภพ
                                                    ภาพจาก http://eduarea.bkk2ict.net



                   ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย เป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สนใจเกี่ยวกับความเป็นไปของเอกภพ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางด้าน Cosmology จากสถาบันจักรวาลวิทยาและความโน้มถ่วง (Institute of Cosmology and Gravitation) แห่ง มหาวิทยาลัยพอร์ทมัธ (University of Portsmouth) ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยนเรศวร    จ. พิษณุโลก เป็น เมธีวิจัย สกว.  เป็นนักวิชาการอาคันตุกะ (Visiting Scholar) ที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์และฟิสิกส์ทฤษฎี (DAMTP) คณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ เป็น Junior Associate ของศูนย์ระหว่างประเทศสำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีอับดุสซาลาม (ICTP) ประเทศอิตาลี และเป็นหัวหน้าครู (Headmaster) ของสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา (TPTP) ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย สนใจในงานทำงานวิจัยในเชิงจักรวาลวิทยาเชิงทฤษฎีและฟิสิกส์ทฤษฎี เป็นพิเศษ


                   “งานวิจัยที่ผมสนใจคือการเร่งออกของจักรวาล มีการค้นพบในปี 1998 ว่าซูเปอร์โนวาในกาแลกซีที่อยู่ไกลออกไปมีความเข้มแสงจางมากกว่าที่ควรเป็นซึ่งนำมาตีความได้ว่ากาแลกซีเหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่ห่างจากเราออกไปด้วยความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นคือเอกภพขยายตัวออกแบบเร่ง  ถ้าเราใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพแบบเดิมซึ่งเป็นแนวคิดหลักของแบบจำลอง CDM ของทฤษฎี Big Bang มันก็จะอธิบายปรากฎการณ์นี้ไม่ได้
ตามแบบจำลอง Big Bang แบบ CDM ที่ได้รับการยอมรับกันมา เอกภพมีสสารมืดอยู่ 70 เปอร์เซ็นต์ มีสสารธรรมดาอยู่ 30 เปอร์เซ็นต์ สสารธรรมดานี้คือสสารที่เราเข้าใจธรรมชาติของมันตามแบบจำลอง Standard Model ในฟิสิกส์อนุภาค แต่หลังจากปี 1998 เราพบว่าถ้าเราจะอธิบายการเร่งของของจักรวาล สัดส่วนสสารและพลังงานนี้อธิบายการเร่งออกไม่ได้ แนวทางหนึ่งที่จะอธิบายเรื่องนี้คือต้องสมมติให้มีพลังงานมืดอยู่ด้วยซึ่งมีสัดส่วนถึง 70 เปอร์เซ็นต์”





           สมมติฐานของการศึกษาของ ดร. บุรินทร์เพื่อตรวจสอบการเร่งออกของเอกภพมี 2 แนวทางหลักๆ ในการปรับแต่งสมการของสนามไอสไตน์ (Einstein's field equation)



Gμν = 8πT μν




                   “จริงๆแล้วคงจะทราบว่าพลังงานกับสสารคือสิ่งเดียวกันตามทฤษฎีของไอสไตน์ E=mc2แต่เวลานำมาใส่ใน สมการสนามของไอสไตน์ซึ่งกล่าวว่าสสาร (หรือพลังงานซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน) จะทำให้อวกาศโค้งงอได้ ในทางกลับกันตรงบริเวณใดที่มีอวกาศโค้งงอย่อมแปลว่าสสารต้องเคลื่อนที่ไปตามความโค้งงอของอวกาศนั้นๆ  ข้างซ้ายของสมการคือ Gμν   บอกถึงความโค้งของเรขาคณิตที่เป็นอวกาศในขณะเดียวกัน ปริมาณทางข้างขวาคือ T μν จะบอกเราว่ามีสสาร(หรือพลังงานนั้นเอง)อยู่มากแค่ไหน“



“ดังนั้นในแนวทางแรกเมื่อเราสมมติให้มีพลังงานมืดเข้ามานี้มันก็จะมีผลที่เทอม T μν ที่จะมีผลต่อเรขาคณิต Gμν ซึ่งบอกความโค้งของอวกาศ ในปัจจุบันเรายังเชื่อกันว่าเป็นอวกาศแบบค่อนข้างแบนราบ และเนื่องจากพลังงานมืดมีความดันประหลาดคือมีค่าความดันเป็น ลบ จึงทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงแบบผลักออกได้“


