สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของงานสื่อสารสังคม (สกว.) กับวิชาการดอทคอม
ที่มา : ประชาคมวิจัย ฉบับที่ 64 หน้าที่ 16-18 
www.trf.or.th


 

                                   สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย
               “10 ปีของโครงการ BRT กับการสนับสนุนงานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ
                        ทำให้มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่หรือนิวสปีชีส์มากกว่า 500 ชนิด
                                นับเป็นศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของคนไทย”

          ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนโลกจัดว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นตามกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ ซึ่งสิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหมดที่มีประมาณ 10 ล้านชนิด กลับมีเพียงส่วนน้อยหรือประมาณ 10-15% ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ทั้งพืช . และจุลินทรีย์ ที่ถูกค้นพบและได้รับการตั้งชื่อ
          ดังนั้นจึงมีสิ่งมีชีวิตอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคงรอคอยการค้นพบและตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อจำแนกประเภทของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่อไป แต่การจะจำแนกสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งว่าเป็นชนิดใหม่ของโลก (new species) ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน แต่ต่างเพศกัน  อาจมีรูปร่างลักษณะภายนอกที่แตกต่างกัน  จนทำให้นักอนุกรมวิธานจำแนกสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นชนิดที่แตกต่างกัน และเมื่อตัวอย่างสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งถูกคาดหมายว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ นักอนุกรมวิธานต้องทำงานอย่างหนักเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อจะยืนยันให้ได้ว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นได้รับการจำแนกชื่อแล้ว หรือเป็นเพียงแค่ความผันแปร (variation) ทางด้านรูปร่างลักษณะภายนอกของสิ่งมีชีวิตที่ทราบชื่อแล้ว

          การจัดจำแนกชนิดของสิ่งมีชีวิตได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกโดยลินเนียส (Carl Linneaus) เมื่อปี 1735 เพื่อจัดจำแนกตัวตน (entity) และหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเมื่อศึกษาอย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่าแนวคิดและแนวปฏิบัติของการจำแนกหมวดหมู่และการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ดังกล่าวเป็นทั้งปรัชญา และวิวัฒนาการของการพัฒนาองค์ความรู้ของมนุษยชาติ  เพราะทำให้คนสามารถสื่อสารกันและพัฒนาความรู้ดังกล่าวต่อไปได้ ดังเช่นทำไมมนุษย์ถึงรู้ว่างูเ.เป็นงูพิษ และรู้ว่าหนอน Opisthorchis viverini ทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับกับคนอีสาน หรือรู้ว่าเชื้อไข้หวัดนกที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H5N1  เป็นต้น

“การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการทำงานอย่างหนักของนักวิจัยโครงการ BRT ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 548 ชนิด”

          หลังจากที่ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนั้นได้รับการยืนยันแน่นอนว่าเป็นชนิดใหม่และถูกตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว  กระบวนการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการถึงจะเริ่มต้นขึ้นในวารสารวิจัยที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกันสำหรับนักอนุกรมวิธาน เพราะนักอนุกรมวิธานเป็นเพียงแค่กลุ่มนักวิจัยเล็กๆ ที่การเผยแพร่ผลงานหรือการอ้างอิงผลงานอยู่ในวงการที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งจะเห็นได้ว่ากว่าที่จะได้ชื่อมานั้น เบื้องหลังเป็นเรื่องของความอยากรู้อยากเห็น ความพยายาม ความอดทน และความเสียสละของนักอนุกรมวิธาน ที่ต้องการจะสร้างและจัดการองค์ความรู้เหล่านั้น

          ประเทศไทยจัดเป็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ดังจะเห็นได้จากผลงานการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการทำงานอย่างหนักของนักวิจัยโครงการ BRT ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 548 ชนิด  ตั้งแต่กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กพบในเกือบทุกระบบนิเวศ กลุ่มสาหร่าย แพลงก์ตอน และไลเคน กลุ่มพืชและ. ไปจนถึงกลุ่มซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร “Nature” ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่ค้นพบในประเทศไทยภายใต้การสนับสนุนทุนของโครงการ BRT พอสรุปได้ดังนี้

                               กราฟแสดงจำนวนสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก
                        จากการสนับสนุนทุนวิจัยของโครงการ BRT พ.ศ. 2539-2548

                           

ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก  ที่ค้นพบโดยนักวิจัยโครงการ BRT

