ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

ดร.สุทัศน์ ศรีวัฒนพงศ์

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร @ll Biotech และ วิชาการ.คอม
http://www.biotec.or.th/Guru/


                                               ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต

          สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มีการเกิดและมีการตายเป็น “วัฏสงสาร” บางชนิดมีวงจรชีวิตที่สั้นมาก และบางชนิดมีวงจรชีวิตที่ยืนยาว เมื่อมาอยู่รวมกันภายในสังคมของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะอยู่รวมกันในลักษณะที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน นั่นคือ เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะกลายมาเป็นอาหารของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ก่อให้เกิดวงจรที่เรียกว่า ห่วงโซ่อาหาร (food chain)  
 
                               

          ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารในภาพ แสดงให้เห็นว่าพืชเป็นแหล่งผลิตอาหาร ที่ได้รับพลังงานโดยตรงจากแสงอาทิตย์ และต้องการน้ำเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารให้กับตนเอง ซึ่งต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ต้องพึ่งพิงแหล่งอาหารอื่น  ส่วน “ตั๊กแตน” ซึ่งเป็นกินพืชเป็นอันดับแรกก็จะได้รับพลังงานซึ่งถ่ายทอดจากพืช ไปใช้ในการดำรงชีวิต และเมื่อแมลงได้กลายเป็นอาหารของ “งู” ซึ่งเป็นผู้บริโภคอันดับสอง พลังงานของแมลงก็จะถ่ายทอดให้กับงู ซึ่งเมื่องูกลายมาเป็นอาหารของผู้บริโภคอันดับสามคือ “เหยี่ยว” พลังงานทั้งหมดก็จะถ่ายทอดให้กับเหยี่ยวต่อไป…

          อย่างไรก็ตามเมื่อสิ่งมีชีวิตดังกล่าวได้ตายลง จุลินทรีย์ประเภทต่างๆ เช่น ราและแบคทีเรีย ก็จะเข้ามาย่อยสลาย “ซาก” ให้กลายเป็นอินทรีย์วัตถุสำหรับการเจริญเติบโตของพืชใหม่ต่อไป
         จะเห็นได้ว่าการขาดไปซึ่งตอนใดตอนหนึ่งของวงจรชีวิตนี้ ย่อมก่อให้เกิดการขาดความสมดุลทางธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก นั่นก็หมายถึงผลกระทบที่มีต่อความหลากหลายของชนิดพันธุ์ และความหลากหลายของพันธุกรรม

          ส่วนมนุษย์นั้นจัดว่าอยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร   เนื่องจากมนุษย์สามารถใช้ทั้งพืช   สัตว์และจุลินทรีย์เป็นอาหาร และเป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ใช้เป็นยารักษาโรค เป็นเครื่องนุ่งห่ม เป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถกำหนดได้ว่า จะเป็น “ผู้สร้าง” หรือ “ผู้ทำลาย” กล่าวคือถ้าเราขาดความรู้ความเข้าใจในกลไกวงจรของชีวิตดีพอเพื่ออนุรักษ์วงจรชีวิตให้คงอยู่อย่างยั่งยืนแล้ว  ความหลากหลายของระบบนิเวศก็อาจถูกทำลายโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้โดยง่าย 

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?