การออบแบบของเล่นเด็ก

การออบแบบของเล่นเด็ก

ดร.ฉัตรชัย   จันทร์เด่นดวง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ


          ของเล่นเป็นสิ่งที่เด็กๆ ทุกวัยต้องการเพราะนอกจากสนุกสนานแล้ว   ยังเป็นการเรียนรู้   การสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์   การพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ   การอยู่ร่วมกันในสังคม   การออกแบบของเล่นสำหรับเด็กจึงต้องให้เหมาะสมกับวัยของเด็กที่สามารถเรียนรู้ของเล่นนั้นๆ ซึ่งสามารถแบ่งวัยของเด็กได้ดังนี้

ช่วงแรกเกิดจนถึง 6 เดือน

         เด็กช่วงแรกเกิดยังไม่สามารถใช้มือจับของเล่นได้   เด็กจะสนุกกับการสำรวจสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวด้วยประสาทสัมผัสทางตาและหู   ของเล่นจึงควรเป็นประเภทที่มีเสียงและมีสีมันสดใส   เมื่อเด็กเริ่มจับสิ่งของได้ของเล่นจะเป็นประเภทที่มีผิวลวดลายและปลอดภัยเมื่อเข้าปาก

ช่วงอายุ 6 เดือนถึง 1 ปี

          เด็กในวัยนี้เมื่อนั่งได้จะชอบใช้มือจับของเล่นฟาดกับพื้น   โยน   ต่อเป็นชั้นๆ สวมเข้าและถอดออกเปิดและปิด   และเมื่อเด็กเริ่มคลานหรือเดินก็จะสนุกกับของเล่นที่เคลื่อนที่ไปเด็กได้ 

ช่วงอายุ 1 ปี- 2 ปี

          เด็กวัยนี้เป็นนักสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็นและสงสัย   เด็กเริ่มเดินเตาะแตะได้   เด็กจึงต้องการของเล่นที่ต้องใช้ความสามารถทางร่างกายตนเองเช่น การเดิน การปีนป่าย การขี่ และการผลัก และของเล่นที่กระตุ้นให้ทดลองและใช้มือเล่น

ช่วงอายุ 2 ปี- 3 ปี

           เด็กจะชอบทดสอบความสามารถของร่างกายตนเองเช่น การกระโดด การปีนป่าย การขว้าง ดังนั้นของเล่นจึงเป็นพวกที่ต้องใช้พลังร่างกาย   เด็กมีการใช้มือและนิ้วได้ดีจึงสนุกกับของเล่นประเภทศิลปะพื้นฐาน งานฦมือ หุ่นกระบอก กล่องต่างๆ และปริศนาอย่างง่าย   เด็กเริ่มเล่นของเล่นที่ใช้จินตนาการ

ช่วงอายุ 3ปี- 6 ปี

          เด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียนหรือเรียนอนุบาลจะเล่นด้วยกันอย่างสนุกและจะมีจินตนาการสูง ชอบแสดงเป็นผู้ใหญ่และสนุกกับการแต่งตัวที่จะทำให้จิตนการเป็นจริง   เด็กในช่วงนี้จะมีของเล่นโปรดของตัวเอง และเด็กก็ยังสนุกกับงานศิลปะและงานฝีมือที่สร้างสรรค์ด้วยมือ

ช่วงอายุ 6 ปี- 9 ปี

          เด็กในวัยเรียนชอบเล่นของเล่นที่ต้องใช้กลวิธีและความชำนาญเช่น เกมกระดาน ลูกแก้ว ว่าว เด็กวัยนี้สนุกกับการสำรวจความแตกต่างในโลกของผู้ใหญ่ ชอบแฟชั่น เด็กจะเสาะหาข้อมูลและประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเล่นและสนุกกับวิทยาศาสตร์ งานฝีมือ และชุดมายากล

