|
ปัญหาปวดหัวกับพันธบัตรรัฐบาลอเมริกัน
เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา (2551) กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศข้อมูลการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury International Capital, TIC) ปรากฎว่าประเทศจีนยังคงครองแชมป์ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ด้วยมูลค่ารวม 6.81แสนล้านดอลล่าห์สหรัฐ
|
หน้าที่ 1 - เจ้าหนี้รายใหญ่ของรัฐบาลอเมริกัน
เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา (2551) กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศข้อมูลการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury International Capital, TIC) ปรากฎว่าประเทศจีนยังคงครองแชมป์ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ด้วยมูลค่ารวม 6.81แสนล้านดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2551 ประมาณ 2.9 หมื่นล้านดอลล่าห์สหรัฐ

สำหรับอันดับสองนั้น เป็นประเทศในแถบเอเชียของเราเหมือนกันคือประเทศญี่ปุ่นครับ ด้วยการถือพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันถึง 5.77 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.9 พันล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2551 สำหรับอันดับที่สาม ไม่ใช่ใครอื่นไกล คือเด็กในคาถาของสหรัฐคือ ประเทศอังกฤษ นั่นเองครับ
จากรายงานเรื่องตัวเลขการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอเมริกัน ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะสงสัยว่ามันบ่งชี้ถึงอะไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เ ป็นเ อกสารที่กระทรวงการคลังสหรัฐออกมา เพื่อแสดงว่ารัฐบาลอเมริกัน จะขอกู้เงินจากใครซักคน โดยการขายตราสารประเภทนี้ และสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยปีละเท่าไหร่ก็ว่ากันไป
หน้าที่ 2 - สถานการณ์พันธบัตรรัฐบาลอเมริกัน
ทีนี้เราจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่ขาดดุลการค้ามากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เนื่องจากประชาชนชาวสหรัฐมักจะบริโภค หรือซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ และมักจะบริโภคเกินตัว ทำให้เงินดอลล่าห์ไหลออกต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และรัฐบาลสหรัฐก็ใช้เงินไปกับการทำสงครามที่อัฟกานิสถาน และอิรักไปจำนวนมหาศาลเช่นกัน ดังนั้นเงินดอลล่าห์สหรัฐจึงขาดตลาด แต่จะพิมพ์ธนบัตรเพิ่มก็สามารถทำได้ครับ แต่จะมีผลทำให้ค่าเงินสหรัฐในตลาดโลกปั่นป่วนและมาพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้องคือการออกพันธบัตรมาชดเชยเงินที่ออกไป โดยการดึงเงินกลับ และประเทศที่จะมีปัญญาซื้อก็คือประเทศที่มีทุนสำรองเป็นเงินเหรียญสหรัฐมหาศาล เช่น จีน หรือ ญี่ปุ่นเป็นต้น
