วิชาการ.คอม - ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ (ตอนที่ ๒) (ชีวิตส่วนพระองค์) (" แคทเธอรีน แห่ง บรากันซ่า") (บาร์บารา พาล์มเมอร์ ...พระสนมผู้อื้อฉาว) ("หลุยส์ เดอ เครูอาล" ผู้มาแทนที่) (เนล กวินน์ พระสนมที่มาจากจุดต่ำสุดในสังคมอังกฤษ) (ชีวิตโลดโผนของพระสนม "ออตองซ์ มันชินี ") วิชาการ.คอม - คลังข้อสอบ บทเรียนออนไลน์ บทความ โครงงาน ข่าววิทย์ ข่าวทุน นิยาย ลงโฆษณา
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/396" type="text/javascript"></script>
ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ (ตอนที่ ๒)
พระเจ้าชาร์ลส์ทรงมีพระสนมพร้อมๆกันหลายคน บางคนก็เป็นหญิงชาวบ้านสามัญ บางคนก็พอมีเชื้อมีสายผู้ดี บางคนเป็นชาววัง บางคนเป็นนางละคร ชีวิตในราชสำนักเข้มข้นยิ่งกว่านิยาย
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 20,782 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 8 September 2006, 2:31 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 8 September 2006, 2:31 pm

หน้าที่ 1 - ชีวิตส่วนพระองค์
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่






ย้อนมาถึงชีวิตส่วนพระองค์ของชาร์ลส์อย่างที่เกริ่นไว้ในหัวข้อ อย่างที่เล่ามาแล้วถึงพระสนมคนแรกที่ชาร์ลส์มีเมื่อพระชนม์ ๑๘ แม้ว่าจบกันไปแบบไม่ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะไม่มีใครอีก



ตลอดเวลาหลายปีที่ต้องประทับอยู่ห่างไกลอังกฤษ ลำบากยากจนและถูกรังเกียจสารพัด ชาร์ลส์ก็ยังมีพระสนมอย่างน้อย ๔ คน พระสนมทุกคน ตั้งแต่คนแรกจนคนสุดท้าย ทรงเลือกที่รูปร่างหน้าตาสะสวย ไม่จำเป็นว่าต้องมีเชื้อสายสูงส่ง หรือว่าต้องมีความประพฤติบริสุทธิ์ดีงาม เอาเป็นว่าถูกพระทัยก็พอ


พระสนมเหล่านี้หลากหลายมาก บางคนก็เป็นหญิงชาวบ้านสามัญ บางคนก็พอมีเชื้อมีสายผู้ดี บางคนเป็นชาววัง บางคนเป็นนางละคร บางคนไม่มีลูก บางคนมีลูกหนึ่งคนบ้างสองคนบ้าง มีคนเดียวที่มีมากถึง ๖ คน


พระเจ้าชาร์ลส์ทรงรับทุกคนเป็นโอรสธิดา ไม่ได้ปิดบังฐานะของเด็กเหล่านี้ เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ทรงตั้งโอรสธิดาให้มีบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ดหรือเลดี้ แต่ว่าไม่มีใครได้เป็นเจ้าฟ้า เพราะถือว่ามารดาเป็นพระสนมนอกกฎหมาย พระบิดาไม่ได้ทรงสมรสด้วยสักคนเดียว พูดอย่างภาษาสามัญคือได้กันเฉยๆ







พระเจ้าชาร์ลส์ทรงตั้งชื่อโอรสคนละแม่ ซ้ำๆกันถึง ๔ คนว่าชาร์ลส์ เหมือนกัน เป็นธรรมเนียมประหลาดที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน กล่าวคือพ่อแม่ทั้งหลายถ้าตั้งชื่อลูกชายคนหนึ่งว่าจอห์นแล้ว ก็จะไม่ตั้งชื่อลูกอีกคนว่าจอห์นอีก แต่ในเมื่อท่านเป็นพระเจ้าชาร์ลส์เสียอย่างก็ทรงทำอย่างไม่แยแสขนบธรรมเนียม ส่วนนามสกุล พระราชทานคำว่า ฟิตซ์นำหน้า เช่นฟิตซ์รอย ฟิตซ์ชาร์ลส์


คำว่าFitz แปลว่า ลูกชาย คำที่มาต่อก็บ่งบอกถึงเชื้อสายของเด็ก เช่น Fitzroy ก็คือ son of a king คือลูกพระราชา Fitzcharles คือ Charles' son ลูกของชาร์ลส์ นามสกุลขึ้นต้นด้วย Fitz นี้เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงสืบมาจากโอรสนอกกฎหมายของพระราชา


ชื่อและนามสกุลบรรดาโอรส ธิดา นอกกฎหมาย และพระสนม รายชื่อมีดังนี้


๑) เจมส์ ครอฟท์ส์ ( ๑๖๔๙–๑๖๘๕ ) ต่อมาได้บรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งมอนมัธ มารดาคือลูซี วอลเตอร์ ที่เล่าให้ฟังแล้ว โปรดจำชื่อนี้ไว้ เขามีบทบาทต่อมาในรัชสมัยต่อจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒


๒) ชาร์ล็อตต์ ฟิตซ์รอย ( ๑๖๕๑–๑๖๘๔ ) มารดาคือเอลิซาเบธ คิลลิกรูว์ เลดี้แชนนอน


๓) ชาร์ลส์ ฟิตซ์ชาร์ลส์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ดอน คาร์ลอส ( ๑๖๕๗–๑๖๘๐ ), ได้รับบรรดาศักด์เป็นเอิร์ลแห่งพลีมัธ มารดาชื่อแคทเธอรีน เพ็กก์ เลดี้กรีน


คาร์ลอสเป็นภาษาสเปน ตรงกับคำว่า ชาร์ลส์ในภาษาอังกฤษ ดอน คาร์ลอสก็คือท่านชาร์ลส์


๔) แคทเธอรีน ฟิตซ์ชาร์ลส์ น้องสาวของหมายเลข ๓


๕) แอนน์ พาล์มเมอร์ ฟิตซ์รอย ( ๑๖๖๑–๑๗๒๒ ) มารดาคือบาร์บารา พาล์มเมอร์ หรือเคานเตสคาสเซิลเมน และดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ตามลำดับ โปรดจำชื่อพระสนมคาสเซิลเมนไว้ให้ดี เธอมีบทบาทโดดเด่นมาก


๖) ชาร์ลส์ ฟิตซ์รอย (๑๖๖๒–๑๗๓๐ ), ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งเซาธ์แธมป์ตัน และต่อมาเป็นดยุคแห่งคลีฟแลนด์


๗) เฮนรี่ ฟิตซ์รอย ( ๑๖๖๓–๑๖๙๐ ), ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งกราฟตัน


๘) ชาร์ล็อตต์ ฟิตซ์รอย ( ๑๖๖๔–๑๗๑๘ ), ต่อมาเป็นเคานเตสแห่งลิชฟิลด์


๙) จอร์ช ฟิตซ์รอย ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งนอร์ธธัมเบอร์แลนด์


๑๐) แมรี่ ทิวเดอร์ (๑๖๖๘–๑๗๒๖) มารดาชื่อแมรี่ เดวิส


๑๒) ชาร์ลส์ โบเคลิร์ก (๑๖๗๐–๑๗๒๖), ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งเซนต์อัลบันส์ มารดาเป็นนางละครชื่อดังของยุค ชื่อเนลล์ กวินน์


๑๓) เจมส์ โบเคลิร์ก น้องชายของหมายเลข ๑๒


๑๔) ชาร์ลส์ เลนนอกซ์( ๑๖๗๒–๑๗๒๓ ), ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นดยุคแห่งริชมอนด์ มารดาชื่อหลุยส์ เรอเน เดอ คารูอาล ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ





และมีอีก ๑ คนที่ตายไปตั้งแต่ยังเล็ก ก่อนหมายเลข ๑





จำนวนพระสนมที่ไม่มีโอรสธิดาด้วยกัน มีอีก ๖คน หนึ่งในจำนวนนี้เป็นพระพี่เลี้ยงสาวที่ลือกันว่าทรงมีความสัมพันธ์ด้วยตั้งแต่พระชนม์แค่ ๑๔ เท่านั้น ถ้าข่าวลือนั้นเป็นจริงก็ถือว่าเจ้าชายชาร์ลส์ทำให้วัยรุ่นยุค ๒๐๐๖ ชิดซ้ายไปเลย และอีกหนึ่งเป็นนางพระกำนัลของพระราชินี


พระเจ้าชาร์ลส์ทรงมีพระสนมพร้อมๆกันหลายคน ไม่ใช่ทีละคน พระสนมส่วนใหญ่ก็รู้จักมักคุ้นกันดีด้วยว่าใครเป็นใคร มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันตามประสาผู้หญิง

หน้าที่ 2 - " แคทเธอรีน แห่ง บรากันซ่า"
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
หลังจากครองราชย์ได้ ๒ ปีพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิง " แคทเธอรีน แห่ง บรากันซ่า" เป็นพระธิดาของพระเจ้าจอห์นที่ ๔ เจ้าแผ่นดินโปรตุเกส


