<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/395" type="text/javascript"></script> |
|
ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ (ตอนที่ ๑)
ชีวิตของพระองค์เป็นชีวิตที่โลดโผนเต็มไปด้วยสีสันยิ่งกว่านิยาย ทั้งตื่นเต้นผจญภัย โศกเศร้า ระหกระเหิน รักร้อนแรง เรียกว่าเป็นราชันย์ที่มีสีสันมากที่สุดพระองค์หนึ่งของอังกฤษก็ว่าได้
post ครั้งแรก: Wed 6 September 2006, 4:48 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 6 September 2006, 4:48 pm
|
ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นพงศาวดารจีน เง็กเซียนฮ่องเต้ได้ส่งดาวร้ายดวงหนึ่งลงมาจุติเพื่อให้ล้มล้างฮ่องเต้โดยเฉพาะ ดาวร้ายดวงนั้นเป็นชายชาวบ้านธรรมดาๆ ชื่อ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เขานับถือคริสตศาสนานิกายพิวริตัน พิวริตันเป็นนิกายที่เคร่งครัดเข้มงวดในการใช้ชีวิต หนักข้อกว่านิกายอื่นๆ ไม่นิยมความบันเทิงทางโลกแม้แต่เล็กน้อย เห็นว่าเป็นความฟุ้งเฟ้อไร้แก่นสาร สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบๆสักแต่ว่าใส่พอให้กันหนาว ไม่เอาสวยเอางาม ไม่ชอบแม้แต่การหัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องวางหน้าเคร่งขรึม ผมเผ้าก็ตัดสั้นง่ายๆให้สะดวก ไม่ต้องให้รับกับหน้า จนเรียกกันว่า "พวกหัวกลม" พวกนี้อดทนและติดดินมาก ![]() โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ในช่วงที่บ้านเมืองอ่อนแอและแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย สถานการณ์ก็สร้างวีรบุรุษอย่างโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ขึ้นมาจนได้ เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างพระเจ้าชาร์ลส์ฝ่ายหนึ่งและรัฐสภาอีกฝ่ายหนึ่ง ปะทะกันขึ้นขั้นแตกหัก พระเจ้าชาร์ลส์และกำลังพลของขุนนางที่ภักดีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กองทัพรัฐสภานำโดยชาวบ้านอย่างครอมเวลล์ พระองค์ถูกตัดสินว่าเป็นผู้ทรยศต่อแผ่นดิน และถูกสำเร็จโทษด้วยการตัดพระเศียร วิธีการประหารก็คือมี "ตะแลงแกง" หรือสถานที่ประหาร เป็นยกพื้นสูงให้คนเห็นกันทั่วๆ นักโทษถูกมัดมือไพล่หลัง คุกเข่า แล้วจับให้ก้มลงเอาคอพาดบนแผ่นไม้ ไม่ให้กระดุกกระดิก ในตอนไต่สวน พวกลูกขุนพยายามเคี่ยวเข็ญให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑ รับสารภาพผิด อาจจะได้บรรเทาโทษแต่ก็ไม่ทรงยอมท่าเดียว เพราะถ้ายอมสารภาพผิดก็เท่ากับยอมรับว่าทรงเป็นผู้ทรยศต่อแผ่นดิน เพราะฉะนั้นตายก็เป็นตาย พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑ ทรงดำรงขัตติยมานะไว้ได้อย่างสงบเยือกเย็นน่าชมเชยเมื่อเสด็จขึ้นสู่ตะแลงแกง ทรงถามเพชฌฆาตอย่างสงบว่า "ผมของเราเกะกะขวานของเจ้าหรือเปล่า" เพราะทรงไว้พระเกศายาว เวลาก้มลงให้ฟัน กลุ่มผมหนาๆที่ปกคลุมคออาจจะทำให้ขวานฟันไม่ขาด เมื่อเพชฌฆาตอยากให้รวบพระเกศาขึ้นไปใต้หมวกให้หมด ก็ทรงรับหมวกแก็ปจากบิชอปที่ตามขึ้นมาทำพิธีทางศาสนาให้เป็นครั้งสุดท้ายมาสวม แล้วรวบพระเกศาเข้าไปเก็บไว้ใต้หมวก ทรงทำสัญญาณด้วยพระหัตถ์ให้เพชฌฆาตลงขวานได้ เพียงครั้งเดียวพระเศียรก็ขาดกระเด็น เพชฌฆาตชูพระเศียรขึ้นให้เห็นโดยทั่วกัน ส่วนพระวรกายถูกนำไปวางลงในโลงศพ คลุมด้วยกำมะหยี่เพื่อจะนำไปฝังต่อไป การประหารชีวิตของไทยและอังกฤษทำเหมือนกันจนถึงรัชกาลที่ ๕ คือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาดู ราวกับมหกรรมดนตรี พอฟันคอขาด ก็เหมือนกันอีกคือผู้หญิงเป็นลมเป็นแล้งกันไป ส่วนของไทยคนที่ปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อดูให้ถนัด ก็หน้ามืด มือเท้าอ่อน ร่วงลงมาเป็นแถว พระเจ้าชาร์ลส์มีพระโอรสธิดาหลายองค์ องค์ใหญ่สุดที่มีพระชนม์รอดมาได้จนเป็นหนุ่ม คือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์พระเอกในเรื่องนี้ ทรงได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Wales) หรือตำแหน่งรัชทายาทของอังกฤษ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เข้าร่วมรบกับกองทัพพระบิดาตั้งแต่ทรงอยู่ในวัยรุ่น แค่ชันษา ๑๕ ปี ในศึกที่เรียกว่า Battle of Edgehill ทางตะวันตกของประเทศ
|
![]() ลูซีให้กำเนิดโอรสนอกกฎหมายคนแรกเมื่อเจ้าฟ้าชายมีพระชนม์ ๑๙ เด็กชายคนนั้น ต่อมาเมื่อพระบิดาได้ครองราชย์ เขาได้รับการแต่งตั้งเป็น ดยุค ออฟมอนมัธ ชีวิตของเจ้าชายและลูซีเริ่มต้นเหมือนตำนานรักดอกเหมย ประเภทฟันฝ่าฐานันดรรัก จนครองคู่กันได้ แต่ตอนจบกลับตรงกันข้าม ทั้งที่ลูซีก็ดูว่ารักใคร่เจ้าชายของหล่อนเป็นอันดี มีทั้งโอรสและธิดาอยู่เคียงข้างกันไม่ห่าง |
![]() ต่อมาหนึ่งปีหลังจากนั้นเจ้าชายมีเหตุที่จำเป็นต้องเดินทางไกล ทรงจำต้องทิ้งพระสนมและลูกน้อยเอาไว้ที่กรุงเฮก ลูซีเป็นข้อพิสูจน์ของ "สามวันจากนารี...เป็นอื่น" เมื่อเจ้าชายไม่อยู่ หล่อนก็หันไปมีกิ๊กเป็นนายทหารคนหนึ่งแทน เจ้าชายเสด็จกลับมาพบว่าพระสนมมีชู้ไปแล้ว ก็มิได้ลงพระอาญาอย่างใด เพียงแต่เลิกกับหล่อนอย่างเด็ดขาด ชีวิตของลูซีก็เลยตกต่ำลงนับแต่นั้น กลายเป็นโสเภณีและสิ้นชีวิตลงด้วยกามโรคในอีก ๘ ปีต่อมา |




Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |