สารบัญ
หน้าที่ 1 - อังกฤษหลังยุคพระนางเอลิซาเบธที่ ๑
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ มีพระชนม์ชีพอยู่เมื่อคริสตศักราช ๑๖๓๐๑๖๘๕ ถ้าเทียบกับไทยก็คือ พุทธศักราช ๒๑๗๓๒๒๒๘ ประมาณรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ของกรุงศรีอยุธยา
ชีวิตของพระองค์เป็นชีวิตที่โลดโผนเต็มไปด้วยสีสันยิ่งกว่านิยาย แปลกที่ไม่ค่อยจะมีใครเอามาทำหนังกันทั้งที่มีครบทุกรส ทั้งตื่นเต้นผจญภัย โศกเศร้า ระหกระเหิน รักร้อนแรง เรียกว่าเป็นราชันย์ที่มีสีสันมากที่สุดพระองค์หนึ่งของอังกฤษก็ว่าได้
ก่อนจะเล่าถึงชีวิตของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ ก็ต้องปูพื้นถึงพระบิดาของพระองค์เสียก่อน และคงจะต้องปูค่อนข้างยาวกลับไปถึงพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๑
ถ้าใครดูหนัง Shakespeare in Love คงจำได้ถึงพระราชินีอังกฤษที่เสด็จมาดูละคร องค์นั้นแหละคือพระราชินีนาถเอลิซาเบธ นางพญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ทรงครองราชย์ในฐานะกษัตริย์ ไม่ใช่เป็นมเหสีของพระราชา และดำรงความเป็นนางกษัตริย์ที่ไม่ได้อภิเษกสมรสกับใคร จนสิ้นรัชกาลราชบัลลังก์อังกฤษก็เลยตกเป็นของพระญาติ ซึ่งเป็นราชาแห่งสก๊อตแลนด์ ข้ามดินแดนมาครองอังกฤษ ทรงพระนามว่าพระเจ้าเจมส์ที่ ๑ แห่งราชวงศ์สต๊วต หรือไทยออกเสียงว่า "สจ๊วต" อังกฤษก็เปลี่ยนราชวงศ์จากทิวเดอร์ของพระราชินีนาถ มาเป็นราชวงศ์สจ๊วตนับแต่นั้น
พระเจ้าเจมส์ทรงมีพระราชโอรสขึ้นครองราชย์ต่อจากพระองค์ คือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑ พระบิดาของราชาเจ้าสำราญ
พระโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าเจมส์ที่ ๑ สิ้นพระชนม์แต่ยังเยาว์ จึงมีการเลื่อนพระโอรสองค์รองขึ้นมาเป็นรัชทายาทแทน เจ้าชายองค์นี้ต่อมาทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา ในพระนาม พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑ น่าจะเป็นราชันย์องค์ที่เคราะห์ร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ทั้งที่จะว่าไปโดยพระนิสัยแล้วก็ไม่ใช่คนเลวทราม กลับจะน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ เหมือนกับพระชะตาถูกพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาตลอดตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ ไม่ว่าจะทรงคิดอะไรทำอะไรก็กลายเป็นก่อความขุ่นข้องหมองใจให้ราษฎรอยู่ไม่มีจบสิ้น คนใกล้ตัวของพระองค์ก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมบารมี ให้พระองค์เป็นที่รักของประชาชน อย่างเช่นดยุคออฟบัคกิ้งแฮม อดีตคู่ขาของพระบิดา เขาพยายามจะครอบงำพระองค์ในต้นรัชกาล จนเป็นที่ชิงชังของราชสำนักอย่างมาก ท่านดยุคก็เลยถูกลอบฆ่าตาย
คนใกล้ตัวอีกคนคือพระมเหสี เจ้าหญิงเฮนเรียตตา มาเรีย พระน้องนางของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๓ แห่งฝรั่งเศส ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของคนอังกฤษ เพราะพระราชินีนับถือคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิค เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ขุนนางใหญ่น้อยตลอดจนราษฎรส่วนใหญ่ที่นับถือคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ รู้สึกตรงกันว่ากลืนลงคอได้ยาก
