เครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider หรือ LHC เป็นเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่และให้พลังงานสูงที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา เป็นความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์หลายพันคนในเกือบร้อยประเทศ เป้าหมายของโครงการนี้ก็เพื่อทดสอบและยืนยันทฤษฏีที่เรามีอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับอนุภาคมูลฐาน และค้นหาหลักฐานต่างๆที่จะเป็นกุญแจสร้างทฤษฏีใหม่เพื่อไขความลับของจักรวาล
ความเห็น 20 19 ก.ย. 2551 (11:40) มีศาสนาเดียวที่ให้คำตอบทางวิทยาศาสตร์ได้ คือ ศาสนาพุทธ
ผมไม่ได้นับถือศาสนาใด แต่ผมเชื่อตามหลักของพุทธ จงอย่าเชื่อ 10 ประการ
ที่แน่ๆคือพระเจ้าไม่ได้เป็นผู้สร้างโลกแน่นอน
ความเห็น 21 19 ก.ย. 2551 (19:36) ราคาของจุดกำเนิดจกรวาลแค่ไม่กี่ พัน,หมื่น,แสนล้านเหรียญเองเหรอ ?
จักรวาลอันหาที่สุดยังไม่ได้มีราคาเพียงแค่นั้นเองนะ ?
ก็เชื่อว่ายังไม่มีทางหาจุดกำเนิดจักรวาลได้หรอก
เค้าบอกว่าแค่ทำให้อนุภาควิ่งเร็วใกล้เคียงแต่ยังไม่เท่ากับแสงพอดี ก็คงหาคำตอบยังไม่ได้หรอก ตราบที่มันใกล้เคียงเราก็ได้แค่หากันต่อไป
คิดเล่นๆว่าคงจะต้องให้เท่ากับแสงพอดีเป๊ะ ต้องไม่มีทศนิมประเภท 99.9999...9อีกกี่ตำแหน่งดีล่ะ
ถ้ายังแบบนี้รับรองได้หาคำตอบไม่เจอ ไอ้ส่่วนที่ขาดไปนี่แหล่ะมั้งตัวปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ให้ได้
แต่ก็นะ...
ตราบใดที่เราสามารถหาตัวจริงของเราเจอเมื่อนั้นเราไม่ต้องเสียเงินหรืออะไรเลยสักอย่างเราก็คงรู้คำตอบของจักรวาลแน่นอน 
ความเห็น 22 20 ก.ย. 2551 (23:04) แล้วลูกที่สองจะปล่อยอีกครั้งวันที่เท่าไหร่ครับ อยากรู้จัง
ความเห็น 23 21 ก.ย. 2551 (10:12) re: คห.20
ผมเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกนี้ขึ้นมา
!!
แต่
ผมกำลังคิดอยู่ว่าใครเป็นผู้สร้างพระเจ้าขึ้นมาต่างหาก....
เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะมีอยู่ก่อนแล้ว
จะต้องมีผู้สร้างพระเจ้าอีกทีหนึ่ง
และผู้สร้าง ผู้สร้างพระเจ้า คือใครล่ะ
เราก็ต้องมาคิดกันอีกทีหนึ่ง
แล้วจะรู้ใหมเนี้ย
แต่
ถึงคำตอบที่ได้จะถูกต้องหรือไม่ก็เป็นกำไรชีวิต กำไรทางวิชาการ กำไรสมอง
เราไม่ควรลบลู่ ทฤษฎี ความเชื่อ ของใครทั้งสิ้น
ถึงมันจะขัดแย้งกันก็ตาม
นั่นคือความคิดความเชื่อครับ
ปล.หวังว่าคงเข้าใจ แต่นั่นก็คือความเชื่อของคุณ
ถ้าใครอยากได้ข้อสอบเอ็นลองเข้า
http://data.eduzones.com/data-3-5-27677.html
http://data.eduzones.com/news.aspx?zone_id=3&type=5
(ปลากินปูอยู่บนฟ้าในทะเล)
ความเห็น 24 22 ก.ย. 2551 (14:38) ผมว่าแล้วต้องไม่เกิดหลุมดำ
ความเห็น 25 27 ก.ย. 2551 (14:33)
สุดยอดแล้วค่ะ แค่คิดที่จะไขว่คว้าก็นับว่ายอดที่สุด
จะเป็นกำลังให้สู้ต่อไป เดี๋ยวไม่นานก็รู้คำตอบ สู้!สู้
!!.......ค้า
ความเห็น 26 29 ก.ย. 2551 (00:18) (คนไม่่มีความรู้แสดงความคิดเห็น)
เครื่องเร่งอนุภาคหรอ...? เร่งให้เร็วเกือบเท่าแสง...? แล้วนำมาชนกัน...?