คำถามคือ ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ ทำไมถึงต้องซื้อ แ ละกล้าเ ป็นเ จ้าหนี้รัฐบาลสหรัฐ ทั้งที่สหรัฐใ กล้จะเ จ๊ง คำตอบคือสถานการณ์มันพาไปครับ ถ้าไม่ซื้อ แล้วปรากฎว่าสหรัฐถังแตกดังโพละ เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย ประเทศคู่ค้าใหญ่ๆ ก็จะลำบาก ดังนั้นทุกคนก็ทราบอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เวลาพันธบัตรสหรัฐออกมาก็ต้องช่วยๆ กันประคับประคองช้างตัวโตที่มีไขมันเยอะอย่าให้มันล้ม ไม่งั้นตายหมู่แน่นอน แล้วหาทางให้ช้างค่อยๆ ลดความอ้วนลง แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐมีการเก็งกำไรกัน จนเป็นที่มาของปัญหาซับไพร์มดังที่เราทราบกันอยู่ครับ
ตอนนี้ปัญหาต่อไปคือคนที่ถือพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันก็ต้องไปว่ากันเองในเรื่องของความเสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังถือ (แ บบแกมบังคับ) ว่าประเทศสหรัฐ ยังคงมีเครดิตดีที่สุด ณ ตอนนี้ เนื่องจากเหตุผลง่ายๆ คือเค้าเป็นผู้บริโภครายใหญ่ และเจ้าหนี้ก็อยากได้เงินคืน ดังนั้นยังไงก็ต้องช่วยอเมริกาปรับโครงสร้างเศรษฐกิจกันไปก่อนครับ
Source:
1. 11月中国增持美国国债290亿美元 继续高居榜首
2. China: Top US Bond Holders in November 2008
3. ปัญหาปวดหัวกับพันธบัตรรัฐบาลอเมริกัน
--------------------------------------------------
เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อาจารย์ประจำหลักสูตรการบริหารเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจระหว่างประเทศ (CEO บริษัท Hroyy Inc.) ดร. วรัญญู จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ (ทศ. 106) ปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วศ. 34) ปริญญาเอกสาขา Computational Mechanics จากImperial College มหาวิทยาลัยลอนดอน ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษในหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เช่น หลักสูตร MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศยาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และหลักสูตรปริญญาโท สาขาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นต้น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 25 ความเห็น, หน้า |
1 |
2 |
ความเห็น 1 21 ม.ค. 2552 (09:06) เข้ามาดูแง่คิดดีๆครับ
น่าจะมีของไทยบ้างนะ
แนวทางน่ะ
ความเห็น 4 21 ม.ค. 2552 (13:54) .......... อีกที ละกัน........และ หน่วยงานรัฐบางแห่งก็จะได้ประโยชน์ อย่างมีเหตุผล ( ผมกำลังจะปลุกยักษ์หลับ......ได้เวลาตื่นนอนแล้ว ! )........

ความเห็น 5 21 ม.ค. 2552 (22:33) โห คุณ blackcat47 เปิดประเด็นทิ้งไว้แล้วหนีไปเลยเหรอครับ เฉลยด่วนเลยครับ ได้โปรดครับ ฮ่าๆๆ
