วิชาการ.คอม - เจ้าดาราทอง (ตำแหน่ง " ดาราทอง ") (จากเรื่องรถ ...สู่เรื่องรัก) (ชีวิตเหมือนฝัน) (วงล้อแห่งโชคชะตา) (ความสูญเสียของพระองค์พีระ) วิชาการ.คอม - คลังข้อสอบ บทเรียนออนไลน์ บทความ โครงงาน ข่าววิทย์ ข่าวทุน นิยาย ลงโฆษณา
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/388" type="text/javascript"></script>
เจ้าดาราทอง
เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน “เจ้าดาราทอง” เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 33,733 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 23 August 2006, 4:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 23 August 2006, 4:20 pm

หน้าที่ 1 - ตำแหน่ง " ดาราทอง "
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ในปลายทศวรรษที่ ๑๘๓๐ สมัยที่สยามยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปในยุโรป เจ้าชายสยามองค์หนึ่งทรงทำให้ชื่อของประเทศสยามระบือลื่อเลื่องลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในอังกฤษ ชื่อเสียงขจรขจายทั่วประเทศอื่นๆในยุโรปที่สนใจกีฬา เพราะทรงชนะเลิศอันดับหนึ่งของการแข่งรถระหว่างชาติทั่วทวีปยุโรป ๓ ปีซ้อน คือปี ๑๙๓๖ ปี ๑๙๓๗ และ ปี ๑๙๓๘ จนคว้าตำแหน่ง " ดาราทอง " ของสมาคมนักแข่งรถอังกฤษมาครองได้


เกียรติประวัติที่ควรจารึกไว้ คือ


ทรงชนะที่หนึ่ง ๔ ครั้ง จากการชิงถ้วยเจ้าชายเรนีย์แห่งโมนาโก ชิงรางวัลระหว่างชาติที่บรูคแลนด์ส ชิงรางวัลใหญ่ของปีการ์ดี และชิงรางวัลของอาลบี


ชนะที่สอง ๒ ครั้ง จากการแข่งที่เกาะแห่งเมน และการแข่งขันที่กรุงดับลิน


ชนะที่สาม ๒ ครั้งจากการแข่งที่ภูเขาไอเฟิล และการชิงแชมเปี้ยนภูเขาที่บรูคแลนด์ส






เจ้าชายสยามองค์นั้นคือพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือคนไทยเรียกกันสั้นๆว่า “พระองค์พีระ”


เมื่อเสด็จกลับสยาม สื่อมวลชนไทยในสมัยนั้นถวายสมญาว่า " เจ้าดาราทอง " ราษฎรไปรับเสด็จกันคับคั่ง ทรงกลายเป็นวีรบุรุษในวงการกีฬาและขวัญใจประชาชน สีฟ้าสดของรถแข่งที่ทรงขับ เรียกกันว่าสีฟ้าพีระ หรือ Bira blue กลายเป็นสีฮิตกันพักใหญ่ของสาวๆ ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นต้อนรับพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช แขกสาวๆในงานแต่งกายด้วยสีฟ้าสด สวยละลานตากันทั้งงาน


พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ประสูติเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ทรงถือกำเนิดเป็นหม่อมเจ้า พระโอรสในเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ สมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้เป็นพระราชอนุชาพระองค์เล็กร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมมารดาของพระองค์พีระ คือหม่อมเล็ก สกุลเดิมยงใจยุทธ เป็นป้าของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ


ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เลื่อนหม่อมเจ้าพีรพงศ์ภาณุเดชขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ภาษาชาวบ้านเรียกว่า " พระองค์เจ้าตั้ง " คือพระองค์เจ้าที่เลื่อนขึ้นจากหม่อมเจ้า โอรสธิดาของท่านดำรงฐานันดรเป็นหม่อมราชวงศ์ ตามลำดับฐานันดรเดิมของท่านพ่อ


อย่างไรก็ตาม ชีวิตของพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ในเบื้องต้น ดำเนินไปเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย นอกจากชาติกำเนิดสูงแล้ว เจ้าชายสยามก็ยังมีการศึกษาดีเยี่ยมสำหรับเจ้าชายไทยในสมัยนั้น


ในปีพ.ศ.๒๔๖๓ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อพระชนม์ ๑๓ ชันษา ก็เสด็จไปศึกษาต่อที่โรงเรียน อีตัน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขึ้นชื่อที่สุดของอังกฤษ มีแต่เจ้านายและลูกผู้ดีมีตระกูลเรียนกันทั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เคยทรงศึกษาที่นี่เช่นกัน


พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เป็นเด็กชายลักษณะดี เป็นที่เมตตาของผู้ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเมตตาประหนึ่งเป็นพระราชบุตร ทรงรับไว้ในปกครอง


เมื่อเสด็จไปอังกฤษ พระองค์พีระทรงพบกับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์( พระโอรสในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) ซึ่งทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถ้าลำดับญาติกันแล้วพระองค์พีระอยู่ในฐานะอา และพระองค์จุลเป็นหลาน แต่ว่าพระองค์จุลทรงมีพระชันษาแก่กว่า ๗ ปี เกิดถูกชะตาเหมือนเป็นพี่ชายน้องชายแท้ๆ






พระองค์จุลจึงทรงทูลขอพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอเป็นผู้ปกครองพระองค์พีระแทน ทรงสนับสนุนให้เข้าแข่งกีฬา จนได้ชัยชนะ โดยที่ทรงดูแลออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ และทรงอุปการะพระองค์พีระอย่างดีจนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์

หน้าที่ 2 - จากเรื่องรถ ...สู่เรื่องรัก
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
นอกจากความสามารถในการแข่งรถ พระองค์พีระยังเป็นนักกีฬาที่โปรดการเล่นเรืออีกด้วย ที่น่าทึ่งมากคือทรงมี "หัว" ทางศิลปะ ควบคู่ไปกับการกีฬาจนตัดสินพระทัยไม่เข้าศึกษาต่อที่เคมบริดจ์ แต่เบนเข็มไปศึกษาด้านประติมากรรมแทน


ทรงไปศึกษาเรื่องการวาดลายเส้นที่ Byam Shaw Art School ที่นี่เองทรงพบหญิงสาวสวยชาวอังกฤษชื่อ ซีริล เฮย์ค็อก ซีริลนั้นเป็นลูกผู้ดี พ่อมีเชื้อสายขุนนางเก่าแก่ ส่วนทางตระกูลแม่ ก็เป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยจนได้บรรดาศักดิ์เป็นเซอร์ ญาติคนหนึ่งเคยเป็นนายกเทศมนตรีของลอนดอนผู้เคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแล้ว






พระองค์พีระและซีริลหลงรักกันตั้งแต่แรกพบ จนกระทั่งได้แต่งงานกันในที่สุด เธอก็เลยกลายมาเป็นหม่อมซีริล ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา เดินทางมาประเทศไทยพร้อมกับพระสวามี เธอชอบประเทศไทยมาก


หลังจากอยู่สยามได้ระยะหนึ่ง พระองค์พีระก็พาหม่อมกลับอังกฤษเพื่อเตรียมตัวแข่งขันรถ Grand Prix ต่อไปหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี สงครามโลกครั้งที่สองก็ปะทุขึ้นจากเยอรมันบุกโปแลนด์แบบสายฟ้าแลบ พระองค์พีระยังทรงอยู่ที่อังกฤษ ไม่ได้กลับสยาม


เหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศตอนนั้นวุ่นวายมาก ในตอนแรกสยามก็ดูจะเข้าข้างพันธมิตร แต่ต่อมา ญี่ปุ่นบุกไทยเป็นทางผ่านไปสู่พม่า รัฐบาลตัดสินใจยอมประนีประนอมเพื่อไม่ให้เสียเลือดเนื้อคนไทย แล้วก็ตกบันไดพลอยโจนคบญี่ปุ่นเป็นมหามิตร จนถึงขั้นประกาศเป็นฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น แล้วเลยกลายเป็นศัตรูกับฝ่ายพันธมิตรไปด้วย


ทูตไทยถูกเรียกตัวกลับ สถานทูตปิด พระองค์พีระไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลไทย ก็ตัดสินพระทัยสมัครเข้าร่วมรบเป็นฝ่ายเดียวกับพันธมิตร เสด็จไปเข้าศูนย์ฝึกอบรมการบิน เข้าประจำศูนย์ในฐานะครูฝึกเครื่องร่อนซึ่งทรงชำนาญอยู่แล้ว ได้ตำแหน่งเป็นเรืออากาศโท มีลูกศิษย์ลูกหาชาวอังกฤษมากมาย เจ้านายสยามหลายพระองค์ที่อยู่อังกฤษ เข้าร่วมรบกับพันธมิตรต่อต้านเยอรมัน พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาพพระอนุชาพระองค์พีระ ที่เป็นพระโอรสบุญธรรมในสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัครเข้าเป็นนักบินอาสาสมัคร นำเครื่องบินไปส่งลงเรือรบ นักเรียนไทยรวมกันจัดตั้งขบวนการเสรีไทย มีหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์เป็นหัวหน้า