                   “ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือ  การปรับปรุงขยายความพจน์ Gμν   ทางด้านซ้ายมือซึ่งถือเป็นการขยายความเรขาคณิตพื้นหลังของเอกภพโดยตรงและตรวจสอบดูว่าจะสามารถให้การขยายตัวแบบเร่งออกโดยไม่ต้องอาศัยพลังงานมืดได้หรือไม่ แนวคิดในแนวทางนี้ครอบคลุมเรื่องมิติเสริม (extra-dimensional model) แบบจำลองภพแผ่น (braneworld) ซึ่งเป็นภพใน 5 หรือ 6 มิติ และรวมถึงการขยายความทฤษฎีความโน้มถ่วงของไอน์ไสตน์โดยตรง แนวทางนี้มีชื่อวิชาเรียกว่า modified gravity“



                                         
 
                                                                                    ซูเปอร์โนวา
                                                                     ภาพจาก http://thaiastro.nectec.or.th


                   การศึกษาเกี่ยวกับการเร่งออกของเอกภพที่ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย ได้ทำการศึกษา เป็นการศึกษาทางทฤษฎีโดยทำการวิเคราะห์เชิงพลวัตรจากระบบสมการดังกล่าว โดยมีเป้าหมายในการขยายความทฤษฎีของไอสไตน์เพื่อให้สามารถอธิบายขยายความการเร่งออกของเอกภพได้และที่สำคัญต้องสอดคล้องกับผลข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์จากหลายๆแหล่งทั้งซูเปอร์โนวาและรังสีคอสมิคไมโครเวฟพื้นหลังด้วย
 
“แบบจำลองที่ผมสนใจนี้เป็นแบบจำลองเกี่ยวกับพลังงานมืดในหลายๆแบบจำลอง แบบจำลองในส่วนที่เป็นพลังงานมืดส่วนใหญ่เป็นแบบจำลองประเภท scalar field ซึ่ง scalar field มักใช้อธิบายการทำลายสมมาตรของแรงรากฐาน เช่นการทำลายสมมาตรของอนุภาคฮิก (Higg’s Mechanism) เป็นต้น”


                    “การเกิด Big Bang มันคือการระเบิดออกในอดีตกาล แต่การเร่งออกในปัจจุบันมันไม่ใช่ผลจากการระเบิดออกในอดีตล้วนๆ หากแต่เป็นผลจากสาเหตุใหม่ด้วยคือการมีพลังงานมืดเป็นตัวการ  เนื่องจากพลังงานมืดซึ่งผลักออกมีถึง 70 เปอร์เซ็นต์ส่วนสสารมืดซึ่งชอบดึงดูดมีแค่ 25 เปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้นแรงผลักออกจึงชนะแรงดูดและการขยายออกของเอกภพจึงเป็นผลจากสองสาเหตุคือทั้งจาก  Big Bang และจากพลังงานมืด เรายังไม่รู้แน่ชัดเกี่ยวกับพลังงานมืด ตอนนี้มันอาจจะมีแค่ 70 เปอร์เซ็นต์แต่อีก 100 ล้านปี มันอาจจะเพิ่มมากขึ้นก็ได้ หรืออาจจะมีการสลายตัวจากพลังงานมืดเป็นสสารมืดทำให้พลังงานมืดลดลง สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการค้นพบใหม่ในอนาคตและนี่ก็เป็นประเด็นที่ผมกำลังศึกษาอยู่”


 ทฤษฎีเกี่ยวกับการขยายตัวของเอกภพแบบเร่งออกไม่ได้ปฎิเสธทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่ที่คุ้นเคยกันในนาม Big Bang หากแต่ ดร.บุรินทร์ ชี้ให้เห็นว่านี่เป็นการต่อเติมให้ Big Bang สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆได้มากขึ้น
 


                    “หลังปี 1998 มาแล้วเราพบว่ามีการเร่งออกของเอกภพ ที่เรารู้ว่ามันเร่งออกเพราะการระเบิดของซูเปอร์โนวา เรารู้วิธีวัดระยะทางของดาวฤกษ์เนื่องจากเรารู้ธาตุองค์ประกอบหลักที่เป็นดาวฤกษ์จากสเปคตรัมของแสงดาว และเรายังรู้ว่าธาตุชนิดที่เรารู้นี้มีความเข้มความสว่างเท่าใดที่ระยะทางหนึ่งๆ เมื่อเราอยู่ห่างออกไปความเข้มก็จะลดลงตามกฎกำลังสองผกผันง่ายๆคล้ายๆ กับที่เราเคยเรียนเรื่องความเข้มแสงของหลอดไฟในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีนี้เราจึงสามารถคำนวณระยะทางจากดาวฤกษ์ถึงโลกได้ เทคนิคนี้นักดาราศาสตร์รู้จักกันดีในชื่อ standard candle