ผมว่าไม่สำเร็จนะ หากวิเคราห์ตามหลักธรรมชาติ (นำทฤษฎีสัมพัทธภาพมาช่วยนำเสนอ)
ถึงเราจะทำอย่างไรให้อนุภาคเร็วเท่าแสง ก็ไม่สามารถไขความลับได้หรอกครับ
อันที่จริงทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ว่า (ขอนอกเรื่อง) หากเราเคลื่อนที่ได้เร็วเท่าแสงเวลาจะหยุดนิ่ง จริงเท็จเพียงใดไม่มีใครพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่ทว่าความเร็วของแสง ณ ปัจจุบันเราวัดด้วยอะไร...? (ก็วัดเทียบด้วยตัวเลข เลขในทางคณิตศาสตร์) หรือเลขในรูปสามมิติ
มิิติอื่นที่เกี่ยวข้องกับแสง (มิิติที่ 3 + เวลา) เราไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับตัวเลขทางคณิตได้เลย ไม่ว่าจะคำนวณด้วย (บวก ลบ คูณ หาร ฯลฯ)
ยกตัวอย่างคือ มีหรอที่ใครๆจะคำนวณอนาคตด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์...?
(การคำนวณทุกชนิด ณ ปัจจุับันทางคณิตศาสตร์ เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ การคำนวณนั้นสิ่งที่คำนวณต้องเกิดขึ้นมาแล้ว...)
เช่น การบวกเลขเป็นล้านๆๆๆๆๆ สิ่งๆนั้นก็เกิดขึ้นมาแล้ว คือ ตัวเลข 0-9 บวกกันนั้นเอง มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว หรือ การคำนวณว่าทุกๆ 76 ปีดาวหางฮัลเล่ห์จะเข้าใกล้โลก ก็เพราะมันเกิดขึ้นมาแล้วไงครับถึงคำนวณไ้ด้
*** ไม่มีสิ่งใดที่ยังไม่เกิดขึ้น (มิติเวลาอนาคต) แล้วสามารถคำนวณได้ด้วยเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบัน
เข้าเรื่องต่อเลยนะครับ นึกไปในอดีต การสร้างทฤษฎีต่างๆของนักฟิสิกส์แล้วนำมาเขียนเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ แต่เชื่อเถอะครับไม่มีถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น
การไขความลับของธรรมชาติมีมาตั้งแต่สมัยก่อน ก็เหมือนกับการที่เราเล่นเกมส์ซูโดกุ (หากมีคนเริ่มตัวเลขมาให้เราก็ต้องใส่ตามเค้าเพื่อให้ตารางมันถูกต้อง) แล้วนักวิทย์สมัยก่อนก็เปรียบกับเค้าใส่ตัวเลขมาก่อนเรา แต่ยังไม่สำเร็จ คนรุ่นใหม่เลยต้องมาใส่ต่อ หากคนรุ่นก่อนนั้นคำนวณผิดหล่ะ เราก็นำความรู้ผิดๆนั้นมาทำให้สิ่งต่างๆนั้นผิดจากความจริง (ซึ่งในปัจจุบันเราก็คงคิดว่ามันถูกต้องที่สุดหล่ะ แต่เมื่อถึงจุดสิ้นสุด เราก็จะรู้เองว่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นมันผิด)
การทดลองในครั้งนี้อาจจะเกิดปรากฏการใหม่ๆ (หรือไม่เกิดเลย) ก็ตาม แต่ก็ยังไขความลับธรรมชาติไม่ได้หรอกครับ
