ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 พ.ศ. 2552

ไขหวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 พ.ศ. 2552

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กับ วิชาการดอทคอม
                                                             http://www.dss.go.th/dssweb/index.html
                                                                          ขอขอบคุณผู้เขียน :  ขนัญญา   ภาณุรักษ์
สมชาย   อินจอหอ


          ข่าวคราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศเม็กซิโก   จนคร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบคนซึ่งผู้เสียชีวิตเฉพาะในประเทศเม็กซิโก มีถึง 81 คน (ตัวเลขทางการ ณ วันที่ 26 เมษายน 2552) เกี่ยวกับเรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก   ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเตือนว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น   และมีความเสี่ยงที่จะลุกลามไปทั่วโลก   ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับโรคชนิดนี้   เกิดความสงสัยว่า  ”โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” คืออะไร และสามารถป้องกันได้อย่างไร วันนี้กระปุกอาสามาบอกต่อกันค่ะ

รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

          “โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยงและหมูป่า   ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกานั้น   เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ของคน   ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน   เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 ที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป   ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 อย่างใกล้ชิด   เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื่อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น

การติดต่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

           เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009   มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไปโดยเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด   และสามารถติดต่อได้จากมือ   หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่   ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา แต่ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู

*สมชาย   อินจอหอ   นักวิเคราะห์นโยบายและแผนสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก   ระบุไว้ว่า   โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส   และไข้อหวัดนก   แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกวา คือร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

          เมื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฏอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา   แต่มีอาการรุนแรงกว่า   และรวดเร็วกว่า นั่นคือ  มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม คลื่นไส อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต   จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ   ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา   นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการักษาอย่างทันท่วงที

กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

          กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนฆ่าหมูหรือชำแหละเนื้อหมู คนขายเนื้อหมู รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู   และผู้บริโภคเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุก

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

          ทางสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สามารถรักษาได้ด้วยนาปฏิชีวนะ คือ วัคซีนแอนตี้ไวรัส “ทามิฟูล” (Tamiflu) และ “รีเลนซา” (Relenza) แต่ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัคซีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด   เนื่องจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้   เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น   จึงต้องมีการศึกษาพัฒนาวัคซีนตัวใหม่   เพื่อใช้ในการักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

 

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

          โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แม้จะเป็นสายพันธุ์หมู   แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมูโดยตรงเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน   ดังนั้นจึงสามารถรับประทานหมูได้ หากไม่แน่ใจ ให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกเสียก่อน คือ ผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือต้มในน้ำเดือด   ก็สามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้

          ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการติดต่อโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ   โดยการออกกำลังกาย   รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ

          ในส่วนของผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเม็กซิโก   รวมทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัสประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศใกล้เคียง   ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการไข้ไม่ลดภายใน2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

          สำหรับประเทศไทยนั้น   ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า   ยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศ   ดังนั้นก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอกค่ะ   แต่ถ้าหากยังไม่แน่ว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์จากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แนะนำว่าให้รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วดีกว่า   และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ   เพื่อความปลอดภัยในชีวิตค่ะ

เอกสารอ้างอิง
www.ddc.moph.go.th
www.dailynews.com
www.pantip.com
http://sanroo.kapook.com/hlnl/ 

tags :

บทความอื่นๆ

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ "ลำดับเลขฟีโบนัชชี" และ "อุโมงค์ต้นไม้"