 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/388" type="text/javascript"></script> |
|
|
เจ้าดาราทอง
เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน เจ้าดาราทอง เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 32,863 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 23 August 2006, 4:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 23 August 2006, 4:20 pm
|
หน้าที่ 1 - ตำแหน่ง " ดาราทอง "
ในปลายทศวรรษที่ ๑๘๓๐ สมัยที่สยามยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปในยุโรป เจ้าชายสยามองค์หนึ่งทรงทำให้ชื่อของประเทศสยามระบือลื่อเลื่องลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในอังกฤษ ชื่อเสียงขจรขจายทั่วประเทศอื่นๆในยุโรปที่สนใจกีฬา เพราะทรงชนะเลิศอันดับหนึ่งของการแข่งรถระหว่างชาติทั่วทวีปยุโรป ๓ ปีซ้อน คือปี ๑๙๓๖ ปี ๑๙๓๗ และ ปี ๑๙๓๘ จนคว้าตำแหน่ง " ดาราทอง " ของสมาคมนักแข่งรถอังกฤษมาครองได้
เกียรติประวัติที่ควรจารึกไว้ คือ
ทรงชนะที่หนึ่ง ๔ ครั้ง จากการชิงถ้วยเจ้าชายเรนีย์แห่งโมนาโก ชิงรางวัลระหว่างชาติที่บรูคแลนด์ส ชิงรางวัลใหญ่ของปีการ์ดี และชิงรางวัลของอาลบี
ชนะที่สอง ๒ ครั้ง จากการแข่งที่เกาะแห่งเมน และการแข่งขันที่กรุงดับลิน
ชนะที่สาม ๒ ครั้งจากการแข่งที่ภูเขาไอเฟิล และการชิงแชมเปี้ยนภูเขาที่บรูคแลนด์ส
เจ้าชายสยามองค์นั้นคือพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือคนไทยเรียกกันสั้นๆว่า พระองค์พีระ
เมื่อเสด็จกลับสยาม สื่อมวลชนไทยในสมัยนั้นถวายสมญาว่า " เจ้าดาราทอง " ราษฎรไปรับเสด็จกันคับคั่ง ทรงกลายเป็นวีรบุรุษในวงการกีฬาและขวัญใจประชาชน สีฟ้าสดของรถแข่งที่ทรงขับ เรียกกันว่าสีฟ้าพีระ หรือ Bira blue กลายเป็นสีฮิตกันพักใหญ่ของสาวๆ ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นต้อนรับพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช แขกสาวๆในงานแต่งกายด้วยสีฟ้าสด สวยละลานตากันทั้งงาน
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ประสูติเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ทรงถือกำเนิดเป็นหม่อมเจ้า พระโอรสในเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ สมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้เป็นพระราชอนุชาพระองค์เล็กร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมมารดาของพระองค์พีระ คือหม่อมเล็ก สกุลเดิมยงใจยุทธ เป็นป้าของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เลื่อนหม่อมเจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ภาษาชาวบ้านเรียกว่า " พระองค์เจ้าตั้ง " คือพระองค์เจ้าที่เลื่อนขึ้นจากหม่อมเจ้า โอรสธิดาของท่านดำรงฐานันดรเป็นหม่อมราชวงศ์ ตามลำดับฐานันดรเดิมของท่านพ่อ
อย่างไรก็ตาม ชีวิตของพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ในเบื้องต้น ดำเนินไปเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย นอกจากชาติกำเนิดสูงแล้ว เจ้าชายสยามก็ยังมีการศึกษาดีเยี่ยมสำหรับเจ้าชายไทยในสมัยนั้น
ในปีพ.ศ.๒๔๖๓ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อพระชนม์ ๑๓ ชันษา ก็เสด็จไปศึกษาต่อที่โรงเรียน อีตัน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขึ้นชื่อที่สุดของอังกฤษ มีแต่เจ้านายและลูกผู้ดีมีตระกูลเรียนกันทั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เคยทรงศึกษาที่นี่เช่นกัน
พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เป็นเด็กชายลักษณะดี เป็นที่เมตตาของผู้ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเมตตาประหนึ่งเป็นพระราชบุตร ทรงรับไว้ในปกครอง
เมื่อเสด็จไปอังกฤษ พระองค์พีระทรงพบกับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์( พระโอรสในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) ซึ่งทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถ้าลำดับญาติกันแล้วพระองค์พีระอยู่ในฐานะอา และพระองค์จุลเป็นหลาน แต่ว่าพระองค์จุลทรงมีพระชันษาแก่กว่า ๗ ปี เกิดถูกชะตาเหมือนเป็นพี่ชายน้องชายแท้ๆ