ในกาแลกซีที่ห่างไกลอื่นๆก็มีดาวที่มีธาตุองค์ประกอบประเภทเดียวกับที่เรารู้จักดีอยู่แล้วเช่นดาวในจำพวก Cepheid variable ดังนั้นเราจึงใช้ดาวประเภทนี้คำนวณระยะทางจากกาแลกซีของเราไปยังกาแลกซีไกลโพ้นนับหลายล้านปีแสงได้      เมื่อเกิดการระเบิดของซุปเปอร์โนวาเรามีความรู้อยู่แล้วว่าดาวประเภทนี้เมื่อระเบิดควรมีความเข้มความสว่างเท่านั้นเท่านี้ ที่ระยะทางเท่านั้นเท่านี้   แต่พอเราได้ผลการสังเกตการณ์จริงในปี 1998 เรากลับพบว่าความเข้มมันจางลงอย่างผิดคาด ดังนั้นต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้มันจางลงซึ่งก็คือระยะทางที่ถอยหลังออกไปมากกว่าเดิม  ดังนั้นแสดงว่ามันต้องกำลังเคลื่อนที่ถอยหลังออกไปด้วยคงามเร่งซึ่งทฤษฎี Big Bang อธิบายไม่ได้ เรายังต้องซ่อม ทฤษฎี Big Bang ให้สมบูรณ์ ไม่ได้บอกว่าว่าผิดนะครับ เพียงแต่ทฤษฎียังไม่เสร็จสมบูรณ์”



                   หากสมมติฐานเกี่ยวกับทฤษฎีพลังงานมืดเป็นจริงนั้นย่อมหมายถึงโลกเราอาจจะถูกฉีกทำลายลงโดยแรงขนาดมหาศาลจากพลังงานมืด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นพลังงานมืดจำพวกแฟนธอม (Phantom) หรือปิศาจซึ่งถูกยืนยันโดยข้อมูลจากการสังเกตการณ์ในปัจจุบันแล้วด้วย เอกภพจะมีชาตะกรรมสุดท้ายที่การถูกฉีกออก (Big Rip)  และนั่นก็หมายถึงว่าสรรพสิ่งต่างๆที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงจักรวาลอาจจะถึงจุดจบลงก็เป็นได้ ซึ่ง ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย แจงว่าหากพลังงานมืดตามทฤษฎีดังกล่าวเป็นจริงโลกเราจะถึงจุดจบราว 22,000 ล้านปีข้างหน้า  แต่ตอนนี้ความลับมืดดำเกี่ยวกับพลังงานมืดก็ยังไม่ถูกไขออกมาทั้งหมด และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาระหว่างพลังงานมืดกับสสารมืด หรือ การเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบอื่น เหล่านี้คือสมมติฐานและความเป็นไปได้ที่ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย กำลังทำการศึกษาอยู่  และ ดร.บุรินทร์ได้บอกว่าทฤษฎีดังกล่าวจะได้รับการยอมรับหรือไม่ต้องอาศัยข้อมูลการสังเกตการณ์ซูเปอร์โนวาและการสังเกตการกระจายตัวของโครงสร้างกาแลกซีในจักรวาลด้วย



                                          


                                               จุดจบของเอกภพคือการฉีกออกที่เรียกว่า “Big Rip”
                                          รูปจาก New Scientist http://www.newscientist.com/




                    “ถ้ามันเป็นพลังงานมืดมีอยู่จริงและเป็นแบบปิศาจนี้ด้วยละก็ เอกภพเราก็คงมีอายุอยู่ไม่เกิน 22,000 ล้านปี ทุกอย่างก็ต้องจบ ทั้งเอกภพเลยโดนฉีกหมดแม้กระทั่งอะตอมและนิวเคลียส เว้นแต่ว่ามันยังมีองค์ความรู้อย่างอื่นที่เรายังไม่รู้เช่น การแลกเปลี่ยนอันตรกริยาระหว่างสสารมืดกับพลังงานมืดในรูปแบบอื่นที่เรายังไม่รู้ เช่นอาจจะเป็นพลังงานมืดอยู่สักพักหนึ่งก่อนกลับเป็นสสารมืด อย่างนี้เป็นต้น  พลังงานมืดแบบปีศาจจะมีสมการสภาวะ w<-1 ซึ่งจริงจริงแล้วแค่ w<-1/3 ก็สามารถทำให้เกิดการเร่งออกได้แล้วนะครับ ถ้า w<-1 ก็แสดงว่ามันจะผลักออกอย่างรุนแรงและมันก็จะมีจุดจบที่สภาวะ Big Rip Singularity ครับผม”




