|
||
|
|
|
การขาดทุนจากการติดหนี้กับภาวะเงินฝืด
ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ (199,352 views) first post: Thu 20 November 2008 last update: Wed 18 February 2009
บังเอิญผมเขียนบทความเกี่ยวกับทฤษฎีของ Fisher คือ "Debt-Inflation" ที่คิดมาตั้งแต่ ปี คศ. 1933 ซึ่งเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมาก ใน Blog ของผมครับ แต่เรื่องมันอาจจะยาวไปนิดนึงเลยเอามาย่อลงในวิชาการดอทคอมครับ
|
ในภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้เป็นที่รู้กันครับว่าเป็นช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย แน่นอนครับในทางเศรษฐศาสตร์เราจะเจอกับภาวะเงินฝืด คือเงินในระบบเศรษฐกิจจะหมุนเวียนน้อยลง และจะเกิดมหกรรมลดแลกแจกแถม ราคาสินค้าจะหล่นแบบติดลบ สังเกตง่ายๆ จากราคาน้ำมันครับ ที่ราคาลงกระฉูดมาเหลือ 1 ใน 3 ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ (ตอนนี้ประมาณ 50 กว่าเหรียญต่อบาร์เรล) เพราะว่าความต้องการในการใช้น้ำมัน (Demand) ลดลง เพราะว่าคนรัดเข็มขัดมากขึ้นครับ ส่วนราคาสินค้าอื่นๆ ก็จะลดลง เพราะว่าคนจะแย่งกันลดราคาเพื่อเอาเงินสดมาหมุนในมือกัน มองดูดีนะครับสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านเตือนว่าระวังเราจะหลงทางในเขาวงกตของภาวะเงินฝืด แบบสมัยทศวรรษ 1930 ที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำ แล้วจะหาทางออกไม่เจอครับ
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราคงจะได้ยินข่าวเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยกันทุกวันมาแล้วจนขนลุกทุกวัน ดูง่ายๆ ครับ ตลาดหุ้นที่บอกถึงอนาคตก็ลดฮวบฮาบ เจ๊งกันระนาว วันนี้ก็มีข่าวว่าจะปลดคนงานในโรงงานรถยนต์ที่ระยองอีกล๊อตใหญ่ แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็มีความเป็นห่วงกันมากเกี่ยวกับการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาคประชาชนชาวอเมริกัน โดยทราบได้จากรายงานของกระทรวงการคลัง และธนาคารกลางสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมาว่าตอนนี้สงสัยต้องเข้าไปช่วยเรื่องการปล่อยกู้โดยใช้มาตรการดอกเบี้ยต่ำสำหรับการซื้อรถยนต์ การศึกษา และบัตรเครดิตซะแล้วครับ เพราะว่าสามอย่างนี้คือสามประเภทของการใช้จ่ายพื้นฐานของชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่แปลกครับว่าไม่กี่เดือนที่ผ่านมาธนาคารกลางของสหรัฐยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในประเทศ โดยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อกัน แต่ยังกังวลยังไม่ทันหายเห่อเลยครับ วันนี้ต้องมาลดดอกเบี้ยแบบกราวรูดกันแล้วเพื่อป้องกันภาวะเงินฝืด แต่ดูเหมือนชีวิตมันจะไม่ง่ายแค่นั้นครับ เพราะว่าเป็นที่คาดการณ์ว่าปีหน้าปรากฎการณ์ราคาสินค้าลดลงยังจะมีอยู่ต่อไปครับ เพราะว่าสภาวะเงินฝืดดูเหมือนจะมีอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่กังวลว่าสภาวะเศรษฐกิจจะกลับไปเหมือนเมื่อ ทศวรรษ 1930 ช่วงที่เศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างหนัก จนจากวิกฤติเศรษฐกิจธรรมดา กลายเป็นระดับมหันตภัยเศรษฐกิจเลยครับ