ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
29 กย. 2497 วันก่อตั้งสถาบันวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป หรือ “เซิร์น” (CERN)
ภูวดี (36,073 views) first post: Wed 24 September 2008 last update: Wed 24 September 2008
วันก่อตั้งสถาบันวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป (European Organization for Nuclear Research) เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปตั้งขึ้นเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการกำเนิด "เวิรล์ด ไวด์ เว็บ"

หน้าที่ 1 - การกำเนิด

 
 โดย ภูวดี




                                      


                       สถาบันวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป (European Organization for Nuclear Research) มีชื่ออันเป็นต้นกำเนิดเดิมตามชื่อภาษาฝรั่งเศส Conseil Européen pour la Recherche Nucléaire (European Council for Nuclear Research) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่อ “เซิร์น” (CERN)  ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2497 (ค.ศ.1954) โดยเริ่มต้นมีสมาชิก 12 ประเทศร่วมกันก่อตั้ง เซิร์นเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปตั้งขึ้นเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเจนีวา ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่ของประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์  

                       ปัจจุบัน เซิร์น (CERN) มีประเทศสมาชิก (Member States) 20 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร และมีประเทศผู้สังเกตการณ์ (Observer States and Organizations) ประกอบด้วย อินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ ตุรกี คณะกรรมาธิการยุโรป และองค์การยูเนสโก      สำหรับประเทศไทยเกี่ยวข้องกับเซิร์นในฐานะประเทศที่อยู่ในกลุ่มไม่เป็นประเทศสมาชิก (Non-Member States)  ซึ่งมีอยู่หลายประเทศ อาทิ  ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน เวียดนาม อิหร่าน เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้น



                                      
                                                 ธงชาติประเทศสมาชิก (Member States) 20 ประเทศ
   


                       ประเทศสมาชิกมีหน้าที่และได้รับสิทธิพิเศษ โดยให้เงินช่วยเหลือหรือสนับสนุนทุนการทำงานของเซิร์น และเป็นตัวแทนในสภาเซิร์น (Council)รวมทั้งเข้าร่วมการประชุมที่สำคัญเพื่อตัดสินใจเกี่ยวองค์กร และกิจกรรมต่างๆ ของเซิร์น ส่วนประเทศที่เป็นผู้สังเกตการณ์และไม่ได้เป็นประเทศสมาชิก ไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงทุนหรือร่วมกำหนดทิศทางการวิจัย แต่ก็ได้ใช้ประโยชน์ทางการศึกษาวิจัยจากข้อมูลการทดลองของเซิร์น






                                       


                       เซิร์นมีเจ้าหน้าประจำที่ปฏิบัติงานประมาณ 2,500 คน เป็นนักวิทยาศาสตร์ประจำในห้องปฏิบัติการ(Laboratory’s scientific) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและสร้างเครื่องเร่งอนุภา (particle accelerators) ซึ่งคนเหล่านี้ต้องช่วยเตรียมความพร้อมในการเดินเครื่อง การวิเคราะห์และการแปลความหมายจากการทดลองตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์  นอกจากนี้เซิร์นมีนักวิทยาศาสตร์อีกประมาณ 8,000 คน เข้ามาเยี่ยมเยียนซึ่งมาจาก 580 มหาวิทยาลัย และ 85ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นนักฟิสิกส์อนุภาคของโลก (Half the world’s particle physicists) 


                       เป็นที่ทราบกันแล้วว่า เซิร์นเป็นห้องปฏิบัติการนานาชาติสำหรับฟิสิกส์อนุภาค เพื่อทำการวิจัยที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีความก้าวหน้า มันเป็นเรื่องยากหรืออาจเป็นไปไม่ได้ที่ ผู้ชำนาญพิเศษซึ่งมีความแตกต่างทางเชื้อชาติมาสร้างเครื่องเร่งอนุภาคให้มีความก้าวหน้าอย่างเช่น Large Hadron Collider และการผลิตสิ่งที่ประหลาดทั้งที่เป็นสสารและไม่เป็นสสาร แต่การวิจัยที่เซิร์นได้สร้างชื่อเสียงและเป็นงานวิจัยแถวหน้าของโลก ซึ่งได้มีการพิสูจน์โดยผ่านการทดลองทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่นี่เองเป็นสถานที่พบปะสำหรับอภิปรายและโต้แย้งจากนักฟิสิกส์อนุภาคได้มาเยี่ยมและทำวิจัย นี่คือสิ่งที่สะท้อนในการทดลองซึ่งเป็นประโยชน์ในการทำงานและได้รับความร่วมมือในระดับนานาชาติ นำมาซึ่งคณะที่ทำงานร่วมกันของนักฟิสิกส์ จากสถาบันทีแตกต่างไปยังจุดหมายร่วมกัน

