|
||
|
|
|
จุดกำเนิด “ก๊าซธรรมชาติ” ความหวังแห่งพลังงานไทย
สื่อชุมชน (วารสารสื่อชุมชน) (37,047 views) first post: Mon 15 June 2009 last update: Mon 15 June 2009
การที่ประเทศไทยได้ศึกษาและนำเทคโนโลยี Gas District Cooling and Co-generation มาใช้ จึงเป็นเสมือนก้าวใหม่ของการใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติให้ได้ประสิทธิภาพอย่างสูงสุดช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและยังช่วยเรื่องการลดมลภาวะอีกด้วย
|
ภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชนและวิชาการดอทคอม
www.pttplc.com

จากความมุ่งมั่นในการแสวงหาพลังงานทดแทน เพื่อบรรเทาสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำมันโลก ประกอบกับมีการสำรวจพบ “ก๊าซธรรมชาติ” ในอ่าวไทย ซึ่งมีปริมาณมากเพียงพอที่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงมีคุณสมบัติพิเศษที่เป็นพลังงานสะอาดและปลอดภัย เหมาะสมสำหรับนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ ปตท. จึงได้ริเริ่มการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นแรก ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อนในเมืองไทย ปตท. จึงต้องเรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจแนวท่อ การซื้อท่อ การพอกท่อการวางท่อในทะเล ซึ่งสภาพทะเลอ่าวไทยไม่เหมือนกับที่อื่น การเชื่อมท่อท่อนที่หนึ่ง สอง สาม จนเป็นหลายพันท่อน และท่อเส้นแรกที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2524 เป็นท่อในทะเลที่ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น และจากจุดเริ่มต้นนั้นเอง ปตท. ได้ขยายโครงข่ายระบบท่อ ทั้งก่อสร้างท่อคู่ขนาน และท่อในทะเลเส้นที่ 3 เพิ่มขึ้น รวมถึงวางโครงข่ายระบบท่อบนบกให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้รองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากภาคการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ภาคอุตสาหกรรม และภาคคมนาคมขนส่ง


ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอุดมไปด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีคุณค่ามากมายเกินกว่าที่จะนำไปเผาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเพื่อนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ปตท.จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติโดยแยกส่วนประกอบที่มีคุณค่าออกมาก่อนส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 จังหวัดระยองแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2528 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด จากจุดกำเนิดวันนั้นถึงวันนี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ก๊าซธรรมชาติด้วยกันถึง 5 หน่วยนับเป็นการพลิกโอกาสของประเทศในการนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นตามลำดับ

อีกหนึ่งก้าวของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ก๊าซธรรมชาติ ซึ่ง ปตท. ได้พัฒนาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ โดยนำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่เป็นระบบพลังงานร่วมมาผลิตไฟฟ้า ไอน้ำและน้ำเย็นพร้อมกัน คือระบบ Gas District Cooling and Co-generation หรือ Tri-Generation ดังที่ใช้อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระบบดังกล่าวถือเป็นระบบที่ใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติได้เต็มประสิทธิภาพถึง 80% ซึ่งมากกว่าภาคไฟฟ้า ที่ปัจจุบันใช้ได้เพียง 50% เท่านั้น ดังนั้น การที่ประเทศไทยได้ศึกษาและนำเทคโนโลยี Gas District Cooling and Co-generation มาใช้ จึงเป็นเสมือนก้าวใหม่ของการใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติให้ได้ประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และยังช่วยเรื่องการลดมลภาวะอีกด้วย
เรามีความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาก๊าซธรรมชาติ เป็นก้าวหนึ่งของความสำเร็จที่สำคัญของภารกิจความมั่งคงทางด้านพลังงานประเทศ... ซึ่งเราจะมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อความยั่งยืน และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยทุกคนตลอดไป