ของขวัญวันตรุษจีน : ฮก ลก ซิ่ว

ของขวัญวันตรุษจีน : ฮก ลก ซิ่ว

             
             วันตรุษจีน
คือ วันปีใหม่ของชนชาติจีนแผ่นดินใหญ่และชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นวันที่มีความสุขอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะจะมีการนัดรวมญาติพี่น้อง หลังจากคร่ำเคร่งในการทำงานจนห่างเหินกันมาตลอดทั้งปี ถือได้ว่าเป็นวันครอบครัววันหนึ่งทีเดียว หลังจากกราบไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษแล้ว ทุกคนได้มาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ไต่ถามทุกข์สุขและรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข

             ในวันนั้นทุกคนครอบครัวมักจะใส่เสื้อสีแดงสด เป็นสีที่เป็นสิริมงคล ผู้ใหญ่ก็จะเตรียมอั่งเปาไว้ให้ลูกหลาน ส่วนเด็กๆ จะเฝ้ารอว่าเมื่อไร ญาติผู้ใหญ่ที่ตัวเองเข้าไปเคารพกราบไหว้ จะให้อั่งเปาบรรจุเงินจำนวนเท่าไร 

คำว่า อั่งเปา และ แต๊ะเอีย มีที่มาอย่างไร

             อั่งเปา
หมายถึง ห่อสีแดง โดย คำว่า "อั่ง" แปลว่า สีแดง ส่วนคำว่า "เปา" แปลว่า ซอง ห่อ ในอดีตใช้ผ้าห่อสีแดง ใส่ของมงคลมอบให้แก่กัน เช่น ส้ม กำไลหยกและเงิน เป็นต้น ในปัจจุบันใช้แทนซองสีแดงหรือสีชมพูใส่เงินที่ผู้ใหญ่มอบให้ลูกหลาน 
  
             แต๊ะเอีย หมายถึง ของที่มากดทับหรือผูกที่เอว โดยคำว่า "แต๊ะ" แปลว่า ทับ กดหรือผูก ส่วน "เอีย" แปลว่า เอว  ในสมัยก่อน ชาวจีนมักจะนำเชือกสีแดง ร้อยด้วยเหรียญเงินเป็นพวงๆ  นำมาผูกที่เอวเด็กในวันตรุษจีน เป็นการมอบเหรียญเงินให้แก่เด็ก และเนื่องจากเหรียญเงินเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ทำให้ทราบว่าเด็กวิ่งเล่นอยู่บริเวณใด ป้องกันการตกน้ำได้ด้วย

             สำหรับการเตรียมของขวัญไว้สำหรับมอบให้ญาติผู้ใหญ่ หรือเจ้านายที่เคารพนับถือ ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ที่เป็นมงคล เช่น ส้ม หรือของมีค่า เช่น กำไลหยก ในที่นี้ขอกล่าวถึง หนึ่งในของขวัญที่เป็นที่นิยม คือ รูปปั้นเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว เพื่อจะได้ทราบความหมายที่เป็นมงคล

                                

เทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว

เทพเจ้า ฮก
             ฮก (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือ ฝู (ภาษาจีนกลาง) หรือ ฟุก หรือ ฝูซิง ฮกซิ่ว 

             ฮก แปลว่า โชคลาภ บุญวาสนา อำนาจ เกียรติยศ หรือ ความสุข ที่เกิดจากความสมหวัง สมปรารถนา

             ลักษณะของฮก มักจะเป็นรูปขุนนางชั้นสูงแต่งกายเต็มยศตามบรรดาศักดิ์  สวมหมวก มีใบพูกางออกไปสองข้าง หรือ สวมเสื้อคลุม เข็มขัดหัวหยก หรือลักษณะเป็นชายที่มีโหงวเฮ้งดี ดูดีมีราศี แต่งกายภูมิฐาน บางรูปอาจจะอุ้มเด็กอีกมือหนึ่ง ดวงตามองตรง ดังนั้นเมื่อวางบนที่สูงดวงตาจะไม่มองลงต่ำ หนวดและเคราสีดำยาว มือขวาถือคธา คือ คธาวิเศษ เพราะยอดทำด้วยหยก ที่เรียกว่า "ยู่อี่" หรือ "เง็กยู่อี่" เป็นหยกแห่งความสมปรารถนา หากอธิษฐานสิ่งใดจะสมปรารถนาหรือได้โชคลาภตามคำขอ 