                   ในการทำการศึกษาของ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย ในขณะนี้เป็นการศึกษาโดยการสร้างแบบจำลองของสมการแอ็คชันที่พลังงานต่ำอันเป็นทฤษฎียังผลที่พลังงานต่ำของทฤษฎีควอนตัม กราวิตี้ในแบบต่างๆ แล้ววิเคราะห์ผลเชิงพลวัตรของพลังานมืด การสร้างแบบจำลองแบบขยายความในกรณีทั่วไปมากขึ้น งานในปัจจุบันมีทั้งที่เป็นงานวิจัยอิสระและที่ทำร่วมกับนักวิจัยที่ University of Victoria แคนาดา และ University of Cambridge อังกฤษ ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันคือการไขความลับของพลังงานมืดในเอกภพ ส่วนอุปสรรคที่เกิดขึ้นในงานวิจัยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเวลาในการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและสมาธิ เนื่องจากจะต้องทำการวิเคราะห์สมการที่มีความสลับซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้ทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์  การไม่ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและมีสมาธิจึงเป็นอุปสรรคที่สำคัญ ส่วนปัจจัยของความสำเร็จของงานวิจัยคือความจริงใจกับการทำงานโดยที่ไม่ได้คิดถึงค่าตอบแทนต่างๆ การมองโลกในแง่ดี การพยายามยิ้มให้กับทุกสิ่ง การมีเสรีภาพที่จะคิดหรือทำกิจกรรมทางวิชาการได้อย่างเต็มที่ ความเข้าใจจากครอบครัว และการได้พักผ่อนอยู่เสมอ รวมถึงทุนสนับสนุนจาก สกว.





                                               
                                                                  ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย


                   ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์วิจัยคุณภาพอีกคนหนึ่งของประชาคมนักวิทยาศาสตร์ไทยในยุคนี้ ที่ผ่านมาได้รับการประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆมากมายเช่น รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2551 โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์,  รางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่น สกว-สกอ ประจำปี 2548,  รางวัลชมเชยวิทยานิพนธ์ สภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ประจำปี 2550, รางวัลนักวิจัยดีเด่นประเภทนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงบนฐานข้อมูลนานาชาติสูงสุดของมหาวิทยาลัยนเรศวรในปี 2549, รางวัลนักวิจัยดีเด่นประเภทนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารที่มีค่า Impact Factor สูงสุดของมหาวิทยาลัยนเรศวรในปี 2549, 2550, 2551 (3 ปีติดต่อกัน) เป็นต้น นอกจากงานวิจัยที่ต้องทุ่มเทยามเมื่อเคร่งเครียดกับการงาน ดร.บุรินทร์ จะฟังเพลง เล่นดนตรีเช่นเปียโนไฟฟ้า หรือมักหนีไปหลบที่ร้านกาแฟร้านโปรดในพิษณุโลก ปลูกต้นไม้ ว่ายน้ำและเล่นบาสเกตบอลเป็นการผ่อนคลาย



ดร.บุรินทร์

เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา (TPTP)
ในปี 2539 ซึ่งเป็นทั้งกลุ่มวิจัยระดับสูงและสภาการศึกษาที่เป็นสำนักเรียนเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านฟิสิกส์ทฤษฎี โดยมีจุดประสงค์หลักในการยกศักยภาพการศึกษาวิจัยทางฟิสิกส์ทฤษฎีของไทยให้ก้าวหน้าในระดับสากล ผู้สนใจเกี่ยวกับสถาบัน TPTP สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่
http://www.tptp.in.th 




“ผมขอแสดงความชื่นชมวิชาการดอทคอมด้วยว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีการส่งเสริมทางด้านวิชาการที่ดีมาก ทำให้เยาวชนหันมาสนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น ขอชื่นชมและให้กำลังใจทีมงานทุกคนและเพื่อนๆรุ่นแรกที่ให้กำเนิดวิชาการดอทคอมด้วยครับ”








วิชาการดอทคอมขอขอบคุณ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัยที่สละเวลาในการให้สัมภาษณ์



 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ก.ย. 2551 (00:42)

บทความเยี่ยมยอดเช่นเคยครับ


 


 


hairby


meepooh22

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 ต.ค. 2551 (10:27)

ดีมากเลย  ทามให้รู้และเข้าใจเยอะเลย


kampong38 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ต.ค. 2551 (14:42)

อธิบายหน่อยได้มั้ยว่า อวกาศฉีกได้ยังไง


Gravitivist เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 58 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 พ.ย. 2551 (19:46)

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

chi hair flat iron nuvi 755t honeywell HEPA air purifier jvc gzmg330 panasonic sdrh40 philips norelco shaver rowenta iron samsung ln 40a550 samsung ln 40a650 samsung ln 46a650 samsung ln 52a650 sony dcrdvd610 sony dcrhc52 sony dcrsr45 sony dvp fx 810 sony dvp fx 820 sony hdrsr11 sony hdrsr12 sony hdrtg1 sony kdl32m4000 sony kdl52w4100


dentalimplant เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 145 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 51 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


วิรุฬหกกลับ
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,405 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 9 เดือน
แบ่งปันความรู้ 3 ครั้ง
ได้รับดาว 78 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.