แนะนำแหล่งความรู้ : พิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์

เมื่อเอ่ยถึง ไดโนเสาร์ เพื่อนๆ คงนึกถึงสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ที่มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬาร อย่างในหนังหรือในสารคดีจากต่างประเทศที่เคยได้รับชม จนอาจเผลอรู้สึกว่า เรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์นั้นเป็นเรื่องไกลตัว

แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด เพราะแม้ว่าไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว แต่ร่องรอยหรือฟอสซิลที่หลงเหลือไว้ ก็ยังคงเป็นเบาะแสให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาทำความรู้จักกับไดโนเสาร์อยู่เสมอ




พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือ อุทยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดป่าสักกะวัน บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ คือ สถานที่ที่ได้รวบรวมเรื่องราวของไดโนเสาร์ไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่เป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังถือเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
โดยในภาคอีสานนั้น ถือเป็นแหล่งขุดค้นพบซากฟอสซิลโดโนเสาร์มากที่สุด ซึ่งคนอีสานจะเรียกไดโนเสาร์ว่า “กะปอมยักษ์”

สาเหตุที่พบไดโนเสาร์ในภูมิภาคนี้เป็นจำนวนมาก มีการสันนิษฐานกันว่า เป็นเพราะสภาพแวดล้อมแถบนี้ในสมัยโบราณมีภูมิประเทศเป็นที่ราบขนาดใหญ่ มีแม่น้ำไหลผ่าน จนเป็นแหล่งอาศัยของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ เมื่อสัตว์เหล่านั้นตายลง จึงถูกตะกอนแม่น้ำกลบฝังไว้ และกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลในที่สุด

การจัดแสดงภายในอาคารของพิพิธภัณฑ์สิรินธร มีการแบ่งออกเป็น 8 โซน ได้แก่

โซน 1 จักรวาลและโลก

จักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต รวมทั้งไดโนเสาร์ ถือกำเนิดมานานแล้ว นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาเรื่องราวที่ลึกลับนี้ นับจากการระเบิดครั้งใหญ่หรือ “ บิ๊กแบง ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล การกำเนิดของจักรวาล การกำเนิดของดาวฤกษ์ และพัฒนาการของระบบสุริยะและโลก

การกำเนิดโลก
จากดาวเคราะห์ร้อนจัดและปั่นป่วน อันเนื่องจากภูเขาไฟระเบิดและการพุ่งชนของอุกกาบาต โลกของเราค่อย ๆ เย็นตัวลง ทั้งบรรยากาศและน้ำช่วยนำทางไปสู่พัฒนาการของสารเคมีอันสลับซับซ้อน ซึ่งเรียกว่าชีวิต สิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มที่มีรูปร่างง่ายๆ และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของโลกด้วยการเติมออกซิเจนสู่มหาสมุทรและบรรยากาศ จนกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่

สัณฐานธรณีต่างๆ บนโลก รวมทั้งหินแต่ละก้อนต่างบันทึกหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางธรณีวิทยาตลอดช่วงเวลา 4,600 ล้านปีที่ผ่านมาของโลก ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ไปตามลำดับอายุทางธรณีวิทยา

โซน 2 เมื่อชีวิตแรกปรากฏ
จากดาวเคราะห์ร้อนจัดและปั่นป่วน อันเนื่องจากภูเขาไฟระเบิดและการพุ่งชนของอุกกาบาต โลกของเราค่อย ๆ เย็นตัวลง ทั้งบรรยากาศและน้ำช่วยนำทางไปสู่พัฒนาการของสารเคมีอันสลับซับซ้อน ซึ่งเรียกว่าชีวิต สิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มที่มีรูปร่างง่ายๆ และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของโลกด้วยการเติมออกซิเจนสู่มหาสมุทรและบรรยากาศ จนกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่

โซน 3 พาลีโอโซอิก มหายุคแห่งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

542 ล้านปีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดการขยายเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่จากพวกที่มีรูปแบบง่ายๆ ไม่กี่ประเภท วิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตหลากรูปแบบ จากสัตว์ตัวอ่อนนุ่มไปสู่สัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม ปลาโบราณขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร แหวกว่ายผ่านแนวปะการังมหึมาที่แผ่ไปทั้งท้องทะเลเขตร้อน สิ่งมีชีวิตบางประเภทพากันรุกคืบขึ้นบก เปลี่ยนแผ่นดินอันเวิ้งว้างว่างเปล่าให้กลายเป็นป่าทึบที่อุดมไปด้วยแมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน ก่อนที่มหันตภัยปริศนาจะกวาดล้างสรรพชีวิตบนโลกไปจนเกือบหมดสิ้น




โซน 4.1 มีโซโซอิก มหายุคแห่งสัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์
ในช่วงปลายมหายุคพาลีโอโซอิก แผ่นทวีปทั้งหมดได้เคลื่อนมารวมกันเป็นผืนเดียว เรียกว่า “ แพนเจีย ” ความใหญ่โตของแผ่นดินทำให้ตอนกลางของทวีปซึ่งห่างไกลจากทะเลที่สภาพแห้งแล้งเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ จึงเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสัตว์เลื้อยคลานมากที่สุด

หลังการสูญพันธ์ครั้งยิ่งใหญ่ตอนสิ้นสุดมหายุคพาลีโอโซอิก สัตว์เลื้อยคลานก็ก้าวขึ้นมาครองโลกในมหายุคมีโซโซอิกที่ตามมา ไดโนเสาร์ครองความยิ่งใหญ่บนแผ่นดิน เทอโรซอร์ที่งามสง่าเป็นจ้าวเวหา สัตว์เลื้อยคลานทะเลขนาดมหึมาเป็นเจ้าสมุทร นกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก และสภาพแวดล้อมบนโลกก็ทวีความหลากหลายยิ่งกว่าครั้งใดๆ พืชดอกช่วยแต่งเติมสีสันแก่ป่าผืนกว้างที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ จากคมเขี้ยวของไดโนเสาร์