             พาหนะ คือ ค้างคาว เป็นสัตว์สี่เท้า แต่มีปีก เปรียบเหมือนเป็นสัตว์ที่ไม่ต้องแตะต้องผืนแผ่นดินเหมือนนก จึงเปรียบเหมือนวาสนาที่อยู่สูงตลอดเวลา

             บางตำนานเล่าว่า ฮก คือ ท่าน "ก๋วยจื่องี้" ซึ่งเป็นข้าราชการระดับอัครเสนาบดี (ข้าราชการระดับสูง) ที่จงรักภักดี ซื่อสัตย์ ยุติธรรม รับใช้ราชการนานหลายแผ่นดิน ความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อแผ่นดิน เป็นที่ประจักษ์ต่อฮ่องเต้หลายพระองค์ จึงมีราชการโองการ ให้อยู่ในตำแหน่งตลอดทั้ง 4 แผ่นดินและได้รับมอบ ดาบหยกและเข็มขัดหยก ให้สามารถทำการใดๆ แทนฮ่องเต้ก่อน แล้ว ค่อยทูลถวายภายหลังได้ เล่ากันว่าท่านก๋วยจื่องี้ เป็นข้าราชการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

             บางตำนานเล่าว่า ท่านฮก มีความร่ำรวย ฐานะมั่นคง มั่งคั่ง ด้วยทรัพย์สินและเพียบพร้อมด้วยบุตร หลาน ภรรยาที่ดี ชื่อเดิมว่า "เจียชง" เป็นขุนนางจีน พ.ศ.860 (ประมาณ คศ.317) ทำการค้า พาณิชย์ทางเรือ จนสามารถสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาล ในมือ ถือเล่งจื้อซึ่งเป็นสมุนไพรที่หายากมากที่สุด

เทพเจ้า ลก
             ลก (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือ ลู่ (ภาษาจีนกลาง) หรือ ลุก หรือ ลกซิ่ว หรือ ลู่ซิง ลก แปลว่า ความร่ำรวยและความมั่งคั่ง บริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ  

             ลักษณะของ ลก เป็นรูปคนแต่งกายชุดพลเรือน ที่แต่งกายแบบอัครอภิมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ร่ำรวย  สวมหมวกมีเส้าข้างหลังสูง มีผ้าคลุมลงไปเบื้องหลัง  ดวงตามองตรง ดังนั้นเมื่อวางบนที่สูงดวงตาจึงไม่ได้มองต่ำ หนวดและเคราสีดำยาว  
             มือขวามักจะถือบัญชีทรัพย์สิน โฉนดที่ดินหรือรายชื่อลูกหนี้ม้วนอยู่ ด้วยความร่ำรวยจึงมีลูกหนี้มากมาย และด้านขวามีลูกสาวเกาะขาอยู่ ในอ้อมแขนของลูกสาวจะมีเครื่องประดับ ดอกไม้ ขนมนมเนย แสดงถึงความมีกินมีใช้ ส่วนมือซ้ายมักจะอุ้มลูกชาย ในมือของลูกชายถือเงินทอง แสดงถึงความร่ำรวย  

             ลักษณะของ ลก ที่สมบูรณ์จะต้องมีลูกชายอยู่ด้วย เพราะคนจีนถือมากเรื่องการมีลูกชายเพื่อสืบต่อวงศ์ตระกูล 