เพิ่มเติม *** ความเร็วแสงแท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่ 3*10^8 อย่างที่เข้าใจกันนะครับ
เพราะการคำนวณด้วยวิธีทางคณิตรูปสามมิติ ให้ความแน่นอนของความเร็วแสงในต่างมิติไม่ได้อยู่แล้ว
ความเห็น 27 29 ก.ย. 2551 (00:21) ขอเพิ่มอีกนิดครับ (คาใจ)
จะว่าผมไม่มีความรู้ก็ได้นะครับ แต่ให้นึกถึง
เซอร์ไอแซก นิวตัน ไว้ด้วยนะครับ
ทฤษฎีของเค้าเปลี่ยนโลกได้ โดยที่เค้าแต่เดิมเป็นคนธรรมดา ไม่เก่งกาจ
แล้วมีสักกี่คนเชียวที่จบระดับด็อกเตอร์ แล้วสามารถคิดทฤษฎีไขธรรมชาติได้ (โดยเป็นบุคคลประวัติศาสตร์) โดยที่พึ่งทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ก่อนหน้า (หรือพึงเนื้อหาที่เรียนมานั้นมาสืบสาน)...
ความเห็น 28 2 ต.ค. 2551 (20:38) น่ากลัวง่ะ .... มีใครรู้เกี่ยวกับ e=mc2 บ้างค่ะ e น่าจะเป็นพลังงาน ส่วนm ต้องเป็นมวล จริงหรือเปล่าค่ะ
ความเห็น 29 3 ต.ค. 2551 (19:40) คงต้องไขความลับของตัวเราให้ได้ก่อนมั้ง ถึงจะไขความลับจักรวาลได้
แล้วความลับของตัวเรามันเป็นยังไง? ยังไม่รู้เหมือนกัน เหนื่อยกับการค้นหาความลับข้างนอกแล้วล่ะ
ความเห็น 30 9 ต.ค. 2551 (21:26) ถ้าเราเร็วเกือบเท่าแสงจะเดินทางไปในอนาคตได้หรือไม่อะ

ความเห็น 33 16 พ.ย. 2551 (01:23) เครื่องเบ้อเริ่มเลย แต่ศึกษาสิ่งที่อาจจะเึล็กที่สุด แล้วอาจได้ผลลัพธ์ที่อาจคาดเดาไม่ได้ ส่งลกระทบอย่างใหญ่หลวง น่าสนใจสำหรับคนที่สนใจ (ยังไงกัน) หลุมดำก็เห็นกันอยู่ทุกวัน "นักการเมือง" คงจะไม่ใช่นะเพระว่าเขาทำเพื่อประชาชนอย่างจริงใจ ไม่คิดโกง แต่ผู้หญิงสวยๆดึงดูดยิ่งกว่าหลุมดำอีก ไม่เกี่ยวนะครับ แต่นิดนึง
ความเห็น 34 7 ธ.ค. 2551 (19:26) สวัสดีครับ พี่ๆผู้มีความรู้ทุกท่าน ผมอ่านบทความนี้ครั้งแรกเมื่อ 07/12/51 ก็เข้าใจไม่เข้าใจบ้าง ตามประสาคนไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ผมยังไม่ได้ไปอ่านความคืบหน้าของการทดลองนะครับ แต่ ผมแค่อยากถามว่า หลุมดำ จะดูดทุกสิ่งหายไปได้จริงหรอ แล้วดูดไปอัดแน่นจะถึงที่สุดใช่ไหมครับถึงจะหยุด จะดูดแล้วหายไปเลยผมไม่เชื่อหรอก( หมายถึงหายไปจากจักรวาลนี้หน่ะครับ )
ก็แต่อีกแหละ มีข้อสังสัยอีกว่า พลังงานจากดวงอาทิตย์ ที่จะหมดไปเนี่ยเพราะว่าก๊าซไฮโดรเจนได้ใช้หมด ใช่ไหมครับ แล้วก๊าซไฮโดรเจนที่ใช้ไปหายไปมันหายจากจักรวาลเลยใช่ไหมครับ โดยที่ได้ผลตอบแทนมาเป็นพลังงานความร้อนที่เรารู้ว่าร้อนในช่วงเวลาหนึ่งเองใช่หรือเปล่า ใครก็ได้ครับที่มีความรู้ช่วยตอบผมที่นะครับ เพราะผมคิดว่าสิ่งที่น่ากลัว หลุมดำ คือ การหายไปของพลังงาน อ่ะครับ