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มพืช
          มีการค้นพบพืชชนิดใหม่จำนวน 49 ชนิด ในหลายวงศ์ เช่น วงศ์อบเชย, วงศ์เปล้า, วงศ์บุกบอน, วงศ์ขิง, วงศ์กระดังงา วงศ์บุกบอน วงศ์จิก วงศ์ละมุด และวงศ์กระดุม พืชที่ค้นพบชนิดใหม่ล้วนแล้วแต่เป็นพืชในวงศ์ที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ เช่น วงศ์อบเชย ที่เป็นทั้งพืชอาหารและยา รวมทั้งมีกลิ่นหอม ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสปาอย่างแพร่หลาย ส่วนพืชวงศ์เปล้าเป็นพืชรู้จักกันดีว่าคุณค่าทางด้านการแพทย์ ตัวอย่างเช่น “เปล้าน้อย” 
          ซึ่งได้รับการพัฒนาจนเป็นยารักษาโรคกระเพาะอาหารที่มีชื่อเสียง  สำหรับพืชวงศ์บุกบอนบางชนิดมีดอกสวยงาม จนกลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีราคาขายตามท้องตลาดค่อนข้างสูง  การค้นพบไม้วงศ์บุกบอนชนิดใหม่จะทำให้อนาคตวงการไม้ดอกไม้ประดับมีทางเลือกมากขึ้น 

          ส่วนพรรณไม้หอมของไทย เช่น ไม้วงศ์กระดังงา มีความหลากหลายสูงและมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจ ไม้ดอกหอมบางชนิด เช่น ลั่นทม ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจสปา  ดอกขายได้ราคางาม  นอกจากนั้น กลิ่นของไม้ดอกหอมที่เป็นผลผลิตจากธรรมชาติน่าจะได้รับการศึกษาวิจัยทางด้านเคมีอย่างจริงจัง เพื่อผลิตเป็นหัวน้ำหอมส่งขายต่างประเทศ สำหรับพรรณพืชต้นแบบ (type specimens) ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของประเทศไทย ได้รับเก็บรักษาไว้ที่หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ.ป่าและพันธุ์พืช และพิพิธภัณฑ์พืชในสถาบันการศึกษาหลายแห่งของไทยที่ได้รับการลงทะเบียนอย่างเป็นสากล เพื่อเป็นตัวอย่างอ้างอิงและรอการศึกษาวิจัยต่อไป

 
<<  พืชวงศ์เปล้า   ชนิด Mallotus kongkandae welzen& Phattarahirankanok
          เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกในวงศ์เปล้าที่ตั้งชื่อชนิดตามผู้เก็บคือ ดร.ก่องกานดา ชยามฤต กรมอุทยานแห่งชาติ .ป่าและพันธุ์พืช โดยพรรณไม้ชนิดนี้พบเป็นครั้งแรกที่บริเวณ จ.กำแพงเพชร และจากการสำรวจพบว่าพรรณไม้ชนิดนี้ถือเป็นพืชเฉพาะถิ่นของประเทศไทย โดยจะพบได้ในบริเวณทางภาคเหนือของประเทศ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่ม

          โครงการวิชาการทางด้าน.ของโครงการ BRT ได้สร้างผลกระทบต่อวงการวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยได้ตีพิมพ์สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกที่เป็นสกุลใหม่ (new genus) มากกว่า 50 สกุล ชนิดใหม่ (new species) ถึง 400 ชนิด ในกลุ่มหอยทากบก, ไรสี่ขา, ไรตัวห้ำ, .หน้าดินทะเล, แมลงหนอนปลอกน้ำ, แมลงชีปะขาว, ริ้นดำ, แมงมุม, พยาธิ, ด้วงมูล. และปลาบู่ 
ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่ได้รับการค้นพบเกือบทั้งหมดเป็น.ไม่มีกระดูกสันหลัง  เนื่องจากมีจำนวนชนิดมากในโลก
ส่วน.มีกระดูกสันหลังพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษาชีววิทยาและนิเวศวิทยา ซึ่งการตีพิมพ์ผลงานค่อนข้างใช้เวลามากกว่า  สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ทั้งหมดได้ถูกบันทึกในรายการของ Zoological Record  และตัวอย่างต้นแบบ (type specimens) ส่วนใหญ่จะถูกเก็บรวบรวมเป็นหลักฐานไว้ในพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาทั้งของไทยและที่เป็นสากลทั่วโลก

