สารบัญ
หน้าที่ 1 - ชื่อของคนไทยในแต่ละยุคสมัย
ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนต้นรัตนโกสินทร์ สามัญชนไทยตั้งชื่อลูกกันง่ายๆ พยางค์เดียวหรืออย่างมากก็ไม่เกินสองพยางค์ อย่างทอง ขำ แจ่ม เอี้ยง ฉิม อิน จัน หรือทองอิน บุญมา โดยมากชื่อเหล่านี้จะใช้ได้ทั้งหญิงและชาย มีซ้ำกันมากมาย ส่วนชื่อยาวและไพเราะมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มักอยู่ในพระนามของเจ้านายเป็นส่วนใหญ่
ความนิยมตั้งชื่อยาวๆ ไพเราะเพราะพริ้งในหมู่คนธรรมดาที่ไม่ใช่เจ้านายเริ่มในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่องว่า
 พลอยเคยได้ยินเจ้าคุณพ่อท่านหัวเราะเยาะเพื่อนฝูงขุนนางบางคนที่ตั้งชื่อลูกยาวๆ ว่าทำเทียมเจ้าเทียมนาย จัญไรจะกิน อย่างที่บ้านพระพิพัฒน์ใกล้ๆกัน ตั้งชื่อลูกคล้องจองกันเป็นจังหวะว่า เพ็ญพิสมัย ใสสุคนธรส สดสำราญจิตต์ สนิทเสน่หา เจ้าคุณพ่อท่านเคยเอามาร้องให้แม่ฟังเป็นจังหวะ แล้วบอกว่าดังเหมือนเพลงแขกเจ้าเซ็น
|
ในสมัยรัชกาลที่ ๖ และ ๗ ชื่อคนไทยเริ่มยาวขึ้นเป็นสองพยางค์ ถือว่าเก๋ทันสมัยกว่าคนรุ่นพ่อแม่ อย่างชื่อของลูกๆแม่พลอยคือ ประพนธ์ ประพันธ์ ประพัทธ์ และประไพ นอกจากนี้ก็มีชื่ออย่างสมใจ วิมล ยุพา อำนวย แล้วมาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในยุค ' วัธนธัม ' พ.ศ. ๒๕๘๒ ที่รัฐกำหนดให้ผู้ชายและผู้หญิงมีชื่อเหมาะสมกับเพศของตน
ชื่อคนไทยวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ชื่อที่ทันสมัยในยุคหนึ่งก็กลายเป็นล้าสมัยในอีกยุคหนึ่ง คงยากที่จะพบว่าหนูน้อยในปี ๒๐๐๐ (โดยเฉพาะคนกรุงเทพ) คนไหนคลอดออกมาแล้วพ่อแม่จะให้ชื่อว่า ประพนธ์ หรือ สมใจ แต่ที่นิยมกันมากการตั้งชื่อให้ถูกต้องตามหลัก หลักที่ว่านี้มีอยู่ ๒ หลัก คือตาม ตำราทักษาปกรณ์ และหลักตัวเลข แต่ในบทความนี้จะพูดถึงหลักทักษาปกรณ์เท่านั้น เพราะเป็นหลักที่นิยมกันแพร่หลายมากที่สุด
ตำราทักษาปกรณ์ เรียกอีกอย่างว่า อัฏฐเคราะห์ มาจากอินเดีย เข้ามากับพุทธศาสนา เดิมนิยมใช้ตั้งฉายาพระสงฆ์เมื่อบวช ตำรานี้มีหลักอยู่ว่าการตั้งชื่อคนควรให้สอดคล้องกับสิริมงคล ๗ อย่าง คือ อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี บริวาร และหลีกเลี่ยงข้อไม่ดี ๑ อย่างคือกาลกิณี โดยเอาตัวอักษรและวันเกิดเป็นหลักในการตั้งชื่อ
คำว่าเดช หมายถึงอำนาจวาสนา เกียรติคุณ ได้รับการยกย่องสรรเสริญ อายุ ก็คือมีอายุยืนร่างกายแข็งแรง ศรี หมายถึงเสน่ห์ โชคลาภรวมไปถึงความสำเร็จ มูละ หมายถึงทรัพย์สินหลักฐานบ้านช่อง อุตสาหะ คือความขยันหมั่นเพียร มนตรี หมายถึงตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีผู้อุปถัมภ์ให้ความก้าวหน้า บริวารหมายถึงบุตรภรรยาสามี เพื่อนและลูกน้องที่จะช่วยเกื้อหนุน ส่วนกาลกิณี เป็นตัวเคราะห์ ควรหลีกเลี่ยงไม่เอามาไว้ในชื่อ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ม.ค. 2550 (22:06) พ่อจะเปลี่ยนนามสกุลใหม่
ยังไม่รู้หลักการเปลี่ยนเลยครับ