เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits) facebooktwitter
เชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ
ประชาคมวิจัย (37,014 views) first post: Tue 28 April 2009 last update: Tue 28 April 2009
เชื้อเพลิงเป็นพลังงานสำคัญที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้กันเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจวัตรใดๆก็ตาม ปัจจุบันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มนุษย์จึงต้องคิดค้นพลังงานทดแทน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในการผลิต

หน้าที่ 1 - เชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของงานสื่อสารสังคม (สกว.) กับวิชาการดอทคอม
ที่มา :   ประชาคมวิจัย ฉบับพิเศษที่ 12 

ขอขอบคุณผู้เขียน : ศ. ดร.สมชาติ โสภณรณฤทธิ์
กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย
และเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ปี 2539 และ  2543




 


จากการอภิปรายในหัวข้อเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นสำหรับภาคขนส่งสรุปได้ว่า
                                               

           • เป็นที่ยอมรับกันว่าระบบขนส่งด้วยรางและระบบขนส่งทางน้ำเป็นระบบที่ควรได้รับการส่งเสริมให้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบขนส่งทางถนนด้วย

           • รถยนต์ที่ใช้กันโดยทั่วไปในประเทศไทยยังมีประสิทธิภาพต่ำ สิ้นเปลืองน้ำมันมาก และปล่อยมลพิษ รวมถึงปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง

           • ในปี พ.ศ. 2553 จะเริ่มมีการผลิตอีโค-คาร์ (Eco-car) ซึ่งกำหนดให้มีขนาดความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ระหว่าง 1300 – 1400 ซีซี มีอัตราการใช้น้ำมันดีกว่า 20 กม./ลิตร มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมยูโร 4 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัม/กม. เป็นต้น

           • ปัจจุบันมีการจำหน่ายรถยนต์ลูกผสม (Hybrid car) อย่างแพร่หลายในหลายประเทศ และได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกินน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ อาจประหยัดน้ำมันได้ถึง 50% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการออกแบบและการใช้งาน รถยนต์ลูกผสมส่วนใหญ่ใช้การขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในร่วมกับพลังงานไฟฟ้า

           • ภายใน 1-2 ปีนี้ จะมีการจำหน่ายรถยนต์ลูกผสม – ปลั๊กอิน (Hybrid – plug-in) ซึ่งจะใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนรถยนต์มากขึ้น อาจเดินทางได้ถึง 60 กม. โดยใช้เพียงพลังงานไฟฟ้า ต่อจากนั้นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในจึงจะทำงาน การชาร์จแบตเตอรี่แต่ละครั้งอาจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หากต้องการชาร์จให้เต็ม อาจชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน เทคโนโลยีตัวนี้น่าจะได้รับการสนับสนุนให้มีการใช้และ/หรือผลิตในประเทศ หากมีตลาดมากพอ

           • ปัจจุบันมีการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอยู่บ้าง ซึ่งมักเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก วิ่งได้ต่ำกว่า 80 กม.

           • สำหรับการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งยังต้องการการพัฒนาให้วิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรสำหรับการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 15 นาที คาดว่ายังจะใช้เวลาอีกหลายปี รถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวมักเรียกกันว่ารถยนต์ไฟฟ้า-ปลั๊กอิน (Plug-in electric car) เป็นที่เชื่อกันว่ารถยนต์ไฟฟ้า-ปลั๊กอิน จะเข้ามาทดแทนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในเกือบทั้งหมดภายในเวลาประมาณ 20 ปี

                                

           • การใช้เอทานอลเพียง 10% กับน้ำมันเบนซิน ซึ่งเรียกกันว่า E10 จะมีประโยชน์มาก เพราะเป็นการทดแทนการใช้สาร MTBE เพื่อการเพิ่มตัวเลขออกเทน สาร MTBE เป็นสารก่อมะเร็ง และถูกห้ามใช้ในบางประเทศ หากผสมมากขึ้น เช่น E20 ก็ยังมีประโยชน์ แต่หากผสมสูงถึง 85% (E85) อาจจะมีคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากวัตถุดิบคงจะมีไม่เพียงพอ

           เอทานอลได้จากการหมักน้ำตาล ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในปัจจุบันในประเทศไทย ได้แก่ แป้ง และน้ำตาล หากใช้วัตถุดิบจำพวกแป้ง จะต้องใช้พลังงานฟอสซิลในการผลิตเอทานอลสูงถึง 70% ซึ่งอาจไม่ได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากนัก นอกจากนี้มีไม่กี่ประเทศที่สนับสนุนการใช้ E85 ดังนั้นเครื่องยนต์สำหรับ E85 อาจมีขนาดของตลาดค่อนข้างเล็กมาก และไม่น่าจะมีตลาดเพื่อส่งออกในอนาคต

           • รถยนต์ไฟฟ้า-ปลั๊กอิน มีข้อดีคือ ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หากว่าการผลิตไฟฟ้าไม่มีการปล่อยก๊าซดังกล่าวเช่นกัน เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือแม้แต่โรงไฟฟ้าถ่านหิน หากมีการจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้อย่างถาวร ในกรณีหลังนี้มีต้นแบบแล้ว


           • การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก น่ายังจะมีความจำเป็นต่อไป ดังนั้น
ไบโอดีเซลจึงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก

           • ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มใช้พลังงานฟอสซิลต่ำกว่า 20% ซึ่งดีกว่าเอทานอลมาก ประเด็นนโยบายที่สำคัญคือ การกำหนดร้อยละของไบโอดีเซลที่จะนำมาผสมกับน้ำมันดีเซล เพราะหากกำหนดให้สูงเกินไป จะมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบมีไม่เพียงพอ และจะกระทบถึงอุตสาหกรรมอาหารและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากผสมเพียง 2% ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบไม่เพียงพอ

           • รถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง ยังจะไม่มีผลิตขายกันอย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากยังต้องวิจัยและพัฒนาอีกนานพอสมควร

           • ควรเปลี่ยนแปลงนโยบายโครงสร้างภาษีรถยนต์จากเดิม ซึ่งคิดภาษีตามปริมาตรกระบอกสูบของเครื่องยนต์เป็นการคิดภาษีตามความสิ้นเปลืองพลังงาน (กม./ลิตร) และ/หรือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (กรัม CO2/กม.)


 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




งานสื่อสารสังคม (สกว.)
(http://www.trf.or.th)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,680 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 51 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in3.6276 seconds !