             พาหนะ คือ กวางดาว เพราะดวงดาวบนตัวกวางคล้ายกับอีแปะจีน แสดงถึงโภคสมบัติ

             บางตำนานเล่าว่า ลก คือ ท่าน "เจี่ยวช้ง" เป็นพ่อค้า มหาเศรษฐี ในสมัยราชวงศ์ถัง ที่ร่ำรวยจากการค้าขายที่สุจริต และคนในครอบครัว ลูกหลาน ล้วนแล้วแต่เป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด มีเรื่องเล่าขานกันว่า บ้านพักของท่านเจี่ยวช้งนั้น ห่างจากพระราชวังถึง 20 ลี้ หากท่านก้าวพ้นจากเขตที่ดินของท่าน จะเป็นเขตพระราชวัง ด้วยความที่ท่านมีทรัพย์สมบัติมาก และความเป็นคนใจบุญ ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนที่ทุกข์ยาก  ท่านจึงเป็นที่รักนับถือของชาวบ้าน และสร้างคุณความดีต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวง จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้ในสมัยนั้น

 
                            
เทพเจ้าซิ่ว
             ซิ่ว (ในภาษาแต้จิ๋ว) หรือ โซ่ว (ภาษาจีนกลาง) เซิ่ว หรือ เซิ่วซิ่ว หรือ เซิ่วซิง หรือเซี่ยงซิ้ว แปลว่า อายุยืน ปราศจากโรคภัย

             ลักษณะของ ซิ่ว เป็น คนชราที่มีผมศีรษะ คิ้ว หนวดและเคราสีขาวโพลน เครายาว ติ่งหูใหญ่ยาวถึงบ่า แสดงโหงวเฮ้งของผู้มีอายุยืน   ศีรษะโต หน้าผากนูนโหนกผิดปกติ ดวงตามองลงต่ำในสายตาที่อ่อนโยนมีความเมตตากรุณาสูง

             บางตำนานว่า ท่าน ซิ่ว มีบุญวาสนามากจนล้นและปูดออกมาทางหน้าผาก ท่านมีอายุยืนยาว และได้เป็นเซียนในภายหลังด้วย

             มือขวาถือไม้เท้าหัวมังกรสัตว์ในเทพนิยายที่มีอายุยืนถึงหมื่นปี ที่คอไม้เท้า ห้อยน้ำเต้าที่บรรจุยาอายุวัฒนะไว้ภายใน เหนือน้ำเต้ามี "เซียนจือ" (ตำรายาเทวดา หรือยาอายุวัฒนะ) ผูกติดอยู่ ข้างกายมีสัตว์เลี้ยง "เซียนเฮาะ" (นกกะเรียนเทวดาอายุพันปี) ที่ในปากคาบ"เซียนเฉ้า" ซึ่งเป็น หญ้าเทพยดามีขึ้นเฉพาะบนสวรรค์ เมื่อนำไปต้มน้ำกินจะทำให้ปราศจากโรคภัยและมีอายุยืนยาวอีกด้วย

             มือซ้ายถือผลท้อ ซึ่งเป็นผลไม้สวรรค์หากใครได้ทานจะมีอายุยืนยาว เพราะเป็นผลลูกท้อวิเศษที่จะผลิดอกออกผลทุกสามพันปี ถือเป็นผลไม้แห่งความยั่งยืน มักจะมีนกกระเรียนขาวอยู่ข้างกาย 

             พาหนะ คือ นกดำ เพราะเป็นสัตว์ที่ไม่มีผู้ใดเห็นซากว่าตายอยู่ ณ แห่งใด เหมือน กาที่ไม่รู้จักตาย นอกจากมีผู้ทำอันตรายเพราะไม่ได้เห็นซากกาตายอยู่ ณ แห่งใด

             บางตำนานเล่าว่า ท่าน ซิ่ว คือ ท่าน "แผ่โจ้ว" เป็นบุคคลที่กลัวความแก่ และความตายมากที่สุด จึงรักษาสุขภาพ ร่างกายและจิตใจของตนเองให้มีความสุข แข็งแรง ตลอดเวลา ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวใหญ่ มีภรรยา และ ลูกหลานมากมาย และเป็นที่กล่าวขานกันว่า ท่านแผ่โจ้วนั้นมีอายุยืนกว่า 800 ปี มีภรรยาเสียชีวิตก่อนท่านทั้งสิ้น 49 คน และ บุตรหลานเสียชีวิตก่อนท่านทั้งสิ้น 154 คน