น่าเสียดายว่าพระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาพประสบอุบัติเหตุเครื่องบินชนภูเขาสิ้นพระชนม์ ส่วนพระองค์พีระทรงอยู่รอดปลอดภัยมาได้ตลอดสงคราม จนกระทั่งเยอรมันและญี่ปุ่นแพ้ฝ่ายพันธมิตร สงครามโลกก็สงบลงใน พ.ศ. ๒๔๘๘ สันติภาพคืนมาสู่ยุโรป

หน้าที่ 3 - ชีวิตเหมือนฝัน
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
เมื่อสันติภาพคืนมาสู่สังคมยุโรปอีกครั้ง กิจกรรมสังคมอย่างการกีฬาก็เฟื่องฟูขึ้นมาอีก ชีวิตของเจ้าชายหนุ่มสยาม และชายาสาวชาวอังกฤษดำเนินไปเหมือนความฝันเท่าที่มนุษย์จะพึงมีได้ พรั่งพร้อมทั้งสุข ความรัก ชื่อเสียง ความสำเร็จ มีโอกาสท่องเที่ยวอย่างเศรษฐีไปในสถานที่สวยงามหลายแห่งของโลกด้วยกันทั้งยุโรปและอเมริกา






ไม่ว่าไปไหน ทรงเป็นแขกเกียรติยศของสมาคมและบุคคลสำคัญ ในฐานะบุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ครั้งหนึ่งได้รับเชิญให้เข้าเฝ้าพระเจ้าจอร์จที่ ๖ แห่งอังกฤษ (พระราชบิดาของพระราชินีนาถเอลิซาเบธในปัจจุบัน)เพราะโปรดเรื่องรถแข่งมาก ทรงต้อนรับเจ้าชายสยามด้วยพระอัธยาศัยดีเหมือนเป็นพระญาติสนิทด้วยกัน


หม่อมมณี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา(คุณหญิงมณี สิริวรสาร)อดีตชายาของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต บันทึกเอาไว้เกี่ยวกับท่านในหนังสือ " ชีวิตเหมือนฝัน " ว่า


" นิสัยใจคอของสองพระองค์นั้นต่างกันมาก พระองค์จิรศักดิ์ฯ นั้นโปรดการสนทนาปราศรัยกับคนอื่น และมีจิตใจนึกถึงแต่ส่วนรวมเสมอ ส่วนพระองค์พีระฯทรงสนุกสนานร่าเริงกับสิ่งที่พอพระทัย ไม่สนพระทัยกับเรื่องราวของคนอื่นๆเลย


วันหนึ่งดิฉันล้อเลียนท่านว่า พระองค์เป็นเศรษฐีขี้คร้าน The Idle rich ไม่เห็นทรงทำสิ่งใดให้เป็นประโยชน์ คิดแต่ความสนุกสนานของท่านฝ่ายเดียว พระองค์พีระก็ทรงพระสรวลอย่างอารมณ์ดีและตรัสว่า


" ที่จริงพวกเธอน่ะสิที่ชอบวุ่นวาย อยากให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆทั้งๆที่พวกเขาไม่เห็นต้องการ เช่นพวกมิชชั่นนารีเป็นต้น พวกนั้นพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างไปอยู่ต่างแดน ทำงานไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก แต่พวกเขาก็ไม่เห็นได้ทำอะไรให้เป็นผลสำเร็จมากนัก


ปรัชญาชีวิตของฉันก็คือว่า ไม่ขอไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของคนอื่น และฉันทำสิ่งที่ฉันพอใจถ้าหากสามารถทำได้ ถึงแม้ว่าฉันจะมิได้ทำประโยชน์อะไรให้เกิดขึ้นแก่ผู้ใด แต่ก็ไม่เคยทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน การที่อยู่เฉยๆโดยไม่เบียดเบียนใครก็เป็นผลดีอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ "


ความสุขเหมือนฝันของพระองค์พีระและหม่อมซีริลยืนยาวได้แค่ ๑๑ ปี ขึ้นปีที่ ๑๒ ปรัชญาชีวิตของพระองค์พีระก็ก่อผลกระทบต่อหม่อม ในข้อที่ว่า “ขอทำสิ่งที่พอใจ ถ้าหากสามารถทำได้”






ความที่ทรงเป็นคนดัง บุคลิกดี ตรัสได้คล่องทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส และยังใช้ชีวิตอย่างเศรษฐี สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงดึงดูดหญิงสาวอื่นๆให้เข้ามาหลงใหลท่าน พระองค์พีระมิได้เลิกรักหม่อมซีริล เพียงแต่ว่าทรงพอพระทัยที่จะทำตามพระทัยมากกว่าจะฝืนพระประสงค์ขององค์เอง ถ้าหากว่าหม่อมซีริลโอนอ่อนผ่อนตามได้ไม่เดือดร้อน ด้วยการทำใจเสียว่าหญิงอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มีความหมายกับท่านเท่าภรรยาตามกฎหมาย ก็คงจะครองชีวิตคู่กันต่อไปได้ แต่ว่าหม่อมซีริลทำใจไม่ได้ที่พระองค์พีระมีหญิงอื่น แม้จะไม่ทรงจริงจังด้วยนัก เธอถือว่าเป็นความเดือดร้อนสาหัสของภรรยา เธอจึงตัดสินใจขอแยกกันอยู่พักหนึ่งเพื่อระงับจิตใจ


ระหว่างที่แยกกันอยู่โดยยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน สถานการณ์ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองห่างเหินกันมากขึ้นอีก พระองค์พีระเสด็จไปแข่งรถที่อาร์เจนตินา ก็ได้พบชาลิต้า หญิงสาวเลือดละติน ผู้สวยสดงดงามราวกับดาราหนัง เมื่อทรงบาดเจ็บจากการแข่งรถ ก็มีหล่อนคอยปรนนิบัติดูแล


ในที่สุดก็ทรงพาชาลิต้ากลับมาอังกฤษด้วยกัน ประทับอยู่กับหล่อน ไม่ได้กลับบ้านไปหาหม่อมซีริล หม่อมซีริลจึงตัดสินใจขอหย่าขาดจากพระองค์พีระตามกฎหมาย เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ ทั้งที่ยังรัก พระองค์พีระเองก็ทั้งรักและอาลัยหม่อม ทรงอ้อนวอนให้หม่อมเปลี่ยนใจไม่หย่า แต่ก็ไม่ทรงคิดที่จะสละชาลิต้าไปได้อยู่ดี ทั้งคู่จากกันด้วยน้ำตา เพราะรู้ตัวว่าสามารถครองคู่กันได้เพียงแค่นี้ เหลือแต่ความเป็นเพื่อนกันเท่านั้น


หม่อมซีริลไม่ได้แต่งงานใหม่ เธอมีเพื่อนใจเป็นหนุ่มโสดอายุ ๔๐ กว่า คบหากันมาจนเขาตายจากไปโดยไม่ได้สมรสกัน ส่วนทางฝ่ายพระองค์พีระ ทรงลังเลอยู่ถึง ๓ ปีถึงตัดสินพระทัยเสกสมรสใหม่กับหม่อมชาลิต้า แต่ก็ยังระลึกถึงหม่อมซีริลเสมอ ทรงเป็นมิตรกับเพื่อนชายของหม่อมซีริล แล้วพาชาลิต้าไปด้วยเพื่อให้รู้จักกับหม่อม ไปไหนมาไหนกัน ๔ คนแต่หม่อมซีริลก็ไม่ได้กลับมาหาท่านอีก คงพบปะกันอย่างเพื่อนสนิทเท่านั้น

หน้าที่ 4 - วงล้อแห่งโชคชะตา
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ชีวิตในช่วงที่สอง เป็นช่วงโชคดีของพระองค์พีระอีกครั้ง เพราะนอกจากจะมีหม่อมสาวสวยคนใหม่ที่รักกันดูดดื่มแล้ว ก็ยังได้รับมรดกก้อนใหญ่จากการขายมรดกวังบูรพาแบ่งกันในระหว่างเจ้าพี่เจ้าน้อง ทรงโอนเงินไปไว้ที่ปารีสทั้งหมด เงินจำนวนนี้มากพอจะทำให้พระองค์พีระทรงซื้อรถยนต์บูอิคเปิดประทุนสีฟ้าพีระ มีเรือยอชต์ใหม่ และปรับปรุงวิลลาที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสที่ทรงซื้อไว้แล้ว เพื่อดำเนินชีวิตอย่างเศรษฐี