พระองค์จุลจึงทรงทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอเป็นผู้ปกครองพระองค์พีระแทน ทรงสนับสนุนให้เข้าแข่งกีฬา จนได้ชัยชนะ โดยที่ทรงดูแลออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ และทรงอุปการะพระองค์พีระอย่างดีจนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ส.ค. 2549 (12:12) ช่วงบั้นปลายชีวิตของพระองค์ท่านนี่น่าสงสารจังเลยนะครับ แต่ช่วงแรกๆนี่ทำให้ผมนึกถึงดาราฮอลลีวู้ดหลายๆคนเลยครับ ขอบคุณคุณเทาชมพูที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ :D
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ส.ค. 2549 (14:17) ชีวิตเป็นเรื่องที่น่าศึกษา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ส.ค. 2549 (19:26) พระองค์เจ้าพีระ ทรงมีบุคลิกเป็นดาราหนังได้สบายพอๆกับพระองค์จุลฯเลยนะคะ อ่านเรื่องของพระองค์จากปกแข็งเล่มใหญ่เกิดวังปารุสก์ แล้วทึ่งมากๆ
ประติมากรรมของท่านก็ยอดเยี่ยม
ทรงเป็นศิลปินเต็มตัวจริงๆ
อ่านที่คุณหญิงมณี สิริวรสาร เขียนถึงท่านก็เป็นอีกด้านของเหรียญค่ะ
ไม่ทราบว่าตอนจบ ชีวิตท่านจะเดียวดายขนาดนั้น..
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 31 ส.ค. 2549 (14:53) ชีวิตเป็นอนิจจังครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 1 ก.ย. 2549 (14:03) ว่ากันว่า...รถแข่งที่พระองค์ท่านใช้แข่ง จนกระทั่งได้รับชัยชนะ จนได้ตำแหน่งเป็นเจ้าดาราทองนั้น เป็นรถผิดพลาดจากกระบวนการผลิต ที่เีรียกว่า "One of Thousand" (คำนี้หมายถึง สถิติของความผิดพลาดของเครื่องจักรในการผลิต ในสมัยยุคบุกเบิกแรกเริ่ม ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตยังไม่พัฒนามากนัก ทำให้ไม่ว่าจะผลิตสินค้าชนิดใดก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้ว ทุก ๆ 1,000 ชิ้นที่ผลิตได้ เครื่องจักรจะเกิดข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ขึ้นครั้งหนึ่ง และจะได้สินค้าที่มีลักษณะพิเศษออกมา 1 ชิ้นเสมอ) ส่วนไหนของรถคันนี้ ที่เกิดข้อผิดพลาด
คำตอบคือ "กระบอกสูบ" ครับ
กระบอกสูบของรถคันนี้มีขนาดใหญ่ผิดไปจากรถรุ่นเดียวกัน ทำให้รถที่ท่านใช้มีกำลังมากกว่ารถคันอื่น จึงสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าภายในระยะเวลาเท่า กัน นับเป็นความโชคดีของท่าน ซึ่งสมัยนั้นไม่ถือว่าเป็นการโกง (ถ้าเกิดขึ้นในสมัยนี้ ก็อาจถูกประท้วงจากคู่แข่งรายอื่นได้ !)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 ก.ย. 2549 (18:22) Death is the classic thing : ความตายเป็นเรื่องคลาสสิก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 ก.ย. 2549 (16:31) หม่อมอีก 2 ท่านสุดท้ายที่ไม่ปรากฎนามในสังคม ท่านแรกคือ "หม่อมใหญ่" (คุณล่อม)
และหม่อมสุดท้ายที่มีโอรส ธิดา ด้วยกันคือ "หม่อมเล็ก" (หม่อมชวนชม) ค่ะ
แม่เราเล่าให้ฟังค่ะ ^^
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 ก.ย. 2549 (12:35) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูจะดังมากในสมัยก่อน แต่สมัยนี้คนไม่ค่อยรู้จักกันเลย ขอบคุณมากครับที่นำมาให้อ่าน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 มี.ค. 2550 (15:31) ชีวิตของพระองค์ก็เปรียบเสมือนนิยายเรื่องยาวเรื่องหนึ่ง
ที่มีตอนจบแบบโศกนาฏกรรม
แต่ก็ประทับใจ ตอนสุดท้ายเยี่ยมมาก
ดวงพระวิญญาณลอยละล่องขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว เพียงแค่จดหมายภาษาไทยหนึ่งฉบับที่ทรงทิ้งไว้เพื่อส่งท้ายให้ได้ทราบว่าพระองค์คือใคร
เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน เจ้าดาราทองเสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม
คิดได้ยังไงคะ งดงามมากๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 เม.ย. 2550 (17:36) ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ม.ค. 2551 (13:45) ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