<< หอยมรกต  Amphidromus (Amphidromus) atricallosus classiarius Panha
หอยมรกต ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ พบตัวอย่างในบริเวณ เกาะตาชัย จ.พังงา โดย รศ.สมศักดิ์ ปัญหา และคณะ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
 

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มสาหร่าย แพลงก์ตอน และไลเคน
          การศึกษาอนุกรมวิธานด้านสาหร่าย แพลงก์ตอน และไลเคน โดยการสนับสนุนจากโครงการ BRT ทำให้มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มนี้จำนวน 20 ชนิด แบ่งเป็นแพลงก์ตอน. 13 ชนิด และไลเคน 7 ชนิด ที่ได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มแพลงก์ตอน. องค์ความรู้ใหม่ที่ได้หักล้างรายงานการศึกษาของนักสัตวศาสตร์ต่างชาติที่ทำการศึกษาแพลงก์ตอน.เฉพาะในแหล่งน้ำถาวร และสรุปว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของแพลงก์ตอน.ต่ำ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษาโดยนักวิชาการไทยสนับสนุน biodiversity cline

          โดยค้นพบความหลากหลายของแพลงก์ตอน.สูงมากเมื่อทำการสำรวจในแหล่งน้ำชั่วคราว ทำให้มีจำนวนสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น ในกลุ่มไรน้ำนางฟ้า, คลาโดเซอรา, โรติเฟอร์ และโคพิพอด  นอกจากนั้นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มนี้ยังเป็น.เศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอาหาร.น้ำจืดวัยอ่อน เช่น ไรน้ำนางฟ้าไทย สามารถนำมาพัฒนาทดแทนการนำเข้าไข่อาร์ทีเมียได้ จึงได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดจนสามารถจดสิทธิบัตรเทคนิคการฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าไทย (โดยทุน สกว.)

          ปัจจุบันไรน้ำนางฟ้าไทยได้รับความนิยมอย่างสูงในการนำไปเป็นอาหารปลาสวยงามโดยมีการจำหน่ายที่ตลาดจตุจักรและแหล่งอื่นในราคาตัวละถึง 1 บาท งานวิจัยนี้นับเป็นตัวอย่างที่ดีในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดจากการสนับสนุนการวิจัยพื้นฐานโดย BRT ที่นำไปสู่การสร้างห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มครบวงจร ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มจุลินทรีย์

          งานวิจัยด้านจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อราได้นำไปสู่การค้นพบเชื้อราชนิดใหม่ของโลกกว่า 100 ชนิด โดยประมาณ 66 ชนิด ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ส่วนที่เหลือกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมและทยอยตีพิมพ์ต่อไป ราชนิดใหม่ที่ค้นพบมากที่สุดคือ ราที่ก่อให้เกิดโรคในแมลง หรือ insect phathogenic fungi  ซึ่งรากลุ่มนี้ยังสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจหลายชนิดอีกด้วย 
          ความหลากหลายของราธรรมชาติที่ศึกษากระจายอยู่ในระบบนิเวศที่แตกต่างกันตั้งแต่ ในน้ำจืด น้ำเค็ม ป่าจาก มูล. ในเมล็ดพืช ในดิน และที่อยู่ร่วมกับไลเคน รวมทั้งที่คัดแยกมาจากส่วนต่างๆ ของพืช เป็นต้น  ประเทศไทยในขณะนี้มีชื่อเสียงมากและเป็นที่ยอมรับในเรื่องของราแมลง เพราะเมื่อสืบค้นจากข้อมูลจากทั่วโลกพบว่า ราแมลงที่พบในประเทศไทยมีจำนวนมากที่สุดในโลกประมาณ 10,000 ตัวอย่าง โดยมีทั้งเชื้อที่คัดแยกได้ และที่คัดแยกไม่ได้แต่เป็นตัวอย่างแห้ง  ซึ่งตัวอย่างจุลินทรีย์ชนิดใหม่ทั้งหมดได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่ ห้องปฏิบัติการเก็บรักษาจุลินทรีย์ และ ห้องปฏิบัติการเก็บรักษาตัวอย่างแห้งของราแมลง ศช.