อีกอย่างถ้า คำตอบของ หลุมดำกลายเป็น ดาวเคราะห์ความหนาแน่นสูง (คงไม่เป็นอนันต์นะ หรอกผมคิดว่านะ) แล้วมันกลับมาขยายตัวได้ ไหม ถ้าไม่ได้ อีกไม่นานจักรวาลก็คงมืดไปหมด ผมว่าดีแล้วครับที่มีการพิสูจน์ ว่า หลุมดำ มันเป็นแค่ทฤษฎีเท่านั้น ที่มีความเพี้ยนมากๆเท่านั้น เชื่อมาได้ 30 ปี หาคำตอบสักที จะได้ไม่ต้องกลายเป็นความคิดผิดๆ สักที
ถ้าใครคิดว่าแค่อนุภาคแค่ 2 อนุภาค จะดูดโลกทั้งโลกนะ แสงอาทิตย์ที่มันชนโลกทุกวันมันไม่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าหรอครับ ถูกต้องไหม ความเร็วจริงชนจริง
ผู้มีความรู้ท่านได้สามารถตอบได้กรุณา ส่งอีเมล์คำตอบ มาที่
zerowink_3@hotmail.com หรือ ตอบในบทความนี้ก็ได้ครับ
อะไรที่ยังไม่พิสุจน์ชนถึงจนสูงสุดก็อย่าเพิ่งเชื่อ
พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า แม้คำพูดของท่านเองเราก็อย่าเพิ่งเชื่อ
ถ้าเราความเชื่อว่าชาติหน้าเป็นจริง ไม่มีวันหรอกครับที่ ดวงจิต ของเราจะแตกดับได้ จักรวาลก็ไม่มีวันแตกดับฉันนั้น ( โลกด้วย ) ทุกสิ่งมีอยู่และจะไม่หายไป ไหนเพียงแต่อยู่ในรูปอื่น เท่านั้น
"ศาสนาพุทธ" "สุดยอด" ครับ
ความเห็น 35 23 พ.ค. 2552 (01:34) ผมก้ออยากรู้เหมือนกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ย เกิดมาได้ไง
แต่ก้อไม่รู้ว่าเค้าจะรู้กันได้ไง ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เอฟเวอร์รี่ติง จิงกะเบล เนี่ย
มันเกิดมาเมื่อหลายหมื่นล้านปีก่อน (เค้าคงมีวิธีคำนวณแหละ) แต่ก้อเชื่อว่าคงมีทางรู้ได้
เพราะผมเชืท่อในวิทยาศาสตร์ มันน่าเชื่อถือนะครับ ถ้าไม่น่าเชื่อถือแล้ว โลกเราคงไม่พัดทะนามาขนาดนี้
ไม่มีเครื่องมือเครื่องใช้ไฮเทคขนาดนี้ คิดดูดิ อยู่ตั้งไกลยังคุยกันได้ เห็นภาพกันได้ด้วยแน่ะ และอีกหลายๆอย่างเยอะแยะมากมายที่พัดทะนาขึ้นจากวิทยาศาสตร์
ก้อเปนคนหนึ่งที่รอคอยการไขความลับครั้งนี้ ถ้าไม่ได้มากก้อน้อย แต่คงมีอะไรตื่นเต้นในบทเรียนวิทยาศาสตร์แหละคราวนี้
ปล. ผมอยู่มอปลายคับ
ความเห็น 36 24 พ.ค. 2552 (22:38) ผมก็อยากรู้ผลเร็วๆ เหมือนกัน
และอยากรู้ว่า เค้าจะเจออะไรที่พวกเค้า ต้องการ รึเปล่า
ความเห็น 37 27 พ.ค. 2552 (17:05) คห.ที่ 16
ผมไม่ได้อยากแย้งหรอกครับ ผมยอมรับในความแตกต่างในความเชื่อของมนุษย์ครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า