                        หลังจากการก่อตั้งของ “เซิร์น” ได้พิสูจน์ว่าเวลาทองของวิทยาศาสตร์ไม่มีวันหมดลง ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี เซิร์นมีการทดลองเร่งอนุภาคในระดับพลังงานต่างๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ไม่กี่สิบกิกะอิเล็กตรอนโวลต์ (GeV) ไปจนถึงหลายร้อย GeV มีการค้นพบอนุภาคมูลฐานใหม่ๆ พร้อมทั้งให้กำเนิด "เวิลด์ไวด์เว็บ" (World Wide Web) ที่เป็นประโยชน์ต่อการถ่ายโอนข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของคนทั้งโลก




                        ในบทความนี้ขอเสนอ กำเนิด "เวิลด์ไวด์เว็บ" (World Wide Web ชื่อย่อ WWW) และ เซิร์นการทดลองที่ยิ่งใหญ่เพื่อ “ไขปริศนากำเนิดจักรวาล” เป็นส่วนหนึ่งในงานเซิร์น


                                      

 




กำเนิด "เวิลด์ไวด์เว็บ" (World Wide Web ชื่อย่อ WWW)

                       ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เซิร์น (CERN) ในฐานะผู้ให้กำเนิด "เวิลด์ไวด์เว็บ" (World Wide Web ชื่อย่อ WWW) ในปี ค.ศ.1989 นักฟิสิกส์ชื่อ ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี  (Tim Berners-Lee)  ได้เขียนโครงการ “การจัดการสารสนเทศ” (Information Management) เพื่อแสดงให้เห็นว่าสารสนเทศสามารถถ่ายโอนข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยใช้ ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) ได้อย่างไร  ซึ่งปัจจุบันก็คือระบบการ “คลิก (Click)” หรือระบบการ “ลิ้งค์ (Link)”  เพื่อนำไปสู่สารสนเทศที่ต้องการ ถัดมาอีก 1 ปีได้มีการแก้ไขและพัฒนาระบบโดยได้  โรเบิร์ต ไคลิยู (Robert Cailliau) ซึ่งเป็นวิศวกรจัดการระบบ เข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง


                                       
                               ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี  (Tim Berners-Lee)  และ โรเบิร์ต ไคลิยู (Robert Cailliau)



                        เมื่อความเข้าใจระหว่าง ไฮเปอร์เท็กซ์ กับ อินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) มีมากขึ้น การส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย ช่วยให้นักฟิสิกส์ของเซิร์นสามารถแชร์ (Share) ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ห้องปฎิบัติการได้อย่างทั่วถึง และระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกอ่านข้อมูลที่แสดงในหน้าเว็บ โดยใช้ ลิ้งค์เป็นตัวเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งในระบบแรก ถูกพัฒนาบนระบบ NeXT Computer
 หลังจากนั้น ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี ได้พัฒนาเครื่องมือที่ชื่อว่า Browser-Editor ซึ่งใช้สำหรับสร้างเว็บเพจ แชร์ข้อมูลและแก้ไขสารสนเทศ ภายหลังจึงเกิดปัญหาว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นควรจะเรียกมันว่าอะไรดีเช่น New browser? หรือ The Mine of Information? หรือ The Information Mesh? และในที่สุดก็ได้ข้อยุติ ในเดือนพฤษภาคม 1990 มันถูกเรียกว่า World Wide Web จนถึงปัจจุบัน