<<  Cordyceps pseudomilitaris Hywel-Jones & Sivichai, 2537 เป็นราทำลาย แมลงบนหนอนผีเสื้อสีส้มชนิดใหม่ของโลกที่พบเฉพาะบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น จังหวัดสระบุรีที่เดียว จากการสำรวจมากว่า 10 ปี โดย ดร.สมศักดิ์ ศิวิชัย และคณะ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ

สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในกลุ่มฟอสซิล
          ฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ คือ ซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและ.ที่ตายลงไปแล้วถูกเก็บรักษาโดยธรรมชาติไว้ในหิน ฟอสซิลที่เราค้นพบจากแหล่งต่างๆ จะทำให้สามารถเรียนรู้และศึกษาความเป็นอยู่ การเปลี่ยนแปลงของ.น้ำและ.บกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในระหว่างช่วงอายุมากกว่า 200 ล้านปี ซึ่งสามารถนำไปเทียบกับชีวิตความเป็นอยู่ของ.ที่พบในยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกา ในช่วงอายุเดียวกันก็จะหาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้

          ผลการศึกษาวิจัยฟอสซิลในประเทศไทยได้เปิดเผยให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่พบฟอสซิลตั้งแต่มหายุคพาลีโอโซอิก มีโสโซอิก และซีโนโซอิก  โดยมีการค้นพบฟอสซิล.มีกระดูกสันหลังชนิดใหม่ 12 ชนิด โดยเป็นสกุลใหม่ชนิดใหม่ 4 สกุล  ตัวอย่างต้นแบบของฟอสซิลที่พบใหม่กว่า 50 ชิ้น ได้รับการเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าว จ.กาฬสินธุ์ 

เอพโคราช หรือ Khoratpithecus piriyai
ซากดึกดำบรรพ์ ซึ่ง ดร.เยาวลักษณ์ ชัยมณี กรมทรัพยากรธรณี ได้ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มอบตัวอย่างคือ นายพิริยะ วาชจิตพันธุ์ การค้นพบดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่า ต้นตระกูลของมนุษย์ที่เก่าแก่น่าจะอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                                             

ตัวอย่างอ้างอิง (reference collections หรือ voucher specimens): สมบัติล้ำค่าของชาติ

          โครงการทางด้านอนุกรมวิธานซึ่งเป็นหัวใจของโครงการ BRT ได้ผลิตผลงานที่สำคัญ คือ สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ทำให้เกิดสิ่งที่สำคัญตามมาก็คือ ตัวอย่างอ้างอิง (reference collections หรือ voucher specimens) ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ งานวิจัยภายใต้โครงการ BRT มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่เป็นจำนวนมากมายหลายร้อยสปีชีส์ เช่น .ชนิดใหม่มีจำนวนถึง 400 สปีชีส์ เป็นต้น ดังนั้นนอกจากผลงานตีพิมพ์ที่ออกมาแล้ว ย่อมต้องมีตัวอย่างต้นแบบ (type specimens) ที่เก็บรักษาไว้ตามพิพิธภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน สำหรับการค้นคว้าอ้างอิง ไม่ว่าจะเป็น Holotype, Paratype, Isotype และอื่นๆ
ในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 10 ปีของโครงการ BRT นักอนุกรมวิธานในกลุ่ม.จึงได้รวบรวมรายการ หรือ catalogs ของ voucher specimens ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยภายใต้โครงการ BRT และโครงการที่ได้รับทุนอื่นๆ  ปรากฏผลเป็นที่น่าภาคภูมิใจสำหรับวงการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย

          เนื่องจากได้เกิดคลังตัวอย่างอ้างอิงขนาดใหญ่ในสถาบันการศึกษาทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศตามมาตรฐานสากลถึง 3,539 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในบ้านเราได้เป็นอย่างดี  คลังตัวอย่างต้นแบบที่เกิดขึ้น สามารถเป็นแหล่งศึกษาวิจัยอนุกรมวิธานหรือเทียบตัวอย่างต้นแบบสำหรับนิสิตนักศึกษาและนักวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย

          นอกจากนั้นตัวอย่างต้นแบบของสิ่งมีชีวิตที่มีความสวยงามหรือเป็นที่สนใจสำหรับสาธารณชน เช่น หอยทาก, ซากกระดูกไดโนเสาร์ เป็นต้น ยังอาจทำให้สถานที่เก็บรักษาตัวอย่างต้นแบบเหล่านี้กลายเป็นพิพิธภัณพ์สถานธรรมชาติวิทยา เนื่องจากมีนิสิตนักศึกษา ผู้สนใจ และเยาวชนเข้ามาเยี่ยมชมตลอดเวลา หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างดีแล้ว สถานที่เก็บตัวอย่างเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนนอกห้องเรียน ทัดเทียมพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของต่างประเทศได้ในอนาคต.

tags :

บทความอื่นๆ