เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits) facebooktwitter
จับผิด Hawthorne Effect
ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ (39,830 views) first post: Sat 6 June 2009 last update: Tue 9 June 2009
หลายท่านอาจจะเคยได้ยินทฤษฎี Hawthorne Effects อันโด่งดังที่เป็นทฤษฎีด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวกับปัจจัยความพึงพอใจในสภาพแวดล้อมมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ล่าสุดมีนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้คือ Steven Levitt และ John List ได้ทำการจับผิดทฤษฎี

หน้าที่ 1 - จับผิด Hawthorne Effects

หลายท่านอาจจะเคยได้ยินทฤษฎี Hawthorne Effects อันโด่งดังที่เป็นทฤษฎีด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวกับปัจจัยความพึงพอใจในสภาพแวดล้อมมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น แสงสว่างมีผลทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานดีขึ้น ล่าสุดมีนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้คือ Steven Levitt และ John List ได้ทำการจับผิดการทดลองของทฤษฎีนี้



สายการผลิตที่โรงงาน Hawthorne ในเมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1924


ก่อนอื่นคงต้องขอเกริ่นก่อนนะครับว่าทฤษฎี Hawthorne Effect มีที่มาที่ไปอย่างไร ในปี ค.ศ. 1924 American National Research Council ได้ส่งวิศวกรสองคนลงไปทำการทดลองเรื่องผลของสภาพแวดล้อมด้านแสงสว่างมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในสายการผลิตอย่างไร ที่โรงงานผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ที่ชื่อว่า Hawthorne ใกล้เมืองชิคาโก้ ก็ปรากฎผลว่าเมื่อโรงงานมีแสงสว่างมาก ผลิตภาพ (Productivity) ของพนักงานจะมีสูงกว่าในกรณีที่โรงงานมีแสงสว่างน้อยกว่า ซึ่งกลายเป็นบทสรุปของทฤษฎีการบริหารทรัพยากรมนุษย์ว่าปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานดีขึ้น และเป็นที่มาของชื่อทฤษฎีอันโด่งดังนี้ว่า “Hawthorne Effect” ครับ


ในการทดลองนี้ ได้ทำการทดลองแบบง่ายๆ คือโรงงานจะทำการเปลี่ยนหลอดไฟในวันหยุดของสัปดาห์การทำงานคือวันอาทิตย์ เพื่อให้ได้หลอดไฟที่สว่างกว่าในวันจันทร์ (สมัยก่อนยังไม่มีหลอดไฟฟลูโอเรสเซนต์ครับ ซึ่งสมัยก่อนจะใช้หลอดแบบเผาหัวให้ร้อน และมีแสงสว่าง เป็นหลอดไฟแบบโทมัสเอดิสัน ประมาณนั้น) เนื่องจากหลอดไฟทำงานมาหกวันแล้ว แสงสว่างย่อมสู้วันแรกๆ ไม่ได้เป็นธรรมดา และได้ทำการสังเกตุผลิตภาพ (Productivity) ของพนักงานพบว่าผลิตภาพของพนักงานในวันจันทร์มีสูงกว่าวันเสาร์เป็นอย่างมาก และพบว่าผลิตภาพได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในวันอังคาร พุธ พฤหัส และได้ทำการสังเกตุแบบนี้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ จึงแทบสรุปได้ว่าปัจจัยด้านแสงสว่างมีผลกับผลิตภาพจริงๆ


สิ่งที่ทำการทดลองมาข้างต้น เป็นที่ยอมรับมากว่า 80 ปี ทุกอย่างดูเหมือนราบรื่น แต่ในปี 2009 ก็มีนักเศรษฐศาสตร์สองคนจากมหาวิทยาลัยชิคาโก้ ชื่อ Steven Levitt และ John List ได้ทำการจับผิดการทดลองนี้ โดยนำเอาข้อมูลเก่าๆ ที่ได้ทำการทดลองไว้ รวมไปถึงข้อมูลเก่าๆ ที่เก็บไว้แต่ไม่ได้อยู่ในช่วงของการสังเกตุการณ์ มาทำการวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐมิติ (Econometric) พบว่าเป็นที่น่าประหลาดใจว่าข้อมูลกลับไม่เหมือนกัน คือข้อมูลในช่วงที่ไม่มีการสังเกตุการณ์ พบว่าผลิตภาพในวันจันทร์จะมีสูง แต่จะลดลงในวันอังคาร และลดเรื่อยๆ จนถึงต่ำสุดในวันเสาร์ และจะดีขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ แต่ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือผลิตภาพหลังจากสิ้นสุดช่วงการสังเกตุการณ์ในการทดลองแล้ว คือในฤดูร้อนในปีเดียวกัน (การทดลองทำขึ้นในช่วงฤดูหนาว) ประสิทธิภาพของพนักงานกลับลดลง ทั้งที่ในฤดูร้อนมีแสงสว่างมากกว่า


Steven Levitt และ John List จึงสรุปว่าจริงๆ แล้วการสังเกตุการณ์นี้มีที่ผิดพลาดคือวิศวกรที่ทำการทดลองได้ทำการสังเกตุการณ์แบบให้พนักงานรู้ตัว พนักงานจึงเกร็งและมีพฤติกรรมที่ทำงานหนักขึ้น เนื่องจากมีความรู้สึกว่ามีคนมาควบคุมการทำงานของตนเอง และเป็นธรรมดาที่พนักงานทั่วไปจะกระตือรือร้นในวันจันทร์ และเหี่ยวเฉาในวันสุดท้ายของการทำงาน


แต่ทั้งสองก็ไม่ได้แย้งว่า Hawthorne Effect ผิดพลาดหรือไม่เป็นความจริงนะครับ ทั้งสองกำลังจะแย้งว่าการทดลองเมื่อ 80 ปีที่แล้วทำไม่ถูกขั้นตอนเท่านั้นเองครับ


แหล่งอ้างอิง: Light work และ จับผิด Hawthorne Effects ใน หรอยดอทคอม



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




Dr Yu
(ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 25,911 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 4 ปี
แบ่งปันความรู้ 126 ครั้ง
ได้รับดาว 241 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in8.8691 seconds !