โศกนาฎกรรม 11 กันยา ตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์

เหตุการณ์

โดย วิรุฬหกกลับ


                   ในวันที่ 11 กันยายน 2544 ราว 19.45 น. ตามเวลาประเทศไทย หรือ เวลา 8.45 น.ตามเวลาของมหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเครื่องบินพาณิชย์ ได้พุ่งชนตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์อันเป็นสัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นภาพที่คุ้นตาในภาพยนตร์ฮอลลีฮูดเกี่ยวกับการก่อการร้ายหลายต่อหลายเรื่อง แต่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชนชาวอเมริกันและผู้คนอีกกว่าค่อนโลกที่รับชมสดโดยผ่านการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศในเหตุการณ์ดังกล่าว

                                          
                                                              ตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์
                                                         ภาพจาก www.pbase.com

                      เหตุการณ์ระทึกขวัญในครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ก่อการร้ายชาวอาหรับจำนวน 19 คนเข้ายึดเครื่องบินพาณิชย์ 4 ลำในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินพาณิชย์ให้เป็นอาวุธใช้ถล่มสถานที่สำคัญๆต่างๆ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำให้ซึ่งตำรวจสากลได้บัญญัติให้เป็นความผิดของการกระทำที่เรียกว่า Hijackหรือสลัดอากาศ

ผู้ก่อการร้ายได้เข้ายึดเครื่องบินพาณิชย์จำนวน 4 ลำซึ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์จากสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์ และ สายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ อย่างละสองลำ ดังนี้

เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 767-200ER เที่ยวบินที่ 11 จากสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์
เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 757-200 เที่ยวบินที่ 77 จากสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์
เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 767-200ER เที่ยวบินที่ 175 จากสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์
เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 757-200 เที่ยวบินที่ 93 จากสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์

                                           
                                                         ภาพเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 11 กันยายน
                                                         ภาพจาก www.youdecide2008.com

                      เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 767-200ER เที่ยวบินที่ 11 จากสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์เป็นเครื่องบินลำแรกที่พุ่งเข้าชนตึกเวิร์ลเทรดอันเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมสมัยใหม่ในมุมมองของผู้ก่อการร้าย เครื่องบินลำนี้ออกเดินทางจาก สนามบินนานาชาติโลแกน เมืองบอสตัน มลรัฐแมสสาชูเสทโดยมีเป้าหมายมุ่งตรงไปยังสนามบินนานาชาติลอสแองเจอลิส เมืองลอสแองเจอลีส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เครื่องบินลำดังกล่าวสามารถบรรทุกผู้โดยสารสูงสุดได้ 181 คนโดยในวันเกิดเหตุมีผู้ร่วมเดินทางมากับเครื่องบินจำนวน 92 ชีวิต  และบรรทุกน้ำมันจำนวน 23,980 แกลลอน แต่ก่อนจะไปถึงเป้าหมายก็ถูกควบคุมให้เข้าชนตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ 1 (1 World Trade Center) ซึ่งมีเสาสูงเป็นสัญลักษณ์ ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และผู้คนหนีตายกันอย่างอลหม่าน จากรายงานข่าวที่ได้มีการเปิดเผยภายหลังว่าก่อนจะมีการบังคับให้พุ่งชนตึกดังกล่าวมีเหตุวุ่นวายภายในเครื่องบินเมื่อผู้ก่อการร้ายได้ทำร้ายของลูกเรือสองคนซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ดาเนียน เลวิน ซึ่งทำงานให้แก่ เซยาเร็ด แมทแคล หน่วยงานกลาโหมของอิสราเอล อันเป็นหน่วยงานลับที่มีหน้าที่ในการต่อต้านการก่อการร้าย จนกระทั่ง เวลาประมาณ 8.45 น.จึงเกิดเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิร์ลเทรด ซึ่งไม่ใช่ภาพที่เคยเห็นแค่ภาพยนต์อีกต่อไปแล้ว