ช่วงอายุ 9ปี- 12 ปี

           เด็กช่วงนี้จะพัฒนางานอดิเรกและสิ่งที่สนใจในระยะยาวขึ้นและสนุกกับงานฝีมือ ชุดแบบจำลอง ชุดมายากล   ชุดก่อสร้าง ชุดทอลองวิทยาศาสตร์ และจิ๊กซอว์ที่ซับซ้อนมากขึ้น   เด็กยังสนใจในการระบายสี การแกะสลัก การปั้นเซรามิกส์ และโครงสร้างศิลปะอื่นๆ

         การออกแบบของเล่นเด็ก   นอกจากออกแบบให้เหมาะสมกับวัยของเด็กแล้ว   สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบคือความปลอดภัยของของเล่น   อันตรายที่เกิดจากของเล่นมีตั้งแต่   ขนาดของชิ้นส่วน รูปลักษณ์วัสดุที่ใช้ทำของเล่น วัสดุเคลือบผิว หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ห่อหุ้มของเล่นก็สามารถเป็นอันตรายแก่เด็กได้   อันตรายจากของเล่นที่เกิดกับเด็กได้มีดังต่อไปนี้

         1.   อันตรายจากการหายใจไม่ออก (choking  hazard) ของเล่นเด็กที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็กที่สามารถใส่เข้าปากได้   สามารถเข้าไปติดที่ลำคอเด็กทำให้หายใจไม่ออก

         2.   อันตรายจากการรัด (strangulation  hazard) ของเล่นที่มีเชือกคาดหรือยางยืดที่ยาวพอ สามารถรัดคอเด็ก   ทำให้หายใจไม่ออกได้

         3.   อันตรายจากเสียงดัง (loud toy) ของเล่นที่มีเสียงดังเกินไปจะเป็นอันตรายต่อแก้วหูของเด็กได้ตามมาตรฐานมอก. 685 เล่ม 1 ระบุว่าเสียงที่ต่อเนื่องนานเกิน 1 วินาทีต้องมีระดับเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบลเอสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 18 เดือน และไม่เกิน 85 เดซิเบลเอสำหรับเด็กอายุเกิน 18 เดือน

         4.   อันตรายจากสารพิษ (toxic toy) ของเล่นที่ทำจากวัสดุหรือสารเคลือบที่เป็นพิษหรือมีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นพิษ จะทำให้เด็กได้รับอันตรายากพิษเหล่านั้นด้วย   เช่นน้ำยาทาเล็บที่มีสาร dibutyl phthalate หรือ xylene

         5.   อันตรายจากรูปลักษณ์   ของเล่นที่มีขอบคมหรือปลายแหลมสามารถบาดหนังหรือทิ่มแทงตาได้

          เนื่องจากของเล่นสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้   ดังนั้นจึงมีกฏข้อบังคับด้านความปลอดภัยสำหรับของเล่น   ตัวอย่างของกฎข้อบังคับของ U.S. Consumer Product Safety Commission ได้แบ่งตามอายุของเด็กดังนี้

สำหรับเด็กทุกวัย

          -    ของเล่นที่ใช้ไฟฟ้าจะต้องไม่เสี่ยงกับการช็อตและความร้อน

          -    ปริมาณตะกั่วในสีต้องไม่เกินที่มาตรฐานกำหนด

          -    ไม่มีสารเป็นพิษในเนื้อและที่ผิวของเล่น

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
          -    ต้องไม่แตกเมื่อใช้งานในสภาพปรกติและไม่ปรกติ

          -    ไม่มีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สามารถติดคอเด็กได้

          -    เส้นผ่านศูนย์กลางของลูกบอลต้องไม่ต่ำกว่า 1.75 นิ้ว

สำหรับเด็กอายุระหว่าง 3 ปีถึง 6 ปี
          -    ของเล่นหรือเกมส์ที่มีชิ้นส่วนเล็กๆ จะต้องติดฉลากเตือนการติดคอได้ โดยเฉพาะลูกบอลหรือลูกแก้วที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 1.75 นิ้ว

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี
          -    ของเล่นไฟฟ้าจะต้องไม่มีส่วนกำเนิดความร้อน