             ซิ่ว ถือเป็นเทพเจ้าแห่งความมีอายุยืน ด้วยไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน มีสุขภาพแข็งแรงดีทั้งกายและใจ จิตใจเบิกบานแจ่มใส มีความเมตตากรุณา เป็นสัญลักษณ์แห่งการแต่งงาน มีครอบครัวในเดือนที่ต้นท้อกำลังผลิดอกออกช่อ แสดงให้เห็นถึงการแต่งงานที่อยู่คู่กันจนแก่เฒ่า
บางตำนานเล่าว่า ท่าน ซิ่ว เดิมชื่อว่า "แพ่จี๋" เกิดสมัย "เงี้ยว" ก่อน พ.ศ.210  เป็นแพทย์ประจำราชสำนัก ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลมปราณ  มีชีวิตอยู่จนกระทั่งอายุ 800 ปี หลังจากนั้นไม่มีผู้พบเห็นท่านอีกเลย 

             บางตำนานเล่าว่า ท่าน ซิ่ว หรือ แพ่จี (แผ่โจ้ว) ไปสอบจอหงวนเมื่ออายุ 80 ปี อยู่เรื่อยมาจนอายุเกือบ 770 ปี ก็ยังดูไม่แก่ในสายตาคนทั่วไป 

                               
            
ผู้ที่มอบสัญลักษณ์หรือรูปปั้นเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว
จึงถือเป็นการอวยพรอันเป็นมงคล ให้ร่ำรวย มีโชคลาภ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และอายุยืน ปราศจากโรคภัย

ความเป็นมาของ ลก ฮก ซิ่ว 
             ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งอยู่ระหว่าง พ.ศ. ๓๔๑ – ๗๖๓ สุสานกษัตริย์ที่หลุมพระศพเมืองจางชา มณฑลเหอหนาน ปรากฏว่ามีรูป ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ กระต่าย และรูปสัตว์ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก ในสมัยจี๋นซีฮ่องเต้ ( อิ๋งเจิ้ง ) พ.ศ. ๓๒๒ - ๓๓๖ แห่งราชวงศ์ฉิน เมืองหลวงตั้งอยู่ที่เสียนหยาง ( ซีอาน ) พระองค์โปรดฯให้ประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้าซิ่ว เพื่อทรงต้องการให้พระองค์ทรงมีอายุยืน นอกเหนือจากการที่พระองค์ทรงแสวงหายาอายุวัฒนะมาเสวย แต่เทพเจ้าอีกสององค์มิได้กล่าวถึง

             จนถึงช่วงสมัยราชวงศ์หมิง ระหว่าง พ.ศ. ๑๙๑๑ – ๒๑๘๗ เมืองหลวงตั้งอยู่ที่นานกิง แล้วย้ายไปปักกิ่ง มีผู้คนนับถือเทพเจ้าดาวสามองค์กันมาก ชาวจีนได้ให้ความเคารพด้วยความเชื่อว่า ในวันตรุษจีนขึ้นปีใหม่ เทพเจ้าทั้งสามองค์จะเสด็จจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่ออวยพรแก่มนุษย์ให้พบแต่สิ่งที่เป็นโชคดี คือ มียศถาบรรดาศักดิ์ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน (ฮก) ความมั่งคั่งร่ำรวย (ลก) และให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน (ซิ่ว)  หลังจากนั้นจึงนับถือกันต่อๆ มาตราบจนในปัจจุบัน

             ด้วยความปรารถนาดีที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้แก่ ผู้ที่รักและเคารพนับถือ รูปสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ฮก ลก ซิ่ว หรือผลไม้มงคล เช่น ส้ม จึงเป็นที่นิยมมอบให้แก่กัน แต่นอกเหนือไปจากสิ่งมงคลแล้ว ขอให้มอบความรักและการดูแลบุคคลในครอบครัว ให้ ‘เวลา’ กับครอบครัว นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นที่ต้องการที่สุดของบุคคลในครอบครัว

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?