เจ้านายสตรีและกุลสตรียุโรปในสมัยเก่ามีธรรมเนียมสมรสคล้ายๆผู้หญิงอินเดียอยู่อย่างหนึ่ง คือเธอต้องเป็นฝ่ายมอบสินสอดให้เจ้าบ่าว แทนที่จะเป็นแบบไทยที่เจ้าบ่าวต้องหาแหวนเพชรและสินสอดทองหมั้นมาขอลูกสาวจากพ่อตาแม่ยายไปครองคู่ มองในแง่นี้ เจ้าสาวไทยกำไรดีกว่าถ้ามีคู่แบบเข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ใจเร็วด่วนได้ หอบผ้าไปอยู่กันเฉยๆ








สินสอดของฝรั่ง ที่ว่า เรียกว่า dowry (อ่านว่า ดาว-รี่) คือทรัพย์สินที่พ่อของฝ่ายหญิงกำหนดเอาไว้ให้ลูกสาวว่า นังหนูคนนี้จะได้สินส่วนตัวมากน้อยแค่ไหนติดตัวไปเวลาเธอแต่งงาน เมื่อเป็นคุณนายไปแล้ว ทรัพย์สินจำนวนนั้นก็จะตกเป็นของสามีเป็นผู้จัดการบริหารเงินทองต่อไป หรือพูดอีกนัยหนึ่งแบบตรงไปตรงมาว่า ต้องยกลูกสาวให้แถมเงินให้เจ้าบ่าวใช้


ดาวรี่เป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผู้ชายพิจารณาเลือกเจ้าสาว ว่าจะขอแต่งงานกับคนไหน หรือจะไม่ขอคนไหนดี โดยดูจากเงินทองของเธอเป็นหลัก ฝ่ายผู้หญิงก็ดูด้วยว่าผู้ชายคนนั้นมีอะไรดีพอจะคุ้มดาวรี่ของเธอที่ต้องจ่ายให้ไหม เมื่อสมน้ำสมเนื้อก็ตกลงปลงใจกัน


ผู้ที่แต่งงานกันด้วยความรักมีน้อย ที่เป็นไปได้คือยากจนกันทั้งสองฝ่ายเลยไม่ต้องคิดเรื่องเงินทองกันให้มาก พ่อแม่บ้านไหนมีลูกสาวเยอะแต่เงินไม่ค่อยมี โอกาสจะได้ลูกเขยร่ำรวยมีหน้ามีตาแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้าได้ก็ต้องถือว่าเป็นโชคมหาศาล อย่างน้อยลูกสาวก็ต้องสวยประทับใจชาย คุณสมบัติและชื่อเสียงดีงามก็ต้องมีเพียบ จึงจะพอมีหวัง ถ้าอ่านนิยายของเจน ออสเตนอย่าง Pride and Prejudice จะเข้าใจว่าทำไมแม่นางเอกผู้มีลูกสาวตั้ง ๕ คนถึงเดือดร้อนในการเข็นลูกๆให้ออกเรือนกับผู้ชายฐานะดีหรือการงานดี หนุ่มแบบนี้หลุดเข้ามาในหมู่บ้านสักคนก็แทบจะต้องไล่คว้ากันทีเดียว


ถ้าเป็นลูกสาวเศรษฐี สินสอดก็อาจจะเป็นเงินจำนวนนับหมื่นหรือแสนปอนด์ หรือคฤหาสน์โอ่อ่าพร้อมที่ดินกว้างขวาง เป็นสิ่งล่อใจคุณชาย ในสมัยศตวรรษที่ ๑๙ เมื่อบรรดานักแสวงโชคยากๆจนๆ จากยุโรป เดินทางไปสานฝันในอเมริกา เกิดร่ำรวยกันขึ้นมา เงินทองไหลมาเทมาจากการลงทุนอุตสาหกรรมบ้าง กิจการรถไฟบ้าง เหมืองแร่บ้าง อะไรพวกนี้ คุณพ่อและคุณแม่มหาเศรษฐีใหม่ชาวอเมริกันก็จับลูกสาวผู้มีสินสอดเป็นแสนๆปอนด์ ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคมาแต่งงานกับขุนนางสูงศักดิ์แต่กระเป๋าแห้งในอังกฤษ ผลดีเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ท่านลอร์ดท่านดยุคก็ได้'ดาวรี่' ของเจ้าสาวมาซ่อมปราสาทซึ่งทรุดโทรมเต็มที กับชำระหนี้ที่ติดค้างเจ้าหนี้มานานหลายปี ฝ่ายหญิงสาวไร้สกุลรุณชาติ ก็ได้มาเป็นท่านผู้หญิงหรือคุณหญิง เฉิดฉายอยู่ในวงไฮโซของอังกฤษ


ในกรณีนี้ถ้าเป็นเจ้าหญิง สินสอดที่ติดพระองค์ไปก็อาจจะเป็นเกาะทั้งเกาะ หรือเมืองทั้งเมืองที่พระบิดาครอบครองอยู่ เกาะหรือเมืองนั้นถ้าเป็นเมืองท่าหรือเมืองอะไรที่มีผลประโยชน์งามๆ พระราชาที่ได้เป็นพระสวามีก็ได้ดินแดนมาเพิ่มพูนเงินทองในท้องพระคลัง ตัวเจ้าหญิงเองก็จะได้เป็นราชินีผู้ทรงเกียรติ แต่จะอยู่กันอย่างเป็นสุขหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องต้องคำนึงถึง การอภิเษกสมรสเป็นเรื่องการเมืองเต็มร้อยอยู่แล้ว


เจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งบรากันซ่าเสด็จมาเป็นทองแผ่นเดียวกันกับพระราชาอังกฤษพร้อมด้วยสินสอดคือเงินทองเพชรนิลจินดามหาศาล บวกด้วยเมืองบอมเบย์ในอินเดียและ Tangier ในแอฟริกาเหนือ เหนือมอร็อคโคขึ้นไปหน่อย


หลายคนคงจำได้ว่าโปรตุเกสเป็นชาติที่เดินเรือมาทางตะวันออกก่อนใครในยุโรป ค้าขายอย่างกว้างขวางตามเมืองท่าต่างๆรวมทั้งอาณาจักรอยุธยาของเราด้วย ค้าขายเฉยๆบ้างๆยึดเอาดื้อๆบ้างก็หลายแห่ง รวมความแล้วกำไรมหาศาล


แม้ว่ามั่งมีสินสอด แต่ตัวพระนางแคทเธอรีนเองไม่ค่อยจะได้รับความนิยมจากราษฎรอังกฤษเท่าใดนัก เพราะทรงนับถือคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิคที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมยินดีด้วย ส่วนตัวพระองค์เองเมื่ออยู่ในวังหลวงก็ใช่ว่าจะสุขพระทัย เพราะบรรดาพระสนมของพระสวามีที่เดินเชิดเป็นนางพญากันเต็มราชสำนัก ล้วนเป็นที่บาดตาบาดใจ ก่อความระทมขมขื่นให้มากมาย อย่างที่เราคงเดาเหตุการณ์กันได้ไม่ยาก

หน้าที่ 3 - บาร์บารา พาล์มเมอร์ ...พระสนมผู้อื้อฉาว
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ในบรรดาพระสนมของพระเจ้าชาร์ลส์ ไม่มีใครมีบทบาทโดดเด่น (หรือเรียกให้ถูกคืออื้อฉาว) เท่ากับ บาร์บารา พาล์มเมอร์ ผู้มีบรรดาศักดิ์เป็นเคานเตสคาสเซิลเมน และดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ในภายหลัง ชีวิตหล่อนถ้าเอาไปทำละครหลังข่าว เรตติ้งคงพุ่งกระฉูด


บาร์บารามีกำเนิดในตระกูลผู้ดี แต่บิดาเสียชีวิตจากสงครามกลางเมืองทำให้ภรรยาและลูกสาวลำบากยากจนลง หล่อนพลาดหวังไม่ได้แต่งงานกับคนรักคนแรกที่เป็นหนุ่มผู้ดีมีเกียรติ เพราะเขาอยากได้ภรรยาที่มีสินสอดมากๆ หล่อนจึงหันไปจับโรเจอร์ พาล์มเมอร์ ผู้มีเชื้อสายผู้ดิบผู้ดีพอประมาณ แม้ไม่ถึงกับมั่งคั่งโดดเด่นนัก แต่ก็ดีที่สุดเท่าที่หาได้


พ่อแม่ผู้ชายรังเกียจลูกสะใภ้เข้ากระดูกดำ เพราะเชื่อว่าลูกชายได้ภรรยาอย่างบาร์บารา วันหนึ่งจะต้องคร่ำครวญว่า " ชายใดในปฐพี ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ " ผลในอนาคตก็ชี้ชัดว่าผู้เฒ่าทั้งสองดูแม่นราวกับตาทิพย์


ด้วยความงามที่เลื่องลือว่าเป็นยอดหญิงงามที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น เมื่อบาร์บาร่าอายุ ๑๙ (หล่อนอ่อนกว่าพระเจ้าชาร์ลส์ ๑๐ ปี) ก็ได้ไปเป็นพระสนม ตั้งแต่พระองค์ยังไม่ได้กลับมาครองราชย์ และทั้งที่หล่อนมีสามีอยู่กินกันทั้งคน


