|
ปัญหาปวดใจของ SME ไทย
มีสัจธรรมว่าสองอย่างที่คนเรายังไงก็หนีไม่พ้น คือ "ความตาย" และ "ภาษี" แต่ตอนนี้หลายท่านกำลังมีปัญหาปวดหัวเรื่องของภาษีกัน ลองมาดูกันคร่าวๆ ว่าปัญหาที่เกิดนั้นคืออะไรครับ
|
หน้าที่ 1 - ปัญหาปวดใจของ SME ไทย
หลายท่านอาจจะเคยได้ยินสัจธรรมที่แสนจะคลาสสิก ก็คือมีสองสิ่งที่ยังไงคนเราก็หนีไม่พ้นก็คือ "ความตาย" และ "ภาษี" ซึ่งอย่างแรกเราเห็นพ้องว่าหนีไม่พ้นแน่นอนครับ แต่อย่างที่สองหลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมหนีไม่พ้น หากเราไม่มีรายได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าเราเสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้าจากร้านค้าทั่วไป เห็นมั๊ยครับว่ายังไงก็หนีเรื่องการเสียภาษีไม่พ้นครับ
บังเอิญช่วงนี้ได้ยินเพื่อนๆ ผู้ประกอบการหลายท่านบ่นเรื่องภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และแถมยังเจอปัญหาที่กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้แบบดุดัน และพยายามให้ผู้ประกอบการเสียภาษีให้ถูกต้อง

ดังที่หลายท่านพอจะทราบนะครับว่ารายได้ของรัฐบาลส่วนใหญ่มาจากการเก็บภาษีอากร โดยเฉพาะในส่วนของกรมสรรพากรที่เป็นแหล่งเก็บรายได้ใหญ่ของรัฐ โดยปัจจุบันมีการจัดเก็บรายได้จากทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากรมีวิธีจัดเก็บรายได้ในเบื้องต้นแบบง่ายๆ คือ
1. หักเงินภาษี ณ ที่จ่ายไปก่อน และมีใบกำกับภาษี เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของรายรับของผู้มีรายได้ ณ ขณะนั้น (ณ ขณะที่ได้ออกใบกำกับภาษี) เพื่อไปคำนวณย้อนกลับว่ามีรายได้ทั้งปีประมาณเท่าไหร่ หากมีมากกว่าที่ชำระภาษีไปแล้ว ก็ขอคืนได้ ถ้าชำระไปน้อยกว่า ก็ต้องชำระเพิ่ม แต่แปลว่าในการคำนวณได้นั้น ข้อมูลทุกอย่างจะต้องอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถคำนวณในเบื้องต้นได้จากการทำธุรกรรมหักภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. สำหรับผู้ประกอบการ หรือบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี แต่ทำมาหากินเป็นเรื่องเป็นราว เช่น เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งไม่มีใบเสร็จ สรรพากร ก็ใช้วิธีการประเมินเอาครับ ว่าน่าจะมีรายได้ประมาณเดือนละเท่าไหร่ วิธีที่เค้าพูดกันอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจค้าขาย ก็คือไปยืนนับชามก๋วยเตี๋ยวเอาว่าขายได้ประมาณวันละกี่ชาม เพื่อนำไปประเมินรายได้แบบคร่าวๆ ได้
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม อันนี้เก็บกันตรงๆ ครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นอัตราภาษีแบบถดถอย เก็บจากราคาสินค้าที่อัตราร้อยละเจ็ด
4. ฯลฯ แล้วแต่เทคนิคของแต่ละท่านครับ
ในแต่ละปี ผู้ประกอบการจะมีต้นทุนในการทำบัญชีเพื่อยื่นภาษี (Tax Compliance Cost) ที่สูงมากครับ เพราะว่ามาตรฐานบัญชีมีความยุ่งยาก และเข้าใจไม่ง่ายนักสำหรับคนไม่จบบัญชี ดังนั้นจึงต้องไปจ้างคนอื่นมาทำบัญชี และอาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกับมุมมองของสรรพากร

ดังนั้นปัญหาที่ผู้ประกอบการมักจะมีกับสรรพากรก็คือการกระทบกระทั่งกัน เพราะว่าผู้ประกอบการที่สุจริตคิดว่าตัวเองไม่ได้เลี่ยงภาษีแต่อย่างใด ทำมาหากินขาดทุนจนเจ๊งแล้ว แต่สรรพากรคิดว่าผู้ประกอบการกำลังเล่นตุกติก สองมุมมองเลยต่างกันไปใหญ่ครับ ยิ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าใครเจ๊งจริงแจ๊งปลอม สรรพากรเองก็ปวดหัวเพราะว่าเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า ยิ่งไม่เข้าเป้าก็ยิ่งต้องตรวจสอบละเอียด เพื่อหาวิธีจัดเก็บรายได้ให้เข้าเป้า ยิ่งปีนี้เงินคงคลังติดลบมโหฬารอีก
อันที่จริงผมคิดว่าเราน่าจะต้องมีการสังคยนาระบบภาษีสำหรับ SME กันครับ เพราะว่าต้นทุนของผู้ประกอบการในการจัดทำบัญชีเพื่อให้ยื่นภาษีได้ถูกต้องมีสูงมาก เมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจ แถมยังทั้งเกลียดทั้งกลัวเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรอีก เพราะว่าโดนเรียกภาษีประจำ ทั้งที่คิดว่าตัวเองน่าจะถูกต้อง (แต่อาจจะผิดมาตรฐานบัญชีของกรมสรรพากรก็ได้) ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหานี้จะเป็นปัญหารบกวน SME ไทยไปตลอดกาล และมีแนวโน้มที่จะเลี่ยงภาษีมากขึ้นไปอีก เพราะว่าขนาดเสียภาษีถูกต้องแล้วยังโดนเรียกเก็บเพิ่ม แบบนี้สู้หนีจะดีกว่าครับ
ที่มา: ปัญหาปวดใจของ SME ไทย
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 31 พ.ค. 2552 (12:49) ...
ความเห็น 3 1 มิ.ย. 2552 (10:08) บทความนี้มีประโยชน์มากหลาย