การใช้ชีวิตในช่วงนี้หรูหรามาก เวลาขับบูอิคคันงามไปไหนมาไหนชาวปารีสมองกันจนเหลียวหลังสมกับเป็นคนดังระดับนานาชาติ แต่ข้อเสียคือการใช้ชีวิตอย่างเศรษฐี มีแต่รายจ่าย เมื่ออยู่วิลล่าที่เมืองคานส์ ก็ต้องเปลืองเงินทั้งค่าภาษีและค่าซ่อมแซมดูแลคฤหาสน์ด้วยราคาแพงลิบ เมื่อโปรดขับรถเร็ว วันหนึ่งก็ทรงขับบูอิคไปชนกับรถอีกคัน รถใหม่เอี่ยมพังยับเยิน ไม่มีประกันเสียด้วย ต้องทรงจ่ายเงินอีกก้อนใหญ่ซ่อมรถกับจ่ายให้คู่กรณี






ในที่สุด ถึงปลายปีพ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ทรงเห็นว่าพ้นยุคที่จะทรงแข่งรถอีกต่อไปแล้ว รถแข่งรุ่นใหม่ๆสมรรถภาพดีเกิดขึ้น แซงหน้ารถที่ทรงขับไปได้ง่ายๆ ถ้าจะลงทุนซื้อรถใหม่พร้อมการดูแลในการแข่งรถอีกก็เป็นเรื่องสิ้นเปลืองมหาศาล ประกอบกับหม่อมชาลิต้ามีโอรส คือหม่อมราชวงศ์ พีรเดช จึงตัดสินพระทัยแขวนนวมอำลาชีวิตนักแข่ง พาครอบครัวกลับมาตั้งรกรากในเมืองไทยใน พ.ศ. ๒๔๙๙ ทรงจบบทบาทของเจ้าดาราทองที่โด่งดังไปทั่วยุโรปและอเมริกา เมื่อพระชนม์ได้ ๔๒ พรรษา


ถ้าหากว่าชีวิตของพระองค์พีระเป็นนิยาย ฉากสุดท้ายก็คงเป็นตอนที่ทรงอำลาชีวิตนักแข่งรถ แล้วเสด็จกลับบ้านเกิดเมืองนอนพร้อมครอบครัวที่สมบูรณ์แบบครบถ้วนพ่อ แม่และลูกชายวัยน่ารัก จบลงอย่างมีความสุขทั้งคนดูและผู้ประพันธ์เรื่อ


ในเมื่อเป็นชีวิตจริง เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ยังมีความยุ่งยากตามมาอีกมากมาย เริ่มต้นด้วย หม่อมชาลิต้าไม่มีความสุขที่อยู่ในประเทศไทย เธอทนอยู่ได้แค่ ๑๑ วันก็บินกลับไปฝรั่งเศส อีก ๗ เดือนต่อมาพระองค์พีระก็ทรงบินไปหย่าขาดจากหม่อมคนที่สอง โดยตกลงกันว่าคุณชายพีรเดชจะอยู่ในความปกครองของมารดาจนอายุ ๒๑ ปี


ก่อนหน้านี้พระองค์พีระเคยพบปะแอร์โฮสเตสสาวสวยคนไทยคนหนึ่งแล้ว ทรงพอพระทัยมากถึงกับเคยเชิญเธอไปเป็นแขก ณ วิลล่าที่เมืองคานส์ ทำให้หม่อมชาลิต้าหึงหวงอยู่พักใหญ่ แต่ก็จบลงด้วยการที่ทรงคืนดีกับหม่อมแล้วใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันต่อมา หญิงสาวสวยชาวไทยคนนี้ ก็คือคุณสาลิกา กะลันตานนท์



คุณสาลิกาคือหม่อมคนที่สามของพระองค์พีระ ทรงสมรสด้วยเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๐ ส่วนเรื่องงาน ก็ทรงเริ่มชีวิตนักธุรกิจ ตั้งบริษัท Bira Sport เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ nectar จากเยอรมัน


วงล้อแห่งโชคชะตาได้หมุนพาพระองค์พีระขึ้นสู่จุดสูงสุดตั้งแต่พระชนม์ยี่สิบเศษๆ มาแล้ว แล้วหยุดนิ่งอยู่ตรงจุดสูงสุด จนถึงพระชนม์สี่สิบเศษ หลังจากนั้นวงล้อก็เริ่มหมุนลง