ความเห็น 6 22 ม.ค. 2552 (02:10) *** มันคือ Megaproject Recycle อันดับ 1 ***
โดยใช้การขนส่งของ รฟท.( ยักษ์หลับ ของผม ) ใช้น้ำมัน ดีเซล+ปาล์ม จากมาเลเซียเป็นหลัก สำรองด้วย ปตท.+บางจาก ตามเส้นทาง กทม.+ปริมณฑล ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ( กทม.ขยายตามทิศเหนือมาก ไปจนถึงอยุธยา )
ทำการแยกขยะเป็น กาก+น้ำ = น้ำบำบัดที่ต้นทาง ( ได้ปุ๋ยน้ำ+ปุ๋ยแห้ง ) กากที่เหลือ ส่งขึ้น รฟท.ไปไว้แถวโรงปูนแก่งคอย บุคคลากรกรก็แตกมาจากโรงปูนนั่นแหละ ที่ทางแถวนั้นไม่น่าหายาก หากกลัวมีปัญหาก็ปลูกป่ากันชนไว้หน่อย ได้ไม้ไว้ใช้ด้วย
เมื่อแปรรูปขยะเป็นปุ๋ย แล้วก็ส่งขายทั่วประเทศ ด้วย รฟท.ขากลับก็ขนขยะหรือไม่ก็สินค้าเกษตร กลับมาทำอาหารสัตว์อีกที
ดินเน่าๆที่ กทม. ก็ได้นะครับแล้วขนดินดีๆ จาก ตจว.เข้ามาแทน ดินเน่าก็น่าจะทำปุ๋ยได้นะครับผมว่า
ที่ให้ใช้ ดีเซล+ปาล์ม จากมาเลเซียก็เพราะจะได้เป็นโครงการพิเศษ ที่จะพึ่งพากันรัฐต่อรัฐ ที่ควบคุมได้ง่ายไม่น่ารั่วไหลมาก
แล้วขยายผลไปพร้อมกัน ช่วยแก้ปัญหาทางภาคใต้ และอาศัยเขาเรื่องอาหารฮาฬาร ไปเลย ( มาเลเซียเป็นประธาน OIC ใช่เปล่าครับ )
* พอได้ไหมครับ สำหรับ 20% แรก อันนี้คิดไว้ช่วงยุคฟองสบู่ ( 2530 up ) ที่เห็นเมืองมันขยายตัวเร็วมากๆ ถ้าอันนี้ไม่ผ่าน ที่เหลือจะได้ไม่ต้องพิมพ์ต่อ *
ความเห็น 7 22 ม.ค. 2552 (12:48) ........จริงๆ ผมว่าก็ไม่ได้มีผมคนเดียวหรอกที่คิดแบบนี้ ใครๆก็คิดได้ และที่จริงผมก็ไม่อยากให้ข้อมูลนี้กับ " รัฐบาลชุดนี้ " ซักเท่าไร กลัวจะเหมือนเดิม ( แถมเสื้อเหลือง +มีเส้นอีก ) แต่เห็นใจกับ ประเทศชาติ ชาวบ้านและใครหลายคนที่กำลังเดือดร้อน แต่ผมก็มีอีกโครงการสำหรับอีกกลุ่ม ( เสื้อแดง & คุณทักษิณ ) เป็นโครงการข้ามชาติ โดยต่อยอดจากโครงการเดิมให้เสร็จสมบูรณ์ และไม่เกี่ยวกับเงินภาษี เพื่อให้สบายใจกันทุกฝ่าย....แถมยังดีกับภาครัฐและเอกชนไปพร้อมๆกันด้วย
........
ความเห็น 8 22 ม.ค. 2552 (19:16) .........เข้ามายั่ว " พยาธิใน กระเพาะและลำไส้ " ต่ออีกนิด แผนการปลุกยักษ์ รฟท.ของผมยังมีอีก 1 โครงการเล็ก +อีก 1โครงการใหญ่
***** ปิดท้ายด้วย อภิมหาโครงการ Megaproject ระยะยาว *****
อีก 1 โครงการ เรียกได้ว่า โคตะระ....ระยะยาว......แต่ต้องไปแบบเรื่อยๆ เพราะมันเปลือง เป็นโครงการเก่าที่เคยมีคนคิดไว้นั่นแหละ เราเอามาปัดฝุ่นใหม่ แบบนับ 1 ใหม่อีกที อย่างมีเหตุผล........โครงการนี้มีแต่ได้ ไม่มีใครเสีย ยกเว้นเสียเงิน แต่ต้องทำดีๆ อย่าเลอะเทอะ ไปเรื่อยๆครับ เป็นหนังชุด ฟอร์มใหญ่ เรื่องยาว........
ความเห็น 10 24 ม.ค. 2552 (22:53) เบื่อพวกม๊อบมีเส้นเหมือนกันครับ
ความเห็น 11 25 ม.ค. 2552 (02:58) .........โครงการ สำหรับ " กลุ่มเสื้อแดง " ที่ว่ากันว่า มีท่อน้ำเลี้ยงจากต่างประเทศ และคุยว่ามีความสามารถมาก.......ระดับนานาชาติ