          -    จะต้องไม่มีส่วนแหลม

          -    จะต้องไม่มีของคม

          สำหรับประเทศไทย   กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเล่น รวม 3เล่ม คือ 1. มาตรฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 1-2540   จะบอกมาตรฐานของเล่นในเรื่องคณลักษณะของของเล่นที่ต้องการและควรจะเป็น เช่น ปริมาณโลหะหนักใน สี สารเคลือบ วัสดุขีดเขียน พลาสติก กระดาษ และการะดาษแข็ง จะต้องมีค่าไม่เกินตามตารางที่ 1 วัสดุที่ใช้ทำของเล่นต้องเป็นวัสดุใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน    2. มาตราฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 2-2540   จะบอกมาตรฐานของภาชนะบรรจุและฉลาก เช่น พลาสติกอ่อนที่ใช้ทำภาชนะบรรจุต้องหนาไม่น้อยกว่า 0.038 มิลลิเมตร และ   3.  มาตรฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 3-2540 เป็นมาตรฐานในการทอสอบและวิเคราะห์ของเล่น เช่น การทนแรงดึง การกระแทก การติดไฟ เป็นต้น

ตารางที่ 1 ปริมาณโลหะหนักในสารละลายที่สกัดได้จากสี สารเคลือบ วัสดุขีดเขียน พลาสติก กระดาษและกระดาษแข็ง

โลหะหนัก เกณฑ์ที่กำหนดสูงสุด
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
พลวง 60
สารหนู 25
แบเรียม 
1000
แคดเมียม 75
โครเมียม 60
ตะกั่ว
90
ปรอท 60
ซิลิเนียม
500

          ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบมาตรฐานของเล่นเพื่อความปลอดภัยของเด็กแล้ว   ผู้ปกตรองก็มีส่วนช่วยเสริมด้านความปลอดภัยให้กับเด็กได้เช่นกันโดยปฏิบัติดังนี้

          1.    เลือกของเล่นที่สนใจและเหมาะสมแก่วัยและความสามารถในการเล่นของเด็ก

          2.    เลือกของเล่ที่ออกแบบดีและมีคุณภาพ

          3.    อย่าซื้อของเล่นที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็กให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี

          4.    อ่านคู่มือการเล่นและคำเตือนด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้เด็กเข้าใจ

          5.    อย่าซื้อของเล่นสำหรับเด็กโตกว่าให้เล่น

          6.    ทิ้งภาชนะบรรจุของเล่นก่อนที่จะให้เด็กเล่น

          7.    หมั่นตรวจของเล่นเป็นระยะ   ถ้าของเล่นเสียให้รีบซ่อมหรือทิ้งไป

          8.    ควรมีผู้ใหญ่เผ้าดูขณะเด็กเล่น

          9.    เก็บของเล่นในที่เก็บให้เรียบร้อย

          จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าการออกแบบของเล่นสำหรับเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย   เพราะนอกจากจะต้องเข้าใจความต้องการของเด็กในแต่ละวัยแล้ว   ยังจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเล่นของเล่นเด็กอีกด้วย   ผู้ผลิตจึงต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเล่นเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

เอกสารอ้างอิง
1.    “Fun Play Safe Play,” A Guide From The Toy Industry Foundatiom,Inc.,http://www.toytia.org/Content/NavigationMenu/Press_Room/Publications_Resources1/Fun_play_safe_play/FunPalySafePlaySafe.pbf
2.    “Trouble in Toyland,”The 19^{th} Annual Survey of Tot Safety, Nationmal Asscociation of Safe PIRGs,November 2004.
3.    “Which Toy for which Child,”A Consumer’s Guide for selecting Suitable Toys, ”U.S. Consumer Product Safety Commission, Washington, D.C. 20207,Pub.No.285.
4.    “For Kids’ Safe,” U.S. consumer Product Safety Commission , Washington, D.C.20207
5.    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเล่น เล่ม 1 มาตรฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 1-2540
6.    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเล่น เล่ม 2 มาตรฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 3-2540

7.    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของเล่น เล่ม 3 มาตรฐานเลขที่ มอก. 685 เล่ม 3-2540

tags :

บทความอื่นๆ