                      เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น สร้างความสับสนให้แก่คนทั่วไปเพราะสถานการณ์ยังไม่แน่ชัดมากนักบ้างว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดจากความพลั้งเผลอของนักบินจนเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมขึ้นแต่ถัดไปอีกไม่นานในขณะที่สายตาของประชากรโลกกำลังจับจ้องภาพข่าวรายงานสดอยู่นั้นเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 767-200ER เที่ยวบินที่ 175 จากสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ได้พุ่งเข้าชนตึก เวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ 2 (2 World Trade Center ) ในเวลา 9.03 น. หรือทิ้งช่วงไปจากการพุ่งเข้าชนในครั้งแรกเพียง 18 นาที เท่านั้นเอง เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 767-200ER เที่ยวบินที่ 175 จากสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ออกเดินทางจากจาก สนามบินนานาชาติโลแกน เมืองบอสตัน มลรัฐแมสสาชูเสทโดยมีเป้าหมายมุ่งตรงไปยังสนามบินนานาชาติลอสแองเจอลิส เมืองลอสแองเจอลิส มลรัฐแคลิฟอเนียร์เช่นกัน โดยเครื่องบินลำดังกล่าวสามารถบรรทุกผู้โดยสารสูงสุดได้ 181 คนโดยในวันเกิดเหตุมีผู้ร่วมเดินทางมากับเครื่องบินโดยสารลำดังกล่าวจำนวน 65 ชีวิต  และบรรทุกน้ำมันจำนวน 23,980 แกลลอน

                      ด้วยความที่เครื่องบินพาณิชย์ที่ผู้ก่อการร้ายใช้ก่อเหตุได้บรรทุกน้ำมันมาด้วยเป็นจำนวนมากจึงก่อให้เกิดเปลวไฟแผดเผาตึกเวิร์ลเทรดและสร้างความสับสนอลหม่านให้แก่บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างมาก บางคนตัดสินใจเลือกที่จะกระโดดออกจากตัวตึกโดยมีความหวังแค่เพียงว่าก่อนร่างจะร่วงกระทบพื้นคงมีหน่วยกู้ภัยคงช่วยเขาไว้ได้ทันท่วงทีดีกว่าการเสี่ยงให้ตึกขนาดให้ถล่มลงมาทับร่างเขาให้แหลกเหลว มันช่างเป็นภาพที่โศกสลดและชวนเศร้าอยู่ในที

หลังจากเหตการณ์ดังกล่าวรัฐบาลสหรัฐอมเริกาได้มีการระดมกำลังจากหน่วยงานต่างๆเพื่อเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ความวุ่นวายดูเหมือนว่าทำท่าจะสงบลงแต่แล้วโศกนาฎกรรมก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่ออาคารเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ 2 ที่ถูกเปลวไฟโหมไหม้อย่างหนักได้ถล่มลงมาและหลังจากนั้นอีกราวครึ่งชั่วโมงอาคารเวิร์ลเทรด 1 ก็ถล่มตามลงมาอีกระลอกทำให้พนักงานในหน่วยงานต่างๆที่ระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยล้มตายลงอีกเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดผงฝุ่นและควันขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือท้องฟ้านิวยอร์กเมืองที่เคยสวยงามและเป็นที่ฝันใฝ่ของใครหลายๆ คนก็ถูกความโศกเศร้าเข้าครอบงำ



                                            
                                                          ตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ถล่มซ้ำ
                                                        ภาพจาก http://z.about.com/

                      เป้าหมายแห่งการโจมตีไม่ได้มีแค่ที่ตึกเวิร์ลเทรดเซนเตอร์เท่านั้นโดยเครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 77 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์อันเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 200 คนในวันเกิดเหตุมีผู้รวมเดินทางจำนวน 56 คนและบรรทุกน้ำมันเชื่อเพลิง11,489 แกลลอนได้ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติ ดัลลัสเพื่อเดินทางไปสนามบินนานาชาติลอสแองเจอลิส เมืองลอสแองเจอลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้พุ่งเข้าชนตึกเพนตากอน (The Pentagon)ในเวลา9.40 น. มลรัฐเวอร์จิเนีย อันเป็นสำนักงานใหญ่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา หากมองกันในแง่สัญลักษณ์สถานที่แห่งนี้คือฐานบัญชาการของกองทัพสหรัฐ