จัดทริป ทัวร์รอบโลกสิครับ หาคนเก่งๆใครก็ได้ นักออกแบบ นักบริหาร นักการเงิน การตลาด นักวิชาการ นักการฑูต และภาคเอกชน เริ่มจากใกล้บ้าน ในโซนเอเซีย ก่อนแล้วขยายไปเรื่อยๆ เอาแบบมีคุณภาพ และไม่ใช้เวลานานเกินไป
แล้วรายงานผลเป็นระยะๆ ดูว่าประเทศเราพอจะทำมาหากิน อะไรกับเขาได้บ้าง ยกเว้นภาคเกษตร ( ทำได้ แต่คนของเราทำมานานมากแล้ว )
บอกกันตามตรง ว่า Otop กับ Sme เจ๊งไปก็เยอะ ลองทำแบบอื่นที่ไม่ซ้ำดูบ้าง.......ทำจากในประเทศ ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ลองทำเข้ามาจากต่างประเทศบ้าง คล้ายๆกับที่ คุณ นิติภูมิ ทำ แต่ทำให้ดีกว่า........เอาให้ใช้งานได้ และทำสื่อ มาด้วยจะได้ดูกันหลายๆคน
จะได้เป็นการลดต้นทุนของภาคเอกชนด้วย.......คนรวยขี้เหนียวทั้งนั้น......( แต่ผมก็ไม่รู้ว่าต้องใช้งบเท่าไร )
*** ถ้ารักชาติ รักประชาชนจริง ก็ไม่น่าจะปฏิเสธ ที่สำคัญ จะได้รู้ว่าที่พูดไป ทำได้หรือเปล่า ให้จัดทีมเอง และบริหารงบประมาณเองด้วย ***
ความเห็น 12 25 ม.ค. 2552 (03:11) ............โครงการ สำหรับ " กลุ่มเสื้อเหลือง " รักชาติ รักประชาชนกันนัก จงรักพักดีกับ สถาบันฯ มากมาย มีงานมาให้ทำ
- ทำอย่างไร ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้ากว่านี้ อย่างมีเหตุผล
- ทำอย่างไร ประชาชน จะอยู่ดี กินดี อย่างแท้จริง
- หากจงรักพักดีกับสถาบันมาก ทำอย่างไรให้ท่านอยู่ดีมีความสุข ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
- สุดท้าย ลองสรุปว่าประเทศไทยในสายตาพวกท่านเป็นอย่างไร มีอะไรที่ต้องปรับปรุง เห็นว่ามีคนเก่งๆ เยอะเหมือนกัน ลองดู
ความเห็น 13 25 ม.ค. 2552 (03:56) *** ขออนุญาติ พาดพิงสถาบันฯ นิดๆ ไม่มากเดี๋ยวโดนลบ ***
- โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่.....ผมว่าทำไป อีกไม่นานก็คงล้า ยกเว้นคนที่ชอบจริงๆ คนที่ไม่ชอบจริง ต้องหาแรงจูงใจเพิ่มด้านอื่นอีก
- โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ผมว่ามันคุ้นๆนะตอนเด็กๆผมว่าผมก็เคยได้ยินอะไรแบบนี้มามาก ทำนองว่า ประหยัด อดออม ( ตอนเด็กๆ อยู่บ้านนอก ) มันน่าจะเป็นสาเหตุของปัญหาปัจจุบัน คือการกระจุกตัว ของสิ่งต่างๆ จริงๆถ้าอธิบายมากๆ เดี๋ยวก็ไปด่าคนอื่นอีก ค่อยหาวิธีอื่น.....
- การที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรมมานาน เราอาจจะทำลายตัวเองโดยไม่รู้ตัว นอกจากจะทำให้ตลาดเคยชินกับสิ่งที่เราทำแล้ว เราอาจทำลายความสามารถอย่างอื่นของเราไป อย่างไม่รู้ตัว อีกเช่นกัน......ไปๆ มาๆ ก็กลับไปหาตลาดอีกแล้ว ( สำรวจตลาด )
- ผมว่าหาทางลดชาตินิยมแบบสุดขั้วลงจะดีกว่า ทั้ง จีนและไทย เลย......ประเทศไทยมันไม่ได้อยู่ได้ ด้วยเงินภาษี หรือศิลป วัฒนธรรม หรอกครับ จริงๆตอนเด็กๆ ก็ดูดี ตอนโตมันกลับออกจะเหนือจริง เกินไป...( หรือว่าผมรู้มากเกินไป ก็ไม่รู้ )
