ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
พลังงานทดแทน พลังงานแห่งอนาคต
วารสารสื่อพลัง (35,270 views) first post: Thu 30 April 2009 last update: Thu 30 April 2009
พลังงานเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกคน พลังงานบางอย่างใช้แล้วก็หมดไปได้ จึงได้มีการคิดค้นหาพลังงานทดแทนกันมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องความต้องการ

หน้าที่ 1 - พลังงานทดแทน พลังงานแห่งอนาคต

 ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของวารสารสื่อพลัง และ วิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx




          ทุกวันนี้   ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม   ดูจะไม่ใช่เป็นเพียงแฟชั่นหรือกระแสที่ผ่านมาแล้ว   ก็ผ่านไปเท่านั้น   แต่ได้กลายเป็น “พันธกิจ” ของมนุษย์ทุกเชื้อชาติ   ที่ต้องคิดค้น “นวัตกรรม” เพื่อตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

          หลายหลากนวัตกรรมสีเขียว   หรือนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมด้านพลังงานดู จะมีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมให้ชัดเจนที่สุดนั่นอาจเป็นเพราะความจำเป็นในการแสวงหาและใช้พลังงาน   ซึ่งเป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิต   กอปรกับทุกประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานหลายครั้งหลายคราในช่วงที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อกลาง พ.ศ. 2551 เกิดภาวะราคาน้ำมันโลกถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   และกลับทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงปลายปี   ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าน้ำมันอาจคงราคาต่ำเพียงชั่วคราว   และราคาจะถีบตัวสูงขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้   ซึ่งการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชากรโลกรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จึงได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวิจัยและศึกษาการใช้ “พลังงานทดแทน” มานับทศวรรษ   นอกจากนี้การพึ่งพาแห่งพลังงานจากภายนอกเพียงอย่างเดียวมิได้ส่งผลกระทบแต่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ   ทว่าส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศด้วย   สำหรับประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานอย่างประเทศไทย   การพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น พลังงานชีวมวล ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตผลทางเกษตร   และช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้จากพืชพลังงาน   ที่สำคัญคือ เป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  จึงเรียกได้ว่าตอบโจทย์ได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

                               

“พลังงานทดแทน” เชื้อเพลิงทางเลือกทางรอดประเทศไทย
         โลกของพลังงาน แงออกได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป   หรือ พลังงานจากฟอสซิล น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วสามารถหมุนเวียนมาใช้ได้อีก เรียกว่า พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล เป็นต้น ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่สามารถใช้ทดแทนพลังงานฟอสซิลได้

          ปัจจุบันประเทศไทยจ้องนำเข้าพลังงานกว่าร้อยละ 60 ของความต้องการเชื้อเพลิงในเชิงพาณิช   เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่แหล่งพลังงานของประเทศมีจำกัด และมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง   โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน

          กระทรวงพลังงาน   ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลนโยบายพลังงานของประเทศ   จึงส่งเสริมให้มีการ “กระจายแหล่งเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม” พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนา “พลังงานทางเลือก” ต่างๆ ให้เป็น “นวัตกรรมทางพลังงาน” เพื่อเป็นทางรอดของประเทศในอนาคต
          “สำหรับประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานอย่างประเทศไทย   การพัฒนาพลังงานทดแทน เช่นพลังงานชีวมวล   ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตผลทางการเกษตร   และช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้จากพืชพลังงานที่สำคัญคือ เป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   จึงเรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

         ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจนถึง พ.ศ. 2549 สูงถึงร้อยละ 66.5 กระทรวงพลังงานจึงตอบปรับแผนสนับสนุนให้นำเชื้อเพลิงที่หลากหลายเข้าสู่ระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ   และส่งเสริมให้ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น   เพราะเป็นพลังงานสะอาด   ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพืชเกษตร เช่น แกลบ เศษไม้ หรือของเสีย เช่น มูลสัตว์ หรือขยะ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ และยังจูงใจด้วยการขายเป็น “คาร์บอนเครดิต” ตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism : CDM) ให้แก่ประเทศที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงตามพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งมีภาระผูกพันในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เปิดโลกแห่งพลังงานทดแทน

                       

พลังงานชีวมวล   พลังงานจากพืชเกษตร

          ชีวมวล (Biomass) คือ สารอินทรีย์ที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ   สามารถนำมาใช้ผลิตพลังงาน หรือเป็นพลังงานที่ได้จากพืชและสัตว์   หรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตต่างๆรวมทังผลิตภัณฑ์การเกษตรและป่าไม้ เช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย และวัสดุเหลือใช้อื่นๆ ตลอดจนของเสียจากโรงงานแปรรูปทางเกษตรอีกด้วย

