เด็กเก่งสร้างชาติ

เด็กเก่งสร้างชาติ

ทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสไปงานเด็กเก่งสร้างชาติ หนึ่งในพันธกิจขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เมืองทองธานี ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงเก็บบรรยากาศในงาน และตัวอย่างผลงานของโรงเรียนที่ได้รับรางวัล ขอย้ำว่าแสดงผลงานได้บางโรงเรียนเท่านั้นนะคะ เพราะมีโรงเรียนที่ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจว่าเด็กนักเรียนไทยเก่งเยี่ยมยอดและครูอาจารย์ของเรา ผู้สนับสนุนนั้น เก่ง เสียสละและอดทนในการปั้นดาวเป็นอย่างยิ่ง

เก่งสร้างชาติคืออะไร
- เคยถามตัวเองไหมว่า “เรียนหนังสือไปทำไม” 

เรียนเพื่อเอาชีวิตรอด พอเอาตัวรอดได้ แฟนก็รอด พ่อแม่ก็รอด ชุมชนก็รอด ประเทศชาติก็รอดไปด้วย

นักเรียนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวหรอกว่า พวกนักเรียนนี่แหละ คือ ความหวัง ถ้าพวกนักเรียนเอาตัวรอดได้ ประเทศชาติก็จะรอด ถ้านักเรียนเก่ง ประเทศชาติก็จะรุ่งเรือง

- ในงานเก่งสร้างชาติ มีนักเรียนนั่งร้อยมาลัย ทำอาหาร คณิตศาสตร์โอลิมปิก ทำหนังสั้น ร้องเพลง เล่นละคร ขายภาพวาด ทำเกมคอมพิวเตอร์ แข่งหุ่นยนต์ เขาทำเพื่ออะไรกัน
 
นี่คือการเตรียมพร้อมสำหรับเศรษฐกิจฐานความรู้และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 

เศรษฐกิจฐานความรู้
คือ การใช้ความรู้สร้างมูลค่าและความมั่งคั่ง ในเศรษฐกิจฐานความรู้นั้น การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม คือปัจจัยหลักในการสร้างความมั่งคั่ง

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
คือ การงานซึ่งมีฐานอยู่ที่การสร้างสรรค์ ทักษะความเก่งกาจของบุคคลในการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น กรอบยุทธศาสตร์ที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ แบ่งออกเป็น 13 กลุ่ม คือ 

               1.   การโฆษณา (Advertising) 
               2.   งานสถาปัตยกรรม (Architecture)
               3.   การค้าศิลปะและวัตถุโบราณ   (Art and antiques markets)
               4.   คอมพิวเตอร์และวีดิโอเกม (Computer and video games)
               5.   งานศิลปะหัตถกรรม (Crafts)
               6.   งานออกแบบ (Design)
               7.   แฟชั่นแบรนด์ดัง (Designer fashion)
               8.   ภาพยนตร์และวีดิทัศน์  (Film and video)
               9.   ดนตรี (Music)
               10. ศิลปะการแสดง (Performing arts)
               11. สำนักพิมพ์ (Publishing)
               12. พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software)
               13.โทรทัศน์และวิทยุ (Television and radio)

สรุปว่า เก่งสร้างชาติ คือ 
               1. เรียนหนังสืออย่างมีเป้าหมาย เพื่อตนเอง เพื่อพ่อแม่ เพื่อชาติ
               2. ขวนขวายเรียนรู้ฝึกฝน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเศรษฐกิจฐานความรู้และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
               3. เป็นคนที่มีคุณธรรม

กิจกรรมบนเวที มีจำนวนทั้งหมด 10 เวที เพื่อแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ขอยกตัวอย่างเวที 5 แห่ง ดังต่อไปนี้

เวทีประชันการงานอาชีพ
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีทักษะในการทำงาน เห็นแนวทางการประกอบอาชีพและสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานได้

นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา
คือ การประกวดโครงการนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC) ที่ทำงานบริการสังคมด้วยจิตอาสาและดูแลช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่ประสบปัญหาการเรียนและชีวิตส่วนตัวโดยใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาและกระบวนการแนะแนวเป็นฐานความรู้ในการปฏิบัติงาน