ความเห็น 15 25 ม.ค. 2552 (11:51) *** กลับมาปลุกยักษ์หลับต่อ *** เนื่องจากยักษ์ตนนี้ หลับมานาน และภาพลักษณ์ ไม่ค่อยดี ก็ต้องมาแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง ( ไม่สร้างภาพ )
- ขนขยะไปทำปุ๋ยที่ ตจว. ( คน กทม.ได้บ้านเมืองที่สะอาดน่าอยู่มากขึ้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ได้ ปุ๋ยน้ำ+ปุ๋ยแห้ง จากการบำบัดน้ำขยะ และได้ปุ๋ยน้ำตามธรรมชาติ จาก ตจว.ไหลลงมาตาม แม่น้ำ ลำคลองอีกที )
- เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟ เน้นคนธรรมดาแบบบ้านๆ โดยให้ขน รถมอเตอร์ไซด์ ขึ้นรถไฟ แล้วไปขับเที่ยวต่อใน ตจว.เน้นเป็นฤดูกาลไป ไม่ต้องทำทั้งปี คนธรรมดาไม่มีเงินเที่ยวทั้งปีหรอก......เป็นการกระจายรายได้อีกทางหนึ่ง ( +ประชานิยมเล็กน้อย ) รถมอเตอร์ไซด์บ้านเรา คันเล็กยกง่าย ( ระวังอย่าให้หาย )
- โครงการระยะยาว " รถไฟความเร็วสูง " กำหนดให้เป็นองค์กรมหาชน ประกอบด้วยรัฐ +กลุ่มประชาชนที่เสียผลประโยชน์จากการใช้ที่ดิน +กลุ่มรถโดยสาร +กลุ่มสายการบินในประเทศ +กลุ่มอื่นๆ ที่ผมนึกไม่ถึง.....ประเทศมันก็จะเล็กลงเอง ที่จริงมันก็เล็กอยู่แล้วนะ......
ความเห็น 16 25 ม.ค. 2552 (12:02) ^^^^^ จริงๆ ควรหาทางใช้ประโยชน์ จาก รฟท.ให้มากว่านี้นะครับ ยิ่งหาทางได้มาก และใช้ได้จริง โอกาสที่ รถไฟความเร็วสูง จะได้เกิดก็มีมาก........( อย่าลืม +กลุ่มธุรกิจยานยนต์ เข้าไปในองค์กรมหาชน นี้ด้วย )
ความเห็น 17 25 ม.ค. 2552 (12:46) ..........อุตส่าห์ เข้ามาเล่นเวป " คนเก่ง " แล้ว ลงท้ายก็ต้อง " บินเดี่ยว " เหมือนเดิม
ผมไม่ได้ชอบ ทำงานแบบบินเดี่ยว แต่โดยธรรมชาติของงาน มันต้องเป็นแบบนี้เอง คือ มันเกษียรตัวเองทุกปี ไม่ได้เกษียรตอนอายุ 60 ปี..........
ความเห็น 18 25 ม.ค. 2552 (12:54) ^^^^^ ต่ออีกหน่อย การทำงานโดยการ " กดค่าแรง " ผลาญทรัพยากรธรรมชาติ และผลิตอาหารราคาถูก เพื่อผลิตสินค้าดีราคาถูก เข้าตีตลาดโลก มันลงตัวมากก็จริง แต่มันทำให้เราคิดน้อย....นานๆไปก็จะมีปัญหา ต่างชาติเขาก็เคยออกข่าวเตือน " ประเทศด้อยพัฒนา " ต่างๆหลายครั้งแล้ว ผมอ่านเจอใน นสพ.แต่ไม่บ่อยมากนัก ^^^^^
ความเห็น 19 25 ม.ค. 2552 (13:10) ^^^^^ ต่ออีกนิดนะ ผมไม่ได้อวดดี ไม่ได้อวดเก่ง ที่สำคัญ " ไม่ได้หากิน บนความเดือดร้อน ของคนดีๆ " ผมรู้คนดี คนเก่ง เมืองไทยมีมากมาย แต่ทำไมมันเป็นแบบนี้ หรือว่าดีแต่ " โชว์ของ " แต่ไม่ยอมทำงาน เพราะทำแล้วไม่ได้อะไร ( เป็นผมก็อาจจะไม่ทำ แค่อาจจะนะ ) ^^^^^
ความเห็น 20 25 ม.ค. 2552 (13:27) .......*** มาต่อกันด้วย อภิมหา Megaproject ระยะยาว เอนกประสงค์ เพื่อใช้แก้ปัญหาระยะยาว หลายปัญหา มันจึงถูกออกแบบให้เป็นโครงใหญ่ ทำงานยาก หวังผลหลากหลาย แน่นอนใช้เวลานาน ***........