          การแปลงพลังงานที่เก็บสะสมอยู่ในชีวมวลเหล่านี้ออกมาสามารถทำได้หลายวิธี   ทั้งการเผ้าไหม้โดยตรง กระบวนการเคมี ความร้อน และกระบวนการชีวเคมี พลังงานชีวมวลที่ได้จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          “นับเป็นความโชคดีที่ประเทศไทยเป็นประทศเกษตรกรรม   จึงมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมากมาย   ที่สามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า   ถือเป็นศักยภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์หลายสถาน เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

          เนื่องจากมีปริมาณกำมะถันต่ำกว่าเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิลแล้ว   การใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ภายในประเทศถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ”

                           

พลังน้ำ   ศักยภาพอันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติ
          “น้ำ” นอกจากจะช่วยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพ   ปัจจุบันมีการพัฒนาพลังน้ำขนาดเล็ก   เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า   โยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกล   ซึ่งสายส่งไฟฟ้ายังไปไม่ถึง   เป็นการพึ่งพิงแหล่งพลังงานในชุมชน   ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงน้ำมันเป็นวัตถุดิบส่วนการใช้ศักยภาพของพลังงานน้ำเพื่อป้อนสู่โรงงานไฟฟ้าพลังนาขนาดใหญ่นั้น   ต้องอาศัยพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำจากธรรมชาติ  ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด   เนื่องจากต้องมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม   ชุมชนและมิติด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและรอบด้านมากที่สุด

พลังงานแสงอาทิตย์
          จัดเป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดไร้มลภาวะ   ปัจจุบันประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ได้ 2 รูปแบบ คือ ผลิตไฟฟ้าโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน , โครงการสาธิตระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน   และอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นต้น   ส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการผลิตความร้อน ทั้งในลักษณะของเทคโนโลยีอบแห้ง   และการผิตน้ำร้อนด้วยแสงอาทิต

          แม้แผงเซลล์และอุปกรณ์ควบคุมยังมีราคาแพง ส่งผลให้การผลิตพลังงานมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 16-18 บาทต่อหน่วย (kWh) ด้านคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเมื่อ พ.ศ. 2550 ให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 8 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นพลังงานทดแทนประเภทหนึ่งที่น่าจับตามองในระยะยาว

                            

พลังงานลม
          “ลม” เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีหมด สามารถนำมาไประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า   เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ประเมินว่า ประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนถึงปัตตานีด้านเลียบชายฝั่งอ่าวไทย   มีศักยภาพของกำลังลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้ามากที่สุด

พลังงานทดแทน ตอบโจทย์ภาคการขนส่ง

แก๊สโซฮอล์
          แก๊สโซฮอล์ คือ ส่วนผสมของน้ำมันเบนซินกับ “เอทานอล” ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์   ซึ่งเอทานอลสามารถผลิตได้จากพืชที่ปลูกในประเทศ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งธัญพืช เช่น ข้าวฟ่าง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น

         การผลิตแก๊สโซฮอล์ในประเทศไทยนั้นเกิดจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2528 โดยโครงการส่วนพระองค์ได้ศึกษาการผลิตแก๊สโซฮอล์เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน   โดยผลิตเอทานอลจากอ้อย หลังจากนั้นก็เกิดความตื่นตัวทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมพัฒนาและนำไปทดลองกับเครื่องยนต์

          ในพ.ศ. 2539 การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (สมัยนั้น) ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยและโครงการส่วนพระองค์   ได้ร่วมกันปรับปรุงคุณภาพแอลกอฮอล์ที่ใช้เติมรถยนต์   โดยนำแอลกอฮอล์ที่โครงการส่วนพระองค์ที่ผลิตได้ที่มีความบริสุทธิ์จากเดิมร้อยละ 95 ไปกลั่นซ้ำเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ร้อยละ 99.5 แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน ออกเทน 91 ในอัตราแอลกอฮอล์ 1 ส่วน กับเบนซิน 9 ส่วน เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทดลองเติมให้กับรถเครื่องยนต์เบนซิลของโครงการส่วนพระองค์   และได้มีโครงการนำร่องจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้กับประชาชนทั่วไป ณ สถานีบริการ ปตท. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2544

         ภารกิจด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทน   ซึ่งมุ่งเน้นพลังงานสะอาด   เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม   เป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วนในสังคม   ทั้งภาครัฐผู้มีส่วนกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของชาติ   ตลอดจนผลักดันให้เกิดยุทธวิธีต่าง ๆ 

          โดยระดมทั้งกำลังเงิน กำลังคน กำลังความรู้  และกำลังทางเทคโนโลยี
   เพื่อใช้เป็นต้นทุนสำคัญในการเคลื่อนไปยังทิศทางที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง”

                                  