๙ เดือนหลังไปเป็นพระสนม บาร์บาราก็มีลูกสาวคนแรก และต่อมาก็มีลูกสาวคนที่สอง ตอนนั้น โรเจอร์กับบาร์บาร่าก็แยกเตียงแบบต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่ได้หย่าขาดจากกัน ยังคงได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันต่อมา ออกงานออกการร่วมกัน แม้ว่าหล่อนดำรงฐานะพระสนมอย่างเปิดเผยในราชสำนัก



บาร์บารายังคงเป็นพระสนมคนโปรดเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์ ใน คริตศักราช ๑๖๖๑ หลังครองราชย์ ๑ ปี พระองค์ก็พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้สามีของหล่อนได้เป็นเอิร์ลแห่งคาสเซิลเมน ส่วนหล่อนเป็นเคานเตสหรือเรียกทั่วๆไปว่าเลดี้


เป็นเรื่องตลกที่หัวเราะไม่ออกคือพระเจ้าชาร์ลส์ ทรงตั้งเงื่อนไขว่าลูกชายที่เกิดจากบาร์บาราเท่านั้นจะได้สืบต่อยศถาบรรดาศักดิ์ของพ่อต่อไป ถ้าโรเจอร์แต่งงานใหม่ ลูกที่เกิดจากหญิงอื่นไม่มีสิทธิ์สืบต่อเป็นลอร์ดคาสเซิลเมน ทั้งที่ทั่วอังกฤษ ลูกขุนนางเขาก็สืบต่อกันทางพ่อทั้งนั้น ไม่ได้เกี่ยวว่าแม่เป็นใคร ชื่ออะไร


ข้อนี้ ทำให้รู้กันทั่วว่า บรรดาศักดิ์ที่พระราชทานให้โรเจอร์เป็นเพียงหัวโขน ที่จริงคือเพื่อทำให้ภรรยาของเขาได้มีคำนำหน้าเป็นผู้ดิบผู้ดีว่าเลดี้คาสเซิลเมน หาใช่ว่าสามีทำความดีงามสมควรได้เกียรติไม่


โรเจอร์ พาล์มเมอร์ รู้เท่าๆกับคนอื่นรู้ว่าบรรดาศักดิ์ลอร์ดคาสเซิลเมนคือการประจานให้อับอายมากกว่าเป็นเกียรติยศหน้าตา ตัวเขาเองก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทำอะไรไม่ได้ เพราะจะลุกขึ้นตัดรอนขอหย่าภรรยา ให้หล่อนหลุดจากตำแหน่งเลดี้ก็ทำไม่ได้ จะขัดขืนพระราชโองการเดี๋ยวก็หัวหลุดจากบ่า เขาก็เลยได้แต่เก็บตัวไม่สุงสิงกับเพื่อนฝูง ไม่เคยเข้าไปนั่งในสภาขุนนางตามสิทธิ์ของเขา จำใจต้องยอมรับฐานะลอร์ดคาสเซิลเมนแบบไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านั้น


ชะตากรรมแค่นี้ เหมือนกับว่ายังไม่เลวร้ายพอสำหรับโรเจอร์ พาล์มเมอร์ ชายผู้เคราะห์ร้าย เรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกอย่างคือลูกสาวที่คลอดจากบาร์บารา จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกของเขาหรือลูกของพระเจ้าชาร์ลส์กันแน่


โรเจอร์บอกใครต่อใครว่าแม่หนูน้อยเป็นลูกของเขา แต่พระเจ้าชาร์ลส์ก็ทรงแน่พระทัยว่าหนูน้อยเป็นพระธิดาแท้ๆ ถึงกับพระราชทานนามสกุลให้ว่า ฟิตซ์รอย แปลง่ายๆว่าลูกหลวง แต่จะเป็นลูกของใครก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์อันน่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้น โรเจอร์ก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนไปวันๆกับเสียงเย้ยหยันรอบทิศ


ส่วนชาวบ้านเชื่อกันว่าลูกทุกคนของบาร์บาร่า ที่มีตั้ง ๖ คน ไม่ได้เกิดจากลอร์ดคาสเซิลเมน สามีตามกฎหมายของหล่อนสักคนเดียว และซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ไม่ได้เกิดจากพระเจ้าชาร์ลส์พระองค์เดียวอีกด้วย






การแต่งงานในสมัยโบราณ โดยเฉพาะในเจ้านายและผู้ดีมีตระกูล แต่งกันเพราะความเหมาะสมทางหน้าตาและสินสอด น้อยรายจะเป็นเพราะความสมัครใจรักใคร่กันจริง เพราะฉะนั้นเมื่อแต่งกันแล้ว ผู้หญิงมีลูกให้สามีได้แล้ว ถือว่าผลิตทายาทให้เขาตามหน้าที่ ครบถ้วน หลังจากนั้นเธอจะไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ เพราะตัวสามีเองก็ทำอะไรได้ตามใจชอบมาตั้งแต่แรก


ผู้ชายก็ไปมีเมียน้อย เมียเก็บ ผู้หญิงก็ไปมีชู้ ถ้าอยากจะมี เพราะเธอยังสาวอยู่มาก สามีก็รู้ แต่ตราบใดที่ยังไม่ล้ำเส้นให้เขาลำบากใจ เขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ออกงานร่วมกันกับภรรยาไปเรื่อยๆ ทั้งที่ชู้นั้นบางทีก็ขุนนางด้วยกันนี่เอง


ส่วนลูกเต้าคลอดออกมา พี่เลี้ยงก็เลี้ยงไป พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยง จ้างครูมาสอนที่บ้าน พอโตก็ส่งเข้าโรงเรียน


พระราชินีนาถวิกตอเรียทรงแหวกจากค่านิยมเดิมๆ ด้วยการเลือกพระสวามีด้วยความสมัครพระทัย อภิเษกสมรสกันด้วยความรัก ต่างองค์ต่างซื่อสัตย์ต่อกัน เจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นผู้ที่เคร่งในศีลธรรม ไม่เคยสนพระทัยหญิงอื่นเลย ทั้งสองพระองค์ทรงมีครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นมาก พระราชินีนาถจึงทรงกำหนดระเบียบในราชสำนักเสียใหม่ ให้เลิกเหลวเละกันเสียที ข้าราชสำนักต้องแต่งงาน ไม่ใช่เป็นเพลย์บอย มีเมียเก็บไปวันๆ และห้ามมีเรื่องชู้สาว มิฉะนั้นจะต้องถูกปลดออกจากหน้าที่ ผลก็คือราชสำนักของควีนวิกตอเรียได้ชื่อว่ามีระเบียบเรียบร้อยและเคร่งครัด เรื่องนางเล็กๆของขุนนางถ้ามีก็ต้องแอบๆ กันมิดชิด ห้ามเปิดเผยอย่างสมัยก่อน


แต่พอสิ้นรัชสมัยพระราชินีนาถ พระราชโอรสคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ ๗ ก็ทรงกลับไปดำเนินรอยตามแบบเดิมๆ รอยเดียวกับพระเจ้าชาร์ลส์ แทบจะพิมพ์เดียวกัน








เลดี้คาสเซิลเมนครองตำแหน่งพระสนมอย่างเปิดเผยในราชสำนัก มีความสำคัญแค่ไหนก็ลองคิดดูจากเหตุการณ์นี้


เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์อภิเษกกับเจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งโปรตุเกศ ทรงกำหนดตำแหน่ง Lady of the Bedchamber ให้พระสนมเป็นเกียรติยศ ฟังชื่อตำแหน่งเหมือนกับมีหน้าที่ถวายงานรับใช้ ดูแลห้องบรรทมของพระราชินี ความจริงไม่ใช้ ไม่มีหน้าที่รับใช้ใคร เป็นตำแหน่งโก้ๆ ในฐานะข้าราชสำนักฝ่ายหญิงที่สูงศักดิ์ สำหรับได้รับเชิญมาร่วมในพระราชพิธีต่างๆอย่างสง่าผ่าเผย


พระราชินีทรงคัดค้าน แต่ไม่สำเร็จ อำนาจของเลดี้คาสเซิลเมนแผ่กว้างอยู่เต็มราชสำนัก ในฐานะคนโปรดของพระราชา หล่อนได้ครองตำแหน่ง Lady of the Bedchamber อย่างเต็มภาคภูมิเพื่อมาร่วมงานพระราชพิธีทุกครั้ง และครองอยู่ยาวนานจนถึงปลายรัชสมัย จนมีกฎหมายออกมา ห้ามผู้นับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิครับราชการในตำแหน่งใดๆ บาร์บาราผู้เป็นโรมันคาทอลิคจึงหลุดจากตำแหน่งไป


