ระบบการศึกษา ประเทศฝรั่งเศส

ระบบการศึกษาทั่วไป

ระบบการศึกษา

ประเทศฝรั่งเศสแบ่งระดับการศึกษาเป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เช่นเดียวกับ ประเทศไทย แต่จำนวนปีที่ศึกษาในแต่ละระดับแตกต่างกันออกไป สำหรับการศึกษาระดับ ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมใช้เวลา 12 ปีเท่ากับประเทศไทย ดังนั้น นักเรียนไทยที่จบ มัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว จึงมีสิทธิ์เรียนใน ระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศสได้รัฐบาลฝรั่งเศส กำหนดการศึกษาภาคบังคับไว้สำหรับ เด็กอายุ 6 – 16 ปี ระดับการศึกษาขั้นต่างๆ แบ่งดังนี้

  1. อนุบาล เป็นการศึกษาไม่บังคับ แต่คนส่วนใหญ่จะส่งบุตรเข้าโรงเรียน ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ครึ่ง ถึง 3 ขวบ การศึกษาขั้นนี้แบ่งเป็น 3 ชั้น (Section) คือ เด็กเล็ก (อายุ 2 - 3 ขวบ) เด็กกลาง (4 – 5 ขวบ) และเด็กโต (5 – 6 ขวบ)
  2. ประถมศึกษา (Ecole Primaire) เป็นการศึกษาภาคบังคับ รับนักเรียนอายุ 6– 11 ปี ประกอบ ด้วยชั้น 5 ชั้น โดยแบ่งเป็น 3 วงจร คือ

    วงจรแรก เรียน 1 ปี เรียกว่าชั้นเตรียมตัว (Cours Preparatoire – CP) อายุ 6– 7 ปี

    วงจรที่ 2 เรียน 2 ปี เรียกว่าชั้นเบื้องต้น (Cours Elementaire – CE 1 และ CE 2) อายุ 7– 9 ปี

    วงจรที่ 3 เรียน 2 ปี เรียกว่าชั้นกลาง (Cours Moyen – CM1 และ CM2) อายุ 9 – 11 ปี

  3. มัธยมศึกษาตอนต้น (College) เป็นการศึกษาภาคบังคับระดับนี้แบ่งเป็น 2 วงจร วงจรละ 2 ปี เริ่มตั้งแต่ชั้น 6 จนถึงชั้น 3 สำหรับเด็กอายุ 11 – 15 ปี

    วงจรแรกมีชื่อว่า วงจรสังเกตการณ์ (Cycle d’ Observation) ชั้น 6 และ 5 อายุ 11– 13 ปี

    วงจรที่ 2 มีชื่อว่า วงจรแนะแนว (Cycle d’orientation) ชั้น 4 และ 3 อายุ 13 – 15 ปี

    หลังจากศึกษาวงจรที่สองระดับมัธยมต้นแล้ว คือเมื่อจบชั้น 3 นักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ดีนัก จะถูกคณะกรรมการของชั้น (Conseil de Classe) ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์ใหญ่ ครูผู้สอน แต่ละวิชาและผู้แทนนักเรียน แนะนำให้ย้ายไปเรียนสาขาวิชาชีพแทนที่จะ เข้าเรียนในหลักสูตร ทั่วไปสายสามัญ

  4. มัธยมศึกษาตอนปลาย ระยะเวลาศึกษา 3 ปี แบ่งเป็นโรงเรียนสายสามัย Lycees และ สายอาชีพ Lycees d’Enscignement professional (L.E.P.)
      1. สายสามัญ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้น 2 (Class de Seconde) ชั้น 1 (Class de Premiere) และชั้นสุดท้าย (Terminale) นักเรียนจะต้องสอบเพื่อให้ได้รับประกาศนียบัตร มัธยมศึกษา ตอนปลาย (Baccalaureat) หรือเรียกสั้นๆ ว่า bac ซึ่งเป็นการสอบทั่วประเทศ ผู้ที่ได้รับ ประกาศนียบัตรนี้มีสิทธิ์สมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องมีการสอบแข่งขัน การเรียนใน ระดับนี้ แบ่งเป็น 4 สายหลักๆ ดังนี้
        • สายวิทยาศาสตร์ (Scientifique)
        • สายอักษรศาสตร์ (Litteraire)
        • สายเศรษฐกิจและสังคม (Economique et Social)
        • สายเทคนิค (Basccalaureat Technique) เป็นการเรียนผสมระหว่างความรู้ สามัญทั่วไป และการฝึกอาชีพ จบแล้วได้ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาสาย เทคนิค (B.Tn หรือ B.T.) สามารถออกไปประกอบอาชีพได้หรือเรียนต่อใน Institut Universitaire de technologie (I.U.T) ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย เกือบทุกแห่ง
      2. สายอาชีพ เรียนวิชาสามัญทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ แล้วศึกษาวิชาชีพในบริษัท หรือ โรงงานด้วย จบการศึกษาแล้วออกไปประกอบอาชีพได้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
        • รับจากผู้จบชั้น 3 แล้วศึกษา 2 ปี จะได้ Brevet d’etudes professionelles (B.E.P.) หรือ Certificate d’ aptitucle professioneless (C.A.P) การเรียนเพื่อรับ C.A.P. จะเน้น ความชำนาญเฉพาะทางมากกว่า การเรียน เพื่อรับ B.E.P.
        • รับจากผู้จบชั้น 5 และมีอายุอย่างน้อย 14 ปี มาเรียนอีก 3 ปี จบแล้วได้ C.A.P.

        .

  5. อุดมศึกษา หมายถึงการศึกษาในระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภท ใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ การศึกษาระยะสั้น การศึกษาระยะยาว และการศึกษาในโรงเรียนชั้นสูง หรือ Grandes Ecoles (กรองเอโก)
  6. ประเภทที่ 1 การศึกษาระยะสั้น (Short Programs) เป็นการศึกษาเน้นวิชาชีพ ใช้เวลา 2 – 3 ปี หลังจากมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดสอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาชั้นสูงบางแห่ง (Lycee) และสถาบันอุดมศึกษาวิชาชีพ (IUP – Institut Universitaire de Technology) ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งของฝรั่งเศส ซึ่งมีประมาณ 98 แห่ง

    คุณวุฒิของการศึกษาระยะสั้น มีดังนี้

    1. ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงในโรงเรียนมัธยมศึกษา นักเรียนที่จบการศึกษา และได้รับ ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาสายเทคนิค (Baccalaureat Technologique) หรือ ผู้ที่ได้รับ Baccalaureat สายสามัญที่ไม่ต้องการ ศึกษาระยะยาว สามารถเข้าศึกษา เพื่อรับ ประกาศนียบัตรช่างเทคนิคขั้นสูง (BTS - Brevet de Technicien Superieur) โดยใช้เวลาศึกษา 2 ปี เพื่ออกไปประกอบอาชีพได้ในทันที การศึกษา ระดับนี้มีกว่า 150 แขนง สาขาใหญ่ๆ คือ เกษตรกรรม วิศวกรรม การไฟฟ้า เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา คอมพิวเตอร์ การบริหารบุคคล การสื่อสาร ศิลปกรรม เป็นต้นหลักสูตรการศึกษา ในระดับนี้คือ ปีแรกเป็นการศึกษา ภาค ทฤษฎี 32 – 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ปีที่ 2 จะเน้นหนักทางด้านปฏิบัติและ เทคนิค โดยที่นักศึกษาจะต้องเข้าฝึกงานในสาขาที่เรียนประมาณ 4 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อยในช่วงปิดภาค การวัดผลการศึกษา จัดสอบปลายปีๆ ละครั้ง เมื่อนักศึกษาสอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตร BTS แล้วสามารถประกอบ อาชีพได้ทันที
    2. อนุปริญญาวิชาชีพมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีของตน ไว้เรียกว่า สถาบันเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย (IUP - Institut Universitaire de Technologie) เพื่อรับนักศึกษาที่ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา สายต่างๆ คือ Bac หรือ B.Tn หรือ B.T. โดยใช้เวลาศึกษา 2 ปี จบแล้ว จะได้รับ DUT - Diplome Universitaire de Technologie ซึ่งเทียบเท่า อนุปริญญาของรัฐ วิชาที่เปิดสอนในสถาบัน IUP จะเป็นวิชาชีพทั้งหมด 50 สาขา ซึ่งจะนำ ไปใช้ ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจ เช่น วิชาช่างวิศวรกรรม บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ เคมี ฟิสิกส์ สุขศาสตร์ และความ ปลอดภัย นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ผู้ที่ได้รับอนุปริญญา DUT สามารถออกไปประกอบ อาชีพ ได้ทันที หรือจะศึกษาต่อให้สูงขึ้น ในระดับ ปริญญาตรี โท เอก ในมหาวิทยาลัย