                                       
     A screen shot taken from a NeXT computer running Tim Berners-Lee's original WorldWideWeb browser
                       แสดง หน้าเว็บแรกของโลก ที่รันบน NeXT computer โดย ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี เป็นผู้สร้างขึ้น


 
                        Info.cern.ch เป็นที่อยู่ (Address) ของเว็บไซต์แรกของโลก (World's First-Ever Web Site) โดยข้อมูลถูกดึงมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่รันอยู่บนระบบ NeXT Computers ซึ่งตั้งอยู่ที่เซิร์น ที่อยู่ของหน้าเว็บเพจ แรกคือ http://info.cern.ch/hypertext/WWW/TheProject.html ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บเพจจะได้ศึกษาเกี่ยวกับ ไฮเปอร์เท็กซ์ รายละเอียดด้านเทคนิคสำหรับการสร้างหน้าเว็บของตัวเองและวิธีการค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์


 


                                      


                        ในปี 2005 ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี ได้รับยกย่องจากนิตยสาร Time ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลของศตวรรษที่ 20  นอกจากนั้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2007 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้า จากสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เป็นการส่วนพระองค์ (ทิมจึงมีคำว่า"เซอร์"น้ำหน้าชื่อ)




เซิร์นการทดลองที่ยิ่งใหญ่เพื่อ “ไขปริศนากำเนิดจักรวาล”

                        เซิร์นเดินเครื่อง LHC (Large Hadron Collider) หรือเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อทดสอบและยืนยันทฤษฏีเกี่ยวกับอนุภาคมูลฐานและค้นหาคำตอบ “ไขปริศนากำเนิดจักรวาล”   

                        การทดลองที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ได้ทำการทดลอง โดยสร้างสภาวะที่ใกล้เคียงกับตอนกำเนิดจักรวาลที่เรียกว่า บิกแบง (Big Bang) ภายในห้องปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเครื่องมือหลักที่ใช้ในการทดลองก็คือเดินเครื่อง LHC ทำการเดินเครื่องครั้งแรกในวันที่10 กันยายน 2008 เซิร์นได้เรียกวันแห่งการทดลองครั้งแรกนี้ว่า "แอลเอชซี เฟิร์สต์ บีม เดย์" (LHC First Beam Day)

                        อีกเป้าหมายหนึ่งของการทดลองครั้งนี้เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีอนุภาคพระเจ้า หรือ "God Particle" หรือ "Higgs Boson"(ฮิกก์ส ) ของ ศ.ปีเตอร์ ฮิกส์(Peter Higgs)  นักฟิสิกส์ชาวสก๊อตแลนด์ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ(Edinburgh University) ว่าอนุภาคนี้มีอยู่จริงหรือไม่ อนุภาคฮิกก์ส-โบซอน เป็นอนุภาคที่ทำให้วัตถุต่างๆ มีมวล


                                      
                             ปีเตอร์ ฮิกก์ส ในห้องปฏิบัติการของเซิร์น ในอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน
                        จากทฤษฎีบิกแบง (การระเบิดครั้งใหญ่) เป็นทฤษฎีที่เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของสุริยะจักรวาลและโลก การเกิดขึ้นของบิกแบงจะสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการเกิดขึ้นของ "หลุมดำ" (Black Hole)
 

                                        
                           ภาพจำลองทางคอมพิวเตอร์แสดงหลุมดำที่ตรวจวัดโดยสถานีตรวจวัดอนุภาคแอตลาส


 ทำให้เกิดคำถาม “การทดลองของเซิร์นอาจทำให้เกิดหลุมดำที่กลืนกินโลกทั้งใบได้”  เรามีคำตอบที่นี่
: เซิร์น (CERN), LHC และ หลุมดำจิ๋ว (mini black hole) โดย  ดร.พิเชษฐ กิจธารา  http://www.vcharkarn.com/varticle/38168
เซิร์น การทดลองสุดยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ ค้นหาจุดเล็กสุดสู่กำเนิดจักรวาล โดย  ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ  http://www.vcharkarn.com/vblog/36743/7
ไขปริศนาวันโลกาวินาศจะเกิดขึ้นหรือไม่! เมื่อมนุษย์ริสร้าง"บิกแบง"เล่นบทพระเจ้า โดย ดร.สมพร จองคำ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1221226205&grpid=05&catid=02