ในยุคเฟื่องฟู เมื่อต้นรัชกาล บาร์บาราทำอะไรได้ตามใจชอบทุกอย่าง ไม่ว่าออกงานไหนก็แต่งตัวหรูหราอลังการตามแฟชั่นในยุคนั้น ประดับเพชรพลอยแพงลิบ จงใจข่มพระราชินีให้อับรัศมีลงไป ถ้าคราวใดชาร์ลส์ไม่กำนัลเพชรนิลจินดาให้ หล่อนก็ตรงไปที่ร้านเพชร เลือกเอาตามใจชอบแล้วให้พ่อค้าส่งใบเสร็จมาเก็บเงินที่พระราชา พระเจ้าชาร์ลส์ผู้ตามใจพระสนมคนนี้เสมอ ก็ทรงจ่ายพระราชทรัพย์ให้ไม่เคยปริปากบ่น


นอกจากจะผลาญพระราชทรัพย์อย่างสนุกมือแล้ว เลดี้คาสเซิลเมนยังทำแสบสันต์ในเรื่องอื่นๆอีกเช่นเล่นการพนันหมดเงินทองไปทีละมากๆ และรับสินบนใต้โต๊ะเพื่อวิ่งเต้นให้ใครต่อใครได้ตำแหน่งดีๆ ใครอยากไปเป็นทูตประจำประเทศนั้นประเทศนี้ก็ต้องเอาเงินทองของกำนัลมาประเคนให้หล่อน เพราะหล่อนเป็นคนเดียวที่กราบทูลพระราชาได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของราชการ


ปรปักษ์สำคัญของเลดี้คาสเซิลเมนคือเอ็ดเวิร์ด ไฮด์ เอิร์ลแห่งคลาเรนดอน ราชเลขาธิการ และเสนาบดีคลัง


ลอร์ดคลาเรนดอนเป็นผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมากับพระเจ้าชาร์ลส์สมัยระหกระเหินอยู่นอกอังกฤษ จงรักภักดีกับพระราชาเสมอต้นเสมอปลาย เขามีส่วนช่วยในการบริหารราชการที่สำคัญๆเสมอมาด้วยความภักดีต่อชาร์ลส์ และเห็นพระทัยพระราชินี ลอร์ดคลาเรนดอนจึงทนความหยิ่งผยองเอาแต่ใจของเลดี้คาสเซิลเมนไม่ไหว พยายามคานอำนาจหล่อน แต่ก็โค่นหล่อนไม่ลง ตัวเขาเองกลับเป็นฝ่ายหลุดจากเก้าอี้ไปก่อนเพราะเรื่องทางการเมือง


เลดี้คาสเซิลเมนคลอดโอรสธิดานอกกฎหมายคนแล้วคนเล่ากับพระราชา เรื่องนี้เพิ่มพูนอำนาจของหล่อนให้ทวีขึ้นในราชสำนัก แม้ว่าเด็กๆไม่ได้เป็นเจ้าฟ้า แต่ผู้ชายก็ได้เป็นขุนนาง ผู้หญิงก็เป็นเลดี้ พระราชาเองก็ทรงเอาใจใส่ประทานเกียรติยศเงินทองให้ทุกคน หลายปีต่อมา ทรงเลื่อนหล่อนขึ้นเป็นดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์แต่ผู้เดียว (โดยที่โรเจอร์ไม่ได้เป็นดยุค ยังเป็นลอร์ดคาสเซิลเมนอยู่อย่างเดิม) ลูกชายคนโตของหล่อนก็ได้สืบตำแหน่งขุนนางอันทรงเกียรติ แม้ว่าเป็นลูกนอกกฎหมายของพระราชาก็ตาม








บาร์บารามีวิธีวีนแตก ขู่เข็ญบังคับพระราชาให้ทรงยอมทุกอย่างที่หล่อนเรียกร้อง แม้แต่พระราชินีก็ไม่อาจจะแตะต้องหล่อนได้ แต่สิ่งเดียวที่บาร์บารากุมอำนาจเหนือพระองค์ไม่ได้คือห้ามมีพระสนมอื่นๆ แต่พระสนมพวกนั้นก็ไม่มีใครทาบรัศมีหล่อนได้สักคน


ในเมื่อชาร์ลส์ก็ยังมีพระสนมใหม่ไม่รู้จบ บาร์บาราก็เลยแก้เผ็ดด้วยการมีชู้หลายต่อหลายคน ตั้งแต่หนุ่มธรรมดาไปจนขุนนางใหญ่น้อย ว่ากันว่าลูกคนสุดท้องของหล่อนก็คือลูกชู้ที่ชื่อจอห์น เชอร์ชิลล์


บาร์บาราได้เงินทองของหลวงมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย หล่อนเอาไปปรนเปรอชู้อีกทีหนึ่ง เรื่องนี้พระราชาเองก็ทรงทราบ แต่ก็ยังจัดการกับหล่อนไม่ได้จนแล้วจนรอด


อำนาจของบาร์บาราเริ่มเสื่อมลงพร้อมกับวัยที่สูงขึ้น ความงามชักโรยรา พระสนมสาวสวยคนใหม่ๆเข้ามาเป็นคู่แข่ง เช่นมอล เดวิส และเนล กวินน์ นางละครสาวสวยทั้งคู่ ต่อมาคู่แข่งคนสำคัญ คือนางพระกำนัลของพระราชินีเฮนเรียตตา พระน้องนางของชาร์ลส์ เป็นสาวผู้ดีชาวฝรั่งเศสชื่อหลุยส์ เดอ คารูอาล ก็เข้ามาชิงตำแหน่งพระสนมคนโปรดในราชสำนักไปจนได้


หลังจากครองอำนาจมาร่วม ๑๐ ปี บาร์บาราก็ตกกระป๋อง พระราชาทรงเบื่อหน่ายในตัวหล่อน แต่ก็ทรงทำให้หล่อนพ้นตำแหน่งไปด้วยดี ด้วยการประทานบรรดาศักดิ์ดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ให้ และมีเบี้ยหวัดประจำปีให้อย่างงาม รายละเอียดในบั้นปลายชีวิตจางหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ รู้แต่ว่าหล่อนหอบลูกคนรองๆถึงคนเล็ก รวมแล้วสี่คนไปพำนักอยู่ในปารีส แต่จะอยู่นานแค่ไหนไม่ทราบ


พระเจ้าชาร์ลส์สวรรคตในปี ๑๖๘๕ โรเจอร์ตายในปี ๑๗๐๕ พอสามีตายพันธะที่ผูกพันตามกฎหมายก็หมดไป บาร์บาราแต่งงานใหม่ ในวัย ๖๕ แต่ยื่นคำร้องให้เป็นโมฆะ เพราะจับได้ว่าเจ้าบ่าวมีเมียแล้วยังไม่ได้หย่ากัน อีกไม่นาน หล่อนถึงแก่กรรมในคริตศักราช ๑๗๐๙ ด้วยโรคท้องมาน (Edema or oedema, formerly known as dropsy) ตอนอายุ ๖๙ ปี



หน้าที่ 4 - "หลุยส์ เดอ เครูอาล" ผู้มาแทนที่
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่





พระสนมคนใหม่ที่ทำให้เลดี้คาสเซิลเมนตกกระป๋องไป หล่อนคือ หลุยส์ เดอ เครูอาล นางพระกำนัลของเจ้าหญิงเฮนเรียตตาพระน้องนางของพระเจ้าชาร์ลส์ ผู้ได้เป็นดัชเชสแห่งออลีนส์ (หรือออกเสียงอย่างฝรั่งเศสว่า ออเลอังส์)


ดัชเชส เสด็จมาเยี่ยมพระราชาเมื่อคริตศักราช ๑๖๗๐ เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเห็นนางพระกำนัลสาวหน้าอ่อนใส มารยาทอ่อนช้อยสมกับมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ก็พอพระทัยหล่อนทันที


เมื่อดัชเชสสิ้นพระชนม์กะทันหัน ไม่ทันเสด็จกลับ หลุยส์ตกค้างอยู่ในราชสำนักอังกฤษ พระราชาทรงเมตตาประทานตำแหน่งนางพระกำนัลของพระราชินีให้หล่อน และที่ทรงเมตตามากกว่านั้นก็คือตำแหน่งพระสนมคนใหม่ ปีต่อมาหลุยส์คลอดบุตรชาย ชื่อชาร์ลส์ เลนนอกซ์ ต่อมาพระเจ้าชาร์ลส์ทรงแต่งตั้งเป็นดยุคแห่งริชมอนด์


ในเมื่อหล่อนเป็นสาวโสด ไม่มีสามีตามกฎหมาย พระเจ้าชาร์ลส์ก็ไม่ต้องประทานยศศักดิ์ให้สามีเป็นที่ประดักประเดิดอย่างโรเจอร์ พาล์มเมอร์ แต่ว่าตั้งหล่อนเป็นดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ โดยไม่ต้องมีท่านดยุค ตำแหน่งแบบนี้เรียกว่า Duchess in Her Own Right คือเป็นหญิงที่มีสิทธิ์ในบรรดาศักดิ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่ว่าได้เพราะเป็นภรรยาขุนนางชั้นดยุค









หลุยส์ เดอ เครูอาล พระสนมคนใหม่ร้ายไม่น้อยกว่าคนเก่า หรืออาจจะมากกว่าเสียอีก ทั้งที่หล่อนเป็นพระสนมของพระราชาอังกฤษ แต่บุคคลที่หลุยส์จงรักภักดีแท้จริงกลับเป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส เจ้าแผ่นดินของหล่อน