ประเภทที่ 2 การศึกษาระยะยาว หมายถึงการศึกษาในมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษา ที่ เน้นทฤษฎีและวิชาการในศาสตร์ต่างๆ ทุกสายวิชา มหาวิทยาลัยเป็นของรัฐบาลซึ่งมี ประมาณ 82 แห่ง กระจายไปตามเมืองสำคัญๆ ของฝรั่งเศส การตั้งชื่อมหาวิทยาลัย จะเรียกตามชื่อเมืองที่ตั้งอยู่ เช่น มหาวิทยาลัยในเขตปารีส เรียกว่า มหาวิทยาลัยปารีส และหากเขตนั้นมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ก็จะใส่หมายเลขลำดับต่อท้ายชื่อของ มหาวิทยาลัย เช่น ในเขตปารีสมีมหาวิทยาลัย 13 แห่ง ก็จะเรียกชื่อว่า มหาวิทยาลัยปารีส 1, มหาวิทยาลัยปารีส 2 เรื่อยไปจนถึงมหาวิทยาลัยปารส 13

การศึกษาในมหาวิทยาลัย แบ่งเป็น 3 วงจร ดังนี้

วงจรที่ 1 (Premier Cycle) หลักสูตร 2 ปี ต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย (BAC) จบแล้วได้อนุปริญญาทั่วไป (DEUG = Diplome d’etudes Universitaires Generales) เป็นการศึกษาทั่วไปและเตรียมศึกษาเฉพาะด้าน ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับนี้สามารถออกไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อไปได้

นอกจากนั้นในวงจรนี้ยังมีการศึกษาที่เน้นหนักภาคปฏิบัติและฝึกอบรม ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้เวลาเรียนเท่ากัน ผู้ที่จบการศึกษาจะได้รับอนุปริญญาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (D.E.U.S.T. - Diplome d’Etudes Universitaires Scientifiques et Techniques) และสามารถออกไปประกอบอาชีพได้

วงจรที่ 2 (Deuxieme Cycle) หลักสูตร 2 ปี ต่อจากอนุปริญญา หรือ DEUG เป็นการศึกษาขั้นลึกซึ้งเฉพาะสายวิชาที่ต้องการศึกษา

  • สำเร็จการศึกษาปีแรกของวงจรที่ 2 จะได้รับคุณวุฒิปริญญาตรี หรือ Licence
  • สำเร็จการศึกษาปีที่สองของวงจรที่ 2 จะได้รับคุณวุฒิปริญญาโท หรือ Maitries

วงจรที่ 3 (Troisieme Cycle) วงจรสุดท้ายของมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาระดับสูงเฉพาะ สาขาเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ (Specialisation) หรือเพื่อทำการค้นคว้าวิจัย (Recherche) เปิดรับผู้ที่จบปริญญาโท (Maitrise) โดยสามารถเลือกศึกษาได้ดังนี้

ก. ศึกษาเพื่อรับ Diplome d’Etudes Superieurs Supecialisees (D.E.S.S - ประกาศนียบัตร บัณฑิตชั้นสูงเฉพาะทาง) ใช้เวลาเรียน 1 ปี เป็นการศึกษาเน้นด้านอาชีพเฉพาะทาง จบแล้วสามารถ ออกไปประกอบอาชีพได้ แต่จะไม่มีสิทธิศึกษาต่อปริญญาเอก

ข. ศึกษาเพื่อรับ Diplome d’Etudes Approfondies (D.E.A. ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง) ระยะเวลาเรียน 1 ปี เป็นการศึกษาทฤษฏีและเทคนิคการค้นคว้าวิจัยเพื่อศึกษาต่อระดับ Doctorat

ค. การศึกษาเพื่อรับปริญญาเอก (Doctorat) มีระยะเวลา 3 – 6 ปี เป็นการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อทำวิทยานิพนธ์เสนอต่อคณะกรรมการ และเมื่อสอบป้องกันสำเร็จแล้วจะได้รับปริญญาเอก (Doctorat) ซึ่งเทียบเท่า Ph.D. ของอเมริกา