                      ส่วนเครื่องบินอีกลำหนึ่งที่ถูกยึดเพื่อปฎิบัติการณ์การก่อการร้ายในครั้งนี้คือ เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 93 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ได้ออกจากสนามบินนานาชาติ เมืองเนวาร์ก มลรัฐนิวเจอซี่ โดยมีเป้าหมายไปยังสนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก เมืองซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถบรรทุกผู้โดยสานได้สูงสุดจำนวน 200 คนแต่ในวันดังกล่าวมีผู้ร่วมเดินทางมาจำนวน 44 คนและได้บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 11,489 แกลลอน เครื่องบินลำนี้ได้ตกลงในเขตชนบทเมืองซอมเมอร์เซ็ต มลรัฐเพนซิลวาเนีย

                      เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตราว 3000 คน ซึ่งเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินและสลัดอากาศรวมแล้ว 246 ชีวิตมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่ม อีก 2,602 คนรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นนักผจญเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก  393 คน มีผู้สูญหาย 24 คนเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเครียดแค้นชิงชังต่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างมาก รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศจะทำการตอบโต้อย่างรุนแรง โดยได้มีการระดมกำลังจากเจ้าหนาที่สำนักงานสอบสวนกลาง  (FBI) ทางรัฐบาลสหรัฐเชื่อว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังคือ โอซามา บินลาเดน(Osama  bin  Laden)  หัวหน้าขบวนการอัลเคดา (AI  Qaida) ในประเทศอัฟกานิสถาน จนเกิดการกรีฑาทัพครั้งใหญ่ในการล่าตัวคนที่ฝ่ายอเมริกาเชื่อว่าเป็นหัวหน้าโจรในครั้งนี้  สหรัฐได้ทุ่มเทสรรพกำลังและอาวุธยุโธปกรณ์มากมาย จนทำให้เกิดสงครามในอัฟกานิสถานและลุกกลามาถึงอิรักอันเป็นที่พำนักของซัดดัม ฮุดเซนคู่กัดของสหรัฐอเมริกาอีกผู้หนึ่ง

                                               
                                                    การเข้ายึดอัฟกานิสถานของทหารอเมริกัน
                                               ภาพจาก http://www.utahwildernessatlas.net

                       เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งดังกล่าวไม่ได้เพียงการก่อให้เกิดความเสียหายในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังทำให้ประเทศในตะวันออกกลางต้องประสบกับสภาวะของสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีผู้คนหิวโหยอดยากจากสภาพดังกล่าวจำนวนมากและที่สำคัญเหตุการณ์ดังกล่าวยังสร้างความรอยร้าวให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนสองเผ่าพันธุ์ที่มีแนวความคิดแตกต่างกัน  จนเหตุการณ์เกือบจะลุกลามกลายเป็นสงครามศาสนาดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประติศาสตร์โลกหรือที่รู้จักกันในนามสงครามครูเสด


                       แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านมาแล้ว 10 ปีเต็มแต่ภาพความหลังและความสูญเสียต่อญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมชาติของชนชาวอเมริกันก็ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจในขณะที่ ชาวอัฟกานิสถานเองก็ต้องประสบความความอดยากบ้านแตกสาแหรกขาด นี้อาจจะเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความขัดแย้งที่พร้อมจะสร้างความหายนะให้เกิดขึ้นได้ในสังคม เมื่อต่างฝ่ายต่างมองว่าตนเป็นฝ่ายถูกและไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน  ในวาระครบรอบ 10 ปี ของเหตุการณ์ครั้งนี้เราคงต้องแสดงความอาลัยต่อผู้ที่ประสบภัยในเหตุการณ์ตึกเวิร์ลเทรดถล่ม รวมไปถึงผู้ที่ต้องผจญกับความอดยากยากจากภัยสงครามในอัฟกานิสภานอันเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกัน


                      หายนะอาจจะเกิดขึ้นได้จากความขัดแย้งเล็กๆของแนวความคิดที่แตกต่างกันแต่การปล่อยให้ความอึมครึมเนิ่นนานเข้ามันก็อาจจะพัฒนากลายเป็นความเครียดแค้นชิงชังพร้อมที่จะใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน จนยากที่จะเยียวยาและการหันหน้าเข้าหากันก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากขึ้นทุกที การถอยให้กันคนละก้าวโดยลดหัวโขนของคำว่าศักดิ์ศรี อาศัยความจริงใจในการแก้ปัญหาอาจจะเป็นทางออกเดียวของสังคมที่มีความขัดแย้งต่อกัน....สมานฉันท์...สมานฉันท์

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?