หล่อนทำหน้าที่เป็นสายลับตามพระราชโองการลับจากฝรั่งเศส สืบรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งปวงในราชสำนัก แล้วรายงานข่าวกลับไปฝรั่งเศส ตลอดจนพยายามโน้มน้าวพระราชาอังกฤษไปในทางที่เป็นประโยชน์ของต่อประเทศของหล่อน เช่น หล่อนพยายามชักจูงพระเจ้าชาร์ลส์ให้หันไปนับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิคแบบฝรั่งเศส เพื่อเพิ่มพูนอำนาจให้ทางฝ่ายเจ้านายตัวจริงของหล่อน


แต่เคราะห์ดีที่พระเจ้าชาร์ลส์ฉลาดพอจะไม่ยอม ทั้งที่ส่วนลึกพระองค์ก็เลื่อมใสคาทอลิคอยู่มาก แต่ทรงรู้ดีว่าถ้าทรงประกาศเป็นคาทอลิคในประเทศที่เป็นโปรแตสแตนท์อย่างเหนียวแน่น บัลลังก์ที่ประทับอยู่อาจจะพังครืนลงมาก็ได้


อย่างที่สองคือหลุยส์ฟาดฟันคู่แข่งกระเด็นออกไปอย่างไม่ยั้ง ไม่ว่าพระสนมเก่าอย่างเลดี้คาสเซิลเมน หรือโอรสองค์ใหญ่อย่างดยุคแห่งมอนมัธ แต่พระสนมที่หล่อนกำจัดไม่สำเร็จคือเนล กวินน์ นางละครคนสวย หล่อนตีสนิทกับเสนาบดีสำคัญๆ ยอมแม้แต่ลักลอบเป็นชู้กับพวกเขา เพื่อสืบรู้ตื้นลึกหนาบางในด้านการเมืองการต่างประเทศ เป็นประโยชน์แก่ประเทศของหล่อน


นิสัยเสียอีกอย่างของหลุยส์คือโลภมาก หล่อนกอบโกยพระราชทรัพย์ไปรองรังของตัวเองอย่างไม่อั้น หล่อนมีห้องชุดหรูหราอยู่ในพระราชวังไวท์ฮอลล์ซึ่งแต่งใหม่แล้วแต่งใหม่อีกถึง ๓ ครั้งกว่าจะเป็นที่พอใจ สิ้นเปลืองเงินไปไม่รู้ว่าเท่าไหร่ หลุยส์ได้เบี้ยหวัดรายปีถึง ๒๗,๓๐๐ ปอนด์ ไม่รวมเพชรพลอยและเงินทองที่พระเจ้าชาร์ลส์ประทานให้ลูกชาย อีกมาก พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ก็ทรงส่งของกำนัลแพงๆมาให้หล่อนเป็นประจำเพื่อตอบแทนที่หล่อนรับใช้ด้วยดี


หลุยส์มีวิธีเรียกร้องจากพระเจ้าชาร์ลส์คนละแบบกับเลดี้คาสเซิลเมน คนเก่าชอบวีนพระราชาเพื่อจะเอาให้ได้ ส่วนหลุยส์เป็นดาราเจ้าน้ำตา ถ้าพระเจ้าชาร์ลส์ไม่ให้สิ่งที่หล่อนร้องขอ หล่อนก็ฟูมฟายน้ำตาใช้มายาหญิงให้พระทัยอ่อน ในที่สุดหล่อนก็ได้ไปทุกที









หลุยส์เป็นคนรู้ใจพระเจ้าชาร์ลส์ทะลุปรุโปร่งว่าทรงมีจุดอ่อนอย่างไรบ้าง หล่อนจึงรักษาตำแหน่งพระสนมไว้ได้เหนียวแน่น ไม่ตกกระป๋องจนตลอดรัชสมัย แม้ว่ามีคู่แข่งที่หล่อนกำจัดไม่สำเร็จอย่างเนล กวินน์ก็ตาม


ดวงหล่อนแข็งเอาการ สามารถรอดพ้นเหตุวิกฤตทางการเมืองไปได้หลายครั้ง อย่างที่ยากที่พวกคาทอลิคจะรอดไปได้ อย่างเช่น Popish Plot ในปี ๑๖๗๘ ซึ่งมีการกุข่าวขึ้นมาว่าพวกคาทอลิควางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์ เพื่อจะยกเจ้าชายเจมส์พระอนุชาที่เป็นคาทอลิคขึ้นครองบัลลังก์แทน








ข่าวนี้เล่นเอาบ้านเมืองปั่นป่วน เกือบแตกเป็นสองฝ่าย มีผู้บริสุทธิ์โดนต้องกล่าวหากันระนาว แม้แต่พระราชินีแคทเธอรีนเองก็อยู่ในข่าย แต่ว่าหลุยส์กลับรอดปลอดภัยไปได้


หล่อนได้เฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์จนถึงเวลาสวรรคต หลุยส์เป็นคนจัดให้บาทหลวงคาทอลิคมาทำพิธีรับศีลและล้างบาปให้พระองค์ ชาร์ลส์ได้เปลี่ยนมานับถือคาทอลิคอย่างที่เป็นพระประสงค์ส่วนลึกมานานแล้ว ไม่กี่นาทีก่อนสวรรคต


เมื่อสิ้นรัชกาลเก่า ราชาองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ หลุยส์หมดหน้าที่ในอังกฤษ ก็เดินทางกลับไปอยู่ในฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้ พระเจ้าชาร์ลส์ได้ประทานปราสาทและที่ดินในแคว้นโอบิญญีให้เป็นสิทธิ์ของหล่อน เพื่อจะได้อยู่อาศัยเมื่อสิ้นบารมีพระองค์แล้ว









ที่จริงหลุยส์ก็ได้กอบโกยเงินทองจากราชสำนักไปมากพอจะอยู่อย่างเศรษฐินีอย่างสบายไปจนตาย แต่เบี้ยหวัดและทรัพย์สินส่วนมากสูญหายไปในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ ๒ ทำให้หล่อนตกเป็นหนี้สินรุงรังในวัยชรา อย่างไรก็ตาม หน้าที่สายลับที่หล่อนทำถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ยังตามมาส่งผลดีให้ พระเจ้าหลุยส์ยังส่งเบี้ยหวัดมาประทานหล่อนไม่เคยขาด เมื่อพระองค์สวรรคตแล้วดยุคแห่งออลีนส์ก็ยังช่วยจุนเจือหล่อนอยู่ ช่วยเจรจาปกป้องหล่อนจากเจ้าหนี้ หล่อนจึงรอดพ้นคุกตะรางไปได้


หลุยส์เป็นคนดวงแข็ง แต่พระเจ้าชาร์ลส์เองก็น่าจะดวงแข็งยิ่งกว่าหล่อน จึงทรงครองราชย์มาได้ตลอดรอดฝั่งทั้งที่กอดงูพิษอยู่นานไม่รู้กี่ปี หลุยส์อายุยืนยาว หล่อนอยู่มาจนอายุ ๘๕ ถึงแก่กรรมในปารีสเมื่อ คริตศักราช ๑๗๓๔




หน้าที่ 5 - เนล กวินน์ พระสนมที่มาจากจุดต่ำสุดในสังคมอังกฤษ
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่





เลดี้คาสเซิลเมน และหลุยส์ ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ เป็นหญิงที่มีสีสันมากเอาการในประวัติศาสตร์ก็จริง แต่เมื่อเทียบกับพระสนมอีกคนหนึ่งแล้ว ทั้งสองยังชิดซ้ายจนได้ หล่อนคนนั้นคือ เนล กวินน์ ซึ่งเป็นพระสนมที่คนอังกฤษจดจำได้มากที่สุดในบรรดาพระสนมของพระเจ้าชาร์ลส์


ใครเคยดู ละครโทรทัศน์ เรื่อง " ทองเนื้อเก้า " และ " อีพริ้ง คนเริงเมือง " แล้วเห็นว่านางเอกในละครมีชีวิตโลดโผนขนาดไหน ก็ลองมาอ่านประวัติของเนล กวินน์ดูแล้วจะพบว่า ทั้งลำยองและพริ้งเป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อเทียบกับพระสนมรายนี้


ประวัติของเนล กวินน์ มาจากจุดต่ำสุดในสังคมอังกฤษ หล่อนกำเนิดในซ่องโสเภณี แม่หล่อนเป็นแม่เล้าและแน่นอนว่าเป็นอดีตโสเภณีมาก่อน แม่เมาเหล้าจมน้ำตายเมื่อเนลยังเด็ก หล่อนไม่มีการศึกษา อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ พอโตเป็นสาวรุ่นขึ้นมา อายุสิบสามสิบสี่ หล่อนก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเด็กเดินเร่ขายส้มในโรงละคร


เด็กขายส้มในยุคนั้นไม่เหมือนเด็กขายพวงมาลัยในบ้านเรา เด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกเขาขายสินค้าอย่างเดียว ถือเป็นอาชีพสุจริตตรงไปตรงมา (แม้ว่าผิดระเบียบจราจร) แต่เด็กสาวขายส้มนั้นขายตัวให้ลูกค้าชายหื่นๆในโรงละครพร้อมกันไปด้วย