ข้อดี / มันเหมือนการกลับไปเริ่มต้นใหม่ เป็นการสร้างปัญหาใหม่เพื่อ แก้ปัญหาเดิม แต่เป็นการสร้างปัญหาเพื่อพัฒนา และก้าวไปข้างหน้า
ข้อเสีย / สิ้นเปลืองเวลา แรงงาน และเสียเงิน แต่มันก็สร้างงานด้วย
..........เดี๋ยวค่อยมาต่อกัน พักก่อน..........
ความเห็น 22 25 ม.ค. 2552 (17:09) ..........เหตุผลในการพัฒนา ก็เพราะเราย่ำเท้าอยู่กับที่มานาน.......วิธีแก้ปัญหาก็ต้องสร้างงานที่มันพัฒนา แล้วหาคนเก่งๆมาทำ แล้วให้คนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสเรียนรู้ ติดตามไปพร้อมๆกัน
ระบบกษัตริย์ ควรถอยห่างจากธุรกิจเอกชนมากกว่านี้ ถ้าไม่อยากเลอะเทอะ และถูกแอบอ้าง เนื่องจากธุรกิจเอกชนมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และสลับซับซ้อนมากขึ้น
* ตัวอย่าง *
- การเป็นประเทศเกษตรกรรมมายาวนาน ทำให้ธรรมชาติทรุดโทรม เกษตรกรก็เหนื่อยล้า สุดท้ายก็ขายที่ทิ้งในราคาถูก
- เข้าเมืองหางานทำ เกิดความแออัดในเมือง ที่ไม่ได้รับการดูแลอีก
- ทำงานไปซักพัก ก็ย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แลกกับการเป็นหนี้นานๆ
- ฉะนั้นก็จะมีเงินส่วนหนึ่งเข้าไปจมอยู่ในธุรกิจที่ดินที่รอการพัฒนา ( เก็งกำไรเป็นจำนวนมาก ) กระจายอยู่ทั่วไป
- สูตรการเก็งกำไรที่ดิน อย่างง่ายๆ
ที่ดินห่างไกลความเจริญ ไม่มีเอกสารสิทธิ 1 ไร่ ( 400 ตารางวา ) ราคา 400 บาท
ที่ดินใกล้ความเจริญมาอีกนิด มีเอกสารสิทธิ แต่ไม่สามารถจำนำ จำนองได้ 1 ไร่ ( 400 ตารางวา ) ราคา 4,000 บาท
ที่ดินใกล้ความเจริญ มีเอกสารสิทธิ และจำนำ จำนองได้ 1 ไร่ ( 400 ตารางวา ) ราคา 40,000 บาท
และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด ( การซื้อขายจริง มักมีการต่อรองราคา )
ระบบการตลาดที่รุนแรง ซับซ้อน บางอย่างควบคุมไม่ได้........
........ควรมีระบบประเมินผล คุณภาพชีวิต ของประชาชนอย่างเป็นทางการ ( หรือมีแล้วแต่ผมไม่รู้ ).........
ความเห็น 23 25 ม.ค. 2552 (20:35) .........
เป้าหมายของการพัฒนา ระบบประชาธิปไตยแบบไทยสากล คือ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ แล้วชวนต่างชาติ มาดูงานบ้านเรา ส่วนเขาจะเอาไปใช้กับบ้านเขารึเปล่า ก็แล้วแต่เขา.........
ความเห็น 24 25 ม.ค. 2552 (20:39) ...........
ส่วนเป้าหมาย ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ข้ามชาติ ก็คือสร้างรัฐเล็กๆ ที่กลุ่มทุนมีส่วนเป็นเจ้าของ กระจายไปทั่วโลก ต้นแบบมาจาก " ประเทศ โมนาโค " ใช่รึเปล่านะ ไม่แน่ใจ...แต่น่าจะใช่........