                                    รอยเท้าไดโนเสาร์

โซน 4.2 ไดโนเสาร์ไทย

มหายุคมีโซโซอิก แผ่นดินที่ปัจจุบันเป็นประเทศไทย เป็นแหล่งอาศัยของไดโนเสาร์นานาชนิด นับตั้งแต่พวกกินเนื้อขนาดใหญ่หรือเทอโรพอดที่เป็นญาติสนิทของ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์   พวกกินพืชคอยาวหรือซอโรพอด ซึ่งหนักกว่าช้างหลายตัวรวมกัน ไปจนถึงไดโนเสาร์ปากนกแก้วตัวจิ๋ว การศึกษาอย่างต่อเนื่องทำให้เราเข้าใจความเกี่ยวข้องระหว่างไดโนเสาร์กลุ่มต่างๆ ทั้งพวกสะโพกแบบนกและสะโพกแบบสัตว์เลื้อยคลาน และตระหนักว่าไดโนเสาร์ไทยมีคุณูปการต่อความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในระดับโลกมากเพียงใด

ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจำลองโครงกระดูกและรายละเอียดต่างๆ ของไดโนเสาร์ที่พบในประเทศไทย ทั้ง 8 ชนิด ได้แก่
1.สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส
2.อีสานโนซอรัส
3.อรรถวิภัชน์ชิ
-ไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  
4.ภูเวียงโกซอรัส,
5.สิรินธรเน
-ไดโนเสาร์กินพืชชนิดแรกที่พบในไทย  
6.ชิดตะโกซอรัส
7.สัตยารักษ์กิ
- ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว ชนิดแรกที่พบในไทย
8.ฮิปซิโลโฟดอน ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก






โซน 5 วิถีชีวิตไดโนเสาร์

การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เราเข้าใจถึงเรื่องราวในมุมลึกของไดโนเสาร์ นอกจากจะล่วงรู้ถึงรูปร่างของไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ แล้วยังช่วยให้เข้าใจเรื่องการกินอาหาร การล่าเหยื่อ การป้องกันตัวและการเลี้ยงลูกอ่อน อีกทั้งยังช่วยให้เราเห็นภาพไดโนเสาร์ที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และดื่มด่ำกับความอัศจรรย์ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยิ่งใหญ่กลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้หลักฐานใหม่ๆ ยังบ่งชี้ว่าไดโนเสาร์อาจไม่ได้สูญพันธุ์ไปทั้งหมด



                                 จำลอง ไข่ไดโนเสาร์


โซน 6 คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์
ไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ และสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ในมหายุคมีโซโซอิกสูญพันธ์ไปในมหันตภัยปริศนาเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว แต่นักโบราณชีววิทยาซึ่งทำงานศึกษาอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์อยู่ตามสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งที่ภูกุ้มข้าวแห่งนี้ ได้ช่วยกันฟื้นชีวิตและสร้างความหมายให้แก่ซากดึกดำบรรพ์เพื่อนำเราย้อนกลับไปสัมผัสกับยุคที่ไดโนเสาร์เป็นใหญ่

 

โซน 7 ซีโนโซอิก มหายุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
หลังการสูญพันธ์ของไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่ต้องหลีกทางให้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ทวีเผ่าพันธุ์อย่างรวดเร็วและพากันเข้ายึดครองภูมิประเทศกันหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าทึบ ท้องทะเลและในอากาศ นี่คือโลกที่เราคุ้นเคยดี เพราะยังมีทายาทของช้าง ม้า แรด วาฬ ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มหลักๆ ให้เห็นเป็นตัวอย่างของวิวัฒนาการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 65 ล้านปี ที่ผ่านมาแม้แต่มนุษย์เองก็เป็นผลผลิตจากกระบวนการนี้




โซน 8 เรื่องของมนุษย์
จาก “ ไพรเมต ” หรือสัตว์ในตระกูลลิง ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ซึ่งถือว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ได้แยกตัวเองออกจากเผ่าพันธุ์ลิงใหญ่เมื่อประมาณ 6-7 ล้านปี ที่แล้ว และเริ่มวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ที่เดิน 2 ขา และอาศัยบนพื้นดิน แต่ความโดดเด่นของมนุษย์อยู่ที่การพัฒนาการทางสมอง และภูมิปัญญาที่มีความฉลาดกว่าสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ตั้งแต่ขวานหินไปจนถึงคอมพิวเตอร์




ถัดจากพื้นที่แสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์จำลอง คือ ห้องปฏิบัติการโบราณชีววิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นห้องที่รวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ค้นพบทั่วประเทศ เพื่อนำมาทำความสะอาด และซ่อมแซมส่วนที่แตกหัก โดยนักวิจัยจะทำการศึกษากระดูกเพื่อระบุชนิดและอายุ ด้วยการนั่งทำงานในห้องปฏิบัติการฯ นี้ ส่วนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถชมวิธีการทำงานของนักวิจัย ผ่านกระจกได้



ทีมงานวิชาการดอทคอมได้เข้าศึกษาความรู้ในพิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้ทั้งความรู้และความคุ้มค่า เพราะเรื่องราวของไดโนเสาร์นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อย่างที่คิด นอกจากนี้ยังมีสื่อการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเรียนรู้อย่างสนุกสนานด้วยค่ะ ถ้าหากมีโอกาสอย่าลืมแวะเวียนเข้าเยี่ยมชมกันนะคะ



ขอขอบคุณข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์สิรินธร