สรุป การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศส จะใช้เวลาในแต่ละระดับ คือ

    • ระดับอนุปริญญา 2 ปี
    • ระดับปริญญาตรี 3 ปี

สาขาพิเศษ 6 ปี - แพทย์ศาสตร์ สัตวแพทย์ เภสัชศาสตร์

5 ปี - ทันตแพทย์ สถาปัตยกรรม

    • ระดับปริญญาโท 1 ปี
    • ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง 1 ปี
    • ระดับปริญญาเอก อย่างน้อย 3 ปี

ประเภทที่ 3 โรงเรียนชั้นสูง (Grandes ecoles) มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตวิศวกรทั่วไป ผู้บริหารระดับสูงสำหรับปฏิบัติงานในภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ การเรียนการสอน เปิดกว้างสู่เทคโนโลยีระดับสูงและการวิจัยประยุกต์ ฝึกนักศึกษาให้พร้อมต่อการปฏิบัติงาน ในระดับนานาชาติ

โรงเรียนชั้นสูง แบ่งเป็นโรงเรียนชั้นสูงเฉพาะด้าน คือ

1. โรงเรียนชั้นสูงด้านพาณิชยศาสตร์ และบริหารธุรกิจ มีกว่า 50 แห่ง

2. โรงเรียนชั้นสูงด้านวิศวกรรมศาสตร์ มีกว่า 200 แห่ง

3. โรงเรียนชั้นสูงด้านบริหารรัฐกิจ มี 3 แห่ง

สำหรับการศึกษาแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

1. หลักสูตรพิเศษเตรียมแข่งขันเข้าโรงเรียนชั้นสูง (Classes preparatoires aux Grandes Ecoles - C.P.G.E.) ใช้เวลาศึกษา 2 ปีต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย (Bac) ระดับนี้ถือว่าเทียบเท่าอนุปริญญาของมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาให้มีความรู้ลึกซึ้งเฉพาะด้าน วิศวกรรมศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ หรือบริหารรัฐกิจ เพื่อเตรียมตัวสอบแข่งขันเข้าเรียนในโรงเรียน ชั้นสูงเฉพาะด้าน ดังกล่าว หากไม่สามารถสอบเข้าได้ ก็ต้องสมัครเรียนต่อระดับ ปริญญาตรี ใน มหาวิทยาลัย

2. ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ / พาณิชยศาสตร์ (Diplome d’Ingenteur de Commerce) เป็นปริญญาที่ถือว่าสูงกว่าปริญญาโทในมหาวิทยาลัย หรือเทียบเท่า ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง (DEA) ใช้เวลาศึกษา 3 ปี รับจากอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร ชั้นสูง (BTS, D.U.T.) หรือหลักสูตรพิเศษเตรียมแข่งขัน โดยนักศึกษาต้องผ่านการสอบคัดเลือก ระดับชาติ ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับนี้แล้วออกไปประกอบอาชีพได้ หรือเรียนใจโรงเรียนชั้นสูงต่ออีก 1 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรมาสเตอร์ (Mastere) ซึ่งเป็น ประกาศนียบัตรที่สูงกว่า DEA แต่ต่ำกว่าปริญญาเอก หรือจะศึกษาต่อระดับปริญญาเอกใน มหาวิทยาลัยก็ได้

ปีการศึกษาและการสมัครเข้าเรียน

ปีการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส

ทุกระดับ เริ่มปีการศึกษาเดือนตุลาคมจนถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไป โดยแบ่งปีการศึกษา ออกเป็น 2 ภาค ดังนี้

ภาคแรก ต้นเดือนตุลาคม – ต้นเดือนกุมภาพันธ์

ภาคสอง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ – ปลายเดือนมิถุนายน

ปิดภาค กรกฎาคม - กันยายน

การสมัครสถานศึกษาสำหรับนักเรียน

ก. การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรก - วงจรที่ 1 (ระดับอนุปริญญา / ระดับปริญญาตรี)