เริ่มต้นด้วยธุรกิจรถยนต์สั่งจากเยอรมัน ต้องล้มเลิกไป พระองค์พีระเป็นนักกีฬาระดับอัจฉริยะก็จริง แต่ไม่ทรงมีหัวทางธุรกิจ เพียงสามปีก็ทรงจำต้องเลิกกิจการ แล้วตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Bira Commmerce Co. แทน ต่อมาทรงดำริจะตั้งบริษัทเกี่ยวกับการบินชื่อ Bira Air Transport เพื่อขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างไทยกับลอนดอนแต่ธุรกิจนี้ก็ไปไม่รอดอีก


หน้าที่ 5 - ความสูญเสียของพระองค์พีระ
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลงในพ.ศ. ๒๔๘๘ ประเทศไทยได้มหามิตรรายใหม่คือสหรัฐอเมริกา วัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบอเมริกันหลั่งไหลเข้ามาแทนที่วัฒนธรรมยุโรปที่เคยรับมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ รถยนต์อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมันที่คนไทยเคยชอบก็ถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ยี่ห้อต่างๆของอเมริกาแทนรถอเมริกันอย่างไครสเลอร์ คาดิลแลค โอลสโมบิล พลีมัธ วิ่งกันหนาตาในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๑๐ กิจการบริษัทของพระองค์พีระก็ต้องปิดลงอีกครั้ง


เรื่องที่สองคือผู้เป็นที่รักยิ่งของท่าน จากไปทั้งสองคนในปีเดียวกัน พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคมะเร็ง เมื่อพ.ศ. ๒๕๐๖ ส่วนหม่อมสาลิกาผู้ครองรักกันอย่างเป็นสุขมา ๖ ปีก็จำใจทูลลาหย่าขาดจากท่าน จากกันด้วยน้ำตาเช่นเดียวกับหม่อมซีริล






ความสูญเสียของพระองค์พีระไม่ได้จบลงแค่นี้ ๘ ปีต่อมา หม่อมราชวงศ์ พีรเดช ผู้กำลังเป็นหนุ่มวัยรุ่น น่าจะมีอนาคตอีกไกล กลับเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับเด็กหนุ่มวัยนี้


หลังพ.ศ.๒๕๐๖ เมื่อหม่อมสาลิกาแยกทางไปแล้ว ชีวิตหลังจากนั้นค่อนข้างคลุมเครือสำหรับผู้สนใจศึกษาชีวประวัติ ทราบแต่ว่า พระองค์เจ้าพีระทรงมีหม่อมอีก ๒ คนที่ไม่ปรากฏชื่อในสังคม และหนึ่งในจำนวนนี้มีโอรส(หรือธิดา)ด้วยกัน แต่ไม่มีรายละเอียดให้ทราบมากกว่านั้น


ที่รู้คือในพ.ศ. ๒๕๑๔ เสด็จไปยุโรปอีกครั้ง เพื่อเตรียมแข่งขันเรือใบสำหรับกีฬาโอลิมปิคที่เยอรมนี แล้วแวะเยี่ยมหม่อมซีริลที่อิตาลี ต่อจากนั้น ข่าวคราวของพระองค์พีระหายเงียบไปจากสังคม อาจจะมีแต่พระญาติสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าทรงอยู่ที่ไหนอย่างไร


สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังสงครามโลก เป็นหนุ่มสาวในทศวรรษ ๑๙๖๐ เกือบทั้งหมดไม่รู้จักพระนามเจ้าดาราทองอีกแล้วสังคมไทยเปลี่ยนโฉมหน้าไปมากมาย ความสนใจของหนุ่มสาวมุ่งไปที่เสียงเพลงมากกว่ากีฬา หรือถ้ามีการแข่งขันกีฬาใหญ่โตอย่างเอเชียนเกมส์ ความสนใจก็พุ่งไปที่กีฬาฟุตบอล วิ่ง ว่ายน้ำ เสียมากกว่า