ก้าวต่อไปของเนล คือเลื่อนขึ้นเป็น' อีหนู' ของชาร์ลส์ ฮาร์ท นักแสดงชายในโรงละคร และเรียนเต้นระบำจากครูฝึก (ซึ่งหล่อนก็เป็นเด็กของเขาด้วยเหมือนกัน) ด้วยความสวยน่ารัก ประกอบกับพูดจาครึกครื้นเฮฮา มีลูกเล่นแพรวพราว ทำให้เจ้าของโรงละครและนักเขียนบทเห็นแวว หล่อนได้เลื่อนขึ้นเป็นนักแสดงหญิงเมื่ออายุ ๑๕


ขอเท้าความถึงอาชีพละครเสียก่อนว่า ถือเป็นอาชีพต่ำต้อยมาตั้งแต่สมัยพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 (คือยุคของเชกสเปียร์) แม้ว่าได้เข้าไปในเล่นถวายในวัง ก็หาทำให้นักแสดงและผู้มีอาชีพทางด้านละครเป็นผู้มีเกียรติขึ้นมาไม่ แม้แต่กวีหรือนักเขียนผู้ดีมีตระกูลเขาก็ไม่เขียนบทละครเป็นอาชีพ ให้เสียชื่อเสียง


สมัยนั้นไม่มีนักแสดงหญิงในโรงละคร บทนางเอกแสดงโดยเด็กผู้ชายรุ่นๆที่เสียงยังไม่แตก แต่มาถึงสมัย Restoration มีละครชายจริงหญิงแท้แล้ว อย่างไรก็ตาม อาชีพนางละครในยุค Restoratoin ไม่ใช่อาชีพมีเกียรติ ได้รับการ ยอมรับด้วยดีอย่างดาราในสมัยนี้ แต่เป็นอาชีพ 'เต้นกินรำกิน' ที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างนักแสดงและโสเภณี









นางละครส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกชาวบ้านยากๆจนๆ มีอดีตหมองมัวมาก่อน ถึงเป็นนางละครมีผู้ดูกันล้นหลามทั่วลอนดอนแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นสุภาพสตรีน่ายกย่องขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็ไปเป็นเมียเก็บของเศรษฐีและผู้ดีชั้นสูง จนกว่าจะตกอับเมื่ออายุมากขึ้น ถ้าฉลาดหน่อยก็เก็บเงินทองเอาไว้เลี้ยงตัว แต่ส่วนใหญ่ก็กลับไปเป็นโสเภณีและตายไปอย่างไร้คนเหลียวแล


ย้อนกลับมาที่เนล ด้วยคุณสมบัติคือความสวยและเฉลียวฉลาด พออายุ ๑๗ ก็ได้แสดงนำในละครเรื่อง Secret Love


John Dryden ผู้เขียนเรื่องตั้งใจสร้างนางเอกให้มีบุคลิกและอุปนิสัยขี้เล่นเฮฮา ตรงกับหล่อนเป๊ะๆ เพื่อเอาบทมาส่งให้นางเอกดัง ผลเป็นไปตามคาดหมาย ละครฮิทติดอันดับ ๑ ส่งให้เนลโด่งดังไปทั่วลอนดอนในชั่วข้ามคืน


คนดูละครมีทุกชนชั้นตั้งแต่ผู้ดีไปจนขี้เมาข้างถนน หนึ่งในผู้ดีที่มาดูละครคือชาร์ลส์ แซควิลล์ มีบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ดบัคเฮิร์สต์ เขาเกิดหลงใหลนางละครสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น อยากได้หล่อนมาเป็นเมียเก็บ และก็สำเร็จสมประสงค์


ขุนนางหนุ่มเชิญหล่อนไปพัก ณ คฤหาสน์เขาที่เมืองเอบซอมในช่วงฤดูร้อน ณ ที่นั้นเนลก็ได้สัมผัสความเป็นอยู่หรูหราแบบผู้ดีชั้นสูงเป็นครั้งแรกในชีวิต ได้แต่งกายแพงๆ กินดินเนอร์โก้ๆ นั่งรถม้า และมีคนใช้นับสิบๆคอยรับใช้เอาอกเอาใจแบบเท้าไม่แตะดิน


แต่รักง่ายก็หน่ายเร็ว เป็นแฟนกันไม่เท่าไรก็จบกันไป เนลมาเป็น'เด็ก' ของขุนนางอีกหลายคน ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งพระสนม เมื่ออายุ ๑๙


ในตอนนั้นชาร์ลส์มีพระสนม เป็นนางละครสาวสวยอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว ชื่อ มอล เดวิส หล่อนมีประวัติไม่ได้ดีไปกว่าเนลเท่าไร เป็นลูกนอกกฎหมายของขุนนางผู้ดีมีตระกูล พ่อไม่ยอมรับ หล่อนก็เลยโตขึ้นมาแบบชาวบ้าน เป็นสาวขึ้นมาก็กลายมาเป็นนางละคร ทั้งแสดง เต้นระบำและร้องเพลงได้จับใจคนฟัง


ในจำนวนนั้นมีพระเจ้าชาร์ลส์รวมอยู่ด้วย แต่พวกราชสำนักเกลียดมอลเอามากๆ นอกจากมีพื้นเพต่ำต้อย หล่อนยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่มีกาลเทศะ ไม่มีมารยาทนอกจากพระเจ้าชาร์ลส์แล้วก็ไม่มีใครชอบหน้าหล่อนเอาเลย


วันหนึ่งพระเจ้าชาร์ลส์เสด็จมาทอดพระเนตรละคร เนลเองก็ไปกับคู่ควงของหล่อน หล่อนได้นั่งติดกับพระราชา เนลเป็นคนช่างคุยเล่นหัวสนุกสนาน พระเจ้าชาร์ลส์ก็เกิดพอพระทัยนางละครสาวสวยคนนี้ ขึ้นมาถึงกับให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จนัดหล่อนและเจ้าหนุ่มที่เป็นแฟน ไป "ดื่ม" กันต่อที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆ พอกินดื่มกันเสร็จ ปรากฏว่าพระเจ้าชาร์ลส์ไม่ได้นำเงินติดองค์มาเลยสักสตางค์เดียว เพราะพระองค์ท่านไม่เคยพกกระเป๋าเงินอยู่แล้ว ผลคือเจ้าหนุ่มคู่ควงต้องควักกระเป๋าเลี้ยงเอง


เรื่องนี้ทำให้เนลเห็นเป็นเรื่องชวนหัวเอามากๆ ถึงกับโพล่งออกมาอย่างครื้นเครงว่า


" ให้ตาย - ่าซิ เกิดมาไม่เคยมีเจ้าภาพกระจอกยังงี้มาก่อนซักคน "


คนร่วมโต๊ะก็ตกตะลึงไปกันหมด นึกว่าเนลคงจะถูกยัดใส่คุกหรือเฆี่ยนหลังขาดเสียแล้วในตอนนั้น แต่พระเจ้าชาร์ลส์กลับนึกเอ็นดูความเปิดเผยตรงไปตรงมาของหล่อน ก็เลยทรงหลงรักหล่อนนับแต่นาทีนั้น


ดังนั้น แทนที่จะแค่เจอหล่อนครั้งเดียว พระราชา ก็ทรงนำนางละครสาวเข้าไปพำนักอยู่ในพระราชวังไวท์ฮอลล์ ในฐานะพระสนมคนล่าสุด





เนลเจอคู่แข่งที่จ้องขย้ำหล่อนอยู่หลายราย โดยเฉพาะหลุยส์ ดัชเชสอแห่งปอร์ตสมัธ แต่หลุยส์ก็ทำอะไรหล่อนไม่ได้จนแล้วจนรอด ส่วนมอล เดวิส ถูกเนลเขี่ยออกให้พ้นเส้นทาง


วิธีของเนลยากจะบอกได้ว่าหล่อนหวังผลถาวรหรือแค่แกล้งเล่นสนุกๆ คือหล่อนสืบรู้ว่าพระราชาจะเสด็จมาค้างคืนกับมอล หล่อนก็เลยทำดีให้ตายใจ เชิญมอลไปกินอาหารเย็นในห้องพักของหล่อน แต่ในเนื้อที่ทำให้กิน หล่อนแอบใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายลงไป (ถ้าเป็นเมืองไทยคงจะคล้ายๆสลอด)


คืนนั้นพระเจ้าชาร์ลส์เสด็จมาค้างคืนที่ห้องของหล่อน แต่ลองนึกภาพดูว่ามอลกินยาถ่ายอย่างแรงเข้าไป มันจะทุลักทุเลขนาดไหน พระเจ้าชาร์ลส์กริ้วมาก ไม่ได้กริ้วเนล(เพราะไม่ทรงรู้) แต่กริ้วบรรยากาศอันเกินคำบรรยายในคืนนั้น