การสมัครเรียนในวงจรที่ 1 (premier cycle) สำหรับผู้ที่จะไปศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับอนุปริญญา หรือปริญญาตรีทุกสาขา รวมถึงปี 1 สาขาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และชั้นเตรียม ศึกษากฎหมาย เรียกว่า การสมัครเข้าเรียนล่วงหน้า ผู้ที่จะสมัครเรียนในระดับดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  1. เลือกสาขาวิชาและสถาบันการศึกษาที่สนใจ ซึ่งในระดับนี้นักเรียนมีสิทธิ์สมัครได้เพียง 2แห่ง จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่อยู่นอกเขตปารีส เครแตย และแวร์ซายส์ โดยบอกลำดับ ที่ 1 และ 2 ตามต้องการ หากสมัครมหาวิทยาลัยในเขตการศึกษาปารีส (Paris) เครแตย (Creteil) และแวร์ซายส์ (Versailles) ท่านจะมีสิทธิ์สมัครมหาวิทยาลัย ได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
  2. ขอรับใบสมัครเข้าเรียนล่วงหน้า ในระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน - 15 มกราคม

    สำหรับนักเรียนที่อยู่ในฝรั่งเศสแล้ว และมีใบอนุญาตประจำตัวคนต่างชาติ (Carte de Sejour) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี สามารถขอใบสมัครเข้าเรียนล่วงหน้าจาก มหาวิทยาลัยที่ท่านเลือกเป็นอันดับแรก

    สำหรับนักเรียนที่อยู่ในประเทศไทย ท่านจะต้องติดต่อขอใบสมัครเข้าเรียนล่วงหน้าจากฝ่ายวัฒนธรรมแห่งสถานเอกอัครราชทูต ฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่ 29 ถนนสาธรใต้ กรุงเทพ 10120 โทรศัพท์ 287-1592-98 โดยท่านอาจจะไปติดต่อด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์

    กรอกใบสมัครพร้อมส่งเอกสารประกอบการสมัครไปยังหน่วยงานที่ท่านขอใบสมัคร ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่
      1. สำเนาคำแปลประกาศนียบัตรรือปริญญาทีทำให้ท่านมีสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในสาขาวิชาที่ท่านเลือก คำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสดังกล่าวต้องผ่านการรับรองว่า ถูกต้อง ตามต้นฉบับ โดยหน่วยงานราชการของฝรั่งเศส จำนวน 1 ชุดในกรณีที่ ท่านยังไม่ได้รับประกาศนียบัตรหรือปริญญาดังกล่าว ท่านสามารถใช้ สำเนา ผลการศึกษาในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาแทนได้
      2. สูติบัตรพร้อมคำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส ที่รับรองอย่างเป็นทางการว่าถูกต้องตามต้น ฉบับ
      3. วิมัยบัตรระหว่างประเทศ (mternational reply coupons) 5 ใบ (ในประเทศ ไทย ซื้อได้ที่ไปรษณีย์กลาง)
      4. ซองจดหมายระบุที่อยู่ของท่าน 2 ซอง เพื่อให้มหาวิทยาลัยใช้ส่งคำตอบกลับมาให้ ท่าน
      5. เข้าสอบภาษาฝรั่งเศส ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยท่านจะได้รับการ เรียกตัว จากฝ่ายวัฒนธรรมแห่งสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย หรือโดย มหาวิทยาลัยที่ท่านยื่นใบสมัครเข้าเรียนล่วงหน้าในฝรั่งเศส
      6. ในวันที่ 1 – 15 มีนาคม ทางสถานเอกอัครทูตฝรั่งเศสจะส่งใบสมัครและหลักฐาน ประกอบการสมัครและคะแนนการสอบภาษาฝรั่งเศสไปยังมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ท่านเลือก
      7. ภายในเดือนเมษายนมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ท่านสมัครจะแจ้งผลการสมัครให้ท่านทราบ หากมหาวิทยาลัยตอบรับ ท่านจะได้รับหนังสือตอบรับการสมัคร เรียนล่วงหน้าซึ่ง ท่านสามารถ นำหนังสือดังกล่าวไปยื่นขอวีซ่านักเรียนเข้าฝรั่งเศสได้ และหากท่าน ถูกปฏิเสธการสมัคร มหาวิทยาลัยดังกล่าวจะส่งใบสมัคร เอกสารประกอบการสมัคร และคะแนนการสอบภาษา ไปยังมหาวิทยาลัยอันดับที่ 2 ต่อไป
      8. ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม มหาวิทยาลัยที่ท่านเลือกเป็นอันดับสอง จะแจ้งผล การสมัครให้ท่านทราบ หากมหาวิทยาลัยอันดับสองตอบรับท่านก็จะได้รับหนังสือ ตอบรับการสมัคร เข้าเรียนล่วงหน้า เพื่อใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียน
      9. ในกรณีที่มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งปฏิเสธ ท่านต้องส่งจดหมาย อุทธรณ์ไปยัง รัฐมนตรี กระทรวงมหาวิทยาลัย โดยเสนอชื่อมหาวิทยาลัยอันดับสาม ให้ กระทรวงฯ สมัครให้ ก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม ตามที่อยู่ดังต่อไปนี้