เมื่อสนทนาธรรม การตอบปัญหาทุกอย่างเมื่อถามอะไรไป มักได้คำตอบว่า "พระเจ้ากำหนดไว้แล้วให้เป็นเช่นนั้น" "พระเจ้าทดสอบความอดทนของเรา" "เป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมา" "ในคำภีร์ระบุไว้ชัดเจน" แนวทางล้วนแต่เป็นคำตอบที่ไร้ข้อพิสูจน์
วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ ความเชื่อแบบที่พิสูจน์ได้ มีอยู่จริงครับ กว่าจะได้มาก็ต้องทดลอง พิสูจน์กันก่อน มีการล้มล้างความคิดที่ผิดได้ตลอดเวลาครับ หากพิสูจน์ได้ว่าความคิดใหม่นั้นถูก เครื่อง LHC นี่ก็เป็นแนวทางปกติของวิทยาศาสตร์ครับ
ผมเชื่อในความกลัวของมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดศาสนาครับ
ผมเชื่อว่ามนุษย์ใช้จินตนาการสร้างพระเจ้าขึ้นมา
ผมเชื่อว่าถ้าพระเจ้ามีจริง ถึงกับสร้างจักรวาลได้ พระเจ้าก็น่าจะมีพลังงานที่มหาศาลมากๆ แต่เราไม่เคยสัมผัสอะไรได้จริงจากพลังงานนั้น มีแต่การปรุงแต่งจิตใจให้เชื่อในพระเจ้าล้วนๆ
ผมเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ที่เราค้นคว้ากันอยู่ทุกวันนี้ จนมองไปแล้วแทบไม่มีจุดสิ้นสุด สักวันมันจะมีประะโยชน์สูงสุดก็แค่ "ใช้รักษาการอยู่รอดของเผ่าพันธ์มนุษย์"
ผมไม่เคยเอาไปเถียงกับใครเรื่องนี้ เข้าใจในเรื่องของความเชื่อมันไปลบหลู่กันไม่ได้แน่นอน แค่แสดงความคิด เพราะถึงยังไงผมก็สนับสนุนให้มีพระเจ้าอยู่ดี เพราะเป็นกุศโลบายของคนยุคก่อนที่มองเห็นแล้วว่า มนุษย์ยากนักที่จะดีได้ด้วยตนเอง
"ถ้าไม่มีพระเจ้าแล้ว สังคมมนุษย์จะเต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมทางจิตใจขั้นรุนแรง"
ความเห็น 40 15 ส.ค. 2552 (17:04) ขอบคุณมากครับที่ให้ความรู้ดีๆแบบนี้ พอดีกำลังสนใจเรื่องของควอนตัมอยู่พอดีครับ
อืม...ถ้า LHC ทำสำเร็จขึ้นมาเราก็จะสามารถพิสูจน์จุดกำเนิดของเอกภพทั้งหมดได้ใช่หรือเปล่าครับ งั้นเราก็จะรู้ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเลยและสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับ
ความเห็น 41 22 ส.ค. 2552 (15:43) ตอบคำถาม คห.ที่ 16
ไม่ควรที่จะเอาเรื่องทาง ศาสนา มาอธิบาย หรือแปลความในงานที่เกี่ยวกับ
วิทยาศาสตร์นี้ก่อนนะครับ เพราะทั้งสองเรื่องมีแนวทางที่ค่อนข้างแตกต่างกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน การที่คุณหรือ ใครๆจะอธิบายความหมายของ ศาสนาที่มีต่อวิทยาศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์ ที่มีต่อ ศาสนา จะต้องเป็นคนที่มีความรู้และเข้าใจทั้งสองเรื่องอย่างดี และสามารถ ทำให้คนอื่นเข้าใจได้ หรืออื่นๆประกอบอีก