ตัวอย่างโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (Y.C. : Youth Counselors) : โรงเรียนหงษ์เจริญวิทยาคม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1

YC 1  นางสาวสุนิสา แดงสกล ได้รับประโยชน์และความภาคภูมิใจในกิจกรรมนี้มากค่ะ พ่อ แม่ก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ
YC 2  นายอนุวัฒน์ เอี้ยงมี ภาคภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อนที่ปรึกษา เพราะได้มีการช่วยเหลือเพื่อนที่มีปัญหาให้คลี่คลายปัญหาได้ และได้บอกเพื่อนๆ ที่มาขอรับคำปรึกษาว่า เราควรจะใคร่ครวญก่อนจะทำอะไรลงไป
YC 3  นางสาวกรกฎ อ่อนชื่นชม ดีใจค่ะ ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนๆ ตามบทบาทของ YC
YC 4  นายภานุมาศ เพ็ชรคีรี  แค่ช่วยเพื่อนได้สักคน ผมก็รู้สึกภาคภูมิใจแล้วครับ
YC 5  นางสาวเพ็ญนภา ไทยปฐมพงศ์  ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อนที่ปรึกษา เพราะจากการเป็นที่ปรึกษา ทำให้ดิฉันมีความเป็นผู้นำมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

 โรงเรียนหงษ์เจริญวิทยาคม จ.ชุมพร
ได้รับรางวัลชนะเลิศ
 

งานจักสานไม้ไผ่

ตัวอย่างโรงเรียนชนะเลิศ งานจักสานไม้ไผ่ ช่วงชั้นที่ 4 : โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม
โรงเรียนบ้านไรพิทยาคม ได้รับรางวัลชนะเลิศ
งานจักสานไม้ไผ่ เวทีประชันการงานอาชีพ
น้องๆ คนเก่งของโรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุโขทัย เขต 2
การจักสานไม้ไผ่เป็นของใช้ "โคมไฟ"
1. นายจักรกฤช  เซ็นหอม
2. นายศุภฤกษ์ เอี่ยมรอด
3. นางสาวเบญญาภา  มลิวัลย์

ครูที่ปรึกษา
ครูสุวัฒนา แก้วเทพ
ครูชำนาญการพิเศษ

วัสดุอุปกรณ์
ไผ่น้ำเต้า ตอก ใบลาน (สานตะขาบ) สีย้อมไม้ ชุดนาฬิกา โครงโคมไฟ ชุดไฟฟ้า

วิธีทำ
1. สานเส้นตอกเป็นลายเฉลียง ประกอบส่วนหน้าของนาฬิกา
2. สานตอกเป็นลายอัมพร นำมาติดที่ฐานโคมไฟ
3. สานตอกลายขัดห่าง 2 เส้น นำมาติดที่โคมไฟ
4. ติดตั้งชุดไฟฟ้า
5. ประกอบงานทุกอย่างและตกแต่งงานสำเร็จเป็นโคมไฟ
เวทีประชันวิทยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการเรียนรู้และเข้าใจโลกธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์พัฒนาขึ้น พัฒนาทักษะการคิด ทักษะการศึกษาวิจัยและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

สารพันหุ่นยนต์
ประกอบด้วยการแข่งขันสร้างและควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ 3 ประเภท คือ 
               1. หุ่นยนต์ทำมือ - การแข่งขันออกแบบและจัดสร้างหุ่นยนต์ให้มีความสามารถต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้าแข่งขัน
               2. หุ่นยนต์บังคับมือ - การแข่งขันการควบคุมบังคับหุ่นยนต์พิทักษ์ความสะอาดให้เคลื่อนย้ายสิ่งของ 5 จุด จนเป็นผลสำเร็จด้วยกลไกแบบบังคับมือ
               3. หุ่นยนต์อัตโนมัติ - การแข่งขันออกแบบและจัดสร้างหุ่นยนต์ให้มีความสามารถต่างๆ โดยควบคุมบังคับด้วยโปรแกรมที่เขียนขึ้นมา

ตัวอย่างโรงเรียนชนะเลิศ หุ่นยนต์บังคับมือ ช่วงชั้นที่ 3-4 : โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ   


น้องๆ คนเก่ง ได้แก่
               1. นายณัฐวุฒิ  นามบุตร
               2. นายคมสันต์  กอน้อย
               3. นายปฏิภาณ  ธานี
น้องๆ ใช้เวลาเพียง 3 วันในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ โดยทำเองทั้งหมด คุณครูช่วยเหลือในด้านคำแนะนำในการแก้เกม ว่าจะทำอย่างไรจึงจะชนะ

เวทีประชันอัจฉริยภาพภาษาไทย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการสื่อสารและเรียนรู้ด้วยภาษาไทย อาทิ การฟัง การดู การอ่าน การพูด การเขียน ความซาบซึ้งในวรรณคดีและวรรณกรรม

หนังสือเล่มเล็ก
คือ การแข่งขันแต่งหนังสือตามกรอบเรื่องที่ได้รับและจัดทำเป็นรูปเล่มสำเร็จ โดยมีความเหมาะสมของเนื้อหา ภาษาที่ใช้ ขนาดตัวอักษร ภาพประกอบและความสวยงามน่าอ่าน



อาจารย์สุขุมาลย์  จันทะแก้ว (หัวหน้าสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย) กล่าวว่า การทำหนังสือเล่มเล็ก เป็นการบูรณาการทักษะทางภาษา ฟัง พูด อ่าน เขียน ดู แล้วนำมาสร้างจินตนาการ ถ่ายทอดโดยการเขียน เราสามารถบูรณาการทุกกลุ่มสาระ เช่น กลุ่มวิทยาศาสตร์ ก็เขียนหนังสือเกี่ยวกับการออกกำลังกาย (สุขศึกษา) เป็นต้น การทำหนังสือเล่มเล็กนอกจากจะครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ ยังทำให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำให้เกิดจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

นอกจากนี้ อาจารย์สุขุมาลย์ได้กรุณาอธิบาย ขั้นตอนการเขียนหนังสือเล่มเล็ก ดังนี้

ขั้นที่ 1
-วางโครงเรื่อง
-สร้างตัวละคร กำหนดฉาก
-กำหนดโครงเรื่อง ลองเล่าให้เด็กๆ ฟัง
-กำหนดความยาวของเรื่อง

ขั้นที่ 2
-ลงมือเขียนตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดรายละเอียดไว้ แล้วตั้งชื่อเรื่อง
-ทบทวนดูชื่อเรื่องเหมาะสมกับเนื้อเรื่องหรือไม่
-เมื่อเขียนเสร็จแล้วควรอ่านเพื่อตรวจหาข้อผิดพลาด เพื่อแก้ไขปรับปรุงจนพอใจและดีที่สุด

ขั้นที่ 3  การจัดทำรูปเล่ม
-การจัดเตรียมกระดาษ กว้างยาวเท่าไร ตามขนาดของรูปเล่มที่ผู้เขียนกำหนดขึ้น
-ลงมือวาดภาพประกอบในแต่ละหน้า ตามที่เขียนเรื่องไว้ ให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องทีละหน้า โดยเรียงตามลำดับเหตุการณ์ของเรื่องจนจบเรื่อง
-เป็นขั้นตอนของการลงสี ก่อนการลงสีควรตรวจดูภาพที่วาดประกอบเรื่องว่า ภาพที่วาดสอดคล้องกับเนื้อเรื่องหรือไม่
-การจัดทำส่วนประกอบของหนังสือ ดังนี้ ปกหน้า ปกใน คำนำ คำชี้แจง คำรับรองของผู้บริหาร คณะผู้จัดทำ บรรณานุกรมและปกหลัง
-การเข้าเล่ม ให้เรียงลำดับดังนี้  ปกหน้า ปกใน คำนำ คำชี้แจง เนื้อเรื่อง คำอธิบายศัพท์ท้ายบท คำรับรองผู้บริหาร คณะผู้จัดทำ บรรณานุกรม ปกหลัง

หนังสือเล่มเล็กทำมือที่ได้รับรางวัลหลายประเภท หนังสือเล่มเล็กที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ
เรื่อง อ๊บรักษ์โลก
เวทีประชันสื่อคุณธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการดำรงชีวิตและรู้จักรับผิดชอบ ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและสมาชิกของสังคม โดยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์

ละครคุณธรรม
คือ การแข่งขันสร้างสรรค์ละครที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับคุณธรรม ความยาวไม่เกิน 15 นาที ด้วยรูปแบบการแสดงที่หลากหลายตามแต่ความประสงค์ของผู้เข้าแข่งขัน

ตัวอย่างโรงเรียนชนะเลิศละครคุณธรรม ช่วงชั้นที่ 3-4 : โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี (ตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออก)

ละครคุณธรรมเรื่อง “เด็กไทยใจสร้างสรรค์”

เรื่องย่อของละครคุณธรรม
              มีครอบครัวหนึ่ง ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และลูกชาย 2 คน กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ลูกชายคนโตเป็นคนดี เรียนเก่ง ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน  ส่วนลูกชายคนเล็กไม่สนใจการเรียน นิสัยเกเร ชอบหนีเรียน   วันหนึ่งลูกชายคนโตกลับจากโรงเรียน ด้วยมารยาทที่เรียบร้อยไหว้แม่แล้วรีบช่วยแม่จัดโต๊ะอาหารพร้อมทั้งนำจดหมายเชิญผู้ปกครองไปพบฝ่ายปกครองเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องชาย เมื่อเริ่มรับประทาน  ลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามา เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย นั่งทานอาหารและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการรับประทานอาหาร จึงมีปากเสียงกับแม่และพ่อ แล้วลุกออกไปจากโต๊ะอาหารกลับขึ้นห้องนอน พี่และแม่จึงช่วยกันเก็บโต๊ะอาหาร พ่อจึงรับหน้าที่ไปคุยกับลูกคนเล็ก ที่กำลังเปิดเพลงเสียงดังโดยไม่สนใจใครเลย  
               วันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ไปพบรองฯฝ่ายปกครองที่โรงเรียน รองฯได้เล่าเรื่องราวของลูกชายคนเล็กให้ฟัง พ่อและแม่จึงเกิดกังวลกับลูกคนเล็กขึ้นมา แต่ก็แอบดีใจที่รองฯฝ่ายปกครองเล่าเรื่องราวที่ดีเกี่ยวกับลูกชายคนโตให้ฟังซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนต้นแบบเรื่องมารยาทและการแต่งกายที่ถูกต้อง และยังเป็นหัวหน้าชุมนุมอาสาพัฒนาชนบท เตรียมตัวนำเพื่อน ๆ ไปดำเนินกิจกรรมจิตอาสาจัดกิจกรรมนันทนาการที่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และสร้างฝายชะลอน้ำที่ ต. ห้วยสัตว์ใหญ่ จ.เพชรบุรี 
              อีกด้านหนึ่งพีทลูกคนเล็กหนีเรียน และเกิดอุบัติเหตุถูกรถชน ทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์ไปแจ้งพ่อและแม่ หลังจากรักษาตัวแล้ว พ่อและแม่ไปรับพีทกลับมาที่บ้าน ดูแลอย่างใกล้ชิด  
              ส่วนเพชรพี่ชาย นำโล่ที่ได้รับมอบจากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลนักเรียนมีคุณธรรมดีเด่นมอบให้พ่อและแม่และขอบคุณที่เลี้ยงดูมาอย่างดี พีท ก็ขอโอกาสที่จะทำความดีให้พ่อและแม่ได้ชื่นชมหลังจากหายเป็นปกติ 
              ในกิจกรรมอาสาพัฒนาชนบท เพชรนำเพื่อน ๆ ไปดำเนินกิจกรรม โดยพีทขอไปทำความดีด้วย โดยมีรองผู้อำนวยการและครูดูแล พร้อมทั้งพ่อ-แม่ได้เดินทางไปให้กำลังใจลูก และ เยาวชนทุกคนด้วย ซึ่งพีทสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีตลอดไป             

คุณธรรมที่ส่งเสริมเป็นตัวอย่างจากละครคุณธรรมเรื่องนี้

               เป็นคุณธรรมเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในครอบครัวว่าคนในครอบครัวควรมีคุณธรรมเรื่องใดบ้าง และ ส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักทำงานเพื่อส่วนรวมที่เรียกว่า จิตอาสา เพื่อเป็นคนที่เก่งด้วยดีด้วยซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในสังคมปัจจุบัน

การเลือกนักแสดง

               เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกเต็มศักยภาพของตัวเอง โดยดูจากเรื่องและการแสดงของนักเรียนในโรงเรียนโดยไม่เลือกว่าการเป็นนักแสดงต้องมีรูปร่างหน้าตาดี แต่เลือกตามความสามารถและสมัครใจของนักเรียน  นักแสดงจึงประกอบด้วยนักเรียนหลายระดับชั้น และ รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปเหมือนคนในสังคมทั่วไป

การฝึกซ้อม

               ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันเสาร์ โดยมีคณะครูกลุ่มสาระสังคมศึกษาฯเป็นที่ปรึกษาและ มีศิษย์เก่าที่มีความสามารถเรื่องฉาก เรื่องการแสดง กลับมาช่วยนักเรียนรุ่นน้องฝึกทักษะการแสดงและเตรียมการแสดงโดยช่วยกันทำฉาก และ อุปกรณ์ พร้อม ๆ กับซ้อมการแสดง

เบื้องหลังการแสดงและการปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ

               - กว่าจะประสบความสำเร็จ นักแสดงต้องสละเวลา มีความรับผิดชอบในการซ้อม เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม  เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ต้องทำงานร่วมกัน นอกจากเป็นนักแสดงแล้วยังต้องเป็นนักสร้างฉาก  เป็นคนยกฉาก เป็นคนเตรียมเสื้อผ้านักแสดง และ ช่วยกันเก็บฉากเมื่อแสดงเสร็จแล้ว จึงเป็นภาระที่หนักและน่าเห็นใจมากสำหรับนักแสดงที่ต้องใช้สมาธิในการแสดงและในการจัดการเรื่องฉาก   เพราะในการเดินทางไปแสดงในต่างจังหวัดหรือต่างโรงเรียน   เราไม่สามารถจะนำนักเรียนคนอื่น ไปช่วยเหลือในการแสดงได้มากนัก   เพราะปัญหาจากการเดินทาง  และ งบประมาณ 
               - สร้างให้นักแสดงรักและศรัทธา  เห็นความสำคัญของการแสดงละครคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ต่องานที่ทำ แสดงความสามารถในการแสดงบทบาทให้คนเชื่อได้ในบทบาทต่าง ๆ   

สิ่งที่ได้จากการแสดงครั้งนี้

               -ได้สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ,จังหวัด, สร้างความภาคภูมิใจให้ครอบครัว,ตัวเองและคณะครู
               -ได้ฝึกทักษะต่าง ๆ เช่น ความอดทน ความรับผิดชอบ เสียสละ กล้าแสดงออก   ฝึกการทำงานร่วมกัน ได้ประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนนักเรียนต่างภาค   ต่างโรงเรียน  ซึ่งไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน   
               -เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์   เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะรณรงค์ปลูกฝังคุณธรรม-จริยธรรม ให้เกิดแก่คนทั่วไป เป็นตัวอย่างของการทำความดีแก่เยาวชนทั่วไป สืบไป

รายชื่อนักแสดง

1  นางสาวกมลชนก  กุลไทย  ชั้น ม. 6   2  นางสาวนวพร   เป็งสลี  ชั้น ม. 6
3  นางสาวโชติรส  ตระกูลกำเนิด  ชั้น ม.6      4  นางสาวพัชรียา  กล่ำกล่อมจิตร์  ชั้น ม.5
5  นายนคร  เรืองสิน  ชั้น ม. 5 6  นายพลกร  นำศิริโยธิน   ชั้น ม. 5
7  นายอดุลเดช  จินตศิริกูล  ชั้น ม. 5  8 นายอนุชา   เหลือล้น  ชั้น ม.5 
9  นางสาวกรกนก  หินแก้ว  ชั้น ม.4 10 นางสาววชิรา ตันติไพไพบูลย์กูล ชั้น ม. 4
11 นายเพชร  ผดุงยาม   ชั้น ม. 4 12 นายภูวเดช  เปี่ยมศักดิ์   ชั้น ม.4
13 นายฐานิต  จิตต์มั่น  ชั้น ม. 4   14  นายธนพนธ์  ชัยมงคล  ชั้น ม. 4
15 เด็กชายนิพพิทา  นิลกำแหง ชั้น ม. 3 16  เด็กชายอิทธิฤทธิ์  ปิ่นทอง  ชั้น ม. 3
17 เด็กหญิงกนกพร เกตุมั่งมี ชั้น ม. 1  18  เด็กชายวัชริศ  คุปตะวินทุ  ชั้น ม. 1
19 เด็กหญิงประภารัตน์ นิ่มขำ ชั้น ม. 1 20  เด็กชายทักษ์ดนัย  ลาภหลาย  ชั้น ม. 1
               
ครูที่ปรึกษา
ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี
นางเบญจมา  คุปตะวินทุ  นางถิรนันท์   สร้อยระย้า
นางวรรณธนา ณ ระนอง นางวรรณี   ทิพย์ดวงดี
นางชนิดา  ธีรานันท์  นางวรรณธนี  คารมภ์
นายธงชัย  คุปตะวินทุ นางสาวศศิประภา  ศรีสุโร
นายสง่า  ลาภหลาย  

เวทีประชันสร้างสุข
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสุขศึกษาและพลศึกษาที่จำเป็นในการธำรงรักษาและสร้างเสริมสุขภาวะทั้งสี่ด้าน คือ สุขกาย สุขใจ สุขสังคมและสุขจิตวิญญาณหรือสุขปัญญา

เต้นหางเครื่องเด็กพิเศษ
คือ การแข่งขันเต้นหางเครื่องเป็นทีมของเด็กพิเศษ

ตัวอย่างโรงเรียนชนะเลิศ : โรงเรียนกาวิละอนุกูล จากจังหวัดเชียงใหม่
ชนะเลิศการเต้นหางเครื่อง เด็กพิเศษ บกพร่องทางสติปัญญา โดยใช้เพลง มนต์รักส้มตำ ในการแสดง


เด็กพิเศษ ออทิสติก ประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง
โรงเรียนกาวิละอนุกูล จ.เชียงใหม่เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีงานออกร้านขายของมากมายทั้งของนักเรียนและครูอาจารย์โรงเรียนต่างๆ ขอยกตัวอย่าง ดังนี้ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ชนิตเม็ด จากมูลสัตว์ โคมไฟดอกลีลาวดีที่สวยงามมาก เป็นต้น
โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อุดรธานี เขต 2
อาจารย๋ใกล้รุ่ง ชวนจิต
ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านจอหอ
กับ "โคมไฟลีลาวดีจอหอ"

โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา
ในพระสังฆราชูปถัมภ์ กับงานประดิษฐ์รถถีบแล่นบนน้ำ
ตะกร้าสาน เก้าอี้สาน ลดโลกร้อน

                หลังจากที่ได้ไปร่วมงานนี้แล้ว ชื่นใจและภาคภูมิใจจริงๆ ที่ได้รับรู้ว่า 'เด็กไทย' ที่เป็น 'เด็กเก่ง' นั้นยังมีอยู่มากมายทั่วประเทศจริงๆ หลากหลายประเภท เช่น เรียนเก่ง ประดิษฐ์เก่ง ร้องเพลงเก่ง เต้นเก่ง เป็นต้น 
                น้องๆ ที่กำลังน้อยใจหรือท้อใจว่าเราไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขา ลองหาข้อเด่นในตัวเองดูว่า ถนัดด้านใด แล้วมุมานะด้านนั้นอย่างจริงจัง แล้วน้องๆ จะเป็นคนเก่งเช่นกันค่ะ 
                แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องเป็นคนดีด้วยค่ะ เพราะเด็กไทยคนเก่งและคนดีนั่นเอง ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการที่ช่วยให้ประเทศชาติก้าวหน้าได้อย่างงดงามต่อไป

tags :

บทความอื่นๆ