มอลก็เลยตกกระป๋อง สิ้นสุดวาระการเป็นพระสนมแต่บัดนั้น แต่พระเจ้าชาร์ลส์ก็ประทานเบี้ยหวัดให้หล่อนปีละ ๑,๐๐๐ ปอนด์ พออยู่กินไปได้อย่างสบาย ถือว่าอย่างน้อยหล่อนก็มีธิดากับพระองค์ด้วยคนหนึ่ง


ถ้าจะย้ำให้เห็นภาพว่าคนท้องเสียมันทำลายบรรยากาศได้รุนแรงแค่ไหน ต้องอธิบายเรื่องการอนามัยขับถ่ายในยุคนั้นประกอบให้เข้าใจ ถ้าใครยังไม่รู้เรื่องสุขาของผู้คนในสมัยนั้นก็โปรดรับทราบว่า ในยุคก่อนนี้จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ ๑๙ แม้แต่เจ้าใหญ่นายโตของยุโรป เขาก็ยังไม่สุขสบายเท่าสามัญชนอย่างเราๆในเรื่องห้องน้ำห้องท่า เพราะเขาไม่มี....ย้ำว่าไม่มี







แม้แต่ในปราสาทราชวังก็ไม่มีห้องน้ำประเภทตั้งอุปกรณ์อ่างจากุชชี่ หรือชักโครกทองคำ เวลาจะอาบ เขามีอ่างอาบน้ำตั้งไว้ในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ตั้งอ่างไว้เฉยๆบนพื้นเหมือนเราตั้งกาละมัง เพราะสมัยนั้นไม่มีระบบท่อน้ำ ที่จะเปิดน้ำหรือระบายน้ำทิ้งตามบ้านเรือน คนใช้ก็หิ้วถังน้ำขึ้นมาทีละถังสองถัง เทน้ำอุ่นใส่ลงอ่างจนเต็ม นายก็อาบเสร็จโดยไม่มีก๊อก ไม่มีฝักบัว อาบน้ำเดียวจบงั้นแหละ เสร็จแล้วคนใช้ก็ตักน้ำจากอ่างใส่ถังไม้หิ้วลงไปเททิ้ง ลงบันไดไปอย่างลำบากลำบน


การอาบน้ำเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและยากลำบาก อาบกันอาทิตย์ละครั้งก็ถือว่าบ่อยมากแล้ว ยิ่งหน้าหนาวยิ่งไม่อาบกันเลย ว่ากันว่าพระเจ้าเจมส์ที่ ๑ ทูลกระหม่อมปู่ของพระเจ้าชาร์ลส์ไม่นิยมอาบน้ำเกือบตลอดชีวิต ดูเหมือนจะอาบแค่ตอนประสูติ และก่อนอภิเษกคืนหนึ่ง เท่านั้น


ส่วนการขับถ่าย เขาใช้กระโถน เรียกว่า chamber pot เมื่อก่อน ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลายราคา หลายแบบ มีการออกแบบสวยงาม สำหรับผู้ดีมีสกุล วางไว้ในห้องนอนตอนกลางคืน ตอนเช้าคนใช้ก็ยกไปเท ล้างให้สะอาดแล้วยกกลับขึ้นมา เล่ามาถึงตอนนี้คงนึกภาพออกว่า เวลาคนท้องเสียแล้วมีแต่กระโถนตั้งอยู่ในห้องนอน ไม่มีห้องน้ำให้วิ่งออกไปกดชักโครกทิ้งได้ มันน่าคลื่นไส้แค่ไหน


ในบรรดาพระสนมทั้งหมดของชาร์ลส์ เนลเป็นคนนิสัยน่าชมเชยที่สุด เมื่อหล่อนได้เป็นพระสนม หล่อนก็จงรักภักดีต่อพระราชาเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยไยดีชายอื่น ทั้งที่มีขุนนางมาเกี้ยวพาราศีไม่ขาดสายด้วยความหวังว่าหล่อนก็คงเป็นแบบเลดี้คาสเซิลเมนหรือหลุยส์ ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ


แม้ว่าได้ดีเป็นพระสนม เนลก็ไม่เคยลืมความลำบากยากแค้นที่หล่อนเคยประสบ หล่อนเรี่ยไรเงินเพื่อนำมาตั้งโรงพยาบาลหลวงเพื่อประชาชนยากไร้ หลังจากหล่อนเห็นทหารบาดเจ็บจนทุพพลภาพจากสงคราม ต้องมาเร่ขอทานตามถนน


พระเจ้าชาร์ลส์ทรงรักและเมตตาเนลเสมอต้นเสมอปลาย ประทานบ้านอย่างดีให้หล่อนเป็นเจ้าของ ๒ หลัง หลังหนึ่งอยู่ในลอนดอน เสด็จไปเยี่ยมหล่อนเป็นประจำ เนลมีโอรสกับพระราชา ๒ คน คนหนึ่งตายแต่ยังเล็ก อีกคนอยู่มาได้จนโต วิธีที่หล่อนทูลขอให้ลูกชายหล่อนได้ยศถาบรรดาศักดิ์ก็แหวกแนวไม่ซ้ำใคร









วันหนึ่งพระเจ้าชาร์ลส์เสด็จมาเยี่ยมแม่และลูก เนลก็ร้องเรียกลูกชายว่า


"มานี่ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ"


แปลเป็นไทยอาจไม่สะใจเท่าคำฝรั่ง Bastard เป็นคำด่าหยาบๆไว้ด่าผู้ชาย แปลตามความหมายคือลูกไม่มีพ่อ จะเป็นเพราะนอกกฎหมายหรือว่าหาผู้ชายยอมรับเป็นพ่อไม่ได้เพราะแม่สำส่อนก็ตาม แต่นัยของมันสบประมาทดูถูกกันมากกว่าแปลตรงๆแบบนี้


พระเจ้าชาร์ลส์ตกพระทัยว่าทำไมพระสนมเรียกโอรสของพระองค์แบบนั้น รับสั่งถาม เนลก็ตอบว่า


" ก็มันจริงนี่เพคะ ลูกหม่อมฉันเป็น bastard หรือพระองค์ว่าไม่จริง"


พระเจ้าชาร์ลส์ก็เลยตั้งเด็กน้อยเป็นดยุคแห่งเซนต์อัลบันส์ น้องชายของเขาเป็นลอร์ด เช่นเดียวกับโอรสจากพระสนมอื่นๆ


นอกจากซื่อสัตย์แล้วเนลยังเจียมตัวไม่เห่อเหิม หล่อนไม่เคยกอบโกยเงินทองอย่างพระสนมอื่นๆ เมื่อได้เป็นพระสนมใหม่ๆ หล่อนทูลขอแค่ ๕๐๐ ปอนด์ต่อปี นับว่าน้อยมาก แต่พระเจ้าชาร์ลส์ก็ประทานให้หล่อน มากกว่าที่ขอ คือปีละ ๔,๐๐๐ ปอนด์ และภายหลังเพิ่มให้อีก ๕,๐๐๐ ปอนด์ต่อปี


พระเจ้าชาร์ลส์รักและเอ็นดูหล่อนไม่เสื่อมคลาย แม้ในวาระสุดท้ายก่อนสวรรคต ก็ทรงสั่งเสียกับพระอนุชาคือดยุคแห่งยอร์ค ซึ่งต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเจมส์ที่ ๒ ว่า


" น้องอย่าปล่อยให้เนลที่น่าสงสารต้องอดตาย "


เนลกลับมาอยู่บ้านพระราชทานเมื่อสิ้นรัชสมัยแล้ว เงินทองที่เคยได้ก็ขาดมือ หล่อนตกเป็นหนี้สินรุงรัง จนเกือบจะถูกเจ้าหนี้เอาเข้าคุก แต่เมื่อทูลพระเจ้าเจมส์ที่ ๒ ให้ทราบถึงความเดือดร้อน พระราชาองค์ใหม่ก็ทรงส่งเงินมาล้างหนี้สินให้หล่อนจนหมด ตามที่พระเชษฐาทรงฝากฝังไว้ และให้บำนาญหล่อนปีละ ๑,๕๐๐ ปอนด์


แม้ว่าสิ้นพระเจ้าชาร์ลส์แล้ว เนลก็ไม่เคยคิดจะมีสามีใหม่ มีชายมาติดพันหล่อนหลายคน แต่หล่อนตอบตามตรงว่า


" ยังไงฉันก็ไม่เอาหมามานอนในที่กวางเคยนอน"


กวาง เป็นสัตว์ชั้นสูง สงวนไว้สำหรับพระราชาและขุนนางใหญ่ๆ ส่วนหมา..ก็อย่างว่าละ เป็นสัตว์เลี้ยงธรรมดา ชาวบ้านทั่วไปก็มีได้


น่าเสียดายว่าเนลอายุไม่ยืน แค่อายุสามสิบเศษๆ หล่อนติดเชื้อไข้ทรพิษ เสียชีวิตหลังจากพระเจ้าชาร์ลส์สวรรคตเพียง ๒ ปี


ชื่อเสียงของเนล กวินน์ยังติดปากชาวอังกฤษอยู่จนบัดนี้ หากว่ามีหนังสือ หนังหรือละครทำเกี่ยวกับ Restoration ถ้ามีพระเจ้าชาร์ลส์อยู่ในเรื่อง ก็ต้องมีพระสนมเนลอยู่ด้วยเสมอ ส่วนพระสนมอื่นๆอาจจะมีบทหรือไม่มีก็ได้ในเรื่องนั้น แม้แต่พระราชินีเองบางทีก็อาจจะถูกนักเขียนข้ามไปเฉยๆก็มี