                                        
                                          รูปแสดงตำแหน่งของห้องปฏิบัติการของเซิร์น (เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี)



                        เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี มีลักษณะเป็นท่อที่ขดเป็นวงยาว 27  กิโลเมตร อยู่ลึกลงไปใต้ดินความสูงประมาณ 100 เมตรจากพื้นดิน มีรูปร่างเป็นอุโมงค์ยักษ์ที่ขดรอบเป็นวง ครอบคลุมพื้นที่เขตแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีประกอบไปด้วยสถานีตรวจวัดอนุภาคที่สำคัญๆ คือ


                                        


              1. สถานีตรวจวัดอลิซ (ALICE) เป็นสถานีที่ตรวจวัด พลาสมาควาร์ก-กลูออน (quark-gluon plasma) ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นหลังการทดลองการเกิด บิกแบง (Big Bang)

              2. สถานีตรวจวัดอนุภาคแอตลาส (ATLAS) มีหน้าที่หลายอย่าง เช่น ตรวจหาอนุภาค “Higgs Boson” (ฮิกก์ส )  และ อนุภาคที่อาจก่อตัวขึ้นเป็นสสารมืด (dark matter)  โดยจะวัดสัญญาณของอนุภาคทั้งแนวการเคลื่อนที่ พลังงาน รวมไปถึงการจำแนกชนิดอนุภาคนั้นๆ

              3. สถานีตรวจวัดอนุภาคซีเอ็มเอส (CMS) เป็นเครื่องตรวจวัดอนุภาคเหมือนกับสถานีตรวจวัดอนุภาคแอตลาส (ATLAS) แต่มีความแตกต่างในรูปแบบการทำงานและระบบแม่เหล็กในการตรวจวัดอนุภาค

              4. สถานีตรวจวัดอนุภาคแอลเอชซีบี (LHCb) มีหน้าที่พิเศษในการศึกษาอนุภาคที่เรียกว่า "บิวตี ควาร์ก" (Beauty Quark) เพื่อสังเกตความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างสสารและปฏิสสาร


 

                                      
                           เอลเอชซีคอมพิวเตอร์กริด แนวคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ในเซิร์น สำหรับเก็บข้อมูลจากเครื่องเร่งอนุภาค


                        นอกจากนี้การทดลองของเซิร์นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อทดลอง“ไขปริศนากำเนิดจักรวาล”
เท่านั้น ยังมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่นำมาใช้กับเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี เป็นระบบคอมพิวเตอร์กริด หรือระบบคอมพิวเตอร์กริดของแอลเอชซี (LHC Computing Grid) ที่ออกแบบมารับมือกับข้อมูลที่จะออกมาจำนวนมหาศาลถึงปีละ 15 ล้านกิกะไบต์ อีกด้วย







ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

http://www.cern.ch/
เซิร์น (CERN), LHC และ หลุมดำจิ๋ว (mini black hole) http://www.vcharkarn.com/varticle/38189
เริ่มเดินเครื่อง LHC วันที่ 10 ก.ย. 51 นี้  http://www.vcharkarn.com/vnews/151574
ถอดความ LHC เวอร์ชั่นแร็บ http://www.vcharkarn.com/varticle/38189
http://www.vcharkarn.com/varticle/123/
http://www.vcharkarn.com/vcafe/50643
http://www.vcharkarn.com/vblog/33601
http://www.vcharkarn.com/vcafe/49323
http://www.vcharkarn.com/vcafe/34049
http://www.vcharkarn.com/vnews/151568
http://www.vcharkarn.com/vblog/36743/1


 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 มี.ค. 2553 (05:33)
ขอบคุณครับ
daanaina เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 68 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


phuwadee
(ภูวดี)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,591 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 52 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
สำนักงานวิชาการดอทคอม:  โทรศัพท์ : 02-5832802 , 02-5820595
Fax : 02-5832802
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

086-4907600 , 089-8613727, 084-7619653 , 0864452683
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
99/29 ชั้น 6 ยูนิต เอ หมู่ 4 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด
จ.นนทบุรี 11120
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.
Page generated in0.705 seconds !