 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/397" type="text/javascript"></script> |
|
|
ราชาเจ้าสำราญ : ชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษ (ตอนที่ ๓)
Catherine of Braganza ราชินีคู่บัลลังก์ ซึ่งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ ทรงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เหมือนกับทรงตระหนักว่าผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในน้อยคนที่รักพระองค์จริง
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 14,321 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 8 September 2006, 5:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 8 September 2006, 5:18 pm
|
หน้าที่ 2 - ความทุกข์บนบัลลังก์ราชินี
ความทุกข์สำคัญคือ บัลลังก์ราชินีอังกฤษถูกโชคชะตาเขย่าให้คลอนแคลนอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นหญิงอื่นก็อาจจะหล่นลงกระแทกพื้นไปแล้วไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
สาเหตุน่ะหรือ ?แม้เป็นผู้หญิงดี ไม่เคยประพฤติเสียหายใดๆแต่ เธอก็ไม่เป็นที่นิยมของคนอังกฤษ เพราะเธอนับถือคริสตศาสนานิกายคาทอลิค คนละนิกายกับชนส่วนใหญ่ และยังเป็นนิกายที่ถูกเขม่นอย่างต่อเนื่องยาวนานเสียด้วย
เคราะห์ร้ายอย่างที่สองคือ เธอไม่มีรัชทายาทถวายพระสวามี พระราชินีเคยทรงครรภ์ ๒ หนแต่ก็แท้งทั้งสองหน หลังจากนั้นก็ไม่มีอีก และที่กลับตาลปัตรคือพระสนมทั้งหลายต่างก็มีเอ๊า...มีเอา หัวปีท้ายปีต้องไม่ใครก็ใครคนหนึ่งที่มีลูก เลดี้คาสเซิลเมนมีถึง ๖ คน
รวมแล้วพระราชามีโอรสธิดานอกกฎหมาย ปาเข้าไป ๑๔ หรือ ๑๕ คน (มีอยู่คนหนึ่งไม่แน่ว่าเป็นลูกจริงหรือเปล่า) โอรสธิดานอกสมรสเหล่านี้ก็เดินกันว่อนเต็มราชสำนัก มียศศักดิ์หน้าตาภูมิฐานในสังคมตามที่พระบิดาอุปถัมภ์อย่างดี
การไร้เจ้าฟ้ารัชทายาท เป็นเรื่องกระทบกระเทือนความมั่นคงของประเทศอย่างหนัก ในสายตาของคณะเสนาบดีและที่ปรึกษาราชการ รวมทั้งประชาชนก็ไม่ค่อยสบายใจด้วยกับการที่พระราชามีแต่โอรสธิดานอกกฎหมาย จึงมีการถวายข้อเสนอ(แกมบังคับ) ให้พระเจ้าชาร์ลส์ทรงหย่าขาดจากพระราชินี ให้หมดเรื่องหมดราวไป แล้วเสกสมรสกับเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่งในยุโรปเสียใหม่ ขึ้นชื่อว่าพระราชาอังกฤษ บ้านไหนเมืองไหนก็ไม่รังเกียจที่จะถวายลูกสาว ส่วนพระราชินีเก่าย่อมไม่มีปากเสียง ในเมื่อพระนางทำหน้าที่บกพร่องคือมีรัชทายาทไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ก็นับว่าชะตากรรมไม่เลวร้ายเกินไป พระเจ้าชาร์ลส์ก็ทรงดื้อแพ่งยืนกรานไม่ยอมหย่าจากพระราชินี ไม่ว่าใครจะเซ้าซี้ยังไงก็ทรงไม่โอนอ่อนตาม พระนางแคทเธอรีนก็ยังครองตำแหน่งบนบัลลังก์คู่กับพระองค์เพียงผู้เดียวจนตลอดรัชสมัย แต่แน่ละ ในเมื่อถูกบีบบังคับอยู่รอบด้าน ในลักษณะนี้ พระราชินีจะเอาความสุขที่ไหนมา
เรื่องที่สามที่หนักเอาการ คือ
วิกฤติ Popish Plot ในปี ๑๖๗๘ มีผู้ป่าวข่าวลือว่าพวกคาทอลิควางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์ เพื่อจะยกพระอนุชา เจ้าชายเจมส์ ดยุคแห่งยอร์คขึ้นนั่งบัลลังก์แทน เรื่องนี้แพร่สะพัดเป็นไฟลามทุ่ง ทั่งลอนดอน กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เชื่อถือกันว่าจริง ผู้บริสุทธิ์ถูกจับและตัดสินประหาร พระราชินีถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในผู้สมคบในแผนนี้ พยายามวางยาพิษปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์