ก๊าซธรรมชาติ : ขุมทรัพย์จากอ่าวไทย
          ก๊าซธรรมชาติเกิดจากการสะสมและทับถมของซากสิ่งมีชีวิตตามชั้นหิน ดิน และในทะเลหลายร้อยล้านปี   เมื่อเกิดเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ   ซึ่งมีสาเหตุจากความร้อนและความกดดันของผิวโลก   มีผลให้ซากเหล่านั้นกลายเป็นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน   สำหรับเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ยานยนต์ที่เรารู้จักกันดีในประเทศไทยคือก๊าซธรรมชาติเพื่อยานยนต์ (Natural  Gas  for  Vehicles : NGV) หรืออาจจะรู้จักกันในชื่อของก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas : CNG) (หาข้อมูลเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมได้จาก www.pttple.com)

ไบโอดีเซล
          เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตได้จากน้ำมันพืช    ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี   เพื่อให้เกิดเป็นสารที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เหมือนน้ำมันดีเซล  ปัจจุบันไบโอดีเซลที่มีการผลิต มีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

          -ไบโอดีเซลที่ใช้น้ำมันพืชหรือไขมันจากสัตว์โดยตรง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันจากไขมันสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ ป้อนลงไปในเครื่องยนต์ดีเซล   โดยไม่ผสมหรือเติมสารเคมีอื่นใด   สิ่งสำคัญคือ   ต้องมีการอุ่นน้ำมันอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส   ในทุกจุดที่มีน้ำมันไหลผ่าน เพื่อหลอมไขแข็งและลดความหนืดของน้ำมัน   มิฉะนั้นอาจเกิดอุปสรรคต่อหัวฉีดน้ำมัน   และป้อนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้เกิดการสันดาปไม่สมบูรณ์

          -ไบโอดีเซลแบบลูกผสม   เป็นการผสมน้ำมันพืชหรือน้ำมันจากสัตว์กับน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดีเซล เพื่อลดความหนืดของน้ำมันพืชลง
          -ไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์   เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด  เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันพืชไขมันสัตว์ หรือน้ำมันพืชใช้แล้วกับแอลกอฮอล์ เช่น เมทานอลหรือเอทานอล

                               

กระจายความเสี่ยงแหล่งเชื้อเพลิงสร้างสมดุลและความรับผิดชอบต่อสังคม
          ภารกิจด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทน   ซึ่งมุ่งเน้นพลังงานสะอาด   เพื่อตอบโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ผู้มีส่วนกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของชาติ ตลอดจนผลักดันให้เกิดยุทธวิธีต่างๆ โดยระดมทั้งกำลังเงิน กำลังคน กำลังความรู้ และกำลังทางเทคโนโลยี เพื่อใช้เป็นต้นทุนสำคัญในการขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง

          หากภาครัฐเป็นตัวหลักในการจัดหาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ทั้งคุณภาพและราคา ย่อมช่วยให้ผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจเอกชน สามารถปฏิบัติให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน รวมถึงการเสริมสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจมากขึ้น   ในส่วนของผู้บริโภคยุตพลังงานสีเขียวนี้   ควรพร้อมเรียนรู้และปรับตัวเป็นผู้บริโภคอย่างชาญฉลาด   รู้จักเลือกสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เน้นกระบวนการผลิตที่ใสใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้เกิดการเสริมแรงหนุนให้ผู้ประกอบการเลือกผลิตสินค้าและบริการด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น

          ขณะเดียวกัน ความจรองบทหนึ่ง “การกระจายแหล่งเชื้อเพลิงอย่าเหมาะสม” ช่วยให้เราไม่ยึดติดหรือผูกขาดแหล่งพลังงานใดเพียงแหล่งเดียวแต่เป็นโอกาสดีที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละภาคส่วนจะได้มีโอกาสบททวน ค้นหา แลพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนจากช่องทางอื่นได้มากขึ้น ทั้งจากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ ลมน้ำ ฯลฯ และพืชพลังงานซึ่งจะต้องไม่ละเลยประเด็นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรให้มีความสมดุลระหว่างพืชพลังงานและพืชอาหาร   โดยอาจเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตต่อไร่แทนการเพิ่มพื้นที่ปลูก   หรือส่งเสริมการคิดค้นพืชพลังงานที่ไม่ใช้เพื่อการบริโภค รวมถึงการพัฒนาศักยภาพแหล่งพลังงานในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง   อันเป็นวิถีของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
 



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 6 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 เม.ย. 2552 (21:26)

อยากรัฐบาล ชี้ชัดๆเลยครับ ว่า


ทิศทางพลังงานของประเทศจะไปในทางไหน น้องหมูน่ารัก


o be one

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 มิ.ย. 2552 (20:23)
---------------------------------------------ไม่มีความเห็นอะ

แต่ก็ขอบคุณที่เอามาลง นะ
benz11290 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 ธ.ค. 2552 (20:37)

เป็นประโยชน์มากเลยคะ ขอบคุณสำหรับความรู้









จำนงค์สีบูพิมพา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 20 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


วารสารพลังไทย
(วารสารพลังไทย)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 5,576 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 54 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
    ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in0.8979 seconds !