
|
||||||
|
||||||
|
|
|
เขาวงกตของนโยบายการเงิน
ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ (37,728 views) first post: Sun 26 April 2009 last update: Tue 28 April 2009
วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านนิตยสาร The Economist ฉบับล่าสุด เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Monetary Policy Maze ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ก็คือ เขาวงกตของนโยบายการเงิน นั่นเองครั
|
วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านนิตยสาร The Economist ฉบับล่าสุด เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Monetary Policy Maze ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ก็คือ เขาวงกตของนโยบายการเงิน นั่นเองครับ

ปัญหาเรื่องนโยบายการเงินนี่ได้เกิดขึ้นกับธนาคารชาติของหลายประเทศในขณะนี้ครับ สาเหตุก็เนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยหนักที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1930 มานั่นเองครับ โดยทั่วไปธนาคารชาติของหลายประเทศมีหน้าที่หลักคือต้องต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ โดยต้องกดภาวะเงินเฟ้อให้ต่ำตามเป้าหมาย เพื่อให้ราคาสินค้าในตลาดนั้นไม่กระโดดสูงเกินไปซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเงินในกระเป๋าของประชาชนไม่พอใช้จ่ายรวมไปถึงค่าของเงินออมก็จะมีปัญหาด้วยครับ ซึ่งการแก้ปัญหาเงินเฟ้อนั้น ธนาคารชาติจะใช้เครื่องมือของดอกเบี้ยระยะสั้น เป็นตัวช่วยครับ ถ้าเงินเฟ้อสูงก็จะใช้การขึ้นดอกเบี้ยเป็นตัวกดให้เงินในระบบมีน้อยลง เพื่อให้เงินไม่เฟ้อ
ในภาวะปกติการใช้เครื่องมืออัตราดอกเบี้ยมาสู้รบกับอัตราเงินเฟ้อสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาแต่ประการใด ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณเงินในระบบ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ย เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอยู่แล้วครับ แต่ในภาวะอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายประเทศกำลังประสบปัญหาเรื่องของกับดักสภาพคล่อง หมายความว่าเจอภาวะเงินฝืดเข้าไปเนื่องจากไม่มีประชาชนกล้าใช้จ่าย และภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน ซึ่งการเกิดภาวะเงินฝืดหมายถึงอัตราเงินเฟ้อติดลบ แปลกันง่ายๆ ครับว่าราคาสินค้ามีแต่จะลดลงๆ ไปเรื่อยๆ ดังนั้นนักลงทุนจะอยู่เฉยๆ ดีกว่าการกู้เงินเอามาลงทุน เพราะว่าการกู้เงินมาลงทุนนั้นมีดอกเบี้ย แต่พอลงทุนผลิตสินค้าไปแล้ว ราคาที่ขายได้มีแต่ลดลง แบบนี้ก็มีแต่รังจะขาดทุนครับ หรือแม้แต่เอาเงินเย็นมาลงทุนก็อาจจะไม่คุ้มเนื่องจากราคาสินค้าลดลงเรื่อยๆ เอาเงินไปฝากธนาคารดีกว่า
ซึ่งปัญหาที่เกิดตอนนี้ของธนาคารชาติทั้งหลาย ไม่ใช่ปัญหาการควบคุมอัตราเงินเฟ้ออีกแล้วครับ แต่เป็นปัญหาว่าจะทำอย่างไรให้เงินกลับมาเฟ้ออีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งจากข้างต้นหมายความว่า วิธีจะให้คนเอาเงินออกมาใช้จ่าย และลงทุนก็คือการลดดอกเบี้ยให้ต่ำติดดิน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุน แต่วิธีนี้จะมีปัญหาในทางการเมือง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ฝากเงิน และมีเงินออม ถ้ากดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำก็หมายถึงว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่พอใจกับนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยนี้
ซึ่งปัญหาจริงๆ ที่ผมมองไม่น่าจะใช่การใช้อัตราดอกเบี้ยมาดันให้เกิดการใช้จ่ายเงิน แต่น่าจะไปมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องการจ้างงานมากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับว่าถึงธนาคารชาติจะลดดอกเบี้ยให้ต่ำอย่างไร แต่ถ้าเดือนหน้าผมไม่ทราบว่าผมจะถูกปลอดออกจากงานหรือไม่ ผมก็จะไม่ใช้จ่ายเงิน และจะไม่พอใจในอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนี้แน่นอน
ปัญหาเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารชาติ และฟากฝั่งการเมือง ตอนนี้เป็นปัญหาปวดหัวของหลายประเทศครับ