|
||
|
|
|
สัญญาณความเชื่อมั่นจากประเทศจีน
วันนี้ก็เขียนบทความส่งท้ายเดือนพฤษภาคม 2552 ครับ เมื่อวานผมได้อ่านบทความจากนิตยสาร The Economist เรื่อง Red Flags ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบเศรษฐกิจจีน
|
วันนี้ก็เขียนบทความส่งท้ายเดือนพฤษภาคม 2552 ครับ เมื่อวานผมได้อ่านบทความจากนิตยสาร The Economist เรื่อง Red Flags ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบเศรษฐกิจจีน
หากเราติดตามข่าวเศรษฐกิจจะพบว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศจีนประกาศว่าได้อยู่ในสภาวะที่พ้นจากเศรษฐกิจถอถอยแน่นอนแล้ว คำว่าภาวะเศรษฐกิจถอถอยของประเทศจีนคือ GDP จะต้องโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 เนื่องจากตลาดแรงงานของจีนมีขนาดใหญ่มาก และกำลังรอเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกมหาศาล รวมทั้งปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ประเทศจีนจะต้องโตเท่านั้น เนื่องจากอยู่ในภาวะเศรษฐกิจกำลังร้อนแรง เงินลงทุนวิ่งอยู่ในระบบเศรษฐกิจมหาศาล มิฉะนั้นแล้วจะเกิดปัญหาอย่างหนักหน่วง หาก GDP โตไม่ถึงร้อยละ 7 เช่น ดอกเบี้ยท่วมหัว คนตกงาน ฯลฯ
ซึ่งหากเราทบทวนดูถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนนั้น จะพบว่ารัฐบาลจีนได้ใช้กลไกของรัฐวิสาหกิจในการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาถึงปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานจำนวนมาก และเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบิน เป็นต้น จึงทำให้เศรษฐกิจของจีนในทุก Sector ไม่หยุดชะงัก โดยรัฐบาลได้เอื้อการลงทุนให้รัฐวิสาหกิจต่างๆ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เมื่อเทียบกับบริษัทเอกชนอื่นๆ ดังแสดงในรูปข้างล่างครับ
คราวนี้ก็มีนักวิเคราะห์จากตะวันตก และจากมหาวิทยาลัยในฮ่องกงเองออกบทวิเคราะห์ถึงความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของจีนว่าเป็นการฉีดยาเทียมเข้าสู่ระบบทำให้ระบบเศรษฐกิจบิดเบือนและซ่อนปัญหาไว้ เนื่องจากมองว่ากลไกของดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ให้กับรัฐวิสาหกิจนั้น เป็นการบิดเบือนต้นทุนที่แท้จริง แต่อย่างว่าครับ ในมุมมองของรัฐบาลจีนย่อมมองต่างจากนักเศรษฐศาสตร์ตะวันตก เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจโลกแบบนี้อย่ามัวแต่อิดออด หรือหงิมๆ แต่อย่างใด มีกลไกอะไรที่ทำให้เศรษฐกิจมันโตอย่างแท้จริง และมีประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าการแจกเงินแบบรัฐบาลประเทศสารขัณฑ์ก็ลุยไปได้เลย ซึ่งแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเองยังต้องเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินต่างๆ ตอนนี้จะบอกว่ารัฐบาลอเมริกันเป็นเจ้าของแบงค์จนแทบจะเปลี่ยนชื่อธนาคารต่างๆ เป็นธนาคารแห่งชาติได้แล้วครับ
อ้างอิง:
1. Red flags
2. สัญญาณความเชื่อมั่นจากประเทศจีน