เช่นเรื่อง LHC นักวิทย์ศาสตร์บอกว่า มีสิทธิ์ที่จะสามารถไขความลับจักรวาลได้นั้น ความหมายเค้าไม่ได้หมายถึงขนาดที่จะ พิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้านะครับ เค้าแค่พิสูจน์ว่า จักรวาลนี้มีกระบวนการเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิทย์ศาสตร์อีก คนละเรื่องกับเรื่อง พระเจ้าสร้างโลก สร้างมนุษย์เลยครับ คุณอาจจะถามว่า แล้วการสร้างจักรวาลไม่เกี่ยวกับ พระเจ้าตรงไหน cern พยายามหาคำตอบว่าจักรวาลถูกสร้างมาได้อย่างไร ก็เหมือนกับ สงสัยว่า พระเจ้าสร้างทุกสิ่งมาได้อย่างไร
ผมก็จะตอบท่านว่า เราไม่ได้สงสัย และศึกษาพระเจ้า แต่เราศึกษาแหละพยายามหาคำตอบสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาตังหาก แม้แต่ที่ วาติกัน ยังมีหอดูดาวเลยนะครับ หรือแม้แต่ สืบถึงอดีตกันจริงๆ นักวิทยาศาสตร์ หรือความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ถูกปูพื้นมาจาก สังคมมุสลิม ในภูมิภาค ตะวันออกกลางนะครับ ( เค้าว่างั้นนะ )
และอีกอย่าง ตามทฎษฏี ขณะนี้วิทยาศาสตร์ ก็พอจะรู้แล้วว่า จักรวาล มันถูกสร้างมาได้อย่างไร เหลือก็แต่การพิสูจน์ ให้ชัดเจนนี้เท่านั้น
แต่ต่อให้ cern ทำโครงการนี้ สำเร็จ ผลพิสูจน์ก็ยังไม่สามารถ พิสูจน์ได้เต็ม 100 อย่างดีก็ทำได้แค่ ชายขอบของการสร้างจักรวาลเท่านั้นแหละครับ
ปล. อย่าคิดว่า การเอาอนุภาคมาวิ่งชนกันแค่นี้ มันจะไปรู้อะไร แค่นั้นนะครับ เพราะมันก็เหมือนกับ เด็กประถมมันถามว่า ดวงอาทิตย์มันประกอบไปด้วยฮี่เลี่ยมได้ยังไง เราไม่เคยเดินทางไปถึงดวงอาทิตย์สักหน่อย
ตัวอย่างความสงสัย สองประการนั้นผมหมายถึงว่า อย่าดูถูก วิธีการทางวิทยาศาสตร์ว่าเห็นว่า ทำกันง่ายๆ แค่นั้นนะครับ มันระเอียด ซับซ้อนมากกว่าที่เค้า สรุปให้เราฟังเยอะ (เค้าพยายาม สรุปให้เราเข้าใจ) และมันก็ชัดในในผลลัพธ์ด้วย
จักรวาลถูกไขความลับได้แน่นอนครับ ไม่รุ่นเราก็รุ่นลูก แต่เมื่อนักวิทย์ศาสตร์ไขได้ปุ๊บ ความมลับเบื้องหลังจักรวาล อีกมากมายมหาศาสก็จะพรั่งพรู่เข้ามา จนขนาดทำให้นักวิทย์ คิดหนักว่า " ตรูคิดผิดอ้ะ ป่าวเนี้ย ที่ศึกษามัน "
ปล. ผมเองก็เป็นชาวพุทธ ตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็เห็นว่า ศาสนากับวิทย์ศาสตร์ ไม่ได้ต่างกันเลยครับ แต่สิ่งที่ทำให้ต่างกัน คือ มนุษย์