       

      Ministere de I’ Enseignement superieur et de la Recherche, DGES1/ 61, rue Dutot, 75732 Paris Cedex 15

      โดยส่งเอกสารประกอบคำอุทธรณ์ ดังนี้

      1. สำเนาใบเสร็จจากการสมัครเรียนล่วงหน้าครั้งแรก ซึ่งมีหมายเลขกำกับ
      2. สำเนาคำตอบปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง
      3. สำเนาประกาศนียบัตรที่ทำให้ท่านมีสิทธิศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในประเทศของท่าน
      4. จดหมายต่างๆ ต้องเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสและระบุ ระดับการศึกษา สาขาการศึกษา และที่อยู่ให้ละเอียดชัดเจน
      5. คำอุทธรณ์ดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาเฉพาะผู้ที่สอบภาษาฝรั่งเศสผ่านคือ ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10 (จากคะแนนเต็ม 20)สำหรับผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ ทางกระทรวงมหาวิทยาลัยจะแจ้งคำตอบให้ทราบภายในวันที่ 15 กันยายน

ข. การสมัครเรียนในวงจรที่ 2 และที่ 3 (ระดับปริญญาโท / ปริญญาเอก)

การสมัครเรียนในวงจรที่ 2 (Deuxieme Cycle) และวงจรที่ 3 (Troisieme Cycle) ผู้สมัครสามารถ สมัครไปยังมหาวิทยาลัยที่สนใจโดยตรง และจะสมัครมหาวิทยาลัยจำนวน เท่าใดก็ได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการ ตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เลือกสาขาวิชาและสถาบันการศึกษาที่สนใจ
  2. เขียนจดหมายขอใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม
  3. เมื่อได้รับใบสมัครจากมหาวิทยาลัย ท่านต้องกรอกใบสมัครให้สมบูรณ์ และส่งเอกสาร ต่อไปนี้ไปยังมหาวิทยาลัยโดยตรง
    1. แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกรายละเอียดแล้ว
    2. สำเนาหลักฐานการศึกษา (Transcript) พร้อมคำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส
    3. ผลการสอบภาษาฝรั่งเศส หรือประกาศนียบัตรการเรียนภาษาฝรั่งเศส (ถ้ามี)
    4. สำเนาสูติบัตรพร้อมคำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส
    5. วิมัยบัตรระหว่างประเทศ (international reply coupons) 5 ใบ
    6. ซองจดหมายระบุชื่อที่อยู่ของท่าน มหาวิทยาลัย 1 ซอง เพื่อให้มหาวิทยาลัยส่งคำตอบกลับมาให้ท่าน
  4. รอฟังคำตอบจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง สำหรับผู้ที่ไม่มีผลภาษาฝรั่งเศส ทางมหาวิทยาลัย อาจส่งข้อสอบมาให้สอบที่ฝ่ายวัฒนธรรมและสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส และหาก มหาวิทยาลัย ตอบรับ ท่านก็สามารถนำหนังสือการตอบรับของมหาวิทยลัย แห่งใด แห่งหนึ่ง ไปขอยื่นวีซ่านักเรียนต่อไป

ค. การสมัครสถานศึกษาประเภทอื่น

เช่น ศูนย์สอนภาษา โรงเรียนกวดวิชาชีพต่างๆ โรงเรียนมัธยมศึกษา (นักเรียนต่างชาติไม่มีสิทธิ์เรียน ในโรงเรียนรัฐบาลของฝรั่งเศส จึงต้องสมัครเฉพาะโรงเรียนเอกชนเท่านั้น)

- ติดต่อสอบถามรายละเอียด ขอใบสมัคร และสมัครไปยังสถานศึกษาโดยตรง โดยจะสมัครสถานศึกษาจำนวนเท่าใดก็ได้

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?