เวลาผ่านไปจนถึงทศวรรษ ๑๙๗๐ ความโอ่อ่ารุ่งเรืองในอดีตกลายเป็นเรื่องที่ถูกเก็บลงหีบ หมดสิ้นไปกับกาลเวลา พระองค์พีระมีพระชนม์หกสิบเศษ อาจจะเสด็จปะปนไปกับฝูงชนริมถนนในกรุงเทพมหานครโดยไม่มีใครรู้จักว่าชายชราผู้นี้คือใคร ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ เท่าที่ทราบคือทรงดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่อำนวยให้ทรงอยู่ได้อย่างชั้นหนึ่งเหมือนเมื่อก่อนอีก


เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๖ เสด็จกลับไปอังกฤษอีกครั้ง เก็บพระองค์อย่างชายชราที่ไม่มีใครรู้จัก ทรงแวะเยี่ยมหม่อมซีริลเป็นครั้งสุดท้าย


สองวันก่อนคริสต์มาส ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ผู้คนในลอนดอนกำลังชุลมุนวุ่นวายจับจ่ายซื้อข้าวของต้อนรับเทศกาลสำคัญที่สุดของชาวคริสต์ ชายชราคนหนึ่งล้มลงที่สถานีรถไฟบารอนส์คอร์ต สิ้นลมหายใจก่อนแก้ไขทัน


ไม่มีใครทราบว่าชายชาวเอเชียคนนี้เป็นใคร ไม่มีหลักฐานชื่อที่อยู่ในตัวเขา นอกจากจดหมายเขียนเป็นภาษาที่ตำรวจอ่านไม่ออก สก๊อตแลนด์ยาร์ดส่งจดหมายไปสอบถามผู้เชียวชาญทางภาษาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน กินเวลาถึง ๗ วันก่อนจะรู้และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ในลอนดอนว่า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เจ้าดาราทองผู้โด่งดังที่สุดเมื่อ ๕๐ ปีก่อนสิ้นพระชนม์เสียแล้ว พระชนม์ ๗๑ พรรษา


BBC ออกข่าวโทรทัศน์ทั่วประเทศทั้งเช้า กลางวัน เย็น ถือเป็นข่าวใหญ่ ITV ออกข่าวไปทั่วโลก


ข่าวสิ้นพระชนม์ลงข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยทุกฉบับ รวมทั้งนสพ.อังกฤษและประเทศอื่นๆที่เคยทรงทำชื่อเสียงไว้


สถานทูตจัดพิธีสวดพระอภิธรรมถวายอย่างสมพระเกียรติ บรรดาเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในอังกฤษได้รับแจ้งข่าวนี้ทั้งหมด เมื่อพระศพถูกเคลื่อนย้ายไปที่สุสานเพื่อถวายพระเพลิง นักแข่งรถดังๆสมัยเดียวกันรวมตัวกันทั่วยุโรป บินมาร่วมแสดงความคารวะ หม่อมราชวงศ์ นริศรา จักรพงษ์ ธิดาในพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เป็นผู้อัญเชิญธูปเทียนพระราชทานมาร่วมงาน ข้าราชการไทยในสถานทูตไปร่วมงานกันทั้งหมด


หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์ ผู้รวบรวมประวัติของท่าน ส่งท้ายไว้อย่างงดงามว่า


“ ดวงพระวิญญาณลอยละล่องขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว เพียงแค่จดหมายภาษาไทยหนึ่งฉบับที่ทรงทิ้งไว้เพื่อส่งท้ายให้ได้ทราบว่าพระองค์คือใคร


เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน “ เจ้าดาราทอง” เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม”


****************


หนังสืออ้างอิง


- ต้นกำเนิดที่เกิดเหตุ " เจ้าชายดาราทอง " โดย หญิงหมัด (หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์ )


- ชีวิตเหมือนฝัน เล่ม ๑ โดย คุณหญิงมณี สิริวรสาร

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ส.ค. 2549 (12:12)
ช่วงบั้นปลายชีวิตของพระองค์ท่านนี่น่าสงสารจังเลยนะครับ แต่ช่วงแรกๆนี่ทำให้ผมนึกถึงดาราฮอลลีวู้ดหลายๆคนเลยครับ ขอบคุณคุณเทาชมพูที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ :D
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ส.ค. 2549 (14:17)
ชีวิตเป็นเรื่องที่น่าศึกษา
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ส.ค. 2549 (19:26)
พระองค์เจ้าพีระ ทรงมีบุคลิกเป็นดาราหนังได้สบายพอๆกับพระองค์จุลฯเลยนะคะ อ่านเรื่องของพระองค์จากปกแข็งเล่มใหญ่เกิดวังปารุสก์ แล้วทึ่งมากๆ
ประติมากรรมของท่านก็ยอดเยี่ยม
ทรงเป็นศิลปินเต็มตัวจริงๆ
อ่านที่คุณหญิงมณี สิริวรสาร เขียนถึงท่านก็เป็นอีกด้านของเหรียญค่ะ
ไม่ทราบว่าตอนจบ ชีวิตท่านจะเดียวดายขนาดนั้น..
กุ้งแห้งเยอรมัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 158 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 31 ส.ค. 2549 (14:53)
ชีวิตเป็นอนิจจังครับ
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 1 ก.ย. 2549 (14:03)
ว่ากันว่า...รถแข่งที่พระองค์ท่านใช้แข่ง จนกระทั่งได้รับชัยชนะ จนได้ตำแหน่งเป็นเจ้าดาราทองนั้น เป็นรถผิดพลาดจากกระบวนการผลิต ที่เีรียกว่า "One of Thousand" (คำนี้หมายถึง สถิติของความผิดพลาดของเครื่องจักรในการผลิต ในสมัยยุคบุกเบิกแรกเริ่ม ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตยังไม่พัฒนามากนัก ทำให้ไม่ว่าจะผลิตสินค้าชนิดใดก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้ว ทุก ๆ 1,000 ชิ้นที่ผลิตได้ เครื่องจักรจะเกิดข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ขึ้นครั้งหนึ่ง และจะได้สินค้าที่มีลักษณะพิเศษออกมา 1 ชิ้นเสมอ) ส่วนไหนของรถคันนี้ ที่เกิดข้อผิดพลาด
คำตอบคือ "กระบอกสูบ" ครับ
กระบอกสูบของรถคันนี้มีขนาดใหญ่ผิดไปจากรถรุ่นเดียวกัน ทำให้รถที่ท่านใช้มีกำลังมากกว่ารถคันอื่น จึงสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าภายในระยะเวลาเท่า กัน นับเป็นความโชคดีของท่าน ซึ่งสมัยนั้นไม่ถือว่าเป็นการโกง (ถ้าเกิดขึ้นในสมัยนี้ ก็อาจถูกประท้วงจากคู่แข่งรายอื่นได้ !)
einstine เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 4 ก.ย. 2549 (18:22)
Death is the classic thing : ความตายเป็นเรื่องคลาสสิก
sweet_home_alabama เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 5 ก.ย. 2549 (15:14)
พระองค์น่าจะอยู่ในเมืองไทยมากกว่านี้
ทินกร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 34 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 ก.ย. 2549 (16:31)
หม่อมอีก 2 ท่านสุดท้ายที่ไม่ปรากฎนามในสังคม ท่านแรกคือ "หม่อมใหญ่" (คุณล่อม)
และหม่อมสุดท้ายที่มีโอรส ธิดา ด้วยกันคือ "หม่อมเล็ก" (หม่อมชวนชม) ค่ะ

แม่เราเล่าให้ฟังค่ะ ^^
กำปงพิราเทวี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 ก.ย. 2549 (12:35)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูจะดังมากในสมัยก่อน แต่สมัยนี้คนไม่ค่อยรู้จักกันเลย ขอบคุณมากครับที่นำมาให้อ่าน
violoncello เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 3 ต.ค. 2549 (20:54)
เคยอ่านเจอว่าท่านเคยเจอผีปู่โสม ที่วัดกุฏีดาวมาด้วยนี่ครับ
อมตะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 มี.ค. 2550 (15:31)
ชีวิตของพระองค์ก็เปรียบเสมือนนิยายเรื่องยาวเรื่องหนึ่ง
ที่มีตอนจบแบบโศกนาฏกรรม
แต่ก็ประทับใจ ตอนสุดท้ายเยี่ยมมาก
“ ดวงพระวิญญาณลอยละล่องขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว เพียงแค่จดหมายภาษาไทยหนึ่งฉบับที่ทรงทิ้งไว้เพื่อส่งท้ายให้ได้ทราบว่าพระองค์คือใคร
เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน“ เจ้าดาราทอง”เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม”
คิดได้ยังไงคะ งดงามมากๆ
ดังหยาดฟ้ามาแต่กระยาหงัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 16 เม.ย. 2550 (17:36)
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีค่ะ
pingpar เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ม.ค. 2551 (13:45)
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวครับ
erlking เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 14,370 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 186 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.