เป็นเรื่องสั่นสะเทือนกันไปทั้งราชสำนัก แต่พระราชากลับเป็นฝ่ายยืนกรานปกป้องพระมเหสีอย่างเข้มแข็ง ไม่เชื่อและ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้ ในที่สุด เรื่องก็คลี่คลายว่าเป็นการใส่ร้ายเท่านั้นเอง ผู้ก่อการถูกจับได้ว่ากุเรื่องขึ้นมาเอง พระราชินีก็ทรงปลอดภัยอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นอาจถูกโทษขั้นสูงสุดคือประหาร
มาถึงตอนนี้คงจะมีคนสงสัยว่าสายใยสัมพันธ์ระหว่างพระราชาเจ้าสำราญกับพระราชินีเป็นยังไง ดีหรือร้ายกันแน่ คำตอบก็คือ นักประวัติศาสตร์ลงความเห็นว่าพระเจ้าชาร์ลส์เองไม่เคยลุ่มหลงพระราชินีอย่างที่ทรงมีต่อพระสนม
แต่จะมองว่าไม่รัก ก็ไม่ใช่ ทรงเอาพระทัยใส่และห่วงใยพระนางอย่างสม่ำเสมอตลอดรัชสมัย ให้เกียรติ ยกย่อง และมองเธอในแง่ดี
ทั้งสองพระองค์ต่างมีความรู้สึกที่ดีๆต่อกัน ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งหรือว่าอยู่กันอย่างหน้าชื่นอกตรมกันทั้งคู่ อย่างคู่สมรสทางการเมืองคู่อื่นๆ หนังสือบางเล่มก็บอกว่าพระราชินีทรงรักพระสวามี เห็นได้จากเธอไม่เคยไยดีชายอื่น และในเมื่อไม่มีทางเอาชนะพระสนมทั้งหลายได้ เธอก็ยอมรับพวกนั้นโดยไม่ตีโพยตีพาย
ส่วนพระเจ้าชาร์ลส์ก็ทรงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เวลาเธอมีปัญหา เมื่อพระชนม์มากขึ้น วัยหนุ่มผ่านพ้นไป ก็ทรงกลับมาใกล้ชิดกับเธอ ทรงโปรดปรานและให้เวลาอยู่กับเธอมากขึ้น เหมือนกับทรงตระหนักว่าผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในน้อยคนที่รักพระองค์จริง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ก.ย. 2549 (19:40) สนุกๆมากเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ก.ย. 2549 (12:43) ชอบมากเลยค่ะ กราบขอบคุณค่ะอาจารย์
สมัยของพระองค์มีสีสันมากเลย อ่านแล้ว น่าจะนำไปทำเป็นภาพยนตร์จริงด้วยค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ต.ค. 2549 (16:27) บันทึกส่วนตัวของ ออตองซ์ มันชินี จะหาซื้อได้ที่ไหนครับ แล้วไม่ทราบว่า ชื่อหนังสือ ชื่อว่าอะไร รบกวนบอกด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
แล้วก็ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ต.ค. 2549 (20:52) ชื่อ The Memoires of the Dutchess Mazarine ค่ะ
บันทึกด้วยลายมือเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย P. Porter, Esq. พิมพ์จำหน่ายโดย William Cademan ตั้งแต่ค.ศ. 1676.
ตอนนี้น่าจะยังมีขายในฐานะหนังสือเก่าหายาก แต่ราคาคงจะแพง
ลองเข้าไปหาซื้อที่
http://www.krownspellman.com/cgi-bin/spellman/15052.html
และ
http://www.secondlifebooks.com/cgi-bin/secondlife/inquire.html?sku=22154
หนังสือเก่าอายุสามร้อยกว่าปี ภาษายากน่าดูเลยนะคุณ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 31 ต.ค. 2549 (15:30) เอ่อ ผมอยากทราบเกี่ยวกับ Elizabeth Wittenbach หรือ sisi น่ะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 23 ก.ย. 2550 (14:40) สนุกและได้ความรู้ เพิ่งจะทราบว่าอังกฤษก็เคยมียุคที่ไม่มีกษัตริย์ครองบัลลังค์เหมือนกัน เคยไปเที่ยววังสกูนที่พระเจ้าชารลส์ขึ้นครองบัลลังค์เมื่อไม่นานมานี้ เขายังเก็บหินจำลองที่เอาไว้สำหรับทำพิธีสถาปนาที่ว่านี้ด้วย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ก.ย. 2550 (14:47) หน้าตาก้อนหินที่ว่า อันที่เห็นนี้เป็นของจำลองวางอยู่หน้าโบสถ์ส่วนตัวเล็กๆในปราสาท หินของจริงเก็บไว้ที่ลอนดอน