ความแตกต่างด้านนิกายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายใหญ่โตในสมัยนั้น ผู้คนก็เลยพากันรังเกียจพระนาง จนเลยมาถึงการเขม่นพระราชาของตนเองไปด้วย เรื่องอื่นๆทั้งเล็กและใหญ่ที่ทำให้ขุนนางและราชสำนักไม่ชอบพระเจ้าชาร์ลส์มีอีกหลายเรื่อง แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของบทความนี้ก็เลยขอข้ามไปก่อน
 รูปนี้คือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 พระราชบิดาของพระราชาเจ้าสำราญ
|
พระเจ้าชาร์ลส์เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในพระองค์เองถ้าเรียกแบบสมัยนี้ ส่วนถ้าเป็นสมัยโน้นเขาเรียกกันว่าทรงดื้อหัวชนฝาและไม่ฟังใคร โดยเฉพาะรัฐสภาซึ่งทรงมีเรื่องปะทะขัดแย้งกันในการดำเนินนโยบายการเมือง ทรงปักพระทัยว่าจะทำยังไงก็จะทำยังนั้นให้จงได้ รัฐสภาก็อิดหนาระอาใจกับพระองค์เต็มที โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ดึงชักคะเย่อกันไปมา พระองค์จะเอา แต่รัฐสภาก็ไม่ให้ หรือไม่มีจะให้ ผลก็คือทรงยืนอยู่มุมน้ำเงิน และรัฐสภาก็ยืนอยู่มุมแดง ชกกันไปชกกันมายืดเยื้ออยู่หลายยก พระเจ้าชาร์ลส์ทรงยึดมั่นว่าอำนาจกษัตริย์มาจากพระเจ้าไม่ได้มาจากประชาชน ในเมื่อรัฐสภาขัดขวางพระองค์ ก็ทรงยุบสภาไปเลย สงครามกลางเมืองก็เลยระเบิดขึ้น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ก.ย. 2549 (19:40) สนุกๆมากเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ก.ย. 2549 (12:43) ชอบมากเลยค่ะ กราบขอบคุณค่ะอาจารย์
สมัยของพระองค์มีสีสันมากเลย อ่านแล้ว น่าจะนำไปทำเป็นภาพยนตร์จริงด้วยค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ต.ค. 2549 (16:27) บันทึกส่วนตัวของ ออตองซ์ มันชินี จะหาซื้อได้ที่ไหนครับ แล้วไม่ทราบว่า ชื่อหนังสือ ชื่อว่าอะไร รบกวนบอกด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
แล้วก็ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ต.ค. 2549 (20:52) ชื่อ The Memoires of the Dutchess Mazarine ค่ะ
บันทึกด้วยลายมือเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย P. Porter, Esq. พิมพ์จำหน่ายโดย William Cademan ตั้งแต่ค.ศ. 1676.
ตอนนี้น่าจะยังมีขายในฐานะหนังสือเก่าหายาก แต่ราคาคงจะแพง
ลองเข้าไปหาซื้อที่
http://www.krownspellman.com/cgi-bin/spellman/15052.html
และ
http://www.secondlifebooks.com/cgi-bin/secondlife/inquire.html?sku=22154
หนังสือเก่าอายุสามร้อยกว่าปี ภาษายากน่าดูเลยนะคุณ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 31 ต.ค. 2549 (15:30) เอ่อ ผมอยากทราบเกี่ยวกับ Elizabeth Wittenbach หรือ sisi น่ะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 ก.ย. 2550 (14:40) สนุกและได้ความรู้ เพิ่งจะทราบว่าอังกฤษก็เคยมียุคที่ไม่มีกษัตริย์ครองบัลลังค์เหมือนกัน เคยไปเที่ยววังสกูนที่พระเจ้าชารลส์ขึ้นครองบัลลังค์เมื่อไม่นานมานี้ เขายังเก็บหินจำลองที่เอาไว้สำหรับทำพิธีสถาปนาที่ว่านี้ด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ก.ย. 2550 (14:47) หน้าตาก้อนหินที่ว่า อันที่เห็นนี้เป็นของจำลองวางอยู่หน้าโบสถ์ส่วนตัวเล็กๆในปราสาท หินของจริงเก็บไว้ที่ลอนดอน