หน้าที่ 6 - ชีวิตโลดโผนของพระสนม "ออตองซ์ มันชินี "
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ทีนี้ก็มาถึงคิวพระสนมอีกคนหนึ่ง ที่มีชีวิตโลดโผนในตัวของเธอเอง ฉีกแนวไปอีกแบบจากเนล คือ สาวผู้ดี ชื่อ ออตองซ์ มันชินี


เธอเป็นหลานลุงของสังฆราชมาซาแร็ง อัครมหาเสนาบดีของฝรั่งเศส แต่ตัวเธอไปเกิดที่โรม ประเทศอิตาลี พ่อเป็นผู้ดีอิตาเลียนตระกูลมันชินี ต่อมาเธอกับน้องๆย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส พออายุ ๑๔ ปี ท่านสังฆราชจัดให้แต่งงานกับขุนนางฝรั่งเศส ผู้ได้สืบตระกูลฝ่ายภรรยาเป็นดยุคแห่งมาซาแร็ง ส่วนเธอได้เป็นดัชเชสแห่งมาซาแร็ง







ออต็องซ์ได้ชื่อว่าเป็นสาวโฉมงามเป็นที่เลื่องลือ เมื่อมาเป็นพระสนมก็เป็นคนสวยที่สุด สวยยิ่งกว่าเลดี้คาสเซิลเมนและหลุยส์ เธอมีผมดำขลับสยายยาวถึงสะเอว และดวงตาสีสวยประหลาด เปลี่ยนสีไปได้ตามแสงที่มากระทบ


พระเจ้าชาร์ลส์เคยหลงรักสาวน้อยออต็องซ์ เมื่อทรงพบที่ปารีส อยากจะอภิเษกสมรสด้วย แต่หลานสาวอัครมหาเสนาบดีเป็นดอกฟ้าสำหรับพระราชาตกยาก ก็เลยแคล้วคลาดกันไป


เธอมีชีวิตสมรสที่ทุกข์ทรมานกับสามีตั้งแต่เริ่มแรก ดยุคแห่งมาซาแร็งเป็นชายเคร่งศาสนาจนบ้าคลั่ง วันๆเอาแต่สวดมนตร์ และชิงชังความสวยงามทุกชนิดว่าเป็นกิเลสมาร รวมทั้งความงามของภรรยาและลูกสาวด้วย เขาสั่งถอนฟันลูกสาวออกหมดเพื่อไม่ให้ดูน่ารัก และทั้งที่เขารักออต็องซ์มาก เขาก็เกลียดชังความงามของเธอว่าเป็นสั่งยั่วยุให้เขาเกิดตัณหา งานศิลปะงามๆที่ประดับคฤหาสน์ก็ถูกเขาทุบทำลายหมดเพื่อไม่ให้เป็นสิ่งเร้ากิเลส


ในที่สุด ออต็องซ์ทนสามีไม่ไหวก็ขอหย่า หอบลูก ๔ คน หนีออกจากฝรั่งเศส ให้พ้นเงื้อมมือเขา เธอร่อนเร่ไปหลายประเทศ สามีก็ฟ้องกับศาลฝรั่งเศสให้มีคำสั่งเอาตัวเธอกลับไป ออต็องซ์หนีไปอิตาลี จากอิตาลีไปชอมบรี เพื่อขอความคุ้มครองจากดยุคแห่งซาวอย


ออต็องซ์ต้องออกจากชอมบรีอีกครั้งเมื่อท่านดยุคถึงแก่กรรม ร่อนเร่ไปสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีและฮอลแลนด์ จนได้มาอังกฤษในที่สุด พระเจ้าชาร์ลส์ทรงอ้าแขนปกป้องเธอจากสามีด้วยความเต็มพระทัย เพราะไม่เคยลืมผู้หญิงที่ทรงหลงรักมาก่อน







ออต็องซ์ผิดกับสาวในราชสำนักคนอื่นๆ เธอชอบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าผู้ชาย ฟันดาบและยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย ออต็องซ์มีห้องชุดอยู่ในพระราชวังเซนต์เจมส์ในฐานะพระสนมผู้มีเกียรติ เธอจัดห้องรับแขกของเธอเป็น " ซาลอง " ที่พบปะของนักปรัชญา กวี ศิลปิน นักเขียน โดยมากเป็นชาวฝรั่งเศสที่ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ


สามียังคงใช้สิทธิ์ทางศาลข่มขู่ให้เธอกลับไปฝรั่งเศส แต่ออต็องซ์ก็ยืนกรานไม่ไป เธอลี้ภัยอยู่ในราชสำนักอังกฤษ จนพระเจ้าชาร์ลส์สวรรคต สิ้นพระราชา เงินรายได้ที่ทรงประทานก็หมดลง ออต็องซ์ตกเป็นหนี้เป็นสิน มิหนำซ้ำความผันผวนในการสืบบัลลังก์อังกฤษทำให้ราชสำนักไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับเธออีก ออต็องซ์ย้ายออกมาอยู่ข้างนอกวัง เธอถึงแก่กรรมที่เชลซี เมื่ออายุได้ ๕๓ ปี


สมบัติที่เธอทิ้งไว้ให้กับวงวรรณคดี คือ บันทึกส่วนตัว เป็นบันทึกฉบับแรกๆในวงการประพันธ์ที่ผู้หญิงเป็นคนเขียน ยังหาอ่านได้จนถึงปัจจุบันนี้


หลังจากเธอถึงแก่กรรม สามีเธอข้ามมาจากฝรั่งเศสเพื่อจัดการเรื่องศพ เขาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ แล้วอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของศพเธอโดยไม่มีใครค้าน แต่แทนที่จะฝังตามประเพณี เขาเอาร่างของเธอใส่โลงตระเวนไปทั่วฝรั่งเศสอยู่ ๑ ปีเต็มๆ จนกระทั่งญาติพี่น้องทนไม่ไหว เกลี้ยกล่อมให้เขายอมฝังศพเพื่อวิญญาณเธอจะได้ไปสู่สุคติ ที่College of Four Nations ในปารีส





*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ก.ย. 2549 (19:40)
สนุกๆมากเลยครับ
ธรรมรัชราชาธิเบต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ก.ย. 2549 (15:54)
ขอบคุนคุณเทาชมพูมาก ๆ ค่ะที่นำเรื่องราวดี ๆ มาแบ่งปัน ชอบมากค่ะ
anpor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ก.ย. 2549 (12:43)
ชอบมากเลยค่ะ กราบขอบคุณค่ะอาจารย์

สมัยของพระองค์มีสีสันมากเลย อ่านแล้ว น่าจะนำไปทำเป็นภาพยนตร์จริงด้วยค่ะ
tuka007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 335 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ต.ค. 2549 (16:27)
บันทึกส่วนตัวของ ออตองซ์ มันชินี จะหาซื้อได้ที่ไหนครับ แล้วไม่ทราบว่า ชื่อหนังสือ ชื่อว่าอะไร รบกวนบอกด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
แล้วก็ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ครับ
niwata เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ต.ค. 2549 (20:52)
ชื่อ The Memoires of the Dutchess Mazarine ค่ะ

บันทึกด้วยลายมือเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย P. Porter, Esq. พิมพ์จำหน่ายโดย William Cademan ตั้งแต่ค.ศ. 1676.
ตอนนี้น่าจะยังมีขายในฐานะหนังสือเก่าหายาก แต่ราคาคงจะแพง
ลองเข้าไปหาซื้อที่
http://www.krownspellman.com/cgi-bin/spellman/15052.html
และ
http://www.secondlifebooks.com/cgi-bin/secondlife/inquire.html?sku=22154

หนังสือเก่าอายุสามร้อยกว่าปี ภาษายากน่าดูเลยนะคุณ
เทาชมพู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5218 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 186 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 31 ต.ค. 2549 (15:30)
เอ่อ ผมอยากทราบเกี่ยวกับ Elizabeth Wittenbach หรือ sisi น่ะครับ
Sirichut B. เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 47 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 147 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 ก.ย. 2550 (14:40)
54344
สนุกและได้ความรู้ เพิ่งจะทราบว่าอังกฤษก็เคยมียุคที่ไม่มีกษัตริย์ครองบัลลังค์เหมือนกัน เคยไปเที่ยววังสกูนที่พระเจ้าชารลส์ขึ้นครองบัลลังค์เมื่อไม่นานมานี้ เขายังเก็บหินจำลองที่เอาไว้สำหรับทำพิธีสถาปนาที่ว่านี้ด้วย
นกกับนิล เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ก.ย. 2550 (14:47)
54346
หน้าตาก้อนหินที่ว่า อันที่เห็นนี้เป็นของจำลองวางอยู่หน้าโบสถ์ส่วนตัวเล็กๆในปราสาท หินของจริงเก็บไว้ที่ลอนดอน
นกกับนิล เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 14,370 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 186 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.